JR East Pass {Nagano-Niigata Area}

คราวที่แล้วเราพาทุกคนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุด้วยพาส JR East Pass Tohoku Area กันไปแล้ว คราวนี้เราจะเขยิบลงมาอีกนิด ไป 2 จังหวัดใกล้โตเกียวที่มีแหล่งท่องเที่ยวดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากๆ คือ นากาโน่ (Nagano) กับ นีงาตะ (Niigata) เดินทางง่าย สบายและรวดเร็วด้วย JR East Pass Nagano Niigata Area!

จังหวัดนากาโน่ ตั้งอยู่ในที่ราบสูงที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,132 เมตร เป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุด 9 แห่งจาก 12 แห่งในญี่ปุ่น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมที่นี่ถึงมีทั้งรีสอร์ทและออนเซ็นมากมายมากเป็นอันดับ 1 จาก 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็มีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามจำนวนมาก ที่สำคัญยังมีอาหารที่หารับประทานได้เฉพาะฤดูใบไม้ร่วงให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

จังหวัดนีงาตะ อยู่ติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นเป็นแนวยาว ผู้คนจับปลาได้เป็นจำนวนมากจึงนิยมทำการประมง นอกจากนี้จากการที่หิมะตกหนักและมีน้ำที่ใสสะอาด ทำให้ที่นีงาตะปลูกข้าวและผลิตสาเกคุณภาพดีได้เป็นจำนวนมาก

ในฤดูใบไม้ร่วง จังหวัดทั้ง 2 จะถูกปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีทั่วพื้นที่ เราจึงอยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ดูไม้ใบเปลี่ยนสีได้สวยที่สุด สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ไปจนถึงอาหารจานเด็ดในนากาโน่และนีงาตะ เพื่อให้คุณได้เปิดประสบการณ์อันล้ำค่าและคุ้มค่าที่สุดในทริปนี้

 

 

เมืองนากาโน่ (Nagano City)

 

ด้านหน้าสถานีนากาโน่
ด้านหน้าสถานีนากาโน่ (Nagano Station) ที่มาภาพ: wikimedia.org

 

เมืองนากาโน่ ชื่อเรียกของศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจในตอนเหนือของจังหวัดนากาโน่  สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียว ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบสูงและเนินเขา จึงไม่มีเส้นทางรถไฟไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ แต่ก็สามารถนั่งรถบัสได้ (ไม่สามารถใช้พาสได้) หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกที่สุดก็คือ เช่ารถขับ

 

เช่ารถขับเที่ยวเองง่ายๆ ด้วย JR Rent-A-Car

 

สำนักงาน JR Rent-A-Car
สำนักงาน JR Rent-A-Car

JR Rent-A-Car เป็นสำนักงานที่ให้บริการเช่ารถยนต์ซึ่งอยู่ที่สถานี JR ใหญ่ๆ ทั่วญี่ปุ่น ดูแลโดย JR Group  มีรถยนต์หลากหลายราคาและรูปแบบที่แมตช์กับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทุกคันติดตั้ง GPS ที่รองรับภาษาอังกฤษ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา ถ้ามี JR East Pass สามารถใส่โค้ด JEPDCT ในเว็บไซต์เพื่อรับส่วนลด 10% ในการเช่ารถได้อีกด้วย

สามารถสำรองรถเช่าล่วงหน้าได้ที่นี่

 

ฮาคุบะ (Hakuba)

 

ทิวทัศน์แบบซันดันโคโยที่ฮาคุบะ จังหวัดนากาโน่
ทิวทัศน์แบบซันดันโคโยที่ฮาคุบะ จังหวัดนากาโน่ © Akio Kobori (East Japan Railway Company)

 

ขับรถหรือนั่งรถบัสมาทางทิศตะวันตกจากสถานีนากาโน่ (Nagano Station) ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็จะพบกับฮาคุบะ ผู้คนรู้จักที่นี่ในฐานะแหล่งรวมสกีรีสอร์ทในฤดูหนาว แต่ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่นี่ก็มีใบไม้เปลี่ยนสีหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ชม ถ้าโชคดีมาประจวบเหมาะกับวันที่หิมะเริ่มตก จะมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ซันดันโคโย (3段紅葉) ซึ่งหมายถึง สีของภูเขาและป่าที่เห็นเป็น 3 สีพร้อมกัน ได้แก่ สีขาวจากหิมะ สีเหลืองแดงจากใบไม้เปลี่ยนสี และสีเขียวจากใบไม้ที่ไม่เปลี่ยนสี

 

โทกาคุชิ (Togakushi)

 

บึงคากามิ (บึงกระจก) ที่สะท้อนความสวยงามในฤดูใบไม้ร่วงของโทกาคุชิ © Akio Kobori (East Japan Railway Company)

 

คราวนี้จะพาไปชมบึงที่มีน้ำใสสะท้อนทิวทัศน์เหมือนกระจกชื่อว่า บึงคากามิ (Kagamiike Pond) อยู่ในหมู่บ้านโทกาคุชิ สามารถขับรถหรือนั่งรถบัสมาจากสถานีนากาโน่ประมาณ 40 นาที บริเวณใกล้เคียงยังมีศาลเจ้าโทกาคุชิ (Togakushi Jinja Shrine) และทางเดินที่มีต้นสนซีดาร์สูงตระหง่านเรียงอยู่สองข้างทาง ใบไม้เปลี่ยนสีแถบนี้จะสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

 

ชิกะโคเกน (Shiga Kogen)

 

ทะเลสาบโอนุมะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในชิกะโคเกน
ทะเลสาบโอนุมะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในชิกะโคเกน ที่มาภาพ: i.ytimg.com

 

ชิกะโคเกน เป็นเขตภูเขาที่ผู้คนนิยมมาเล่นสกีในฤดูหนาว แต่ช่วงกลางตุลาคมก่อนหิมะจะตก ที่นี่ก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากๆ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบโอนุมะ (Onumaike Pond) เพราะน้ำนิ่งจนเห็นสีเหลืองแดงของใบไม้สะท้อนเป็นกระจกบานใหญ่ สามารถขับรถหรือนั่งรถบัสจากสถานีนากาโน่ประมาณ 1 ชั่วโมง

 

น้ำตกนาเอนะ (Naena Falls)

 

น้ำตกนาเอนะในฤดูใบไม้ร่วงที่สามารถยืนชมวิวบนสะพานได้อย่างใกล้ชิด
น้ำตกนาเอนะในฤดูใบไม้ร่วงที่สามารถยืนชมวิวบนสะพานได้อย่างใกล้ชิด ที่มาภาพ: Japan National Tourism Organisation

 

ถ้าเบื่อการชมบึงน้ำแล้ว ละแวกเดียวกันนี้ยังมีน้ำตกที่สวยติดท็อป 100 ของญี่ปุ่นให้ได้ชื่นชมกัน ที่นี่ก็คือน้ำตกนาเอนะ (Naena Falls) ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนความสวยงามไปทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนตุลาคม เราจะเห็นใบไม้หลากหลายสี ได้กลิ่นต้นไม้ใบหญ้าและไอเย็นจากน้ำตกจนรู้สึกฟินไปเลยทีเดียว การไปที่นี่จะต้องขับรถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจากหน้าสถานีนากาโน่

 

เมนูเด็ดของเมืองนากาโน่

 

ชินชูโซบะ อาหารที่ว่ากันว่าช่วยให้ชาวเมืองนากาโน่อายุยืน
ชินชูโซบะ อาหารที่ว่ากันว่าช่วยให้ชาวจังหวัดนากาโน่อายุยืน ที่มาภาพ: nagono-tabi.net

 

จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าชาวจังหวัดนากาโน่มีอายุยืนมากที่สุดในญี่ปุ่น สาเหตุหนึ่งว่ากันว่ามาจากอาหารการกิน เน้นการกินอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ชินชูโซบะ (Shinshu Soba) เมนูเส้นที่ทำจากต้นโซบะของนากาโน่ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกโซบะชั้นเลิศของญี่ปุ่น เห็ด (Kinoko) วัตถุดิบที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ของขึ้นชื่อของนากาโน่ นอกจากนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นโดยใช้วิธีการหมักหรือดอง เช่น นัตโตะ (Natto) และผักดอง (Tsukemono) ซึ่งล้วนแต่ดีต่อสุขภาพ

 

ผักดองของนากาโน่ที่จัดเรียงบนจานให้ดูน่าทาน
ผักดองของนากาโน่ที่จัดเรียงบนจานให้ดูน่าทาน ที่มาภาพ: honobono.co.jp

 

Hotel Metropolitan Nagano โรงแรมหรูอยู่ติดสถานี

ห้องพักของโรงแรม Hotel Metropolitan Nagano
ห้องพักของโรงแรม Hotel Metropolitan Nagano ที่มาภาพ: Hotel Metropolitan Nagano

 

ถ้ากำลังมองหาโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานีนากาโน่ ขอแนะนำโรงแรม Hotel Metropolitan Nagano โรงแรมหรูระดับ 4 ดาวในเครือของ JR East Group ซึ่งอยู่ติดกับสถานีนากาโน่ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ทำให้เดินทางไปไหนต่อก็สะดวก ยิ่งถ้าใครพาผู้สูงอายุมาด้วย ที่นี่เหมาะมากที่สุด ภายในโรงแรมยังมีบาร์ คาเฟ่ และภัตตาคารหรูที่มีบรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด

 

ด้านนอกของโรงแรม Hotel Metropolitan Nagano อยู่ติดกับสถานีนากาโน่
ด้านนอกของโรงแรม Hotel Metropolitan Nagano อยู่ติดกับสถานีนากาโน่ ที่มาภาพ: go-nagano.net

จองห้องพักได้ที่นี่

 

Joyful Train รถไฟมหาสนุก

 

ด้านนอกของรถไฟ Joyful Train Oykot ที่วิ่งผ่านทุ่งหิมะจากนากาโน่ไปโทกามาจิ
ด้านนอกของรถไฟ Joyful Train Oykot ที่วิ่งผ่านทุ่งหิมะจากนากาโน่ไปโทกามาจิ ©East Japan Railway Company

 

ที่ญี่ปุ่นยังมีรถไฟอีกแบบหนึ่งที่เราอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชื่อกันเท่าไร นั่นก็คือ Joyful Train ถ้าดูจากชื่อคงคิดว่าเป็นรถไฟในสวนสนุกหรือรถไฟเด็กเล่นแน่ๆ แต่แท้จริงแล้ว Joyful Train วิ่งอยู่บนรางเดียวกับรถไฟ JR ทั่วไปเลย สิ่งที่ Joyful Train แตกต่างจากรถไฟอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือดีไซน์ บางขบวนมีการร่วมมือกับบริษัทการ์ตูนและใช้ตัวละครเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เส้นทางส่วนใหญ่ก็จะไม่เน้นวิ่งลัดทำเวลาให้เร็ว แต่จะเน้นให้ผู้โดยสารได้ชมทิวทัศน์ของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด อย่างเช่น Joyful Train Oykot ที่ให้บริการระหว่างนากาโน่กับโทกามาจิ (Tokamachi) การนั่ง Joyful Train จึงเป็นการเพิ่มอรรถรสในการเดินทางให้ไม่น่าเบื่อจำเจ

 

ด้านในของรถไฟ Joyful Train Oykot มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และมีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดคอสตูมเข้ากับดีไซน์ขบวนรถ
ด้านในของรถไฟ Joyful Train Oykot มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และมีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดคอสตูมเข้ากับดีไซน์ขบวนรถ ©East Japan Railway Company

 

 

เมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto City)

 

สถานีมัตสึโมโตะ จุดเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ
สถานีมัตสึโมโตะ จุดเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ ที่มาภาพ: city.matsumoto.nagano.jp

 

มัตสึโมโตะ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของจังหวัดนากาโน่ เป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม มีลักษณะเป็นเมืองเก่ารอบปราสาทมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นเหมือนประตูบานแรกของนักท่องเที่ยวก่อนเดินทางสู่เส้นทางทาเทยาม่า คุโรเบะ อัลไพน์ (Tateyama Kurobe Alpine Route) สามารถเดินทางจากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) โดยรถไฟด่วน Azusa/Super Azusa ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

 

คามิโคจิ (Kamikochi)

 

วิวที่มองจากสะพานคัปปาบาชิที่มองเห็นแม่น้ำ ใบไม้เปลี่ยนสีและภูเขา ©Carissa Loh (East Japan Railway Company)

 

ถ้าพูดถึงเส้นทางเดินเขาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดังๆ ในญี่ปุ่น ชื่อของ คามิโคจิ ก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้น ที่นี่เป็นหุบเขาที่อยู่ทางตอนเหนือของเจแปนแอลป์ (Japan Alps) และอยู่ในอุทยานชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) ได้รับการอนุรักษ์ให้มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จุดถ่ายรูปยอดนิยมอยู่ที่บริเวณสะพานคัปปาบาชิ (Kappabashi Bridge) ที่ทอดยาวเหนือแม่น้ำอาซึสะ (Azusa River) และบึงไทโช (Taishoike Pond) สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยที่สุดในช่วงต้นเดือนตุลาคม

 

ฟาร์มวาซาบิไดโอ (Daio Wasabi Farm)

 

กิจกรรมล่องเรือบนคลองน้ำใสในอาซุมิโนะ ที่มาภาพ: unique-nagano.com

 

ฟาร์มวาซาบิไดโอ เป็นฟาร์มปลูกวาซาบิขนาดใหญ่ของหมู่บ้านอาซุมิโนะ (Azumino) มีคลองใสสะอาดเกิดจากหิมะของเจแปนแอลป์ที่ละลายไหลผ่านลงมา ทำให้วาซาบิที่ปลูกมีคุณภาพยอดเยี่ยม ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมล่องเรือชมความใสสะอาดของน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้น้ำที่เห็นแล้วต้องตกตะลึง นอกจากนี้ยังมีของหวานน่าลองอย่างซอฟท์ครีมวาซาบิ ไปจนถึงของฝากแปลกๆ อย่างช็อกโกแลตรสวาซาบิ น้ำสลัดวาซาบิ ฯลฯ

 

ซอฟท์ครีมรสวาซาบิที่มีขายที่ฟาร์มวาซาบิไดโอ ที่มาภาพ: walking-hakuba.net

 

ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle)

 

ปราสาทมัตสึโมโตะในฤดูใบไม้ร่วง ที่มาภาพ: i.ytimg.com

 

ปราสาทมัตสึโมโตะ เปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของเมืองมัตสึโมโตะ รู้จักกันในนาม “ปราสาทอีกา” มีอายุเก่าแก่แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก จะสวยเป็นพิเศษในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่มีใบไม้เปลี่ยนสี เนื่องจากเดินทางสะดวกจากโตเกียว ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ที่หอชมวิวชั้น 6 จะมองเห็นเจแปนแอลป์ด้วย

 

เมนูเด็ดของเมืองมัตสึโมโตะ

 

เนื้อม้าดิบ อาหารชื่อดังของมัตสึโมโตะ
เนื้อม้าดิบ อาหารชื่อดังของมัตสึโมโตะ ที่มาภาพ: snapdish.co

 

นอกจากขึ้นชื่อเรื่องน้ำใสสะอาดแล้ว มัตสึโมโตะยังมีอาหารขึ้นชื่อที่คนไทยเห็นอาจจะสะดุ้งเล็กน้อยนั่นก็คือ เนื้อม้าดิบ (Basashi) ถ้าเห็นของจริงโดยไม่รู้มาก่อนว่าคืออะไร ก็คงเดาไม่ถูกแน่นอนว่าเป็นเนื้อของม้า และที่สำคัญมักจะกินกันดิบๆ ด้วย แต่ถ้ากินไม่ลงจริงๆ ก็ยังมีทางเลือกเป็นสเต็กเนื้อม้าซึ่งก็ยังนิยมกินแบบไม่สุกมาก

 

เมืองคารุอิซาวะ (Karuizawa City)

 

สถานีคารุอิซาวะที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกถึงเมืองแห่งการพักตากอากาศ
สถานีคารุอิซาวะที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกถึงเมืองแห่งการพักตากอากาศ ที่มาภาพ: wadaphoto.jp

 

อีกเมืองที่น่าไปก็คือ คารุอิซาวะ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ คนญี่ปุ่นมักเลือกที่นี่เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน นอกจากนี้ยังมีสถานที่แสดงผลงานศิลปะไปจนถึงเอาท์เล็ตและย่านช็อปปิ้งเด็ดๆ อย่าง พรินซ์ช็อปปิ้งพลาซ่า (Prince Shopping Plaza) กินซ่าโดริ (Ginza-dori) เรียกได้ว่ามีองค์ประกอบครบของความเป็นเมืองท่องเที่ยว สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อถึงที่สถานีคารุอิซาวะ (Karuizawa Station) ก็สามารถเดิน เช่าจักรยาน หรือนั่งรถบัสเที่ยวได้ง่ายๆ

 

สระคุโมบะ (Kumobaike Pond)

 

บรรยากาศของใบไม้แดงเหนือสระคุโมบะ
บรรยากาศของใบไม้แดงเหนือสระคุโมบะ ที่มาภาพ: amandatramag.files.wordpress.com

 

ถ้าไปที่คารุอิซาว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคม ขอแนะนำให้ไปที่สระน้ำแห่งหนึ่งที่มีใบไม้แดงเยอะและสวยมากๆ จนเป็นที่รู้กันว่าต้องมาเพื่อดูแมกไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด นั่นก็คือ สระคุโมบะ มีชื่อเล่นว่า สวอนเลค (Swan Lake)

 

คุซัทสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen)

 

บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง ไซโนะคาวาระออนเซ็นในย่านคุซัทสึออนเซ็น
บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง ไซโนะคาวาระออนเซ็นในย่านคุซัทสึออนเซ็น ที่มาภาพ: onsennews.com

 

ขึ้นเหนือจากเมืองคารุอิซาวะมาเล็กน้อย เราจะสามารถข้ามมาที่จังหวัดกุมมะ (Gumma) ได้ ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนระดับท็อปของญี่ปุ่นที่ชื่อ คุซัทสึออนเซ็น ขอแนะนำบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบเอาท์ดอร์ที่เหมาะแก่การนอนแช่ชมใบไม้เปลี่ยนสี ชื่อว่า บ่อไซโนะคาวาระ (Sainokawara Rotenburo) เป็นบ่อที่ใหญ่มากจนไม่ต้องกังวลว่าคนจะแน่นจนอึดอัด แยกฝั่งชายหญิงเป็นสัดส่วน นอกจากบรรยากาศดี ออนเซ็นที่นี่ยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคนานาชนิด เรียกได้ว่าเหมือนได้มาขจัดความเหนื่อยล้าและยังบำบัดความเจ็บป่วยอีกด้วย

 

Joyful Train: HIGH RAIL 1375

 

Joyful Train HIGH RAIL 1375 ขบวนสีฟ้าที่โดดเด่นท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
Joyful Train HIGH RAIL 1375 ขบวนสีฟ้โดดเด่นท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ©East Japan Railway Company

 

ที่สถานีคารุอิซาว่า นั่งรถไฟชินคันเซ็นไปที่สถานีซากุไดระ (Sakudaira Station) ประมาณ 8 นาที เมื่อถึงแล้วสามารถเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ Joyful Train HIGH RAIL 1375 ที่มุ่งหน้าไปที่สถานีโคบุจิซาวะ (Kobuchizawa Station) จุดเด่นของรถไฟขบวนนี้คือวิ่งในเส้นทางขึ้นๆ ลงๆ เนินเขา ผ่านพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมาก ด้านในจึงดีไซน์ออกมาเป็นแนวอวกาศ และมีชั้นหนังสือเกี่ยวกับดาราศาสตร์มากมาย ที่สำคัญสามารถใช้ JR East Pass Nagano Niigata Area เพื่อขึ้นฟรีได้อีกด้วย

 

ห้อง The High Rail Gallery ภายใน Joyful Train HIGH RAIL 1375
ห้อง The High Rail Gallery ภายใน Joyful Train HIGH RAIL 1375 ©East Japan Railway Company

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

นีงาตะ (Niigata)

 

ทิวทัศน์ของเทือกเขาในฤดูใบไม้ร่วงที่จังหวัดนีงาตะ
ทิวทัศน์ของเทือกเขาในฤดูใบไม้ร่วงที่จังหวัดนีงาตะ ที่มาภาพ: cdn.4travel.jp

 

ขยับจากจังหวัดนากาโน่ขึ้นมาทางเหนืออีกหน่อย ก็จะพบกับจังหวัดนีงาตะ แหล่งปลูกข้าวสุดยอดคุณภาพในญี่ปุ่น เดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็นประมาณ 2 ชั่วโมง นอกจากพื้นที่สูงและเทือกเขาแล้ว ที่นี่ยังมีชายฝั่งติดทะเลเป็นแนวยาว อุดมไปด้วยอาหารทะเล วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ไม่ควรพลาด

 

เกอิชาแห่งฟุรุมาจิ (Furumachi Geigi/Geisha)

 

 เกอิกิ หรือ เกอิชา นางรำญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก
เกอิกิ หรือ เกอิชา นางรำญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่มาภาพ: niigata-cci.or.jp

 

ย่านฟุรุมาจิในนีงาตะ เป็นจุดชมนางรำญี่ปุ่นที่รู้จักกันในนาม เกอิกิ หรือ เกอิชา นับเป็นศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาตั้งสมัยเอโดะ แต่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน ที่นี่ยังคงอนุรักษ์เกอิชาไว้เป็นสมบัติของเมือง และถ่ายทอดศิลปะผ่านการร่ายรำ ขับร้อง และดีดซอสามสายที่เรียกว่า ชามิเซ็น ให้นักท่องเที่ยวชมอย่างเพลิดเพลิน

 

เมนูเด็ดของนีงาตะ

 

ซูชิของจังหวัดนีงาตะที่โดดเด่นในเรื่องความสดใหม่และหลากหลาย
ซูชิของจังหวัดนีงาตะที่โดดเด่นในเรื่องความสดใหม่และหลากหลาย ที่มาภาพ: livedoor.blogimg.jp

 

อย่างที่บอกไปแล้วว่านีงาตะมีชายฝั่งทะเลเป็นแนวยาว การประมงจึงเฟื่องฟูมาก มีการจับปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้มากมายหลายชนิด ทำให้ซูชิของนีงาตะถูกเรียกว่า คิวามิซูชิ (Kiwami Sushi) หรือสุดยอดซูชิ เวลาเสิร์ฟมักจะมา 10 คำ 10 ชนิดไม่ซ้ำกัน (ไม่นับไข่หวาน) และมีการจัดเรียงบนจานที่สวยงามประดุจงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ด้านบนเป็นอาหารทะเลสดๆ จากทะเลของนีงาตะ ด้านล่างเป็นข้าวสุดยอดคุณภาพ แบบนี้จะให้ไม่เรียกว่าสุดยอดซูชิก็คงจะไม่ได้แล้ว

 

Hotel METS Niigata โรงแรมรวมที่สุดของความสะดวก

 

โรงแรม Hotel METS Niigata อยู่ติดกับสถานีนีงาตะ
โรงแรม Hotel METS Niigata อยู่ติดกับสถานีนีงาตะ ที่มาภาพ: booking.com

 

ที่สถานีนีงาตะ (Niigata Station) ใจกลางตัวเมืองของจังหวัดนีงาตะ มีโรงแรม 3 ดาวสุดสะดวกที่อยู่ติดกับตัวสถานี เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง ที่นี่ก็คือโรงแรม Hotel METS Niigata เป็นโรงแรมในเครือของ JR East Group ซึ่งมักจะอยู่ติดกับสถานีใหญ่ๆ ในหลายๆ เมืองทั่วญี่ปุ่น การันตีคุณภาพและความสะดวกสบายของห้องพัก ภายในมีภัตตาคารและร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงอีกด้วย

 

ด้านในห้องพักของโรงแรม Hotel METS Niigata
ด้านในห้องพักของโรงแรม Hotel METS Niigata ที่มาภาพ: img-ikyu.com

สามารถจองห้องพักได้ที่นี่

 

หุบเขาเมเปิ้ลยาฮิโกะพาร์ค (Yahiko Park Maple Valley)

 

จุดถ่ายรูปยอดฮิตของยาฮิโกะพาร์ค ที่มีภาพ: cdn.zekkei-japan.jp

 

ห่างจากตัวเมืองมาหน่อยประมาณ 1 ชั่วโมง มาที่เมืองยาฮิโกะ (Yahiko) บริเวณใจกลางเมืองมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยจนต้องรีบหยิบกล้องมาถ่ายรัวๆ นั่นก็คือ หุบเขาเมเปิ้ลยาฮิโกะพาร์ค ที่นี่มีต้นเมเปิ้ลเยอะ ทำให้ถ่ายรูปวิวได้สีสดมาก จุดถ่ายรูปยอดฮิตก็คือจุดที่มองเห็นสะพานแดงหรือยืนถ่ายจากบนสะพานแดงให้เห็นใบส้มแดงอย่างใกล้ชิด

 

ภูเขาทานิงาวะดาเคะ (Mount Tanigawadake)

 

กระเช้าที่ภูเขาทานิงาวะดาเคะ
กระเช้าที่ภูเขาทานิงาวะดาเคะ ที่มาภาพ: japantimeline.jp

 

ก่อนกลับโตเกียว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ยังไม่ได้ทำ นั่นก็คือนั่งกระเช้าชมภูเขาที่กลายเป็นสีส้มเหลืองทุกทิศทาง ภูเขาทานิงาวะดาเคะ คือคำตอบที่ตามหา ที่นี่มีเส้นทางนั่งกระเช้ายาวๆ ชมทิวทัศน์สุดเลอค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้ ค่าโดยสารผู้ใหญ่คนละ 1,230 เยน เด็กคนละ 620 เยน ต่อเที่ยว ถือเป็นการปิดฉากทริปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างงดงามมากที่สุด

 

Joyful Train GENBI SHINKANSEN

 

ดีไซน์ด้านนอกของ Joyful Train GENBI SHINKANSEN
ดีไซน์ด้านนอกของ Joyful Train GENBI SHINKANSEN ©East Japan Railway Company

 

Joyful Train GENBI SHINKANSEN เป็นรถไฟสุดแนวที่คนรักงานศิลปะต้องหลงใหล ภายในมีการดีไซน์ให้เหมือนห้องแสดงผลงานศิลปะของศิลปินญี่ปุ่น ภายในขบวนต่างๆ สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้และเปลี่ยนที่นั่งได้ตามใจชอบ แต่ละขบวนดีมีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงมีคาเฟ่เก๋ๆ ที่เสิร์ฟกาแฟขึ้นชื่อของท้องถิ่น จะวิ่งในเส้นทางระหว่างสถานีเอ็ตจิโกะ-ยุซาวะ (Echigo-Yuzawa Station) กับสถานีนีงาตะ (Niigata Station) ภายในจังหวัดนีงาตะเท่านั้น ฉะนั้นถ้ามี JR East Pass Nagano Niigata Area ก็จะสามารถขึ้นได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

ด้านในของ Joyful Train GENBI SHINKANSEN ที่บรรยากาศเหมือนห้องแสดงงานศิลปะ
ด้านในของ Joyful Train GENBI SHINKANSEN ที่บรรยากาศเหมือนห้องแสดงงานศิลปะ ©East Japan Railway Company

 

 

JR East Pass Nagano Niigata Area
ตั๋วรถไฟสุดคุ้มที่จะพาไปทุกซอกทุกมุมของนากาโน่และนีงาตะ

 

ตัวอย่างหน้าตาของ JR East Pass Nagano Niigata Area ที่มาภาพ: passportchop.com

 

หลายคนที่วางแผนจะไปเที่ยวโตเกียว และอยากไปเที่ยวชมธรรมชาติ โดยเฉพาะการชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่ไม่ค่อยมีเวลาเดินทางมากเท่าไรนัก นากาโน่กับนีงาตะจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด อีกทั้งยังมีพาสสุดแทนจะวิเศษที่สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นและ Joyful Train ที่นากาโน่กับนีงาตะฟรีหมดอย่าง JR East Pass Nagano Niigata Area

 

แผนที่แสดงเส้นทางที่สามารถใช้ JR East Pass Nagano Niigata Area
แผนที่แสดงเส้นทางที่สามารถใช้ JR East Pass Nagano Niigata Area ที่มาภาพ: jreast.co.jp

 

หากมีบัตร JR East Pass Nagano Niigata Area อยู่ในมือแล้วละก็ เราสามารถนั่งรถไฟฟรีตั้งแต่สนามบินนาริตะ (Narita Airport) หรือสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) และสถานี JR อื่นๆ ในโตเกียว และสามารถนั่งชินคันเซ็นฟรี 4 เส้นทาง ได้แก่ โทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) ยามากาตะชินคันเซ็น (Yamagata Shinkansen) โจเอ็ตสึชินคันเซ็น (Joetsu Shinkansen) และ โฮกุริกุชินคันเซ็น (Hokuriku Shinkansen) แถมใช้ได้ตั้ง 5 วัน ไม่ต้องติดต่อกัน ภายใน 14 วันนับจากออกบัตร ราคาก็คุ้มสุดๆ ผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป) เพียง 17,000 เยน เด็ก (6-11 ปี) เพียง 8,500 เยน อีกทั้งสามารถสำรองที่นั่งไว้ก่อนได้ตั้งแต่ยังอยู่ที่ไทย จะขึ้น Joyful Train ก็ฟรีไม่เก็บเงินเพิ่ม จะขึ้น Bus Tohoku ก็ฟรีหลายเส้นทาง หากซื้อที่ไทยก็จะถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่น 1,000 เยน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

ชมวิดีโอแนะนำการท่องเที่ยวในนากาโน่และนีกาตะ

JR  East – Autumn in Nagano, Niigata

 

วิธีซื้อ JR East Pass Nagano Niigata Area แบบง่ายที่สุด

สุดท้ายนี้ เราขอแนะนำวิธีซื้อ JR East Pass Nagano Niigata Area แบบง่ายที่สุด ก็คือซื้อผ่านเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้แก่ Wendy Tour / H.I.S และ JTB สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้โดยกดที่รูปภาพด้านล่าง

Wendy Tour

โทร.02-214-1763

ซื้อได้ที่นี่

 

H.I.S

โทร.02-022-0933

ซื้อได้ที่นี่

 

JTB

โทร.02-344-4688 / 02-344-4600

 

ซื้อได้ที่นี่

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ