เคยตั้งใจไปที่ที่นึงเพียงเพราะอยากขึ้นรถไฟไหม?

Yufuin No Mori รถไฟสายท่องเที่ยวชื่อดังของภูมิภาคคิวชู ผลงานการออกแบบของอาจารย์เอจิ มิโตะโอกะนักออกแบบรถไฟชื่อดังของญี่ปุ่น โดยวิ่งจากสถานีฮากาตะ (Hakata Station) จังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) สิ้นสุดที่สถานีเบบปุ (Beppu Station) จังหวัดโออิตะ (Oita) (บางขบวน) ซึ่งจะผ่านหมู่บ้านชื่อดังอย่างยุฟุอิน (Yufuin) จึงเป็นที่มาของชื่อรถไฟที่มีความหมายว่า “ผืนป่าของยุฟุอิน” ความโด่งดังของรถไฟสายท่องเที่ยวขบวนนี้ ดึงดูดให้เราต้องเสียสละ 1 วันเพื่อที่จะต้องนั่งรถไฟสายนี้ให้ได้!

 

 

วันแรกที่แลนดิ้งถึงฟุกุโอกะ ยังไม่ทันได้เช็คอินเราก็ลากกระเป๋าเดินทางและถือ JR North Kyushu Pass พร้อมโพยที่จดมาจากบ้านมุ่งตรงไปยังสถานีฮากะตะ เพื่อไปจองรถไฟสายท่องเที่ยวต่างๆ ทันทีที่ถึงเคาเตอร์จองตั๋วก็เจอกับเจ้าหน้าที่สาวสวยยืนรอให้ข้อมูล เราส่งกระดาษโน้ตไปให้เธอ และเธอก็ส่งกระดาษใบนั้นกลับมาพร้อมกาไว้ให้ว่าขบวนไหนยังสามารถจองได้บ้าง #ให้คุกกี้ทำนายกัน

จาก 3 ขบวน จองได้ 2 โชคยังดีที่จอง Yufuin No Mori ได้ทั้งขาไปและกลับ หลังจากมีตั๋วรถไฟอยู่ในมือก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “ห้ามตกรถไฟเป็นอันขาด!” อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่เราจะวืดไม่ได้! แล้วเราก็นับวันรอ…

 

ทำไมต้องตื่นเต้นกับรถไฟขนาดนี้?

 

เราเป็นคนชอบนั่งรถไฟ เราชอบความกว้างขวาง ชอบวิวระหว่างทาง นั่งแล้วสบายใจไม่ต้องปวดหัวกับการจราจรบนท้องถนน ก่อนมาที่นี่ระหว่างหาข้อมูลเที่ยวนั้น ทำให้เราได้รู้จักกับรถไฟคิวชูและอาจารย์เอจิ มิโตะโอกะ ผู้เนรมิตรถไฟเจอาร์คิวชูให้มีเสน่ห์น่าตามติ่งเป็นที่สุด และจากคำบอกเล่าในหนังสือเรื่อง “ทางรถไฟสายดาวตก” ของคุณทรงกลด บางยี่ขัน ที่พูดถึงที่มาที่ไปของรถไฟคิวชู ทำให้เรากระหายที่อยากจะมาสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง…

 

Yufuin No Mori

แล้วก็ถึงวันที่รถไฟขบวนสีเขียวนี้เข้าสู่ชานชาลา

 

 

เราตั้งต้นจากสถานีฮากาตะ มุ่งหน้าสู่สถานียุฟุอิน (Yufuin Station) เมืองเล็กๆ จุดหมายปลายทางของเรา เมื่อได้ขึ้นไปบนรถไฟเราก็เริ่มออกเดินสำรวจ ภายในรถไฟใช้วัสดุส่วนใหญ่เป็นไม้และตกแต่งเป็นโทนสีเขียวสบายตาเหมือนอยู่ในผืนป่า สอดคล้องกับวิวสองข้างทางที่เขียวขจีจนดูเพลินละสายตาไม่ได้ ไม่กล้าหลับกลัวพลาดวิวสวยๆ

 

 

ขบวนรถไฟขาไปว่าสวยแล้ว… ขบวนขากลับที่จองไว้ทำให้เราไม่อยากลงจากรถไฟเลย เพราะมีสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาให้สวยอบอุ่น กว้างขวาง สามารถชมวิวสองข้างทางได้จากหน้าต่างบานใหญ่เบิ้ม ถ้าใครไปกันสี่คนสามารถจองที่นั่งแบบมีโต๊ะหันหน้าเข้าหากันได้

 

 

ตลอดทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกกันตลอดทางทั้งถ่ายรูปให้ เดินแจกลูกอม เข็นรถขนมมาขาย สามารถซื้อเค้กโรลเจ้าดังจากยุฟุอิน B-Speak ได้บนรถไฟถ้าไม่หมดซะก่อน และมีโซนเคาน์เตอร์ขายของที่ระลึกและขนม (ขอบอกว่าเข็มกลัดน่ารักมากกก) และสามารถมาปั๊มตราประทับรถไฟเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ที่นี่อีกด้วย

 

 

ความน่ารักของรถไฟขบวนนี้นอกเหนือจากการตกแต่งที่สวยงาม วิวสองข้างทางอันน่าประทับใจ ผู้คนบนรถไฟก็น่ารักไม่แพ้กัน เหล่าพนักงานต้อนรับบนรถไฟเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของรถไฟสายท่องเที่ยว ความยิ้มแย้ม ความอัธยาศัยดี ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย กล้าพูดคุย แซวเล่นกันไปมา สัมผัสได้ถึงความใส่ใจ ความน่ารักของพวกเขาทำให้เราอดไม่ได้ ต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เผื่อเกิดคิดถึงช่วงเวลาตอนนั้นๆ

 

 

ตลอดระยะเวลาเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง เป็นการนั่งรถไฟที่ไม่น่าเบื่อเลยถ่ายรูปเพลินมาก ช่วงขากลับนั้นพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี เราใช้เวลาไปกับการซึมซับบรรยากาศในรถไฟ พระอาทิตย์ ผืนป่า มันคือความลงตัวที่ยากจะหาได้ที่ไหน ทำให้เสน่ห์ของรถไฟคิวชู ไม่ได้มีแค่รถไฟสวยๆ วิวระหว่างทางก็สวยไม่แพ้กัน และรถไฟก็ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสารนั่งไปกลับเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความทรงจำในการเดินทางที่ดีและน่าจดจำ เราคิดว่าอาจารย์เอจิ มิโตะโอกะผู้ออกแบบรถไฟขบวนนี้ก็คงอยากให้เป็นแบบนั้น

และแค่ขึ้นรถไฟก็เหมือนได้เที่ยวแล้วก็ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง : )

 

 

ตอนนี้ใครที่อยากนั่งรถไฟสายท่องเที่ยวของคิวชูไม่ต้องใช้คุกกี้เสี่ยงทายกัน เพราะสามารถจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ได้แล้ว แพลนเที่ยวสบายไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยใจ แต่ละขบวนของ Yufuin No Mori จะมีการตกแต่งไม่เหมือนกันแนะนำว่าถ้าอยากได้แบบฟูลออฟชั่นต้องนั่งขบวนหมายเลข 3 และ 4

ข้อมูลเพิ่มเติม
เว็บไซต์: http://www.jrkyushu.co.jp
จองตั๋วออนไลน์: https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve

 

Yufuin Village

ความจิ๋วแต่แจ๋วมีอยู่จริง

 

 

รถไฟขบวนพิเศษได้นำพาเราถึงหน้าประตูหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา เพียงแค่ก้าวออกจากสถานีรถไฟก็สามารถสัมผัสได้ถึงความน่ารักของที่นี่แล้ว

 

 

Yufuin หมู่บ้านเล็กๆ ที่ใครมาคิวชูต้องแวะมาเยี่ยมเยือน วัดได้จากจำนวนทัวร์ที่มาลงและนักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับรถไฟสายพิเศษนี้ แน่นอนว่าจำนวนร้านค้าไม่ว่าจะเป็น ร้านขนม คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก จึงมีมากตามจำนวนนักท่องเที่ยวไปด้วย แถมยังแข่งกันตกแต่งร้านได้น่ารักสุดๆ เอาเป็นว่าถ่ายรูปกันตั้งแต่ต้นทางยันท้ายหมู่บ้าน มีรูปโปรไฟล์เปลี่ยนได้ทั้งปี เพราะแต่ละร้านนั้นดาเมจรุนแรงสุดๆ ถ่ายได้ทุกมุม ใครใจไม่แข็งพอ รับรองว่าเสียทรัพย์แน่ๆ 

 

 

จากสถานียุฟุอิน (Yufuin Station) เราสามารถเดินถึงทะเลสาบ Kinrin โดยเดินมาเรื่อยๆ ผ่านย่านร้านค้าจนสุดทาง หรือเดินจากสถานีรถไฟตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกไฟแดงแรกให้เลี้ยวขวาก็สามารถเดินชมวิวแม่น้ำ Oitagawa ไปจนถึงทะเลสาบ Kinrin ได้อีกทางหนึ่งเหมือนกัน ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ตามสะดวกเลยว่าจะช็อปปิ้งหรือชมธรรมชาติ ซึ่งเราเลือกอย่างหลัง วันอากาศดีๆ แบบนี้ได้เดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ก็เพลินๆ ดี

 

แกลเลอรีริมทะเลสาบ
แม่น้ำ Oitagawa

 

ในย่านร้านค้าถนนคนเดินนั้นจะมี Yufuin Floral Village เป็นเวิ้งเล็กๆ ที่มีร้านขายของที่ระลึกกระจุกกระจิก งานอาร์ต งานแฮนด์เมด ที่ตกแต่งได้น่ารักสุดๆ ถ้าใครชอบของแนวมุ้งมิ้งต้องมีของติดไม้ติดมือกับมาแน่นอน

 

Yufuin Floral Village
Yufuin Floral Village

 

นอกเหนือจากย่านร้านค้าต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่พักตากอากาศที่น่านอนเล่นแช่ออนเซ็นเป็นที่สุด มีเรียวกังน่าพักจำนวนมากกระจายตัวอยู่รอบหมู่บ้าน หากใครพอมีเวลาลองมาค้างคืนนอนเล่นสักคืนที่นี่ก็น่าจะชิล หรือถ้าไม่มีเวลาจะเที่ยวไปเช้าเย็นกลับแบบเราก็ได้ ไม่เหนื่อยเท่าไหร่

 

 

ส่วนด้านของกินนั้นเมืองนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร มีเค้กโรลร้าน B speak ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เสียดายที่เราไม่ได้ลอง เพราะจะไปซื้อที่ร้านก็หมดไปซะก่อน พอจะไปซื้อบนรถไฟก็หมดอีก เลยได้แต่สะเทือนใจ ใครที่มีโอกาสไปฝากชิมแทนด้วยนะคะ T_T นอกจากนี้ระหว่างทางในยุฟุอินมีร้านขนมและไอศกรีมกระจายตัวอยู่ทุกซอกซอย ตระเวนกินกันไม่ไหว ต้องกำเงินไปเท่าไหร่ถึงจะพอกันนะ

 

ร้านซอฟท์ครีมชาเขียวที่ต้องลอง

 

จากรถไฟสู่หมู่บ้านยุฟุอินทำให้เราใช้หนึ่งวันไปอย่างคุ้มค่าคุ้มเวลา เป็นอีกเส้นทาง 1 Day Trip ที่ควรมีไว้ในลิสต์เมื่อเป็นเยือนคิวชู ตอบโจทย์ชีวิตดีดีที่ลงตัว…จริงๆ นะ #ของดีเราต้องบอกต่อ

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ