ใครที่เคยมาอาซากุสะ คงจะคุ้นหูกันมาบ้างกับย่านคุระมะเอะ (Kuramae) ที่อยู่ห่างออกไปแค่สถานีรถไฟเดียว หรือใช้เวลาเดินเพียงแค่ 5 นาที ย่านคุระมะเอะมีชื่อเสียงเรื่องเป็นที่ตั้งของโรงแรมจำนวนมากสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในย่านอาซากุสะ ในอดีตย่านคุระมะเอะเคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตการค้าที่เจริญรุ่งเรือง จึงมีทั้งโรงงาน ร้านค้า บริษัทขนาดเล็ก และโกดังเก็บของ ก่อนจะค่อยๆ ซบเซาลง กลายเป็นแหล่งชุมชนเงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจนอกจากจะมาพักที่โรงแรมเท่านั้น ไม่กี่ปีหลังมานี้ เริ่มมีเหล่าดีไซเนอร์ ครีเอเตอร์ และนักธุรกิจรุ่นใหม่มาเปิดคาเฟ่ ร้านอาหาร สตูดิโอ โฮสเทล และร้าน zakka หน้าตาร่วมสมัย อีกทั้งยังมีคอนเซปต์แปลกใหม่น่าสนใจกระจายตัวอยู่รอบๆ ย่านคุระมะเอะและบริเวณใกล้เคียง ทำให้ย่านแห่งนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือเบื้องหลังดีไซน์สมัยใหม่และคนหนุ่มสาวที่หันกลับมาลงหลักปักฐานในย่านนี้ คือตำนานที่ยังมีชีวิตของช่างฝีมือและบริษัทขนาดเล็กที่แม้จะเคยเงียบเหงาลงแต่ก็ยังเปิดตัวอยู่อย่างเงียบสงบในที่แห่งนี้ จนเกิดเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนสองยุคที่กำลังจะพลิกโฉมหน้าของคุระมะเอะและอาซากุสะ ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบใหม่เชิงสร้างสรรค์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่นักเดินทางจากทั่วโลก

.

ASAKUSA STORY EP.03 |
สุดยอดร้าน Zakka
น่าจับตามองในย่านคุระมะเอะ

ร้าน Zakka ในย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมีภาพลักษณ์แตกต่างออกไปจากร้าน Zakka เล็กๆ น่ารักๆ อย่างในย่านคิชิโจจิ (Kichijoji) ที่เราเคยแนะนำ แต่สินค้าก็ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความใส่ใจของคนญี่ปุ่น ก่อนจะพาไปปิดท้ายด้วยโฮสเทลเล็กๆ ที่เป็นเหมือนบ้านดินแสนอบอุ่นท่ามกลางเมืองใหญ่อันเหน็บหนาว

.

SALVIA

Make good old things new

แบรนด์เสื้อผ้าที่ควบคุมการผลิตเองทั้งหมดตั้งแต่การทอผ้า ออกแบบลาย และการตัดเย็บ ภายใต้หลักการ “Make good old things new” ด้วยการผสมผสานดีไซน์สมัยใหม่เข้ากับเทคนิคการทอผ้าแบบดั้งเดิม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสวยงามและทนทาน ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี ค.ศ. 2000 โดยทำงานร่วมกับช่างฝีมือและบริษัทเล็กๆในญี่ปุ่น ซึ่งทุกวันนี้เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น ถุงเท้าของที่นี่จะถูกผลิตขึ้นในเมืองนีงะตะ (Niigata) ซึ่งมีโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตถุงเท้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ ลวดลายสวยงามทันสมัยถูกทอขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษโดยใช้เส้นใยสองชนิด ทำให้ยืดหยุ่นแม้ไม่ใช้ยางยืด แต่กระชับพอดีเท้าอย่างยิ่ง

เจ้าของแบรนด์แซลเวีย (Salvia) ผู้รับหน้าที่ดีไซเนอร์ประจำบริษัทด้วยนั้น เรียนจบด้านสิ่งทอมาจากประเทศสวีเดน ทำให้ลวดลายสินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยแพตเทิร์นของธรรมชาติ ดอกไม้ และเรขาคณิต ที่มีกลิ่นอายสแกน-ดิเนเวียภายใต้รูปลักษณ์แบบญี่ปุ่น ด้วยความใส่ใจขนาดนี้ทำให้เธอตัดสินใจไม่วางขายสินค้าในห้างใหญ่ๆ เลย แต่กลับเลือกวางในร้าน zakka เล็กๆ ที่ได้รับความใส่ใจจากเจ้าของเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลสินค้าอย่างครบถ้วนเมื่อไปเลือกซื้อ เช่น ร้านเคโตะ (Keito) ที่สถานีอาซากุสะ-บะชิ (Asakusa-bashi Station) และร้านเทะงะมิชะ (Tegamisha) สถานีชิบะซะกิ (Shibasaki Station)

ในปี ค.ศ. 2011 แบรนด์แซลเวีย เปิดตัวสตูดิโอในย่านคุระมะเอะ ในอาคารเก่าๆ ติดกับแม่น้ำซุมิดะ (Sumida) ด้วยแนวคิดที่ว่าย่านคุระมะเอะคล้ายกับฝั่งตะวันออกของนครลอนดอนหรือนครนิวยอร์ก เป็นย่านตึกเก่าที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจอะไรนัก แต่ย่านคุระมะเอะเป็นที่ตั้งของโรงงานเล็กๆ มีทั้งช่างฝีมือ ตลาดขายของเกี่ยวกับงานแฮนด์คราฟต์ และมีครีเอเตอร์กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ จึงอยากสร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาใหม่ร่วมกัน โดยสตูดิโอของแซลเวียจะเปิดให้เข้าชมและซื้อสินค้าเพียงเดือนละ 1 วันเท่านั้น คือวันเสาร์แรกของทุกเดือน

www.salvia.jp


เข็มกลัดผ้า ปักลายด้วยแพตเทิร์นที่ผสมผสานทั้งความเป็นญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียเข้าไว้ด้วยกัน ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 เยน

SUNNY CLOUNDY RAINY

Everyday moods can change like the weather

ร้าน zakka ที่รวมสุดยอดเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้หญิงไว้ในที่เดียว โดยเน้นสินค้าตามชื่อร้านหมายถึงอารมณ์ของผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวันเหมือนภูมิอากาศ เสื้อผ้าที่ถูกคัดเลือกมายังร้านนี้จึงมีรายละเอียดแบบผู้หญิงที่ใส่ใจในจุดต่างๆแม้กระทั่งจุดเล็กๆ เรียกได้ว่า เป็นเสื้อผ้าที่ปกต้องดี กระดุมต้องสวย เนื้อผ้าเยี่ยม ดีไซน์ล้ำ งานหนังประณีต จับแล้วต้องมีกรี๊ดกันบ้าง (กรี๊ดแบบโดนใจนะคะ ไม่ใช่กรี๊ดเพราะเจ็บ)

ร้านนี้เพิ่งเปิดเมื่อปี ค.ศ. 2015 คัดเลือกเสื้อผ้ามาจากหลายๆ แบรนด์ของญี่ปุ่น อาจมีสินค้าจากต่างประเทศบ้าง แต่ก็น้อยมาก มีสินค้าที่ผลิตเองอย่างน้ำมันหอมระเหยแต่งกลิ่นให้เข้ากับวันที่แดดจัด วันที่มีเมฆมาก และวันที่ฝนตกตามคอนเซปต์ร้าน และยังมีใบชากลิ่นเฉพาะของร้านที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพอากาศเช่นเดียวกัน เจ้าของร้านจะคอยแนะนำสินค้าแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง ถึงที่มาและดีไซน์พิเศษตามจุดต่างๆ ทำให้ร้านนี้เป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านญี่ปุ่นที่ตั้งใจเดินทางมาซื้อสินค้าโดยเฉพาะ

sunnycloudyrainy.com

KAKIMORI

Re-evaluate the importance of writing

ร้านนี้ต้องเป็นร้านในดวงใจสำหรับคนชอบขีดๆ เขียนๆ แน่นอน เพราะมีปากกาคุณภาพดีจากหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นมาตรฐานไปจนถึงรุ่นหายาก เช่น ยี่ห้อ Pilot, Lamy, Pelikan, Rotring เป็นต้น โดยเน้นปากกาที่ใช้งานได้ดีจริงๆ ไม่ใช่แค่ความสวยงามหรือเป็นเครื่องบอกฐานะเท่านั้น เจ้าของร้านสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับปากกาแต่ละชนิดสำหรับแต่ละการใช้งานได้โดยเฉพาะ เช่น แนะนำว่าปากกาส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่ 1,000-35,000 เยน ซึ่งเป็นราคาตามคุณภาพ หากแพงกว่า 35,000 เยนขึ้นไป เป็นเรื่องของดีไซน์และแบรนด์มากกว่า เพราะคุณภาพในการเขียนแทบไม่ต่างกันเลย และหากเลือกซื้อปากกาคอแร้งสักด้าม เจ้าของร้านก็สามารถสอนวิธีใช้และการเติมหมึกที่ถูกต้องให้ดูได้อีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ที่นี่มีน้ำหมึกที่เราสามารถผสมสีเองได้เพื่อให้ได้สีเฉพาะของตัวเอง และยังเป็นหมึกกันน้ำอีกด้วย

คุระมะเอะเป็นย่านที่มีการผลิตกระดาษและสมุดมาตั้งแต่สมัยก่อน ร้านคะกิโมะริ (Kakimori) จึงมีสมุด DIY ที่เราสามารถเลือกกระดาษ หน้าปก สัน และกระดุมได้เอง ใช้เวลาในการเข้าเล่มประมาณ 20 นาที โดยอุปกรณ์ที่ใช้ทำสมุดทั้งหมด ทั้งกระดาษ ปกหนัง และกระดุม จะใช้ช่างฝีมือท้องถิ่นเป็นคนผลิต ซึ่งต้องทำงานร่วมกับช่างฝีมือถึง 15-20 คน กว่าจะได้อุปกรณ์ที่มีหน้าตาสวยงามทันสมัย และมีคุณภาพ บริเวณหน้าร้านเป็นกระจกใสที่มองเข้ามาเห็นพนักงานในร้านกำลังเข้าเล่มสมุดอยู่ ดูเหมือนสตูดิโอของช่างฝีมือจริงๆ ยิ่งทำให้ร้านนี้โดดเด่นมากขึ้น

www.kakimori.com

     

     

TOE TO KNEE

Nice shoes from good leather

ร้านเครื่องหนังที่มีชื่อเสียงมาจากรองเท้าสลิปเปอร์สุดคูล ดีไซน์สวย ดูเรียบง่าย แต่ผ่านการคิดมาอย่างลึกซึ้งตามแบบฉบับญี่ปุ่น เย็บขึ้นจากหนังแผ่นเดียวที่ออกแบบรูปทรงเฉพาะไว้ทำให้เวลาสวมกระชับเท้าได้ดีเยี่ยม แต่ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่สลิปเปอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรองเท้าทรงอื่นๆ อย่าง Blucher และ Short Boots อีกด้วย

จุดเด่นเรื่องรองเท้าของร้านนี้มาจากเจ้าของร้านผู้เคยเป็น Shoes Fitter หรือคนแนะนำเรื่องรองเท้า สามารถวัดเท้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อเลือกรองเท้าคู่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้า ก่อนเริ่มผลิตสินค้าของตัวเองเพื่อทำรองเท้าที่ดีจริงๆ สำหรับทุกคน และเปิดบริษัทในปี ค.ศ. 2012

นอกจากความรู้ด้านรองเท้าแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้คือเลือกใช้หนังจากประเทศบังกลาเทศ และใช้เทคนิคการฟอกฝาด (vegetable tanning) เท่านั้น บวกกับดีไซน์ขี้เล่นที่คาดไม่ถึงแต่สินค้ากลับออกมาฟังก์ชันสุดๆ ทำให้สินค้าประเภทอื่นอย่างกระเป๋าและเครื่องใช้อื่นๆ ก็ดูน่ารักน่าใช้ไม่แพ้กัน

www.toe-to-knee.com

RETROMETRO BACKPACKERS

Let’s travel like living

โฮสเทลแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ อันเงียบสงบ ไม่ห่างจากวัดเซ็นโซจิ (Sensoji) เท่าไรนัก แสงไฟที่ลอดบานกระจกขนาดใหญ่ออกมาท่ามกลางบรรยากาศสลัวๆ ของยามเย็นทำให้ที่นี่โดดเด่นขึ้นมาและมองหาง่าย พอเลื่อนบานกระจกเข้าไปก็จะพบกับ common area ปูพื้นด้วยไม้และล้อมรอบด้วยกำแพงดิน เสมือนว่าเรากำลังอยู่ในบ้านดินอันอบอุ่น พนักงานจะคอยต้อนรับ บอกตำแหน่งเตียงและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เป็นอย่างดี

พอเปิดประตูด้านหลังเข้าไปเป็นพื้นที่ของห้องครัวและห้องน้ำ ด้านในนี้ต้องถอดรองเท้าเดินผ่านบันไดเล็กๆ ขึ้นชั้นสองก็จะเจอห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง แยกสำหรับผู้หญิงและห้องนอนรวม พื้นที่ส่วนใหญ่และเตียงทำจากไม้จึงมีบรรยากาศเหมือนบ้านหลังเล็กๆ มากกว่าจะเป็นโฮสเทลกลางเมืองใหญ่

เจ้าของเริ่มต้นเปิดที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 2012 หลังอิ่มตัวจากการทำงานในบริษัททัวร์ยุโรปที่พาคนญี่ปุ่นออกไปเยือนประเทศอื่นๆ จึงรู้สึกอยากหันมาทำธุรกิจที่คอยต้อนรับผู้คนจากประเทศต่างๆ มาประเทศญี่ปุ่นบ้าง โดยตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับนักเดินทางที่มายังอาซากุสะ

ใน common area จะมีสมุดสแครปบุ๊ก (scrapbook) เล่มหนึ่งวางไว้ ภายในรวบรวมคาเฟ่และร้านอาหารต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เป็นร้านที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นจริงๆ ฉันลองไปคาเฟ่แห่งหนึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อชิมอาหารเช้าตามคำแนะนำในสมุดเล่มนั้น แล้วฉันก็พบว่ามันเป็นคาเฟ่ที่วิเศษมากจริงๆ ฉันจึงเข้าใจว่า ความใส่ใจของเจ้าของเรโทรเมโทร แบ็กแพ็กเกอร์ (Retrometro Backpackers) ไม่ได้หยุดอยู่แค่เตียงนอนหรือห้องอาบน้ำ แต่รวมไปถึงชุมชนรอบๆ ด้วย ส่วนใครอยากรู้ว่าเป็นคาเฟ่ไหน ฉันจะไม่บอกในนี้หรอก ต้องลองมาพักที่นี่แล้วเปิดดูในสแครปบุ๊กเอาเองนะ

ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เยน/คน/คืน

www.retrometrobackpackers.com

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ