Toyosu MarketToyosu Market ยุคใหม่ของตลาดปลาแห่งโตเกียว ภาพ : toyosu.tokyo

 

ตลาดปลาในตำนาน ซึกิจิ (Tsukiji Market) เฉพาะโซนที่มีการประมูลปลาและตลาดค้าส่งอาหารทะเล ได้ปิดตัวลงไปตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2018 และถูกย้ายไปยังตลาดปลาแห่งใหม่ที่ชื่อ โทโยสึ (Toyosu Market) ห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร
เมื่อเปิดตัว ตลาดโทโยสึก็ได้กลายเป็นตลาดค้าส่งปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและในโลก ใหญ่กว่าตลาดซึกิจิเดิมถึงกว่า 1.8 เท่า ด้วยพื้นที่กว่า 407,000 ตารางเมตร และสภาพแวดล้อมทั้งตัวตึกและรอบๆ แลดูทันสมัยโมเดิร์นมาก ราวกับย่านเมืองใหม่ เพราะด้วยงบลงทุนสร้างกว่า 150,000 ล้านบาท น่าสนใจหรือยัง? เราลองไปสำรวจตลาดปลาแห่งใหม่ แห่งนี้กันเถอะ

 

ตลาดถูกแบ่งเป็น 3 ตึกหลักๆ ภาพ : japan-guide.com

 

ตลาดโทโยสึ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ตึกหลักด้วยกัน ได้แก่

01 Fish Wholesale Market Building : ตึกที่มีการประมูลปลาทูน่า รวมถึงร้านอาหารทะเลสดๆ เป็นจุดหมายหลักของบรรดานักท่องเที่ยว
02 Fish Intermediate Wholesale Market Building : ตึกที่มีการซื้อขายอาหารทะเลสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ และยังมีร้านค้าร้านอาหารร้านซูชิต่างๆ ด้วย
03 Fruit and Vegetable Market Building : ตึกที่มีการประมูลผักและผลไม้สด จากทั้งในและนอกประเทศ

 

เพื่อความเข้าใจภาพรวม

・ทุกตึกมีจุดให้ยืนชม
・ทุกตึกเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
・ทุกตึกมีโซนร้านอาหาร (มากน้อยต่างกัน)
・ทุกตึกเชื่อมถึงกันสะดวกด้วย skywalk

 

เรามาเริ่มกันที่ตึก Fish Wholesale Market Building กันก่อนเลย ไฮไลท์หลักคือ “Hall ประมูลปลาทูน่าขนาดยักษ์” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมได้ 2 แบบ แบบแรกคือ “มองผ่านกระจกหน้าต่าง” โดยจุดนี้เราจะอยู่ชั้นบนที่สูงกว่าเป็นทางเดินยาวที่มีกระจกบานใหญ่ถี่มากๆ ให้เราได้ชมกัน สามารถมองลงมาเห็นกิจกรรมการประมูลได้ แต่จุดนี้กระจกจะเป็น 2 ชั้นหนามากๆ เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงหรือกลิ่นของปลาทูน่าในงานประมูลเลย

 

ภาพ : eatandtravelwithus.com

 

ส่วนแบบที่สอง จะเป็นห้องชั้นล่างที่อยู่ติดกับห้องประมูลเลย มีเพียงกระจกใสบังเราแค่นั้น สามารถเห็นความเคลื่อนไหวการประมูลได้ใกล้ชิดกว่ามาก รวมถึงเสียงและกลิ่นที่เล็ดลอดเข้ามาให้ได้บรรยากาศกัน (กระจกไม่ได้หนาเหมือนแบบแรก)

 

ชมการประมูลปลาทูน่า (พื้นสีเขียว) ภาพ : twitter.com

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งคู่ แต่แบบที่สองนี้ต้องทำการ “จองล่วงหน้า” ก่อนเสมอ (เป็นเดือนๆ) และสามารถเข้าห้องชมได้เพียงรอบละ 10 นาที ระหว่างเวลา 5:45-6:15 น.

ทั้งนี้ บริเวณหน้าห้องชมการประมูลปลาทูน่า มีจัดนิทรรศการขนาดย่อมบอกข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นระบบมีภาษาอังกฤษอธิบาย อาทิ Timeline การประมูลปลาว่าเริ่มกันตั้งแต่ตี2 นำปลามาวางเรียงกัน ตี4ครึ่งเริ่มประมูลปลา จนสุดท้ายบ่าย1เริ่มเก็บงานเคลียร์พื้นที่ ปริมาณปลาทูน่าที่ส่งมาประมูลที่นี่ ข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับปลาทูน่าและไฮไลท์ที่โดดเด่นคือ หุ่นจำลองปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดที่เคยประมูลกันที่ตลาดซึกิจิเมื่อเดือนเมษายน ปี1986 น้ำหนัก 496 ตัน! ฯลฯ เดินดูกันได้เพลินๆ

 

toyosu หุ่นจำลองปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดที่เคยประมูลมา ภาพ : toyosu.tokyo

 

อนึ่ง นอกจากห้องประมูลปลาทูน่าแล้ว ตึกนี้ยังมี Hall การประมูลอาหารทะเลอื่นๆ ด้วยนะครับ แต่สามารถชมได้ผ่านกระจกจากชั้นบนเท่านั้น

 

โซนอาหารทะเลอื่นๆ พื้นสีเทา ภาพ : shiba-teire.com

 

สังเกตได้ง่ายๆ ว่าห้องประมูลปลาทูน่า พื้นจะเป็นสีเขียว ส่วนห้องประมูลอาหารทะเลอื่นๆ พื้นจะเป็นสีเทานั่นเอง ก่อนจบจากตึกนี้ ภายในยังมี ร้านอาหาร 13 ร้าน ไว้รอต้อนรับพวกเราอยู่ โดยกว่าครึ่งเป็นร้านซูชิสดใหม่ ไปต่อที่ตึก Fish Intermediate Wholesale Market Building ตึกนี้แหละที่มีร้านอาหารทะเลชื่อดังมากมายคอยเราอยู่ (ส่งตรงมาจากตึกแรกสดๆ หลังประมูล) มากถึง 22 ร้าน เรียกว่าเป็น “ตึกสำหรับกินข้าว” เลยก็ว่าได้ หนึ่งในนั้นคือ ซูชิได (Sushidai) ร้านซูชิอันโด่งดัง ตัวท็อปตั้งแต่สมัยยังอยู่ซึกิจิก็ย้ายมาที่นี่ เอกลักษณ์คือ เดินผ่านทีไรก็คิวยาวทุกที

 

ร้านซูชิไดเจ้าดัง ไม่เคยเห็นคนโล่ง ภาพ : gourmet.bunj

Tsukiji ooedo, toyosuร้านนี้ก็มาจากตลาดซึกิจิ ภาพ : eatandtravelwithus.com

ภาพ : lazyjapan.com

 

นอกจากอาหารทะเลแล้ว ที่ชั้น 4 เรียกว่า “Uogashi Yokocho” เป็นโซนร้านขายผลิตภัณฑ์เฉพาะทางมากถึง 69 ร้าน เช่น มีดสำหรับเชฟมืออาชีพ ตะเกียบ สาหร่าย วาซาบิ ไข่หวาน ชีส อาหารแห้ง หรือของฝากของที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ เดินช็อปสนุกแน่ชั้นนี้

 

Toyosu market, ตลาดโทโยสึLayout เป็นล็อคๆ สว่าง สะอาด ทันสมัย ภาพ : lazyjapan.com

ไดซาดะ (Daisada) ร้านไข่ม้วนแสนอร่อย ภาพ : eatandtravelwithus.com

ซึกิจิ มาซาโมโตะ (Tsukiji Masamoto) ร้านมีดสำหรับเชฟมือโปร ภาพ : eatandtravelwithus.com

 

แต่เดี๋ยวก่อน เราบอกไปแล้วว่าทุกตึกมีจุดให้ยืนชม ตึกขายส่งนี้ก็เช่นกัน แต่น่าเสียดายเล็กน้อยที่กระจกตึกนี้ มุมทิวทัศน์คับแคบไปหน่อย เห็นแค่ผู้คนและสิ่งของเล็กน้อย ยากที่จะรับรู้ความเป็นไปได้ข้างล่าง (เพราะไม่ใช่ไฮไลท์ของตึกนี้นั่นเอง)

 

มุมเล็กคับแคบไปหน่อย ภาพ : eatandtravelwithus.com

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ตึกนี้คือ โซน Rooftop Garden ชั้นดาดฟ้าที่เป็นลานกว้าง (ชั้น 5) สามารถรับชมวิวย่านโอไดบะได้ครอบคลุม และแน่นอนว่าเห็นสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ได้ชัดเจน ตอนกลางคืนเปิดไฟสวยมาก! แถมเดินเชื่อมไปยังสวนสาธารณะ  Toyosu Gururi Park ที่อยู่ข้างๆ ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เข้าชมได้ฟรี แถมเปิด 24 ชั่วโมง

 

toyosu marketRooftop Garden จุดชมวิว ภาพ : kawlu.com

เชื่อมกับสวนสาธารณะ Toyosu Gururi Park ได้ ภาพ : shiba-teire.com

 

มาปิดท้ายกันที่ตึก Fruit and Vegetable Market Building อย่ามองข้ามไป ตึกนี้ก็มีบริเวณจุดยืนชมการประมูลผักและผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเช่นกัน มาในรูปแบบ มองผ่านกระจกใบใหญ่เห็นได้เต็มๆ ตาและมีการแบ่งโซน แต่ละโซนทาสีที่แตกต่างกันไปตามประเภทผลไม้ เช่น สีเขียว=ถั่ว เป็นต้น

 

จุดชมการประมูลผักและผลไม้ ภาพ : eatandtravelwithus.com

 

ตึกนี้ยังมีร้านอาหารไว้บริการอยู่ 3 ร้านด้วยกัน (เป็นทางผ่านถ้ามาจากสถานี) เป็นร้านเทมปุระ โซบะและซูชิ โดยร้านซูชิคือเจ้า ไดวะ ซูชิ (Daiwa Sushi) อันโด่งดัง คิวจะยาวกว่าใครเพื่อนหน่อย

 

ร้านอาหาร 3 ร้านที่ตึกนี้ ภาพ : lazyjapan.com

 

ตลาดโทโยสุ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองโตเกียวเลยครับ เดินทางมาได้ง่ายๆ ให้ลงที่สถานี ชิโจ มาเอะ (Shijo-Mae Station) สาย ยูริคาโมเมะ (Yurikamome) เป็นรถไฟลอยฟ้าไร้คนขับ สายเดียวกับที่ใช้นั่งไปโอไดบะ (Odaiba) นั่นแหละ สะดวกสบายมากเพราะออกจากสถานีปุ๊ปจะมีทางเดิน skywalk ทันสมัยเชื่อมไปยังตึกต่างๆ พร้อมแผนที่และป้ายบอกทางกำกับทุกระยะทาง ไม่หลงแน่นอน ชมให้สนุก หาอะไรทานให้อร่อยนะ

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ