รถไฟ เป็นยานพาหนะที่มีมาอย่างยาวนานหลายยุคสมัย แต่ทุกวันนี้รถไฟไม่ใช่เพียงแค่ “ยานพาหนะ” อีกต่อไป อย่างที่ญี่ปุ่นก็มีรถไฟแบบใหม่ที่เรียกว่า จอยฟูลเทรน (Joyful Train) หรือ รถไฟหรรษา ชื่ออาจจะดูเด็กๆ แต่ก็เป็นรถไฟที่เติมเต็มประสบการณ์และอรรถรสใหม่ๆ ในการนั่งรถไฟเพื่อท่องเที่ยวสถานที่เด็ดๆ ในญี่ปุ่น

Joyful Train แต่ละขบวนมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป ภายนอกและภายในประดับด้วยของตกแต่งต่างๆ ออกมาเป็นบรรยากาศที่ไม่จำเจ ที่นั่งมีทั้งแบบหันหน้าเข้าหาหน้าต่างเพื่อชมวิว จะนั่งซบไหล่แฟนก็ได้ หรือปรับเบาะหันหน้าเข้าหากันเพื่อเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ก็ดีเหมือนกัน แน่นอนว่าของกินที่มีบริการในตู้โดยสารก็เข้ากับธีมของ Joyful Train แต่ละขบวนด้วย

ขอแนะนำรถไฟ Joyful Train 11 แบบที่จะพาเราเที่ยวญี่ปุ่นตะวันออกในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ด้วยการเดินทางง่ายๆ จากโตเกียว (Tokyo)

 

  1. [POKÉMON with YOU Train] รถไฟปิกะจูสุดคาวาอี้

 

โบกี้ Playroom ที่สามารถเล่นกับตุ๊กตาปิกะจูได้
©East Japan Railway Company ©2018 Pokémon. ©1995 – 2018 NintendoCreatures Inc.GAME FREAK inc. ©Pokémon. TM and ® are trademarks of Nintendo.

 

POKÉMON with YOU Train ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ หลังจากต้องประสบกับภัยแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 2011 รวมไปถึงเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโทโฮคุให้คึกคักมากยิ่งขึ้น ล่าสุดเมื่อกรกฎาคม ค.ศ. 2017 ทาง JR East ได้ร่วมมือกับนินเท็นโด (Nintendo) จนเกิดเป็นรถไฟขบวนที่มีสีสันสดใส มาพร้อมกับตัวเอกสุดน่ารักอย่าง “ปิกะจู” (Pikachu) ที่จะทำให้รู้สึกเหมือนว่าได้เดินทางไปพร้อมกับปิกะจูตลอดทริป โดยให้บริการในเส้นทางระหว่างสถานีอิจิโนะเซกิ (Ichinoseki) กับสถานีเคเซ็นนุมะ (Kesennuma) โดยใน 1 วันจะมีเพียงแค่ขาไปและขากลับอย่างละ 1 เที่ยวเท่านั้น หากไม่ใช่ช่วงเทศกาลก็จะวิ่งเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางนี้คือ หุบเขาเกบิเค (Geibikei Gorge) ที่สามารถเดินเท้าจากสถานีเกบิเค (Geibikei) เพียงแค่ 5 นาที

 

ภายในตู้โดยสารที่ตกแต่งด้วยลวดลายของปิกะจู
©East Japan Railway Company ©2018 Pokémon. ©1995 – 2018 NintendoCreatures Inc.GAME FREAK inc. ©Pokémon. TM and ® are trademarks of Nintendo.

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/pokemon.html

 

  1. [FruiTea Fukushima] รถไฟสไตล์คาเฟ่

 

ภายในตู้โดยสาร FruiTea Fukushima ที่มีบาร์และเก้าอี้นั่งสไตล์คาเฟ่
©East Japan Railway Company

 

จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) มีชื่อเสียงด้านผลไม้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล พีช สาลี่ และองุ่น จึงเป็นที่มาของรถไฟ FruiTea Fukushima ภายใต้คอนเซปต์ “คาเฟ่ท่องเที่ยว” โดยเล่นคำว่า Fruit (ผลไม้) รวมกับคำว่า Tea (ชา) ภายในตู้โดยสารออกแบบมาให้มีบรรยากาศแบบผู้ใหญ่ๆ มีพนักงานที่คอยบริการเครื่องดื่มและของหวานน่ารับประทานที่ทำจากผลไม้ที่ปลูกในฟุกุชิมะ ได้กินของดีๆ ไปด้วย ชมวิวไปด้วย พูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวไปด้วย นี่ช่างเป็นเวลาที่แสนวิเศษจริงๆ ถ้าอยากนั่งรถไฟขบวนนี้จะต้องซื้อแพ็กเกจตั๋วพร้อมเครื่องดื่มและของหวาน (ฟรุตทาร์ตหรือเค้ก 2 ชิ้น ต่อคน) ไม่สามารถใช้ JR Pass ได้ รถไฟสุดวิเศษขบวนนี้รอคุณอยู่ที่สายบังเอ็ตสึ (Ban’etsu West Line) โดยจะวิ่งระหว่างสถานีโคริยามะ (Koriyama) กับสถานีไอสุวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu) ในวันเสาร์อาทิตย์ ยกเว้นบางฤดูจะวิ่งวันจันทร์ด้วย

 

เครื่องดื่มและของหวานที่จำหน่ายภายในตู้โดยสารของ FruiTea Fukushima
©East Japan Railway Company

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/fruitea.html

 

  1. [TOHOKU EMOTION] ภัตตาคารสุดหรูเคลื่อนที่ได้

 

ภัตตาคารในโบกี้ที่ 3 มีที่นั่งมองเห็นวิวสวยจนเกินคำบรรยาย
©East Japan Railway Company

 

TOHOKU EMOTION เป็นการผสมผสานระหว่างรถไฟกับภัตตาคารสุดหรู ออกมาเป็นยานพาหนะที่พานักเดินทางเลาะริมชายฝั่งซันริกุ (Sanriku Coast) พร้อมกับรับประทานอาหารท้องถิ่นที่ทำจากวัตถุดิบในโทโฮคุโดยเชฟมากฝีมือ รอบขาไปซึ่งออกจากสถานีฮาจิโนเฮะ (Hachinohe) ไปสถานีคุจิ (Kuji) จะเสิร์ฟแบบคอร์สเมนูกลางวัน 4 อย่างพร้อมเครื่องดื่มไม่อั้น ส่วนขากลับจะเป็นบุฟเฟ่ต์ของหวาน จุดเด่นของรถไฟขบวนนี้จะเป็นรถไฟขนาดสั้น 3 โบกี้ ในโบกี้แรกเป็นที่นั่งพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารแบบห้องส่วนตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มเล็กๆ โบกี้ที่สองเป็น Live Kitchen Space หรือครัวที่ผู้โดยสารสามารถชมเชฟปรุงอาหารได้อย่างใกล้ชิด และโบกี้สุดท้ายเป็นที่โต๊ะอาหารที่หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ถ้าสนใจอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในบรรยากาศหรูเช่นนี้ จะต้องซื้อตั๋วพร้อมแพ็กเกจ ไม่สามารถใช้ JR Pass ได้ โดยจะให้บริการระหว่างวันศุกร์ถึงจันทร์เท่านั้น

 

Live Kitchen Space ในโบกี้ที่ 2
©East Japan Railway Company

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/tohoku.html

 

  1. [SL Ginga] รถจักรไอน้ำสายทางช้างเผือก

 

ด้านนอกรถไฟ SL Ginga ที่ปล่อยควันแบบรถจักรไอน้ำ คล้ายรถไฟในนวนิยายของมิยาซาวะ เคนจิ
©East Japan Railway Company

 

SL Ginga รถไฟสไตล์รถจักรไอน้ำที่ออกแบบและตกแต่งให้เหมือนกับรถไฟในวรรณกรรมเรื่อง “รถไฟสายทางช้างเผือก” ของมิยาซาวะ เคนจิ (Kenji Miyazawa) ให้บริการในเส้นทางระหว่างสถานีฮานะมากิ (Hanamaki) กับสถานีคามาอิชิ (Kamaishi) ในวันเสาร์อาทิตย์ ภายในมีการจำลองฉากและบรรยากาศเหมือนกับรถไฟในยุคของมิยาซาวะ ไม่ว่าจะเป็นไฟตะเกียง บานกระจกสีๆ (สเตนกลาส) มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของโทโฮคุผ่านบานหน้าต่างโบราณราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต นอกจากนี้ภายในตู้โดยสารยังมีจุดจำหน่ายของที่ระลึก ห้องจัดแสดงผลงานของมิยาซาวะ รวมไปถึงท้องฟ้าจำลองอีกด้วย

 

ด้านในรถไฟ SL Ginga ที่มีบรรยากาศคูลๆ แบบเรโทร
©East Japan Railway Company

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/galaxysl.html

 

  1. [GENBI SHINKANSEN] พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก

 

ดีไซน์ด้านนอกของรถไฟ GENBI SHINKANSEN ที่ดูเรียบขรึม
©East Japan Railway Company

 

รถไฟแกลเลอรี่ขบวนนี้มีชื่อว่า GENBI SHINKANSEN ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินและช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่น่าจับตามอง เช่น มัตสึโมโตะ นาโอะ (Nao Matsumoto) อิชิกาวะ นาโอกิ (Naoki Ishikawa) ฯลฯ บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้โดยสารอาจลืมไปเลยว่าอยู่บนรถไฟ นึกว่าอยู่ในพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่จำหน่ายกาแฟสึบาเมะ (Tsubame Coffee) ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อจากสึบาเมะซันโจ (Tsubame-Sanjo) มีโซฟาสบายๆ ให้นั่งในตู้โดยสารแบบไม่กำหนดที่นั่ง

 

 ตู้โดยสารแบบไม่กำหนดที่นั่ง ใครก็สามารถนั่งชมผลงานศิลปะที่นี่ได้
©East Japan Railway Company

 

ส่วนตู้โดยสารแบบสำรองที่นั่งล่วงหน้าจะเป็นแบบโซฟาสีเหลืองสดใส รูปทรงและสีสันเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างบนรถไฟต่างมีสตอรี่ที่ต้องลองไปใช้ใจดู และยังมีความพิเศษตรงที่มีห้องสำหรับเด็ก ทำให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะ” ได้อย่างสนุกสนาน ส่วนผู้ใหญ่ก็สามารถนั่งชมทิวทัศน์อันสวยงามผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ระหว่างสถานีเอ็ตจิโกะ-ยุซาวะ  (Echigo-Yuzawa Station) กับสถานีนีงาตะ (Niigata Station) ได้

 

ตู้โดยสารแบบสำรองที่นั่งล่วงหน้า มีการออกแบบด้วยลวดลายต่างๆ เหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
©East Japan Railway Company

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/genbi.html

 

  1. [Oykot] รถไฟสไตล์บ้านๆ เหมือนอยู่ในบ้านญี่ปุ่น

ภายในรถไฟ Oykot ที่มีพนักงานเป็นคุณป้าในชุดพื้นเมือง
©East Japan Railway Company

 

Oykot รถไฟชื่อแปลกขบวนนี้มีที่มาของชื่อที่น่าสนใจมาก นั่นก็คือ กลับอักษรจากคำว่า Tokyo (t-o-k-y-o เป็น o-y-k-o-t) สื่อถึงรถไฟบ้านๆ ชิลๆ วิ่งในเส้นทางธรรมชาติอันเงียบสงบระหว่างสถานีนากาโน่ (Nagano) กับสถานีโทกามาจิ (Tokamachi) ตรงข้ามกับรถไฟที่อัดแน่นเป็นปลากระป๋องในโตเกียว นักท่องเที่ยวที่นั่งรถไฟขบวนนี้จะได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของความเป็นบ้านคนญี่ปุ่น ขนาดที่นั่งยังเหมือนกับเก้าอี้ในบ้านคุณยาย และมีคุณป้าที่คอยต้อนรับและดูแลเหมือนกับเราเป็นคนในครอบครัว พร้อมเสิร์ฟผักดองที่เรียกว่า โนซาวะนะ (Nozawana) ให้ได้ลองชิมกันอีกด้วย เสมือนว่าเราได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาตั้งแต่ยังอยู่บนรถไฟ

 

รถไฟ Oykot ท่ามกลางหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว
©East Japan Railway Company

 

  1. [Toreiyu Tsubasa] สปาเท้าบนรถไฟ

 

บ่อสปาเท้าภายในตู้โดยสารหมายเลข 16
©East Japan Railway Company

 

ถ้าพูดถึงสปาเท้า คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอยู่บนรถไฟ แต่วันนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วบน Toreiyu Tsubasa ที่วิ่งในเส้นทางระหว่างสถานีฟุกุชิมะ (Fukushima) กับสถานีชินโจ (Shinjo) มีการติดตั้งบ่อสำหรับทำสปาเท้าในตู้โดยสารหมายเลข 16 ซึ่งจะต้องซื้อตั๋วสำหรับทำสปาเท้าเพิ่มที่ JR View Travel ล่วงหน้า จึงจะสามารถใช้บริการได้ แช่เท้าผ่อนคลายความเมื่อยล้าพร้อมชมทิวทัศน์อันสวยงามของญี่ปุ่น นอกจากนี้ดีไซน์ภายในตู้โดยสารยังเป็นสไตล์ญี่ปุ่น มีที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ และมีจุดจำหน่ายเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำผลไม้ ไปจนถึงเครื่องดื่มขึ้นชื่อของยามากาตะ

 

ด้านนอกของรถไฟ Toreiyu Tsubasa
©East Japan Railway Company

 

  1. [Resort Shirakami] ชมวิวชายฝั่งทะเลแบบชิลๆ

 

รถไฟ Resort Shirakami [Buna] ที่เลาะเลียบชายฝั่งทะเลของชิราคามิซันจิ
©East Japan Railway Company

Resort Shirakami เรียกได้ว่าเป็นรถไฟขบวนหนึ่งที่จะพาผู้โดยสารชมธรรมชาติที่สวยงามระดับโลก ธรรมชาติที่ว่านั้นก็คือ ชิราคามิซันจิ (Shirakami Sanchi) เทือกเขาที่ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  มองออกไปจากหน้าต่างฝั่งหนึ่งก็จะเห็นต้นไม้และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มองจากอีกฝั่งหนึ่งก็จะเห็นชายฝั่งทะเลที่สวยจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ใครเตรียมกล้องไปก็อาจจะต้องหยิบขึ้นมาถ่ายวิวจนแบตหมด

 

ภายในตู้โดยสารของ Resort Shirakami [Buna] ที่มีสีสันสดใส ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
©East Japan Railway Company

ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1997 จากนั้นก็ครองใจนักท่องเที่ยวมาโดยตลอดในฐานะรถไฟที่มีที่นั่งสบาย หน้าต่างชมวิวบานใหญ่ บรรยากาศผ่อนคลาย อีกทั้งมีโชว์ต่างๆ เช่น โชว์หุ่นกระบอก โชว์เล่านิทาน โชว์เล่นชามิเซ็น ฯลฯ มีดีไซน์ทั้งหมด 3 แบบ คือ บุนะ (Buna) อาโออิเคะ (Aoike) และคุมาเกระ (Kumagera) วิ่งในสายโกโน (Gono Line) ระหว่างสถานีอาโอโมริ (Aomori) กับสถานีอาคิตะ (Akita) โดยใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวเพราะมีเบนโตะที่น่ารับประทานจำหน่ายอยู่บนรถไฟด้วย ปกติจะให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม) นั้นจะให้บริการทุกวัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/shirakami.html

 

  1. [Resort Minori] ตะลอนชมใบไม้เปลี่ยนสี

 

รถไฟ Resort Minori ที่กลมกลืนไปกับใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
©East Japan Railway Company

 

คำว่า “มิโนริ” จากชื่อรถไฟ Resort Minori หมายถึง “การออกดอกออกผล” หรือ “ผลสัมฤทธิ์” สะท้อนถึงการปลูกพืชผลทางการเกษตรที่เจริญงอกงาม และความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งออนเซ็นและใบไม้เปลี่ยนสี รถไฟขบวนนี้ให้บริการในเส้นทางระหว่างสถานีเซ็นได (Sendai) กับชินโจ (Shinjo) ซึ่งมีสถานที่น่าเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นจำนวนมาก และจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยเฉพาะบริเวณสถานีนารุโกะออนเซ็น (Naruko Onsen) ที่สามารถเดินเท้า 30 นาที ไปที่หุบเขานารุโกะซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีส้มแดง ลักษณะเด่นของรถไฟขบวนนี้คือเป็นรถไฟขบวนสั้นๆ เพียง 2-3 โบกี้ ดีไซน์สีสันกลมกลืนกับใบไม้เปลี่ยนสี วิ่งอยู่บนรางแคบๆ ต่างจากตู้โดยสารที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด

 

รถไฟ Resort Minori ที่กำลังวิ่งผ่านท้องนาในจังหวัดยามากาตะ
©East Japan Railway Company

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/minori.html

 

  1. [HIGH RAIL 1375] ชมกลุ่มดาวจากจุดที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

รถไฟ HIGH RAIL 1375 ที่แล่นผ่านธรรมชาติในฤดูใบไม้ร่วง
©East Japan Railway Company

 

ตัวเลข 1375 ที่อยู่ในชื่อรถไฟ HIGH RAIL 1375 เป็นใครก็ต้องสงสัยว่ามันคือเลขอะไรกันแน่ ที่จริงแล้วก็คือความสูงจากระดับน้ำทะเล (เมตร) นั่นเอง มีใครเดาถูกไหม? ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น รถไฟขบวนนี้จะให้บริการระหว่างสถานีโคบุจิซาวะ (Kobuchizawa) กับสถานีโคโมโระ (Komoro) ถ้าขึ้นรอบเย็นจะจอดที่สถานีโนเบยามะ (Nobeyama) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินไปดูดาวที่โนเบยามะ จุดที่ว่ากันว่าดูกลุ่มดาวท่ามกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืนได้สวยงามเหมือนภาพในความฝัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องวัดดวงว่าอากาศจะเป็นใจแค่ไหน ถึงขึ้นรถไฟรอบกลางวันก็ไม่ใช่ว่าจะพลาดโอกาสดีๆ เพราะยังมองเห็นสุดยอดวิวที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ จากที่นั่งที่หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง แค่นั้นยังไม่พอ ที่ท้ายขบวนยังมีห้องดูดาวที่มีมุมรวมหนังสือเกี่ยวกับดาราศาสตร์อีกด้วย สิ่งที่ต้องระวังก็คือรถไฟนี้มีตู้รถไฟแค่ 2 ตู้เท่านั้น ที่นั่งจึงมีไม่มาก เราจึงต้องรีบจองแต่เนิ่นๆ

 

ห้องดูดาวภายในรถไฟ HIGH RAIL 1375
©East Japan Railway Company

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/highrail1375.html

 

  1. [Koshino Shu*Kura] รถไฟสไตล์บาร์ไม้สุดชิล

โบกี้ Event Venue ซึ่งจะมีนักดนตรีมาบรรเลงดนตรีให้ฟัง
©East Japan Railway Company

 

สายชิลมาทางนี้ ขอแนะนำ Koshino Shu*Kura หนึ่งในรถไฟ Joyful Train ที่ให้บริการในเส้นทางระหว่างสถานีโจเอ็ตสึเมียวโค (Joetsumyoko) กับสถานีโทกามาจิ (Tokamachi) สายอียามะ (Iiyama Line) ในจังหวัดนีงาตะ  โดยคอนเซปต์ของรถไฟขบวนนี้คือการนำเสนอ เครื่องดื่มขึ้นชื่อของนีงาตะในบรรยากาศเรียบๆ ชิลๆ ภายในตู้โดยสารมีจุดจำหน่ายของดีของนีงาตะ รวมไปถึงขนมน่ากินที่ทำจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น และมีการแสดงดนตรีแนวแจ๊สและคลาสสิกเข้ากับบรรยากาศภายในตู้โดยสารที่เน้นใช้วัสดุที่ทำจากไม้ รถไฟขบวนนี้จะให้บริการในช่วงสุดสัปดาห์ ศุกร์เสาร์และอาทิตย์เท่านั้น

©East Japan Railway Company

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/joyful/shukura.html

 


สะดวกอะไรขนาดนี้! โรงแรม 3-4 ดาวของ JR East Group อยู่ติดสถานีรถไฟ

 

โรมแรม Metropolitan Hotel Akita อยู่ติดกับสถานีอาคิตะ
©metro-akita.jp

ถ้ากำลังมองหาที่พักในญี่ปุ่นใกล้ๆ สถานีรถไฟใหญ่ๆ เดินทางไปไหนต่อไหนสะดวก เราขอแนะนำ 2 โรงแรมในเครือของ JR East Group ได้แก่ Metropolitan Hotel (4 ดาว) กับ Hotel Mets (3 ดาว) ซึ่งอยู่ติดกับสถานีใหญ่ของเมืองต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นฝั่งตะวันออก สามารถเดินจากสถานีไปถึงที่โรงแรมเพียงไม่กี่ก้าว บางสถานีมีทางเดินเชื่อมเข้าโรงแรมโดยตรงจากในสถานีเลย เมื่อเราพักใกล้สถานี จะเดินทางไปไหนก็สะดวก คุมเวลาได้อย่างไม่ต้องเร่งรีบ เหลือเวลาไปช็อป กิน ถ่ายรูป ฯลฯ   ยิ่งถ้ามีผู้สูงอายุร่วมทริปด้วย นี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

สามารถจองห้องพักหรือตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับสาขาต่างๆ ของโรงแรมได้ที่นี่
Metropolitan Hotel (http://www.jre-hotels.jp/e/metro/index.html)
Hotel Mets (http://www.jre-hotels.jp/e/mets/index.html)

 

ภายในห้องพักของ Metropolitan Hotel Akita
©metro-akita.jp

 

นั่ง Joyful Train ฟรีหมด แค่พก JR East Pass หรือ JR Pass

ไม่น่าเชื่อว่า Joyful Train ข้างบนที่กล่าวมาจะสามารถใช้บริการได้ฟรีๆ แค่มี JR East Pass หรือ JR Pass ยกเว้นแค่ Tohoku Emotion กับ FruiTea Fukushima ที่ต้องซื้อแบบแพ็กเกจเท่านั้น

Joyful Train ทุกรูปแบบจำเป็นต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า (ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม) และตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา ถ้าเราซื้อ JR East Pass หรือ JR Pass จะสามารถจองที่นั่งได้ล่วงหน้าก่อนไปไม่เกิน 1 เดือน ผ่านทางเว็บไซต์

ซึ่งเราไม่ต้องรอไปแลกพาสที่ญี่ปุ่นแล้วค่อยจอง เพราะสามารถจองที่นั่งได้ตั้งแต่ยังอยู่ที่ไทย ช่างเป็นอะไรที่สะดวกขั้นสุด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาลหรือช่วงฤดูใบไม้ร่วง

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มสนใจอยากจะซื้อแพ็กเกจ Joyful Train พร้อมมื้ออาหารแล้วละก็ สามารถติดต่อได้ง่ายๆ กับ Wendy Tour หรือหากอยากได้พาสต่างๆ เช่น JR East Pass สามารถติดต่อเพื่อสั่งซื้อได้ที่ Wendy Tour, H.I.S และ JTB ตามรายละเอียดด้านล่าง

Wendy Tour (โทร.02-214-1763)

H.I.S (โทร.02-022-0933)

JTB (โทร.02-344-4688/ 02-344-4600)

วิธีจอง Joyful Train ล่วงหน้า

หลังจากซื้อ JR East Pass แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Tohoku Area หรือ Nagano-Niigata Area เราสามารถจองรถไฟ Joyful Train ล่วงหน้าได้ก่อนเดินทาง 3 วัน ถึง 1 เดือน สิ่งที่ต้องระวังก็คือวันเวลาที่ Joyful Train ให้บริการ เพราะส่วนใหญ่จะให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น สามารถตรวจสอบวันที่และเวลาให้บริการของ Joyful Train ทั้งหมดได้ที่ Joyful Train Timetables 2018

หลังจากเช็ควันเวลาแล้ว เราสามารถเริ่มทำการจอง Joyful Train ได้โดยคลิกที่นี่

เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบหน้าต่างดังรูป ให้คลิกที่ปุ่มพาสแบบเดียวกับที่เราซื้อ เช่น JR East Pass Tohoku Area หรือ JR East Pass Nagano-Niigata Area

 

 

จากนั้นกดปุ่ม SEARCH ROUTES ที่มุมล่างขวา

 

 

จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาให้เราเลือกข้อมูลต่างๆ ได้แก่

  1. เลือกสายรถไฟ (ในรูปเลือก Resort Shirakami)
  2. เลือกสถานีต้นทาง (ในรูปเลือก Akita)
  3. เลือกสถานีปลายทาง (ในรูปเลือก Hirosaki)
  4. เลือกวันที่ใช้บริการ (ในรูปเลือก 1 ตุลาคม 2018)
  5. เลือกเวลาที่รถออก (ในรูปเลือก 10:51 น.)

จากนั้นกดปุ่ม SELECT TRAIN ในกรณีที่กดปุ่ม SELECT TRAIN ไปแล้ว แต่ขึ้น ERROR หรือไม่พบรถไฟใดๆ อาจเป็นเพราะวันที่ที่เลือกนานกว่าวันที่เข้าเว็บไซต์เกิน 1 เดือน หรือกรอกรายละเอียดไม่ถูกต้อง เช่น เลือกในช่วงเวลาที่รถไฟนั้นๆ ไม่ให้บริการ ฯลฯ ให้กลับไปดูวันเวลาที่ Joyful Train แต่ละแบบให้บริการอีกครั้ง

 

 

จะปรากฏหน้าต่างสรุปรายละเอียดรถไฟตามช่วงเวลาเราเลือกและมีขบวนต่างๆ ปรากฏให้เราเลือก ถ้ามีสัญลักษณ์วงกลม หมายถึง ยังมีที่ว่างอีกเยอะ ถ้ามีสัญลักษณ์สามเหลี่ยม หมายถึง มีที่นั่งเหลือน้อยแล้ว และถ้าเป็นกากบาท หมายถึง เต็มแล้ว ให้กดชื่อรถไฟที่ขึ้นเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน (ในรูปตัวอย่าง เลือกขบวน Resort-Shirakami 3 ซึ่งเหลือที่นั่งไม่มาก)

 

 

จะปรากฏหน้าจอให้เลือกจุดรับตั๋ว (ในตัวอย่างเลือกเป็นสนามบินนาริตะ เทอมินอล 1) และต้องใส่วันที่จะไปรับด้วย (ในตัวอย่างเลือกวันที่ 30 กันยายน 2018) เมื่อเลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม NEXT

 

 

จะปรากฏหน้าต่างให้ใส่จำนวนผู้โดยสาร ช่องผู้ใหญ่และเด็ก (ตัวอย่างเลือกผู้ใหญ่ 2 คน) ถัดมาเป็นส่วนประเภทของที่นั่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกได้เพียง Ordinary Car (รถไฟธรรมดา) เพียงอย่างเดียว หากปรากฏตัวเลือก Green Car (รถไฟพิเศษ) จะต้องเสียเงินเพิ่ม ถัดมาจะเป็นที่นั่งแบบห้ามสูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกได้แค่ที่นั่งห้ามสูบบุหรี่ ถัดมาเป็นตำแหน่งที่นั่ง ริมหน้าต่าง ริมทางเดิน หรือ แบบใดก็ได้ (ตัวอย่างเลือกแบบใดก็ได้) และตัวเลือกสุดท้ายถามว่า ยินดีให้แยกที่นั่งหรือไม่ (ตัวอย่างเลือก “ไม่”) จากนั้นกดปุ่ม NEXT

 

 

จากนั้นให้เลือกใส่เครื่องหมายถูกในช่องสี่เหลี่ยมทุกข้อ มิเช่นนั้นจะกดปุ่ม NEXT ไม่ได้

 

 

ลำดับถัดมาให้กดสมัครสมาชิกใหม่ (จะต้องมีบัตรเครดิตตามที่เว็บไซต์รองรับ) กรอกรายละเอียดอื่นๆ ให้ครบ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถจอง Joyful Train อย่างสบายใจ ซึ่งหลังยืนยันข้อมูลครบถ้วน ระบบจะคอนเฟิร์มว่าเราจองสำเร็จหรือไม่ทันที ไม่ต้องรอลุ้นวัดดวง

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ