เที่ยว Kitakyushu เมืองที่เชื่อมเกาะฮอนชูกับเกาะคิวชูเข้าไว้ด้วยกัน

คิดว่าเพื่อนๆ คงเคยได้ยินชื่อของเกาะคิวชูกันมาบ้าง แต่ถ้าเป็นชื่อเมือง คิตะคิวชู (Kitakyushu) ก็อาจจะไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูกันในวงกว้าง ใครที่เคยไปเที่ยวคิวชูโดยนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport) และไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ สุดท้ายก็อาจจะกลับไปโดยไม่ได้ไปที่คิตะคิวชู ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่เหนือสุดของเกาะคิวชูในจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) ซึ่งเชื่อมกับเมืองชิโมโนเซกิ (Shimonoseki) จังหวัดยามากุจิ (Yamaguchi) บนเกาะฮอนชู ที่นี่จึงเป็นเหมือนเมืองทางผ่านของนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามจากเกาะฮอนชูมาเกาะคิวชู

 

ความหมายของคิตะคิวชู

 

ภาพ: kitakyushu-museum.jp

 

คิตะคิวชูมาจากคำว่า คิตะ (Kita) แปลว่า “ทิศเหนือ” ส่วนคิวชู (Kyushu) ถ้าแปลตามอักษรอาจเข้าใจว่าเป็นดินแดนทั้ง 9 แต่เมื่อดูตามจำนวนจังหวัดจะพบว่าคิวชูมีแค่ 7 จังหวัดเท่านั้น เราคงต้องย้อนกลับให้นานกว่านั้นอีก แต่เดิมญี่ปุ่นแบ่งดินแดนออกเป็นแคว้นซึ่งที่คิวชูแบ่งออกเป็น 9 แคว้น นั่นจึงอาจเป็นที่มาของชื่อ แต่บางทฤษฎีก็บอกว่าเป็นชื่อที่มาจากวรรณกรรมจีนแปลว่า “ใต้หล้า” ดังนั้นคิตะคิวชูจะหมายถึง “ตอนเหนือของดินแดนทั้ง 9” หรือ “ตอนเหนือของดินแดนใต้หล้า” ซึ่งในความเป็นจริงเราคงไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้นหรอก เอาเป็นว่าคิตะคิวชูก็คือเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะคิวชูหรือภูมิภาคคิวชูก็พอแล้ว

 

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของคิตะคิวชู

 

ภาพ: asahiryoko.com

 

ด้วยทำเลทางภูมิศาสตร์ของคิตะคิวชูที่ติดกับช่องแคบคัมมง (Kammon Kaikyo) ซึ่งเป็นเส้นทางทะเลระหว่างเกาะฮอนชูและคิวชู ทำให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม นอกจากวิวทะเลแล้วยังมีโซนภูเขาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ผลัดเปลี่ยนความงดงามไปแต่ละฤดูอีกด้วย แต่ในฤดูหนาวอาจจะค่อนข้างแห้งแล้งและมีโอกาสได้เห็นหิมะค่อนข้างยาก

 

อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสวนคาวาจิ (Kawachi Fuji Garden) ใน Kitakyushuภาพ: kitakyushu-area.jp

 

ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมความงดงามของอุโมงค์ดอกวิสทีเรียสวนคาวาจิ (Kawachi Fuji Garden) ซึ่งถ้าเป็นสวนดอกไม้ทั่วไปจะสามารถชมดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนเท่านั้น แต่ที่นี่เราจะได้ชมอุโมงค์ดอกวิสทีเรียหลากสีสันสวยสะกดราวกับใช้สีย้อมขึ้นมาเลยทีเดียว ถ้าใครตั้งใจจะไปจำเป็นต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์และศูนย์บริการต่างๆ เนื่องจากช่วงพีคเป็นช่วงเดียวกับวันหยุดโกลเด้นวีคของญี่ปุ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

Info
อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสวนคาวาจิ (Kawachi Fuji Garden)
Address: 2 Chome-2-48 2 Kawachi Nichome, Yahatahigashi-ku, Kitakyushu-shi, Fukuoka-ken
Operation Hours: 8:00-18:00 น.
Wisteria Period: กลางเมษายนถึงกลางพฤษภาคม
Ticket Price: ช่วงเริ่มบาน/ช่วงเริ่มร่วง 500 เยน, ช่วงบานปานกลาง 1,000 เยน. ช่วงพีค 1,500 เยน นักเรียนทุกระดับชั้น ฟรี
Access: นั่งรถ Shuttle Bus ฟรีที่หน้าสถานียาฮาตะ (Yahata Station) หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 3,100 เยน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
Website: kawachi-fujien.com

 

จุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองคิตะคิวชู

 

ยอดเขาซาระคุระ (Sarakurayama) ใน Kitakyushuภาพ: tabi-mag.jp

 

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่สามารถชมวิวเมืองคิตะคิวชูทั้งกลางวันกลางคืนได้อย่างน่าประทับใจก็คือยอดเขาซาระคุระ (Sarakurayama / Mount Sarakura) ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 622 เมตร สามารถขึ้นไปบนยอดได้โดยนั่งเคเบิลคาร์หรือสโลปคาร์ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของชาวคิวชูอีกด้วย จากจุดชมวิวบนยอดเขานอกจากจะเห็นตัวเมืองคิตะคิวชูแล้ว ยังมองเห็นไปถึงเกาะโอกิโนะชิมะ (Okinoshima) และสะพานคัมมง (Kammon Bridge) เลยด้วย ยิ่งถ้ามาดูตอนพระอาทิตย์กำลังตกดินก็ยิ่งฟินไปอีก

 

Info
เขาซาระคุระ (Sarakurayama / Mount Sarakura)
Address: Yahatahigashi-ku, Kitakyushu-shi, Fukuoka-ken
Operation Hours: 10:00-22:00 น.
Ticket Price: เคเบิลคาร์และสโลปคาร์ (ไปกลับ) ผู้ใหญ่ 1,200 เยน เด็ก 600 เยน
Access: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Yahata ต่อแท็กซี่ลงสถานี Sanroku และนั่งเคเบิลคาร์ลงสถานี Sanjo
Nearest Station: Yahata, Sanjo

 

ชมอาคารย้อนยุคที่ท่าเรือโมจิ

 

ภาพ: gururich-kitaq.com

 

หนึ่งในสถานที่ที่คนญี่ปุ่นโหวตให้เป็นจุดถ่ายรูปที่ปังที่สุดก็คือบริเวณท่าเรือโมจิ (Mojiko Port) หรือบางคนเรียก โมจิโค / โมจิโกะ ในอดีตเป็นจุดทำการค้าและขนส่งระหว่างประเทศที่ใหญ่โตของเกาะคิวชู ทำให้มีอาคารสไตล์ยุโรปโบราณมากมายในละแวกนี้  ในปัจจุบันไม่ได้ใช้เป็นจุดขนสินค้าใดๆ แต่เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปแทบทุกมุม ซึ่งจุดที่ใช้ขึ้นเรือและส่งสินค้าย้ายไปใช้ที่ท่าเรือชินโมจิ (Shin Mojiko Port) แทน

 

ภาพ: t_jetronic

 

อาคารสวยๆ ที่แรกก็คือสถานีโมจิโค (Mojiko Station) ซึ่งเป็นสถานีที่เราต้องแวะ แค่ภายในสถานีก็สวยคลาสสิกมากจนอยากดูนานๆ ไม่อยากรีบเดินออกเลย โดยสถาปัตยกรรมของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานีรถไฟของประเทศอิตาลี

 

ภาพ: nrc.jpn.ph/kyusyu

 

บริเวณรอบๆ สถานีมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์รถไฟคิวชู (Kyushu Railway History Museum), พิพิธภัณฑ์ช่องแคบคัมมง (Kanmonkaikyo Museum), พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีโมจิโค (Orgel Museum Mojiko), วาตาเสะเซโซแกลเลอรี่ (Watase Seizo Gallery), พิพิธภัณฑ์ช่องแคบคัมมงไลฟ์ (Kanmon Strait Live Museum) และห้องของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein Room at Mojiko) ย่านนี้จึงเหมือนสวรรค์ย่อมๆ ของคนที่ชื่นชอบการเสพงานศิลปะและประวัติศาสตร์

 

ภาพ: ZEKKEI Japan

 

ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปกับอาคารสไตล์ยุโรปซึ่งเรียกกันว่าเมืองย้อนยุคแห่งท่าเรือโมจิ (Mojiko Retro Town) ที่เหมือนกับได้ย้อนเวลาไป ณ เมืองท่าของยุโรปสมัยก่อน เรียกได้ว่ามาทริปญี่ปุ่นแต่ก็เหมือนได้แอบแวะไปยุโรปมาด้วย

 

Info
ท่าเรือโมจิ (Mojiko Port)
Address: 3 Chome Kiyotaki, Moji-ku, Kitakyushu-shi, Fukuoka-ken
Operation Hours: เปิด 24 ชั่วโมง
Access: นั่งรถไฟ JR Kagoshima Line จากสถานี Kokura มาที่สถานี Mojiko 280 เยน ใช้เวลาประมาณ 18 นาที
Nearest Station: Mojiko
Website: www.mojiko.info

 

ปราสาทโคคุระ แลนด์มาร์กของคิตะคิวชู

 

ภาพ: Klook

 

เมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นมักจะมีปราสาทเป็นของตัวเอง คิตะคิวชูก็เช่นกัน ปราสาทของที่นี่ชื่อว่าปราสาทโคคุระ (Kokura Castle) ถูกสร้างขึ้นโดยโฮโซกาวะ ทาดาโอกิ (Tadaoki Hosokawa) ในสมัยเซ็งโงกุซึ่งมีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศอย่างรุ่งเรือง ในช่วงเวลาเดียวกันเทศกาลกิอง (Gion Matsuri) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วย

 

ภาพ: gururich-kitaq.com

 

ภายในตัวปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์และจุดชมวิว ส่วนสวนรอบปราสาทมีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ถ้าไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะสามารถชมซากุระที่มีฉากหลังเป็นปราสาทโคคุระได้

 

Info
ปราสาทโคคุระ (Kokura Castle)
Address: 2-1 Jonai, Kokurakita-ku, Kitakyushu-shi, Fukuoka-ken
Operation Hours: เมษายน-ตุลาคม 9:00-18:00 น. พฤศจิกายน-มีนาคม 9:00-17:00 น.
Ticket Price: ผู้ใหญ่ 300 เยน นักเรียนมัธยม 150 เยน นักเรียนประถม 100 เยน
Access: เดินจากสถานี Nishi-Kokura 10 นาที
Nearest Station: Nishi-Kokura
Website: www.kokura-castle.jp

 

ควรหาที่พักแถวไหน

 

ภาพ: ja.wikipedia.org

 

ถ้าเป็นเรื่องที่พัก เราขอแนะนำย่านโคคุระ (Kokura) เพราะมีสถานีโคคุระ (Kokura Station) ที่มีรถไฟชินคันเซ็นผ่าน รวมถึงเป็นจุดเปลี่ยนรถไฟ JR และ Monorail ทำให้เดินทางไปไหนต่อไหนได้สะดวกที่สุดในคิตะคิวชู ในขณะเดียวกันค่าที่พักต่อคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น บริเวณโดยรอบยังรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารมากมาย ต่อให้กลับมาห้องพักหลังจากเที่ยวชมธรรมชาติมาทั้งวันก็ยังสามารถเดินเล่น ชิม ช็อปต่อได้ง่ายๆ

 

อาหารพื้นเมืองของคิตะคิวชู

 

ภาพ: otobusu

 

แนะนำกันไปหลายหัวข้อแล้ว จะขาดของกินก็คงจะไม่ได้ โดยเฉพาะอาหารพื้นเมืองที่นำเอาเสน่ห์ของความเป็นคิตะคิวชูมาประยุกต์จนเกิดเป็นเมนูสร้างสรรค์อย่าง แกงกะหรี่โมจิโคยากิ (Mojiko Yaki Curry) ข้าวราดแกงกะหรี่อบชีสเยิ้มๆ ท็อปด้วยกุ้งตัวโตๆ สไตล์ตะวันตกซึ่งสะท้อนความเจริญทางการค้าขายกับต่างชาติที่ท่าเรือโมจิในอดีต

 

ภาพ: gohara.hateblo.jp

 

นอกจากนี้ที่คิตะคิวชูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดฟุกุโอกะ รวมถึงอยู่ติดกับตัวเมืองฟุกุโอกะซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของอุด้ง อุด้งของที่นี่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น โกโบเทนอุด้ง (Goboten Udon) ซึ่งเป็นอุด้งท็อปด้วยเทมปุระรากไม้ มีรสชาติอ่อนๆ หอมกลิ่นรากไม้ หรือจะเป็น โคคุระยากิอุด้ง (Kokura Yaki Udon) ที่ดูเผินๆ คล้ายกับยากิโซบะ แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าใช้อุด้งเส้นแห้งเป็นจุดเด่น

 

วิธีไปคิตะคิวชู

 

คิตะคิวชูเป็นเมืองขนาดใหญ่จึงมีทั้งสนามบิน ท่าเรือ สถานีรถไฟชินคันเซ็นครบ เราจึงสามารถใช้ยานพาหนะได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงเลือกเส้นทางให้เหมาะสมตามทริปที่เตรียมไว้ได้อย่างสะดวก

 

ภาพ: keyaki

 

ถ้าเลือกนั่งเครื่องบินจะมาสิ้นสุดที่สนามบินคิตะคิวชู (Kitakyushu Airport) สามารถบินจากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) จากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือจากสนามบินนาโกย่า (Nagoya Airport) จากเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที (ระวังสับสนสนามบินนาโกย่ากับสนามบินนาโกย่าชูบุเซ็นแทรร์)

 

ภาพ: busbus.exblog.jp

 

ถ้าเลือกนั่งรถบัสด่วนจะมาสิ้นสุดที่หน้าสถานีโคคุระ (Kokura Station) เส้นทางที่รวดเร็วที่สุดคือนั่งจากสนามบินฟุกุโอกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือนั่งจากตัวเมืองฟุกุโอกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถนั่งจากเมืองใหญ่ของแต่ละจังหวัดมาที่สถานีโคคุระได้เช่นกัน เช่น โตเกียว ใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง 20 นาที เกียวโต ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากเกาะชิโกกุอย่างเมืองมัตสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง

 

ภาพ: Twitter @Sriel122O

 

ถ้าเลือกนั่งเรือจะมาสิ้นสุดที่ท่าเรือชินโมจิ (Shin Mochiko Port) สามารถเรือโอเชี่ยนโทคิวเฟอร์รี่ (Ocean Tokyu Ferry) จากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 33 ชั่วโมง 10 นาที จากโทคุชิมะใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง 20 นาที ฯลฯ

 

ภาพ: walldream

 

ถ้าเลือกนั่งรถไฟชินคันเซ็นจะมาสิ้นสุดที่หน้าสถานีโคคุระ (Kokura Station) สามารถนั่งโนโซมิ (Nozomi) จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 50 นาที จากสถานีชินโอซาก้า (Shin Osaka Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที หรือนั่งซากุระ (Sakura) จากสถานีฮากาตะ (Hakata Station) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากสถานีคุมาโมโตะ (Kumamoto Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ถ้าเลือกนั่งแท็กซี่ สามารถนั่งจากสนามบินฟุกุโอกะในราคา 23,680 เยน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ