สารบัญ

 

Nagano and Niigata map

โดยปกติเราจะคุ้นหูจังหวัดนากาโน่ (Nagano) และจังหวัดนีงาตะ (Niigata) ในฐานะดินแดนแห่งหิมะ เพราะมีหิมะตกหนักในฤดูหนาว รวมถึงมีลานสกีและมีสิ่งที่ชวนให้นึกถึงความหนาวอย่างลิงหิมะแช่ออนเซ็น ทำให้ฤดูใบไม้ผลิของที่นี่ถูกนักท่องเที่ยวมองข้าม จังหวะนี่แหละคือช่วงน่าไปที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ เพราะอากาศในฤดูใบไม้ผลิเย็นสบาย แถมมีดอกไม้สวยๆ บานสะพรั่ง เหมาะกับการเที่ยวชมธรรมชาติเป็นที่สุด นี่เป็นสัญญาณของการบอกลาอากาศหนาวเหน็บในฤดูหนาว กลับกลายเป็นไออุ่นและสีสันอันสดใสของเหล่าพฤกษา

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ต้องหมายตาซากุระไว้เป็นอันดับแรก และอยากไปสถานที่ที่สามารถชมดอกซากุระที่สวยที่สุด สำหรับใครที่สนใจดอกซากุระเป็นพิเศษ แนะนำให้อ่านต่อที่นี่ แต่คราวนี้เราจะแนะนำเสน่ห์อื่นๆ ของฤดูใบไม้ผลิ ที่นากาโน่และนีงาตะก็มีเทศกาลดอกไม้มากมาย และสิ่งที่มาพร้อมกับดอกไม้บานก็คือต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่มและต้นอ่อนที่แตกหน่อออกมาอย่างงดงาม และที่พิเศษไม่เหมือนแถบอื่นก็คือ สองจังหวัดนี้มีพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ทำให้เราสามารถชมหิมะที่ยังคงหลงเหลือต่อเนื่องได้ยาวๆ ถึงเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ก็ยังมีผักผลไม้และขนมแห่งฤดูใบไม้ผลิมากมายที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิม

เริ่มอยากรู้ขึ้นมาบ้างหรือยังว่าที่ว่ามนต์เสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลินั้นเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ KIJI จะพาทุกคนไปรู้จักฤดูใบไม้ผลิของนากาโน่และนีงาตะแบบทุกซอกทุกมุม

01 เทศกาลดอกไม้

 

nagano

 

เมื่อฤดูหนาวอันเย็นยะเยือกที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป ก็ถึงเวลาของฤดูใบไม้ผลิที่เหล่าบุปผาและพฤกษาต่างเบ่งบานรับแสงแดดอุ่นๆ แต่งแต้มสีสันให้กับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ นี่แหละคือสิ่งที่ทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะได้ชม ที่ญี่ปุ่นดอกไม้นานาชนิดจะผลิบานในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ไม่ว่าจะเป็นดอกคาโนลาสีเหลืองอร่าม ดอกอาซาเลียในสีโทนร้อน ดอกทิวลิปหลากเฉดสี และดอกซากุระสีชมพูอ่อน

 

◆ดอกคาโนลา (Canola / Nanohana)

ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม

 

Canola / Nanohanaภาพ: sokuup.net

 

▶เทศกาลดอกคาโนลาอียามะ (Iiyama Nanohana Festival)

ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ช่วงเทศกาล : 3-5 พฤษภาคม

 

Iiyama Nanohana Festivalภาพ: shin

 

ดอกคาโนลา หรือ คนไทยเรียกว่าดอกผักกาดก้านขาว ส่วนคนญี่ปุ่นเรียกว่านะโนฮานะ จะออกดอกทั่วทุ่งในระหว่างเดือนเมษายนกับพฤษภาคม โดยงานเทศกาลจะจัดในวันที่ 3-5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงท้ายของวันหยุดโกลเดนวีคของคนญี่ปุ่น ภายในงานมีทั้งการแสดงดนตรี โชว์เต้นรำ เปิดแผงขายอาหาร และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย จัดขึ้นในเมืองอียามะ (Iiyama) ริมแม่น้ำจิกุมะ (Chikuma River) กลายเป็นบรรยากาศชนบทที่ปกคลุมด้วยสีเหลืองสดใสตัดกับสีท้องฟ้าและผืนป่าสีเขียว

 

Iiyamaภาพ: www.shinetsu-activity.jp

 

จุดเด่นของดอกคาโนลาที่นี่คือลำต้นจะโตสูงมาก ทำให้ถ่ายรูปสวยๆ ได้ง่าย จะถ่ายวิวอย่างดี จะถ่ายรูปคู่ก็เลิศ ถ้าโชคดีจริงๆ จะได้ชมดอกซากุระสีชมพูอ่อนที่ยังหลงเหลืออยู่พร้อมๆ กับทุ่งดอกคาโนลาสีเหลือง

 

Iiyama Stationภาพ: twitter @3056gram

 

ในช่วงเทศกาล เมืองอียามะยังจัดอีเว้นท์ Happy Yellow ซึ่งมีสิ่งน่าสนใจมากมาย อย่างเช่นที่สถานีอียามะ (Iiyama Station) ก็จะมีภาพวาดฝาผนังรูปปีกนางฟ้าให้นักท่องเที่ยวไปโพสท่าถ่ายรูปเก๋ๆ หรือทาสีตู้ไปรษณีย์เป็นสีเหลืองสดใสต่างจากตู้ทั่วๆ ไปที่เป็นสีแดง นอกจากนี้ยังมีอาหารที่ทำจากดอกคาโนลาและตลาดนัดงานฝีมือที่ขายสินค้าสีเหลืองมากมาย

 

ภาพ: mica

Info
Access:  นั่งรถบัสจาก JR Iiyama Station 25 นาที (ให้บริการเฉพาะปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม โดยในปี ค.ศ. 2019 คาดว่าเป็นวันที่ 27 เมษายนถึง 5 พฤษภาคม)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

เพิ่มความสนุกให้กับการเดินทาง ด้วย OYKOT รถไฟสไตล์บ้านๆ

OYKOT railwayภาพ: ©East Japan Railway Company
เราสามารถเพิ่มดีกรีความสนุกในระหว่างการเดินทางได้ เพียงแค่ใช้บริการรถไฟ OYKOT ระหว่างสถานีนากาโน่และสถานีอียามะ ภายในมีการตกแต่งเก๋ๆ สไตล์บ้านคุณยาย ระหว่างทางก็จะมีนักร้องมาขับขานบทเพลงท้องถิ่นให้ได้ฟังกันอีกด้วย หรือจะลิ้มลองผักโนซาวะนะซึ่งมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับดอกคาโนลาเป็นอย่างมาก สามารถดาวน์โหลดแผ่นพับได้ที่นี่ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (ภาษาอังกฤษ)

◆ดอกอาซาเลีย (Azalea / Tsutsuji) 

ปลายเมษายนถึงกลางพฤษภาคม

 

Azalea / Tsutsujiภาพ: choureikai.jp

 

▶เทศกาลอาซาเลียสวนซึรุมิเนะ (Tsurumine Park Azalea Festival)

ต้นถึงกลางพฤษภาคม

 

Tsurumine Park Azalea Festivalภาพ: 岡谷市観光協会

 

ดอกอาซาเลีย หรือชื่อที่คนไทยคุ้นหูว่ากุหลาบพันปีมีหลากหลายสีไม่ว่าจะเป็น แดง ส้ม ชมพูหรือม่วง ในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคมจะบานเป็นพุ่มกว่า 30,000 พุ่มในสวนซึรุมิเนะ (Tsurumine)

 

Tsurumineภาพ: 岡谷市観光協会

 

สิ่งที่น่าสนใจของที่นี่คือความเป็นมาของสวน เชื่อหรือไม่ว่าที่นี่สร้างขึ้นจากการจากบริจาคที่ดินของเศรษฐีรายหนึ่ง ชาวบ้านจึงตั้งใจจะนำดอกอาซาเลีย 300 พุ่มมาใช้ในงานฉลอง ทว่าเกิดการสื่อสารผิดพลาด เพราะคนที่สั่งออเดอร์ดันชู 3 นิ้ว ทำให้บริษัทส่งอาซาเลียมา 3 คันรถบรรทุก แต่ไม่สามารถส่งกลับได้ ชาวบ้านจึงต้องนำอาซาเลียทั้งหมดมาปลูกในสวนซึรุมิเนะโดยไม่มีทางเลือกอื่น

 

Info
Access:  เดินจาก JR Okaya Station 25 นาที หรือนั่งแท็กซี่ 5 นาที

◆ดอกทิวลิป (Tulip)

กลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม

Tulipภาพ: フォトさいたま

ทิวลิปเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดนีงาตะ ซึ่งเป็นจังหวัดแรกในญี่ปุ่นที่มีการคิดค้นและเพาะหัวพันธุ์ดอกไม้ ด้วยอากาศที่เหมาะสมต่อพันธุ์ไม้และดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้นีงาตะเป็นจังหวัดที่เพาะปลูกทิวลิปได้มากเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะมีการจัดเทศกาลทิวลิปจำนวนมากทั่วนีงาตะ เราจึงขอยกเทศกาลเด็ดๆ มาให้ทุกคนได้รู้จักกัน

▶เทศกาลทิวลิปสวนเอจิโงะฮิลไซด์ (Echigo Hillside Park Tulip Festival)

ปลายเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม

Echigo Hillside Park Tulip Festivalภาพ: たびきち

 

เทศกาลชมดอกทิวลิปของที่นี่เหมาะกับการมาเที่ยวเป็นครอบครัว ยิ่งถ้าพาลูกหลานมาด้วย ที่นี่มีอะไรให้เล่นเยอะแยะเลย จุดเด่นของที่นี่คือเป็นสวนที่อยู่บนเนินเขา ทำให้มองเห็นสวนดอกทิวลิปบนเนินในระดับที่แตกต่างกัน และมีสวนที่รวมทิวลิปหลายๆ สีไว้ด้วยกัน ทำให้ถ่ายรูปออกมาได้สวยมากๆ

 

Tulip Festival  niigataภาพ: 国営越後丘陵公園

Info
Access:  นั่งรถบัสจาก JR Nagaoka Station 35 นาที หรือนั่งแท็กซี่ 5 นาที

▶เทศกาลทิวลิปเมืองโกเซ็น (Gosen City Tulip Festival)

กลางถึงปลายเมษายน

 

Gosen City Tulip Festivalภาพ: gosen-sugi-jun

 

ใครอยากดูทิวลิปเยอะๆ ต้องมาเทศกาลนี้ เพราะที่นี่เขารวมทิวลิปมาไว้ด้วยกันมากถึง 1.5 ล้านต้น ถ้าเดินชมทิวลิปจนท้องร้องแล้ว บริเวณรอบๆ สวนยังมีแผงขายอาหารและเครื่องดื่ม สร้างบรรยากาศความเป็นงานเทศกาลได้เป็นอย่างดี

 

Gosen City Tulip Festivalภาพ: 五泉市

Info
Access:  นั่งแท็กซี่จาก JR Gosen Station 10 นาที

▶เทศกาลทิวลิปเมืองไทไน (Tainai City Tulip Festival)

ต้นถึงปลายเมษายน

 

ภาพ: GATAポスト

 

ทิวลิปในงานนี้มีมากถึงกว่า 60 ชนิด รวม 800,000 ต้น แต่ความพิเศษขั้นสุดที่น่าลองก็ต้องเป็นนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมไร่ดอกทิวลิปที่เรียงสีสันสวยงามจากมุมสูง ในราคาผู้ใหญ่คนละประมาณ 4,000 เยน

 

ภาพ: nanavi.net

Info
Access:  นั่งบัสจาก JR Nakajo Station 20 นาที (มีเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงโกลเดนวีค)

◆ซากุระ (Cherry Blossom / Sakura)

ต้นถึงปลายเมษายน

 

Cherry Blossom / Sakuraภาพ: wallpaper.v-colors.com

 

ถ้าพูดถึงดอกไม้ของประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนก็ต้องเอ่ยชื่อดอกซากุระออกมาโดยแทบไม่ต้องคิด ด้วยเหตุที่นากาโน่และนีงาตะเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ทำให้ซากุระของที่นี่จะบานช้ากว่าแถบอื่นสักเล็กน้อย เราจึงรวบรวมจุดชมดอกซากุระในนากาโน่และนีงาตะที่น่าไปโดยพิจารณาจากความสะดวกในการเดินทางและความสวยงามของวิวที่น่าถ่ายรูป

 

▶สวนปราสาทเก่าทาคาโตะ ในนากาโน่ (Takato Castle Ruins Park in Nagano)

ต้นถึงกลางเมษายน ช่วงเทศกาล : 1-30 เมษายน ค.ศ. 2018 / ค.ศ. 2019 ยังไม่กำหนด

 

Cherry Blossom japanภาพ: 絕景日本

 

สวนแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น อีกสองแห่ง ได้แก่ สวนปราสาทฮิโรซากิ ในจังหวัดอาโอโมริ ภูมิภาคโทโฮคุและภูเขาโยชิโนะยามะ ในจังหวัดนารา ภูมิภาคคันไซ

 

Takato Kohigan Zakuraภาพ: 絶景事典

 

สิ่งที่สวนแห่งนี้มีไม่เหมือนใครนั่นก็คือซากุระสายพันธุ์ทาคาโตะโคฮิแกน (Takato Kohigan Zakura) ซึ่งพบแค่ที่สวนปราสาทเก่าทาคาโตะเพียงแห่งเดียวในโลก จุดเด่นของซากุระพันธุ์นี้จะเป็นสีชมพูอมแดงที่ดูเข้มกว่าพันธุ์โซเมโยชิโนะ และมีดอกบานจนแน่นกิ่งกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้ถ่ายรูปซากุระได้แบบเต็มๆ ไม่มีแหว่ง อย่าลืมหามุมที่มองเห็นซากุระโค้งเข้าหากันเป็นรูปหัวใจด้วยนะ

 

Takato Sobaภาพ: 「日本で最も美しい村」連合

 

ที่นี่ยังมีเมนูขึ้นชื่อน่าลองชื่อว่าทาคาโตะโซบะ (Takato Soba) ที่เสิร์ฟพร้อมมิโซะย่างกับทสึยุ

 

ภาพ: k-kabegami.sakura.ne.jp

Info
Access:  นั่งบัสจาก JR Inashi Station 25 นาที (JR East Pass Nagano, Niigata Area ครอบคลุมถึงสถานี JR Tatsuno ไม่ครอบคลุมสถานี JR Inashi แต่สามารถซื้อตั๋วในราคา 320 เยน เพื่อเดินทางจาก JR Tatsuno ไป JR Inashi ได้)

▶ปราสาททาคาดะ ในนีงาตะ (Takada Castle in Niigata)

กลางเมษายน ช่วงเทศกาล : 6-22 เมษายน ค.ศ. 2018 / ค.ศ. 2019 ยังไม่กำหนด

 

Takada Castle in Niigataภาพ: 訪日.COM

 

สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 จุดชมซากุระยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และรอบๆ ตัวปราสาทนั้นมีต้นซากุระมากถึง 4,000 ต้น คอยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชื่นชมกว่า 1 ล้านคนในทุกๆ ปี

 

Takada Castle Niigataภาพ: Enjoy Niigata

 

ความพิเศษในช่วงเทศกาลตั้งแต่ต้นถึงปลายเดือนเมษายน จะมีการจัดไฟประดับตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึง 3 ทุ่ม แต่ถ้าเป็นช่วงพีคกลางเดือนจะเปิดต่อเนื่องถึง 4 ทุ่มเลย

 

Takada Castleภาพ: 上越観光コンベンション協会

 

สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดของที่นี่ก็คือนอกจากจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงแล้วยังเข้าฟรีอีกด้วย ถ้าหิวก็ไม่ต้องไปที่ไหนไกล เพราะในช่วงเทศกาลก็จะมีเพิงขายอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกรับประทาน

Info
Access:  เดินจาก JR Takada Station 15 นาที ซึ่งสามารถเดินทางมาโดย Echigo Tokimeki Railway (JR East Pass Nagano, Niigata Area ครอบคลุมการใช้รถไฟของ Echigo Tokimeki Railway ตั้งแต่ Naoetsu Station จนถึง Arai Station ซึ่งรวมถึง Takada Station ด้วย)

เติมสีสันระหว่างทริปอีกระดับด้วย Genbi Shinkansen รถไฟชินคันเซ็นสไตล์แกลเลอรี่

Genbi Shinkansenภาพ: ©East Japan Railway Company
การมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนีงาตะ บางช่วงบางตอนเราสามารถเลือกที่จะนั่งรถไฟชินคันเซ็นได้ หนึ่งในชินคันเซ็นที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ Genbi Shinkansen ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เป็นการดีไซน์ด้วยศิลปะแบบโมเดิร์น ตกแต่งภายในด้วยศิลปะจากฝีมือของศิลปินหลากหลายแขนง ให้บริการระหว่าง Echigo-Yuzawa Station กับ Niigata Station ซึ่งหากมี JR East Pass Nagano, Niigata Area ก็จะใช้บริการได้ฟรีตลอดสาย ระหว่างที่กำลังดูงานศิลปะภายในตู้รถไฟเพลินๆ ก็ถึงที่หมายโดยไม่ทันตั้งตัว หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (ภาษาอังกฤษ)

02 หิมะฤดูใบไม้ผลิ

◆ลวดลายบนหิมะ (Snow Patterns / Yukigata)

Yukigataภาพ: ssimai

 

สิ่งที่บ่งบอกการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้มีเพียงแค่ดอกไม้เท่านั้น ในอดีตการที่หิมะละลายจนมองเห็นโขดหินสีดำก็เป็นสัญญาณที่บอกว่าเราได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วเช่นกัน ชาวบ้านก็จะเริ่มออกมาไถนา พรวนดินให้พร้อมสำหรับเพาะปลูกข้าว

 

Snow Patternsภาพ: 白馬ハイランドホテル スタッフブログ

 

หุบเขาฮาคุบะ (Hakuba) ที่มีชื่อเสียงมีความหมายว่าม้าสีขาว ซึ่งมีที่มาจากลวดลายที่มองเห็นเมื่อหิมะละลายในช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

 

Hakubaภาพ: アンプロムプテュ白馬オーナーブログ

 

นอกจากนี้ยังมีลวดลายบนหิมะอีกมากมายกระจายอยู่บนเขา เพื่อนๆ หาเจอกันกี่อัน?

ดูคำใบ้เพิ่มเติมได้ที่นี่(ภาษาญี่ปุ่น)

◆กำแพงหิมะที่ภูเขาโนริคุระ (Snow Wall at Mt Norikura)

ปลายเมษายนถึงปลายมิถุนายน

 

Snow Wall at Mt Norikuraภาพ: 訪日.COM

 

หลังจากฤดูหนาวอันแสนยาวนาน หิมะก็ได้ทับถมกันบริเวณยอดเขา หลังจากรถกวาดหิมะเปิดทางถนน ก็จะทำให้บริเวณรอบๆ ถนนกลายเป็นกำแพงหิมะ เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อทาเทยาม่าคุโรเบะอัลไพน์ (Tateyama Kurobe Alpine) ซึ่งมีกำแพงหิมะสูง 20 เมตร แต่ถ้าอยากหลีกเลี่ยงการต่อคิวยาวๆ หรือคนแน่นๆ เราขอแนะนำภูเขาโนริคุระ (Mt Norikura) ที่อยู่ทางตอนเหนือของเจแปนแอลป์ แม้จะมีความสูงเพียง 10 เมตร แต่ก็สวยมากไม่แพ้กัน

 

Mt Norikuraภาพ: 新まつもと物語

สามารถชมวิดีโอได้ที่นี่

Norikura Heavenly Marathon ภาพ: makottyan321

 

ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายที่นี่ก็มีการจัดงาน Norikura Heavenly Marathon ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เส้นทางวิ่งมาราธอนนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 2,700 เมตร และนักวิ่งสามารถชมกับความยิ่งใหญ่ของกำแพงหิมะระหว่างวิ่งได้อีกด้วย

Info
Access:  นั่งรถบัสหรือรถไฟเอกชนจาก JR Matsumoto Station 2 ชั่วโมง

03 สีเขียวชอุ่มแห่งฤดูใบไม้ผลิ

ถ้าดอกไม้เป็นสิ่งที่บ่งบอกการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้สีเขียวชอุ่มก็เป็นสัญญาณบอกถึงช่วงกลางฤดูใบไม้ผลินั่นเอง หลังจากดอกไม้บาน ต้นไม้ที่เคยโกร๋นเพราะใบร่วงหมดในฤดูหนาวก็จะแตกหน่อขึ้นมาใหม่ เราเรียกช่วงเวลานี้เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ชินเรียวกุ (Shinryoku) แปลตรงตัวว่าสีเขียวใหม่ เพื่อนๆ ก็อาจจะรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า “แล้วมันมีอะไรพิเศษ เพราะที่ประเทศไทยก็มีต้นไม้สีเขียวให้ดูเต็มไปหมดตลอดทั้งปี” แต่ว่าที่ญี่ปุ่นนั้นสีของต้นอ่อนหรือใบไม้ใหม่ที่แตกหน่อออกมามีสีเขียวที่สวยสดใสเป็นอย่างมาก ต่างจากต้นไม้ริมทางทั่วๆ ไป นี่ก็คือสัญญาณบอกถึงอากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้น และสามารถทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ได้

 

Shinryokuภาพ: ぱくたそ

 

ที่นากาโน่และนีงาตะก็มีจุดชมสีเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้ามากมาย วันนี้เราก็ได้รวบรวมมาพอหอมปากหอมคอ

◆คามิโคจิ (Kamikochi) – นากาโน่

 

Kamikochiภาพ: わくわく絶景写真旅

 

คามิโคจิเป็นเขตภูเขาที่มีธรรมชาติสวยตลอดทั้งปี แต่บางคนก็บอกว่าจะสวยที่สุดในฤดูใบไม้ผลิ เพราะว่าเป็นช่วงที่มีการเริ่มแตกใบอ่อน ในขณะที่ภูเขาเจแปนแอลป์ยังคงมีหิมะหลงเหลืออยู่ เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยในมุมกว้าง

 

Kamikochi ภาพ: 上高地観光施設事業のスタッフブログ

 

การเดินเขาที่คามิโคจิในช่วงฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นกิจกรรมที่น่าฟินอย่างเหลือเชื่อ เพราะอากาศเย็นสบาย แถมรายล้อมด้วยวิวที่ดีงามไปหมดทุกด้าน เดินไปก็เห็นท้องฟ้าสีฟ้าสด ต้นไม้สีเขียวชอุ่มและภูเขาที่มียอดเป็นหิมะสีขาวโพลน

Info
Access:  นั่งรถบัสหรือรถไฟจาก JR Matsumoto Station 90 นาที

◆คารุอิซาวะ (Karuizawa) – นากาโน่

 

Karuizawa naganoภาพ: ゆるゆる自転車日記

 

คารุอิซาวะเป็นย่านพักตากอากาศบนภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร จึงไม่แปลกถ้าที่นี่จะมีจุดให้ชมใบไม้สีเขียวชอุ่มหรือคาเฟ่นั่งชิลสำหรับนั่งพักให้หายเหนื่อยจากการเดินเขาหรือปั่นจักรยานชมธรรมชาติ

 

Kumobaike Pondภาพ: 絕景日本

 

สระคุโมบะ (Kumobaike Pond) หรือสวอนเลค สามารถเดินจาก JR Karuizawa Station ประมาณ 30 นาที หรือปั่นจักรยานประมาณ 10 นาที ที่นี่แม้จะไม่มีหงส์สักตัว แต่ภาพท้องฟ้าที่สะท้อนผิวน้ำรายล้อมด้วยป่าไม้สีเขียวชอุ่ม บอกเลยว่าคุ้มค่าที่จะไปดู ระหว่างทางก็จะเห็นต้นไม้ใหญ่สองข้างทางที่มีใบไม้สีเขียวสดใสอีกด้วย

 

Kumobaike Pond naganoภาพ: Greenfield

กิจกรรมเอาท์ดอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ ที่คารุอิซาวะยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพายเรือคายัค โรยตัวลงหุบเขา ล่องแพ หรือถ้าไม่อยากลุยขนาดนั้นก็ไปตีกอล์ฟชิลๆ

Info
Access:  เดินจาก JR Karuizawa Station

◆ป่าบิจินบายาชิ (Bijinbayashi) – นีงาตะ

 

Bijinbayashiภาพ: ピクスポット

 

ป่าแห่งนี้สวยงามดุจภาพวาดในทุกฤดู ที่นี่อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวต่างชาติอย่างกว้างขวางเท่าใดนัก แต่ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่นี่ถือว่าเป็นจุดแห่งพลังหรือพาวเวอร์สปอตชั้นเลิศ ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่สวยงามจนเหมือนมีพลังปริศนาบางอย่างที่เติมให้แก่ผู้คนที่มาเยือน

 

Bijinbayashi niigataภาพ: tana81121

Info
Access: นั่งรถบัสจาก Hokuhoku Matsudai 15 นาที เดินต่ออีก 20 นาที (JR East Pass Nagano, Niigata Area ครอบคลุมการใช้รถไฟของ Hokuhoku / Hokuetsu Express ทุกสาย ซึ่งรวมถึง Matsudai Station ด้วย)

◆ศาลเจ้ายาฮิโกะ (Yahiko Shrine) – นีงาตะ

 

Yahiko Shrineภาพ: Mihoko Kobayashi

 

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี นั่นทำให้คนจำนวนมากพลาดที่จะมาชมความงดงามของใบอ่อนสีเขียวสดที่สร้างออกซิเจนบริสุทธิ์ไปทั่วอาณาบริเวณ สีตัดกับสะพานแดงทำให้ถ่ายรูปออกมาได้สีสดมากๆ

 

Yahiko Shrine niigataภาพ: The Cup and the Road

Info
Access: เดินจาก JR Yahiko Station 2 นาที

04 รสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิ

◆เก็บสตรอว์เบอร์รี

Echigo Himeภาพ: じゃらん

 

จังหวัดนีงาตะมีสตรอว์เบอร์รีขึ้นชื่อคือพันธุ์ เอจิโกะฮิเมะ (Echigo Hime) หมายถึง เจ้าหญิงแห่งเอจิโกะ (เอจิโกะเป็นชื่อเก่าของนีงาตะ) มีรสหวานและฉ่ำ จึงไม่แปลกที่นีงาตะจะมีฟาร์มสตรอว์เบอร์รีมากมายซึ่งสามารถเด็ดสตรอว์เบอร์รีมากินไม่อั้นได้ในเวลา 30 นาที คนละ 1,500 เยน หรือจ่าย 250 เยน / 100 กรัม เพื่อซื้อกลับไปกินก็ดีเหมือนกันนะ

 

เอจิโกะฮิเมะภาพ: そら野テラス

 

กิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รีสามารถทำได้ตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงเดือนมิถุนายน เพลิดเพลินกันได้ทุกเพศทุกวัย

◆ซากุระโมจิ

ซากุระโมจิภาพ: precious.jp

 

ซากุระโมจิเป็นขนมญี่ปุ่นที่มีลักษณะเป็นแป้งสีชมพูสอดไส้ถั่วแดงกวนแล้วห่อด้วยใบซากุระดองอีกที

 

sakura mojiภาพ: The Spruce Eats

 

ถือเป็นขนมประจำฤดูที่หารับประทานได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ซื้อไปกินระหว่างชมซากุระก็จะยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ

◆ผักภูเขา

ผักภูเขาภาพ: まっくろクロスケ

 

ผักภูเขา หรือเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ซันไซ (Sansai) เป็นอีกหนึ่งผลผลิตเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนป่าเขาในญี่ปุ่น และด้วยเหตุที่นากาโน่และนีงาตะมีพื้นที่เป็นเขตภูเขาสูง ก็ทำให้ผักภูเขานั้นมีหลากหลายชนิดและหาได้เป็นจำนวนมาก

 

ภาพ: Twitter @sobazou025_048

 

นอกจากสารอาหารอันมากมายแล้ว ผักภูเขายังสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง จะต้มจะกินสดๆ ก็น่าอร่อย ถ้าไปกินโซบะหรืออุด้งก็มักจะเสิร์ฟมาพร้อมกับผักภูเขา หรือบางครั้งเราก็จะเจอแบบเทมปุระด้วย จุดเด่นของผักภูเขาแม้จะมีรสชาติที่ขมกว่าผักทั่วๆ ไปเล็กน้อย แต่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ฤดูใบไม้ผลินี่แหละคือเวลาทองของผักภูเขาเลย

 

JR East Pass Nagano, Niigata Area ตั๋วรถไฟสุดคุ้มที่จะพาไปทุกซอกทุกมุมของนากาโน่และนีงาตะ

JR East Pass Nagano, Niigata Areaภาพ: passportchop.com

 

ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูสุดอัศจรรย์หลังสิ้นสุดฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ นี่คือช่วงเวลาแห่งการเกิดใหม่ ผลัดเปลี่ยนใหม่ และจุดเริ่มต้นใหม่ๆ ที่มีอะไรมากกว่าแค่ดอกซากุระ ในระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม มีทั้งดอกไม้หลากสี ใบไม้เขียวชอุ่มและเทศกาลดีๆ มากมาย ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เราสามารถเดินทางไปชมด้วยตัวเองง่ายๆ และประหยัดเพียงใช้ JR East Pass Nagano, Niigata Area

 

JR East Pass Nagano, Niigata Areaภาพ: www.jreast.co.jp

 

หากมีบัตร JR East Pass Nagano, Niigata Area อยู่ในมือแล้วละก็ เราสามารถนั่งรถไฟฟรีตั้งแต่สนามบินนาริตะ (Narita Airport) หรือสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) และสถานี JR อื่นๆ ในโตเกียว และเส้นทางรถไฟทั้งหมดใน JR East Lines นอกจากนี้ยังสามารถนั่งชินคันเซ็นฟรี 3 เส้นทาง ได้แก่ โทโฮกุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) โจเอ็ตสึชินคันเซ็น (Joetsu Shinkansen) และ โฮกุริกุชินคันเซ็น (Hokuriku Shinkansen) แถมใช้ได้ตั้ง 5 วัน ไม่ต้องติดต่อกัน ภายใน 14 วันนับจากออกบัตร ราคาก็คุ้มสุดๆ ผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป) เพียง 17,000 เยน เด็ก (6-11 ปี) เพียง 8,500 เยน อีกทั้งสามารถสำรองที่นั่งไว้ก่อนได้ตั้งแต่ยังอยู่ที่ไทย จะขึ้น Joyful Train ก็ฟรีไม่เก็บเงินเพิ่ม จะขึ้น Bus Tohoku ก็ฟรีหลายเส้นทาง หากซื้อที่ไทยก็จะถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่น 1,000 เยน

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Joyful Train เพิ่มเติมได้ที่นี่

ชมวิดีโอแนะนำภูมิภาคโทโฮคุ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

 

วิธีซื้อ JR East Pass (Nagano, Niigata Area)

สุดท้ายนี้ เราขอแนะนำวิธีซื้อ JR East Pass Nagano, Niigata Area แบบง่ายที่สุด ก็คือซื้อผ่านเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้แก่ Wendy Tour / H.I.S และ JTB สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้โดยกดที่รูปภาพด้านล่าง

Wendy Tour

โทร.02-214-1763

Wendy Tour

H.I.S

โทร.02-022-0933

H.I.S

JTB

โทร.02-344-4688 / 02-344-4600

JTB

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ