อาคิตะ (Akita) และ ยามากาตะ (Yamagata) จังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุที่เราจดเอาไว้หลายทีแล้วว่าอยากไป สองจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีพื้นที่ป่าเขา แม่น้ำ ลำธารเยอะกว่าที่อื่น พอจุดหมายไม่ใช่เมืองหลวง จึงตัดสินใจเลือกเดินทางในฤดูกาลที่ธรรมชาติมีสีสันที่สุด นั่นคือ “ฤดูใบไม้ร่วง”   

ทริปเที่ยว ‘อาคิตะ’ ‘ยามากาตะ’ 5 วัน ฤดูใบไม้ร่วง ด้วยบัตร JR EAST PASS (Tohoku area)

แหล่งท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้หวือหวา เป็นประเภทเสพธรรมชาติมากกว่า ป่า ภูเขา เมืองเก่า ออนเซ็น ทะเลสาบ และสวนต่างๆ แต่เมื่อรวมกับบรรยากาศของใบไม้ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส้มแดง ก่อนจะร่วงหล่นตามกาลเวลานั้นกลับชวนหลงใหล จนทำให้ฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นฤดูกาลโปรดของใครหลายคนได้ไม่ยากเลย ยิ่งสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในประเทศเขตร้อนอย่างเรา แค่ตอนที่นั่งทำแพลนเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว

ตลอดทริป 5 วันใน อาคิตะ และ ยามากาตะ เราไปมาหลายเมือง เช่น เซมโบกุ (Semboku) โอบานาซาวะ (Obanazawa) ยูซาวะ (Yuzawa) และโยเนซาวะ (Yonezawa) เป็นต้น ชื่อคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่ใบไม้แดงสวยมาก ชอบมากจริงๆ อยากกลับไปอีกครั้งเลย 

ใครที่อยากเที่ยวแบบเน้นขึ้นรถสาธารณะ แนะนำให้ซื้อบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ไปด้วยจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะทีเดียว ตั้งแต่นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียว รถไฟท่องเที่ยว หรือรถไฟท้องถิ่นใน อาคิตะ ยามากาตะ ก็ใช้บัตรนี้ได้หมด

หมายเหตุ: รอบการเดินรถที่เขียนในบทความนี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนได้เดินทางไป ปัจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบอีกครั้ง

 

DAY 1 / โตเกียว – อาคิตะ

ทันทีที่ตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวจังหวัดอาคิตะ จึงได้ค้นหาข้อมูลและทำแพลนอย่างดี จากโตเกียวสู่อาคิตะไปไม่ยากเลย เพียงสำรองที่นั่งรถไฟอาคิตะชินคันเซ็น (Akita Shinkansen) มาลงได้หลายสถานีในจังหวัดอาคิตะ เช่น Tazawako, Kakunodate, Omagari ฯลฯ เราเลือกลงที่สถานีทาซาวาโกะ เพราะตั้งใจจะแวะเที่ยวเมืองเซมโบกุก่อน ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ น่าไปชมหลายแห่งเลยล่ะ การเดินทางในเมืองนี้ทำได้หลายวิธี ได้แก่ รถบัส (ขึ้นไม่ยาก แต่รอบค่อนข้างน้อย) คิดว่าแท็กซี่และเช่ารถขับจะสะดวกกว่า

Model Course Day 1 ‘อาคิตะ’ (Akita) ฤดูใบไม้ร่วง

 

Lake Tazawa 

หนึ่งในข้อมูลที่เราทราบจากอินเทอร์เน็ตระหว่างทำแพลนก่อนออกเดินทางคือ ที่อาคิตะมีทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นและใสติดอันดับท็อป 5 ชื่อว่า “ทะเลสาบทาซาวะ” หรืออาจได้ยินคนญี่ปุ่นเรียกว่า “ทาซาวะโกะ” ด้วยความลึกนี้เองที่ทำให้แม้อากาศหนาวจัดทะเลสาบก็จะไม่กลายเป็นน้ำแข็ง

สีของน้ำก็เป็นอีกเรื่องน่าสนใจ เพราะน้ำเปลี่ยนสีไปตามภูมิอากาศ ดังนั้นหากมาเที่ยวช่วงฤดูที่แตกต่างก็อาจได้เห็นสีที่ไม่ซ้ำกันเลยก็ได้ รอบๆ ทะเลสาบมีจุดท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ศาลเจ้า กิจกรรมล่องเรือชมวิวก็มี ส่วนตัวเราก็เลือกแวะบางแห่งที่สนใจ 

Lake Tazawa Sightseeing Boats ล่องเรือชมวิวเป็นกิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่ เรือจะพาชมสถานที่ไฮไลท์รอบทะเลสาบ บนเรือเป็นแบบไม่กำหนดที่นั่ง จะนั่งด้านในหรือยืนรับลมท้ายเรือก็ได้ หากสนใจสามารถซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์จำหน่ายใกล้ๆ ป้ายรถบัส Tazawa Kohan และขึ้นเรือที่ท่าเรือ Shirahama ฝั่งตรงกันข้ามได้เลย สามารถซื้อตั๋วแบบวนรอบ หรือจะซื้อไปลงจุดอื่นก็ได้ 

Statue of Tatsuko เรานั่งเรือมาลงที่ท่า Katajiri เดินมาอีกนิดจะพบกับ “รูปปั้นทัตสึโกะ” ประติมากรรมทองสำริดรูปหญิงสาวตามตำนานของทะเลสาบ มีเรื่องเล่าว่านานมาแล้วมีหญิงงามชื่อ ทัตสึโกะ เธออยากคงความอ่อนเยาว์ไว้ จึงไปขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมซึ่งให้เธอไปดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือน้ำจากทะเลสาบ หลังจากดื่มเธอก็กลายร่างเป็นมังกร จากนั้นมังกรสาวก็ได้พบรักกับมังกรหนุ่มจากทะเลสาบโทวาดะ เรื่องน่ารักคือทุกฤดูหนาวมังกรหนุ่มจะมาหาทัตสึโกะ ทำให้ทะเลสาบทาซาวะไม่กลายเป็นน้ำแข็งเลยเพราะมีความอบอุ่นจากความรักของทั้งคู่

ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่คนนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นเก็บไว้เป็นที่ระลึก แถวนี้มีร้านอาหารและร้านขายของฝากด้วย

Gozanoishi Shrine เสาโทริอิสีแดงสดขนาดสูงใหญ่บนผาริมทะเลสาบเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของศาลเจ้าโกะซะโนะอิชิ ใกล้ๆ กันมีร้านค้าและที่นั่งพักผ่อน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้แถวนี้จะเปลี่ยนสีสวย เราจึงนั่งเล่นรับลมและชมใบไม้หลากสีอยู่แถวนี้พักใหญ่ 

★ อ่านรีวิว Lake Tazawa ฉบับเต็มที่ www.kiji.life/lake-tazawa-semboku-akita/

Info 
Lake Tazawa Sightseeing Boats
Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 26 เม.ย.-5 พ.ย. 
Holiday: 6 พ.ย.-25 เม.ย. และวันหยุดอื่นไม่แน่นอน
Ticket Price: ตั๋วแบบวนรอบ (40 นาที) ผู้ใหญ่ 1,220 เยน, เด็ก 610 เยน / ตั๋ว Shirahama – Katajiri ผู้ใหญ่ 760 เยน, เด็ก 380 เยน
Nearest Bus Stop: Tazawa Lake Side (Tazawakohan) 田沢湖畔 
Access: จุดจำหน่ายตั๋วอยู่ตรงป้ายรถบัสพอดี 
Website: www.tazawako-resthouse.jp/yuransen-2
Info
Statue of Tatsuko

Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday:
Nearest Bus Stop: Katajiri 潟尻
Access: จากป้าย Katajiri เดินประมาณ 3 นาที
Website: www.city.semboku.akita.jp/sightseeing/spot/04_tatsukozou.html
Info
Gozanoishi Shrine
Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday:
Nearest Bus Stop: Gozanoishi Jinja-mae 御座の石神社前
Access: จากป้าย Gozanoishi Jinja-mae เดินประมาณ 1 นาที
Website: www.city.semboku.akita.jp/sightseeing/spot/04_goza-jinja.html

 

Nyuto Onsen

มาเที่ยวเมืองเซมโบกุทั้งที ยังไงก็ต้องค้างคืนที่ “นิวโตออนเซ็น” ให้ได้ ที่นี่ได้รับการโหวตให้เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติอันดับหนึ่งในใจคนญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา หมู่บ้านออนเซ็นสีน้ำนมที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของเมืองเซมโบกุ ประกอบไปด้วยบ่อออนเซ็นดีต่อสุขภาพที่ให้บริการภายในเรียวกังและโรงแรมทั้งหมด 7 แห่ง

Kuroyu Onsen นิวโตออนเซ็น ฤดูใบไม้ร่วง อาคิตะ

ขอแนะนำ 1 ใน 7 ที่พักในนิวโตออนเซ็นที่ต้องอวยยศว่าใบไม้เปลี่ยนสีสวยติดอันดับต้นๆ ในใจเราเลยคือ Kuroyu Onsen เป็นออนเซ็นโบราณเปิดบริการมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1674 อาคารไม้ที่เปิดให้แขกพักยังเป็นของดั้งเดิม ห้องพักเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ปูฟุตงนอนบนเสื่อทาทามิ อีกไฮไลท์คือที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนที่หากนำไข่ไปต้มจะได้ไข่เปลือกสีดำ เชื่อกันว่ากินแล้วจะช่วยเพิ่มพลังความสดชื่น คืนความสดใสให้แก่ร่างกาย

ภาพ: www.ryokan.glocal-promotion.com/

คุโรยุ ออนเซ็น ให้บริการทั้งบ่อออนเซ็นในร่มและกลางแจ้ง หากไปช่วงฤดูใบไม้ร่วง ยังไงก็ต้องไปแช่บ่อออนเซ็นกลางแจ้งให้ได้ การหย่อนตัวลงแช่ออนเซ็นสีละมุนอุ่นๆ ท่ามกลางหุบเขาใบไม้แดง ลองจินตนาการดูเถอะว่าจะดีสักแค่ไหน 

★ อ่านรีวิว Nyuto Onsen ฉบับเต็มที่ www.kiji.life/nyuto-onsen/

Info
Kuroyu Onsen
Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ 
Period: ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
Holiday: ฤดูหนาว
Reservation: คลิกที่นี่เพื่อสำรองห้องพัก
Nearest Bus Stop: Kyuka Mura Mae 休暇村前, Kyukamura Nyuto Onsenkyo 乳頭温泉郷 
Access: จากป้าย Kyuka Mura Mae เดินประมาณ 21 นาที หรือนั่งรถรับ-ส่งฟรีจาก Kyukamura Nyuto Onsenkyo จำกัดเฉพาะผู้ที่เข้าพักที่ Kuroyu Onsen เท่านั้น
Website: www.kuroyu.com/

 

DAY 2 / อาคิตะ

จากสถานีทาซาวาโกะ นั่งอาคิตะชินคันเซ็นไปอีกสถานีเพื่อลงที่สถานีคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Station) จุดหมายถัดไป ใครๆ ก็รู้จักว่าที่นี่ดังเรื่องหมู่บ้านซามูไร แล้วก็ยังมีหุบเขาใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตที่คนท้องถิ่นแนะนำ ก่อนไปจบวันด้วยการเที่ยวเล่นที่ตัวเมืองอาคิตะแบบสบายๆ 

Model Course Day 2 ชมใบไม้เปลี่ยนสี ‘อาคิตะ’ (Akita) ‘ยามากาตะ’ (Yamagata)

 

Kakunodate Bukeyashiki Street

หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Bukeyashiki Street) อาคิตะ ฤดูใบไม้ร่วง

เดินจากสถานีคาคุโนะดาเตะประมาณ 15-20 นาที ก็ถึงถนนบุเคะยาชิกิ (Bukeyashiki Street) หรือที่เราเคยได้ยินจนชินหูว่า “หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ” ตลอดเส้นถนนเป็นย่านที่อยู่อาศัยซามูไรอายุหลายร้อยปีที่ถูกอนุรักษ์ไว้ มีบ้านซามูไรบางหลังเปิดให้เข้าชม ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตของซามูไรในสมัยก่อน วัตถุโบราณ บางแห่งยังเปิดเป็นคาเฟ่ในบ้านซามูไรด้วย

นอกจากบ้านซามูไร สองข้างทางยังมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ และร้านค้าให้เดินดูได้เรื่อยๆ แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วเราก็อยากแนะนำให้นั่งรถลากโบราณที่มีคนลากด้วย สามารถเลือกระยะเวลาที่ต้องการนั่งได้ตั้งแต่ 15 30 หรือ 60 นาที ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป

Info 
Kakunodate Bukeyashiki Street
Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ
Hours: แตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ 
Holiday:
Nearest Station: สถานีคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Station)
Access: จากสถานีคาคุโนะดาเตะ เดินประมาณ 15-20 นาที
Website: www.tazawako-kakunodate.com/en/

 

Dakigaeri Gorge

Dakigaeri Gorge หุบเขาที่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังใน อาคิตะ

หุบเขาดาคิกาเอริเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตของอาคิตะ แลนด์มาร์คของที่นี่คือสะพานสีแดงสดพาดข้ามแม่น้ำทามะ และมีเส้นทางเดินป่าสั้นๆ เดินง่าย ไม่มีเนินประมาณ 1.5 กิโลเมตร ให้เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างเต็มอิ่ม ระหว่างทางมีอุโมงค์หินเหมือนในการ์ตูนสตูดิโอจิบลิ ผ่านพ้นอุโมงค์ก็จะพบ “น้ำตกมิคาเอริ (Mikaeri Falls)” เล็กๆ เป็นอีกจุดน่าถ่ายรูป

สะพานแดงเป็นแลนด์มาร์คของ Dakigaeri Gorge ใน อาคิตะสะพานคามิโนะอิวะฮาชิ (Kami no Iwahashi Bridge)
น้ำตกมิคาเอริ (Mikaeri Falls)

Info
Dakigaeri Gorge
Location: เมืองเซมโบกุ (Semboku) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday: ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน
Entrance Fee: เข้าฟรี
Nearest Station: สถานีจินได (Jindai Station)
Access: จากสถานีจินได เดินประมาณ 7 นาที, ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีรถให้บริการฟรีจากสถานีคาคุโนะดาเตะ (เพื่อความแน่นอนควรตรวจสอบตารางรถโดยสารอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง)
Website: www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1717.html

 

Senshu Park 

ชมใบไม้แดง Senshu Park สวนสาธารณะใจกลางเมือง อาคิตะ

สวนสาธารณะใจกลางเมืองตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก คนท้องถิ่นจึงนิยมซื้อของกินติดไม้ติดมือมานั่งปิกนิกมองวิวเมืองอย่างผ่อนคลาย บ้างก็มาออกกำลังกายท่ามกลางบรรยากาศสดชื่น

ภายในสวนยังเป็นที่ตั้งของปราสาทคุโบตะ (Kubota Castle) ปราสาทเก่าของตระกูลซาตาเกะ (Satake) มีรูปปั้นของซาตาเกะ โยชิทากะ (Yoshitaka Satake) ซึ่งอดีตเคยปกครองเมืองอาคิตะ หอคอยโบราณ ศาลเจ้าเล็กๆ ให้ผู้คนได้แวะสักการะ ที่ดีงามก็คือสวนนี้เข้าฟรีด้วยนะ

Info
Senshu Park 
Location: เมืองอาคิตะ (Akita) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday:
Entrance Fee: เข้าฟรี
Nearest Station: สถานีอาคิตะ (Akita Station)
Access: จากสถานีอาคิตะ เดินประมาณ 10 นาที 
Website: www.city.akita.lg.jp/kurashi/doro-koen/

 

Nakakoji Street 

ถนนนาคาโคจิสำหรับเราเป็นถนนแห่งความชิลล์ เพราะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และร้านค้าหลากหลายประเภท เหมาะมากสำหรับการเดินเที่ยวเล่น หรือหาที่นั่งพักกินขนม จิบกาแฟแก้ง่วง หรือแวะฝากท้องที่ร้านอาหารท้องถิ่นสักร้าน อีกทั้งมีตึกหน้าตาน่ารักมากมายให้แวะได้ตลอดทาง 

Akita Museum of Art หนึ่งในโลเคชั่นน่าสนใจตั้งอยู่สุดถนน พิพิธภัณฑ์ศิลปะปูนเปลือยออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอันโดะ ทาดาโอะ นอกจากจัดแสดงงานอาร์ตหลากหลายแล้ว ที่นี่ยังเกิดขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมศิลปะ เมือง และผู้คนท้องถิ่น

Info
Nakakoji Street 
Location: เมืองอาคิตะ (Akita) จังหวัดอาคิตะ
Hours: แตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
Holiday: แตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
Nearest Station: สถานีอาคิตะ (Akita Station)
Access: จากสถานีอาคิตะ เดินประมาณ 5 นาที
Info
Akita Museum of Art

Location: เมืองอาคิตะ (Akita) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 10:00-18:00 น.
Holiday:
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 310 เยน, นักศึกษา 210 เยน, นักเรียนต่ำกว่าอุดมศึกษาเข้าฟรี
Nearest Station: สถานีอาคิตะ (Akita Station)
Access: จากสถานีอาคิตะ เดินประมาณ 10 นาที 
Website: www.akita-museum-of-art.jp/index.htm

 

Hotel Metropolitan Akita

โรงแรม Hotel Metropolitan ติดสถานีรถไฟ JR อาคิตะ

เดินเที่ยวมาทั้งวันจนขาล้าขนาดนี้ เราเลยเลือกพักโรงแรมตามสไตล์คนรักความสะดวก ใกล้รถสาธารณะหลายประเภท เผื่อวันถัดไปจะได้ไม่ต้องรีบร้อน Hotel Metropolitan Akita โรงแรมในเครือ JR จึงมีโลเคชั่นอยู่ติดสถานีรถไฟ JR อาคิตะ ขนาดที่มีทางเดินเชื่อมถึงกันเลย

มีห้องพักมากถึง 18 ประเภท จนแทบเลือกไม่ถูก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบตามแบบที่โรงแรมควรจะมี ตู้เย็น ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ในห้องน้ำ ที่ชอบมากคือมีเครื่องชงกาแฟและเครื่องรีดผ้าให้ใช้ภายในห้องด้วย ที่สำคัญไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าแบบท้องถิ่นดีงามมาก

★ อ่านรีวิว Hotel Metropolitan Akita ฉบับเต็มที่ www.kiji.life/hotel-metropolitan-akita/

Info 
Hotel Metropolitan Akita 
Location: เมืองอาคิตะ (Akita) จังหวัดอาคิตะ
Reservation: คลิกที่นี่เพื่อสำรองห้องพัก
Nearest Station: สถานีอาคิตะ (Akita Station)
Access: จากสถานีอาคิตะ เดินประมาณ 1 นาที
Website: www.akita.metropolitan.jp/

 

Akita Recommended

มาถึงอาคิตะทั้งที ถ้าไม่รู้จะกินอะไรเป็นมื้อเย็น แนะนำให้ลอง “คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritampo Nabe)” ที่พบได้ทั่วไปตามร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะในอาคิตะ เพราะคิริทัมโปะเป็นอาหารพื้นเมืองชื่อดังของที่นี่ จนบางคนบอกว่านี่คือโซลฟู้ดของชาวเมืองอาคิตะ

 

DAY 3 / อาคิตะ – ยามากาตะ

จัดทริปใบไม้เปลี่ยนสีทั้งทีก็ขอชื่นชมให้เต็มที่ไปเลย ช่วงเช้าเราไปเที่ยวเมืองยูซาวะ จึงนั่งรถไฟไปลงที่สถานียูซาวะ (Yuzawa Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจากสถานีอาคิตะ จากนั้นต่อรถบัสอุโกะ คตซือ (Ugo Kotsu) อีกประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะรู้มาว่าเมืองนี้มีหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดอันซีนซ่อนอยู่ ส่วนช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงเย็นเป็นการพาร่างล้าๆ ไปพักชาร์จพลังให้เต็มที่หมู่บ้านกินซังออนเซ็นในตำนาน 

Model Course Day 3 ‘อาคิตะ’ (Akita) ‘ยามากาตะ’ (Yamagata) ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสี

 

Oyasukyo

หุบเขาที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “โอยาสุเคียว” ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเมืองยูซาวะ ที่นี่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่คนท้องถิ่นมากกว่า มีออนเซ็นและบ่อแช่เท้าสาธารณะให้บริการอยู่หลายแห่ง แม้กระทั่งแหล่งน้ำธรรมชาติเล็กๆ ตามรายทางก็ยังมีไอควันลอยบอกเป็นนัยให้รู้ว่าฉันนี่แหละน้ำพุร้อน! ร้านค้าและร้านอาหารก็มีนะ เพิ่มระดับความเพลิดเพลินของการเที่ยวหุบเขาได้เยอะเลย

Oyasukyo Daifunto พระเอกของหุบเขาโอยาสุ แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นจำนวนมากจนเกิดเป็นไอร้อนปกคลุมทั่วผาจนได้รับฉายาว่า “หม้อต้มนรก” ชื่อที่ฟังดูไม่น่าไปเที่ยว แต่เราว่าสวยทีเดียว อยากแนะนำให้ขึ้นไปชมวิวโอยาสุเคียวไดฟุนโตะมุมสูงจากบนสะพานคาวารายุ (Kawarayu Bridge) หุบเขาที่มีไอควันลอยถูกขนาบข้างด้วยเหล่าใบไม้เปลี่ยนสี เป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ

วิวจากสะพานคาวารายุ (Kawarayu Bridge)

ท้องเริ่มร้อง เราแวะฝากท้องที่ Kichiuemon ร้านอาหารโฮมเมดที่เสิร์ฟเมนูกินง่าย อิ่มได้ในจานเดียว เช่น ราเมน โซบะ ข้าวแกงกะหรี่ ฯลฯ เมนูแนะนำคือ “อินานิวะอุด้ง” เมนูเส้นขึ้นชื่อของอาคิตะ

กินคาวแล้วก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน Juemon Coffee เป็นคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ที่นี่เน้นเรื่องกาแฟคั่วเอง ใครที่ไม่ชอบดื่มกาแฟก็มีขนมและเครื่องดื่มอื่นๆ ให้เลือกสั่งด้วย

ดื่มกาแฟจนตื่นเต็มตา พร้อมไปเดินเล่นต่อที่ Fudou Falls น้ำตกฟุโดจะเป็นจุดสิ้นสุดของหุบเขาโอยาสุ แต่แหล่งน้ำบริเวณนี้กลับไม่มีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาเช่นก่อนหน้า เพราะว่าผาสองฝั่งมีซิลิกาเป็นส่วนประกอบ ทำให้ชั้นดินแข็งจนน้ำพุร้อนไม่สามารถแทรกตัวผ่านไปได้ อีกทั้งความสูงต่ำไม่เท่ากันจึงเกิดเป็นน้ำตกสวยๆ ให้เราได้มานั่งหย่อนใจ อีกทั้งใบไม้แดงแถวนี้ก็สวยน่าถ่ายรูปสุดๆ 

★ อ่านรีวิว Oyasukyo ฉบับเต็มที่ www.kiji.life/oyasukyo-akita/

Info
Oyasukyo Daifunto
Location: เมืองยูซาวะ (Yuzawa) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday: – 
Entrance Fee: ฟรี
Nearest Bus Stop: Oyasu Hot Spring Ski Resort (小安温泉スキー場前)
Access: ทางเข้าโอยาสุเคียวไดฟุนโตะอยู่ตรงกับป้ายรถบัสพอดี
Info
Kichiuemon

Location: เมืองยูซาวะ (Yuzawa) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 11:00-20:00 น.
Holiday: ไม่แน่นอน
Nearest Bus Stop: Oyasu Hot Spring (小安温泉)
Access: จากป้าย Oyasu Hot Spring เดินประมาณ 5 นาที
Info
Juemon Coffee

Location: เมืองยูซาวะ (Yuzawa) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 9:00-17:30 น.  
Holiday: –  
Nearest Bus Stop: Oyasu Hot Spring (小安温泉)
Access: จากป้าย Oyasu Hot Spring เดินประมาณ 2 นาที 
Website: www.juemon.jp
Info
Fudou Falls

Location: เมืองยูซาวะ (Yuzawa) จังหวัดอาคิตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday:
Entrance Fee: ฟรี
Nearest Bus Stop: Oyasu Hot Spring (小安温泉)
Access: จากป้าย Oyasu Hot Spring เดินประมาณ 3 นาที

 

Ginzan Onsen

Ginzan Onsen หมู่บ้านออนเซ็นโบราณ เป็นอีกจุดห้ามพลาดของ ยามากาตะ ฤดูใบไม้ร่วง

เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานีโออิชิดะ ก่อนนั่งบัสต่อเข้าไปที่ “กินซังออนเซ็น” ในหุบเขาลึกของจังหวัดยามากาตะ คืนนี้เราจะพักกันที่หมู่บ้านออนเซ็นบรรยากาศย้อนยุคที่เต็มไปด้วยเรียวกังโบราณตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำ เชื่อมสองฝั่งด้วยสะพานซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม บริเวณในหมู่บ้านเป็นถนนสายเล็กๆ จึงถูกกำหนดให้เป็นเขตสำหรับเดินเท้าเท่านั้น พอฟ้ามืดไฟประดับจะสว่างขึ้นทั่วทั้งหมู่บ้าน เป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยาย

แม้จะมีเรียวกังให้เลือกพักอยู่พอสมควร แต่ด้วยความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบ ทำให้ต้องจองที่พักล่วงหน้าค่อนข้างนาน หรือหากจองไม่ทันก็สามารถใช้บริการแช่น้ำพุร้อนแบบชั่วคราวได้เช่นกัน ฤดูใบไม้ร่วงอากาศเริ่มเย็น จะมีอะไรดีไปกว่าการได้แช่ออนเซ็นอีกล่ะ 

Info
Ginzan Onsen
Location: เมืองโอบานาซาวะ (Obanazawa) จังหวัดยามากาตะ
Nearest Station: สถานีโออิชิดะ (Oishida Station) 
Access: นั่งรถบัส Hanagasa Bus จากด้านหน้าสถานีโออิชิดะ ประมาณ 40 นาที กินซังออนเซ็นจะเป็นป้ายสุดท้ายพอดี
Website: www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1265.html

 

DAY 4 / ยามากาตะ 

จากสถานีโออิชิดะนั่งรถไฟยามากาตะชินคันเซ็นถัดมาอีกป้ายก็ถึงสถานีชินโจ (Shinjo Station) ที่นี่เป็นสถานีต้นทางของ Toreiyu Tsubasa รถไฟขบวนพิเศษที่มีบ่อออนเซ็นบนขบวน  ขึ้นรถไฟทั้งหมดนี้ใช้บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) นั่งได้ฟรีเลย

Model Course Day 4 ‘ยามากาตะ’ (Yamagata) ฤดูใบไม้ร่วง

  

Shirogane Park

ตื่นเช้าหน่อยเลยแวะไปเดินยืดเส้นยืดสายที่สวนสาธารณะชิโรกาเนะใกล้ๆ กินซังออนเซ็น ในสวนเต็มไปด้วยสิ่งที่จะช่วยเยียวยาหัวใจและคลายความเหนื่อยล้า สะพานข้ามลำธารใสจนเห็นตัวปลา ปล่องเหมืองเก่า ช่องเขา และน้ำตกเล็กๆ สูง 22 เมตร ที่ถูกโอบด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสวย พื้นที่ธรรมชาติเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีมาก 

Info
Shirogane Park 
Location: เมืองโอบานาซาวะ (Obanazawa) จังหวัดยามากาตะ
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday: ฤดูหนาว
Entrance Fee: เข้าฟรี 

 

Toreiyu Tsubasa 

ทุกคนรู้ไหมว่า จังหวัดยามากาตะโด่งดังเรื่องออนเซ็นมาก ดังขนาดที่มีรถไฟท่องเที่ยวเล่นใหญ่ยกเอาบ่อออนเซ็นมาไว้ที่ท้ายขบวน เพื่อให้ผู้โดยสารได้นั่งแช่เท้าพร้อมเหม่อมองวิวสวยๆ ตลอดทาง ชื่อขบวน Toreiyu เป็นคำผสมระหว่าง Train (Torein) “รถไฟ” และ Soleil (Soreiyu) มีความหมายว่า “ดวงอาทิตย์” ล้อกับอินทีเรียที่เน้นสีแดงเป็นหลัก ที่นั่งบุเสื่อทาทามิสื่อถึงความเป็นญี่ปุ่น พร้อมเบาะรองนั่งเพิ่มความสบายพิมพ์ลายของดีประจำจังหวัด

Toreiyu Tsubasa รถไฟ Joyful Train ขบวนพิเศษของ ยามากาตะ ที่มีบ่อออนเซ็นบนขบวน

อันที่จริงสถานีโออิชิดะเป็นทางผ่านของรถไฟขบวนนี้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากนี่เป็นรถไฟขบวนพิเศษมากๆ และไม่ได้มีให้บริการบ่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วจะวิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น เราจึงอยากลองสัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่ต้นไปจนถึงปลายทาง เลยยอมนั่งย้อนกลับมาขึ้นที่ต้นทางสถานีชินโจ อีกทั้งเมื่อขึ้นตั้งแต่ต้นทางจะได้แช่ออนเซ็นเท้าอย่างแน่นอน

เมื่อขึ้นรถไฟแล้ว ก่อนอื่นให้รีบไปซื้อตั๋วแช่ออนเซ็นเท้า เพราะออนเซ็นนี้เป็นไฮไลท์ของขบวนจึงมักจะไม่ค่อยว่าง โดยสามารถซื้อตั๋วได้ตู้เลานจ์ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 450 เยน/คน (รวมภาษี) จำกัดเวลาแช่ได้ครั้งละ 15 นาที

บนขบวนมีตู้เลานจ์จำหน่ายของกินเล่นและเครื่องดื่มท้องถิ่นด้วย

เส้นทางวิ่งของรถไฟขบวนนี้คือสถานีชินโจและไปสุดทางที่สถานีฟุกุชิมะ ถ้านั่งจนสุดสายใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวตามสถานีต่างๆ ระหว่างทางอีก แนะนำให้ลองเช็คจุดเที่ยวที่สนใจก่อนนั่งนะ 

★ อ่านรีวิว Toreiyu Tsubasa ฉบับเต็มที่ www.kiji.life/toreiyu-tsubasa/

Info
Toreiyu Tsubasa
Route: ระหว่างสถานีชินโจ (Shinjo Station) จังหวัดยามากาตะ (Yamagata) กับสถานีฟุกุชิมะ (Fukushima Station) จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันเดินทางก่อนที่เว็บไซต์
Reservation: หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน 
Note: ที่นั่งทั้งหมดบนรถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น
Website: www.jreast.co.jp/e/joyful/toreiyu.html

 

⁠Yamagata Recommended

มาเที่ยว ยามากาตะ แล้วห้ามพลาดชิม โทริมตสึ ราเมน (Torimotsu Ramen)ภาพ: www.city.shinjo.yamagata.jp/

โทริมตสึ ราเมน (Torimotsu Ramen) หรือราเมนเครื่องในไก่ ถือเป็นราเมนสูตรพิเศษของชาวเมืองชินโจ เครื่องในที่ปรุงอย่างพิถีพิถันไม่มีกลิ่นคาว เข้ากันกับซุปโชยุใสได้เป็นอย่างดี ถ้ากำลังหาเมนูอร่อยๆ กินก่อนนั่ง Toreiyu Tsubasa ราเมนชามนี้ก็เหมาะที่สุด

 

Hotel Metropolitan Yamagata

ภาพ: www.yamagata.hotel-metropolitan.com/

เรานั่งลงกลางทางที่สถานียามากาตะ เพราะคืนนี้ที่พักของเราอยู่ติดสถานีรถไฟยามากาตะ ตั้งอยู่ภายในห้าง S-PAL Yamagata ที่มีทางเดินเชื่อมจากสถานี อีกทั้งมีป้ายบอกทางที่ดูง่าย ไม่ต้องกลัวหลง นอกจากเรื่องโลเคชั่นที่ดีมากแล้ว ห้องกว้างประกอบกับการตกแต่งเรียบง่าย สะอาด และการให้บริการที่ดี สำหรับเราถือว่าคุ้มราคามาก แนะนำว่าให้จองแบบรวมอาหารเช้า เพราะเขาเสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบโลคอล อร่อยใช้ได้เลย    

Hotel Metropolitan Yamagata โรงแรมติดสถานีรถไฟ JR ยามากาตะภาพ: www.yamagata.hotel-metropolitan.com/

Info 
Hotel Metropolitan Yamagata
Location:
เมืองยามากาตะ (Yamagata) จังหวัดยามากาตะ
Reservation: คลิกที่นี่เพื่อสำรองห้องพัก
Nearest Station: สถานียามากาตะ (Yamagata Station)
Access: จากสถานียามากาตะ เดินประมาณ 3 นาที
Website: www.yamagata.hotel-metropolitan.com/

 

DAY 5 / ยามากาตะ – โตเกียว

วันสุดท้ายขอเที่ยวผ่อนคลายหน่อยๆ ด้วยการชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ หลากหลายรูปแบบทั้งสวนในปราสาท ไหว้ขอพรพร้อมชมวิวจากบนภูเขา แวะกินเนื้อโยเนซาวะอันเลื่องชื่อให้อิ่มท้อง ก่อนนั่งยามากาตะชินคันเซ็นกลับโตเกียวอย่างสบายใจ    

Model Course Day 5 ‘อาคิตะ’ (Akita) ‘ยามากาตะ’ (Yamagata)

 

Kajo Park

สวน Kajo Park ยามากาตะ เดิมเคยเป็นที่ตั้งปราสาท

บรรยากาศเช้าในฤดูใบไม้ร่วงช่างร่มรื่น เหมาะกับการเดินทอดน่องสูดอากาศบริสุทธิ์ จุดหมายแรกของวันนี้คือ “สวนคาโจ” สวนสาธารณะใจกลางเมือง อดีตเคยถูกใช้เป็นที่ตั้งของปราสาทยามากาตะ ปัจจุบันยังคงมีซากปราสาท กำแพง และคูน้ำล้อมรอบหลงเหลือให้เห็นอยู่ 

ฤดูใบไม้ร่วง Kajo Park เป็นอีกหนึ่งจุดน่าเที่ยวใน ยามากาตะ

ภายในสวนยังเต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ ฤดูใบไม้ผลิเป็นจุดชมซากุระยอดนิยม ฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวยให้ชมอีกต่างหาก สวนนี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่น แวะมาปิกนิกผ่อนคลายใต้ต้นไม้กันอย่างเพลิดเพลิน

Info 
Kajo Park 
Location: เมืองยามากาตะ (Yamagata) จังหวัดยามากาตะ

Hours: 1 เม.ย.-31 ต.ค. 5:00-22:00 น., 1 พ.ย.-31 มี.ค. 5:30-22:00 น. 
Holiday: – 
Entrance Fee: เข้าฟรี
Nearest Station: สถานียามากาตะ (Yamagata Station)
Access: จากสถานียามากาตะ เดินประมาณ 6 นาที
Website: www.city.yamagata-yamagata.lg.jp/

 

Yamadera Temple

วัดยามาเดระ จ. ยามากาตะ ฤดูใบไม้ร่วง

วัดเก่าแก่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟยามาเดระ ใครต่อใครเรียกจนติดปากว่า “วัดยามาเดระ” แต่จริงๆ แล้วมีชื่อว่า “วัดริชชาคุจิ (Risshakuji Temple)” วัดนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ไฮไลท์ของวัดคือวิหารโกไดโด (Godaido) ซึ่งอยู่ด้านบนสุด เราจึงจำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดหินกว่า 1,000 ขั้นขึ้นไป สองข้างทางเป็นป่าสนซีดาร์ ถ้ามาในฤดูใบไม้ร่วงจากด้านบนนี้จะได้เห็นวิวต้นไม้และภูเขาที่เปลี่ยนไปเป็นสีส้มปนแดง สวยจับใจเลยล่ะ

วิว ใบไม้แดง จากวัดยามาเดระ วัดดังใน ยามากาตะ

จากตีนเขาถึงขั้นบนสุดใช้เวลาประมาณ 30 นาที ดังนั้นควรมีอย่างน้อย 1 ชั่วโมง สำหรับเดินขึ้นลง ยังไม่รวมเวลาเสพวิว ไหว้พระ ไหนจะถ่ายรูปอีก แต่ถ้าใครพาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เดินไม่ไหวไปด้วย ตรงตีนเขาก็มีคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นให้นั่งรอชิลล์ๆ ไม่มีเบื่อ

Info
Yamadera Temple (Risshakuji Temple)
Location: เมืองยามากาตะ (Yamagata) จังหวัดยามากาตะ

Hours: 8:00-17:00 น.
Holiday:
Entrance Fee: 300 เยน
Nearest Station: สถานียามาเดระ (Yamadera Station)
Access: จากสถานียามาเดระ เดินประมาณ 4 นาที 
Website: www.rissyakuji.jp/

 

Gyunabe O-ki

เราแวะที่สถานีโยเนซาวะ (Yonezawa Station) ทางผ่านก่อนกลับโตเกียว เพราะอยากชิมเนื้อวัวอันเลื่องลือที่ได้ยินชื่อมานาน “เนื้อโยเนซาวะ (Yonezawa Beef)” พิเศษกว่าเนื้ออื่นๆ ตรงที่วิธีการเลี้ยงอย่างประคบประหงมตลอดระยะเวลา 33 เดือน

ร้าน Gyunabe O-ki มีเมนูที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ “สุกียากี้” ซุปร้อนๆ เหมาะกับอากาศเย็นๆ ของฤดูกาลนี้ เราเลือก Shimofuri Sukiyaki Set (4,800 เยน) พนักงานจะยกวัตถุดิบมาเสิร์ฟพร้อมปรุงให้ตรงหน้า เนื้อและผักถูกวางอย่างสวยงาม ราดซอสและจบด้วยการใส่วุ้นเส้นและเต้าหู้ ส่วนเรามีหน้าที่แค่กินให้อร่อยเท่านั้น!

Info
Gyunabe O-ki
Location: เมืองโยเนซาวะ (Yonezawa) จังหวัดยามากาตะ

Hours: จ.-ศ. 11:00-15:00 น. และ 17:00-21:00 น., ส.-อา. 11:00-21:00 น.
Holiday:
Nearest Station: สถานีโยเนซาวะ (Yonezawa Station)
Access: จากสถานีโยเนซาวะ เดินประมาณ 2 นาที 
Website: www.oki-gyunabe.com/

 

ถ้ายังพอมีเวลาเหลือระหว่างรอรถไฟกลับโตเกียวออกจากชานชาลา แถวสถานีก็มีโปสการ์ดลายพิเศษที่ขายเฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ น่าซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือเขียนแล้วส่งกลับไทยเลยก็ได้ เรานั่งรถไฟกลับโตเกียวด้วยขบวนยามากาตะชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึง ซึ่งใช้ขบวนนี้สามารถใช้บัตร JR EAST PASS (Tohoku area) สำรองได้ไม่เสียเงินเพิ่ม

เที่ยว อาคิตะ ยามากาตะ ตลอดทั้ง 5 วันนี้ ได้ชมธรรมชาติสวยๆ มากมาย สำหรับเราเหมือนเป็นการชาร์จพลังให้ตัวเองอีกครั้ง แถมยังได้ประหยัดเงินด้วยเพราะมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ที่ใช้ขึ้นลงรถสาธารณะและรถไฟในเส้นทางโทโฮคุได้ไม่อั้น ทำให้เราไม่เสียเวลาที่ต้องมาซื้อตั๋วทุกครั้งที่ขึ้นรถ เอาเป็นชอบมากแหละ ถ้าทริปหน้าได้มาโทโฮคุอีก ยังไงก็จะซื้อแน่นอน    

 

 

ข้อมูลบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area)

เที่ยว “อาคิตะ” และ “ยามากาตะ” ฤดูใบไม้ร่วง ให้คุ้มเว่อร์ ต้องใช้บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ซึ่งใช้แทนตั๋วสำหรับโดยสารรถสาธารณะในเส้นทาง JR EAST Lines ที่ใช้นั่งทั้งชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น รถไฟท่องเที่ยว Joyful Train (บางขบวน) รวมถึงสามารถใช้โดยสารรถ JR BUS TOHOKU นั่งรถไฟ Narita Express จากสนามบินนาริตะ หรือ Tokyo Monorail จากสนามบินฮาเนดะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ราคา: ผู้ใหญ่ 20,000 เยน, เด็ก 10,000 เยน
เงื่อนไข: ต้องใช้ 5 วัน ติดต่อกัน
จุดจำหน่าย: ซื้อผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วบางสถานี, เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว หรือซื้อผ่านเอเจนซี่ในประเทศไทย
วิธีสำรองที่นั่ง: ตั้งแต่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2021 เป็นต้นไป สามารถซื้อและสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation และไปออกตั๋วฉบับจริงได้ที่ตู้อัตโนมัติภายในสถานีรถไฟที่มี Passport Reader
วิธีใช้งาน: สอดบัตรโดยสารกับเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติของสถานีรถไฟได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: www.jreast.travel/th/index.php

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ