ติดใจที่พักขนาดเล็กจิ๋วจากคราวที่แล้วค่ะ ได้มาโตเกียวอีกหน จึงหมายมั่นปั้นมือว่า ขอเลือกที่พักอารมณ์บ้านๆ อบอุ่นๆ ละกัน แต่ลองติดต่อเกสต์เฮ้าส์ที่เคยเล็งไว้ก็ดันตรงกับช่วงที่เขาปิดซ่อมแซม เสียดายเป็นที่สุด แล้วจู่ๆ ราวกับเฟซบุ๊กรู้ใจ ส่งโพสต์ของเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งที่เคยกดไลค์ไว้ขึ้นมาให้เห็น ซึ่งจะว่าไปเราลืมที่นี่ไปแล้ว เมื่อลองถามไปพบว่าห้องแบบไพรเวทยังว่างพอดี ที่พักที่เราลืมชื่อไปแล้วแห่งนี้ จึงกลายมาเป็นบ้านของเราในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราหนีกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตในโตเกียว

 

 

ที่นี่ชื่อ “Tokyo Hikari Guesthouse” ตั้งอยู่ในย่านคุระมะเอะ (Kuramae) ย่านนี้เราเคยอ่านเจอในบทความของ KIJI ว่าเป็นย่านน่ารักที่มีคนรุ่นใหม่ย้ายมาอยู่กันเยอะ เป็นย่านเงียบๆ ไม่พลุกพล่านวุ่นวายนัก แม้ว่าจะห่างจากย่านที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอย่างอาซากุสะ (Asakusa) มาแค่สถานีรถไฟเดียว

Tokyo Hikari Guesthouse อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟคุระมะเอะ (Kuramae Station) มากๆ ห่างแค่เดินไม่กี่ก้าว จึงเดินทางสะดวก ตัวบ้านเป็นบ้านเก่าหลังเล็กอายุเยอะแล้ว แต่นำมาปรับปรุงใหม่ จึงให้ความรู้สึกเหมือนมาพักบ้านเพื่อนจริงๆ เจ้าของเป็นครอบครัวเล็กๆ ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูกสามคน เป็นครอบครัวที่รักการมาเที่ยวเมืองไทยมาก พวกเขามากรุงเทพฯ เป็นสิบครั้งแล้ว และสามารถพูดภาษาไทยได้หลายคำหลายประโยคทีเดียว

 

 

ตัวบ้านเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างมีห้องพักรวมหนึ่งห้องอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นห้องพักผ่อนส่วนกลาง มีครัวเล็กๆ ให้ผู้มาพักสามารถประกอบอาหารได้ มีห้องอาบน้ำ สุขาแยกสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ด้านในสุดเป็นลานสำหรับซักตากผ้า กั้นส่วนภายในบ้านด้วยประตูบานเลื่อนโบราณกรุกระจกช่วยให้มีแสงสวยๆ ส่องผ่านมายังห้องพักผ่อนทำให้บ้านเล็กดูโปร่งสบายกว่าขนาดของพื้นที่จริง มุมพักผ่อนที่การตกแต่งให้ความรู้สึกแบบ DIY ด้วยโซฟาไม้วางปลอกหมอนผ้าแบบทำเองกับโต๊ะกินข้าวเล็กๆ นี่เอง ที่ทำให้ฉันเชื่อว่าคงจะรู้สึกดีได้ในช่วงเวลาที่ต้องกลายมาเป็นคนเมืองใหญ่ (ชั่วคราว) อย่างโตเกียว

 

 

ห้องนอนของฉันอยู่ชั้นสอง พื้นที่ทั้งชั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว แต่แบ่งได้ถึงสามห้องนอน มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาที่ชั้นนี้ด้วย ทำให้ค่อนข้างสะดวก แน่นอนว่าเสน่ห์ของการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าในบ้านขนาดเล็กจิ๋วยังคงทำให้ฉันประทับใจ แต่ในฐานะผู้อาศัย เราก็ต้องคอยระวังไม่ทำเสียงดัง เพราะการเปิดปิดประตูที่ไม่ระวังหรือการเดินเสียงดังตึงๆ บนพื้นไม้ อาจรบกวนแขกคนอื่นๆ ได้

การพักอยู่ที่นี่ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านจริงๆ ในครัวจะมีภาชนะ ชา กาแฟ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้กินดื่มได้ฟรี ฉันมักจะกินมื้อเช้าที่นี่ ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้พบเจอแขกคนอื่นๆ และได้พูดคุยกับเจ้าของบ้าน แต่ที่ฉันถูกใจที่สุดคือ ที่นี่มีเครื่องซักผ้าให้เราใช้ได้ฟรีด้วย ลานตากผ้าก็ใหญ่พอให้ตากเสื้อได้เยอะ ยิ่งฉันไปช่วงฤดูร้อน การได้ซักเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อในแต่ละวัน ช่วยให้รู้สึกสบายใจมากๆ

 

 

เอาเป็นว่า ถ้าใครชอบที่พักแบบเล็กๆ บ้านๆ ฉันว่าที่นี่ไม่เลวเลย โดยเฉพาะทำเล ซึ่งเหมาะกับการมา “อยู่” โตเกียวมากๆ ละแวกที่พักของเรามีร้าน Daily’s Muffin มัฟฟิ่นแสนอร่อยชื่อดังที่ฉันฝากท้องไว้เกือบทุกเช้า (ร้านเล็กมาก!!) เดินไปอีกไม่ไกลก็มีร้านกาแฟดีๆ และโรงคั่วกาแฟถึงสามสี่ร้าน (Coffee Wrights, Leaves Coffee Apartment, Sol’s Coffee) มีร้านขายงานดีไซน์เท่ๆ โก้ๆ กระจายตัวอยู่แบบเงียบๆ นิ่งๆ ถ่อมเนื้อถ่อมตัว รอให้เราเดินหลงไปเจอ วันไหนอยากคึกคักหน่อยก็เดินเพลินๆ ไปเที่ยวย่าน Asakusa หรือย่าน Kappabashi ที่รวมร้านเครื่องครัวไว้มากมาย วันหนึ่งฉันนึกครึ้มเดินจากสถานี Asakusa กลับที่พัก โดยเลือกทางเดินเลียบริมน้ำแม่น้ำสุมิดะ ยามเย็น ลมเย็น มีคนวิ่งออกกำลังกายเป็นระยะ ซึ่งระหว่างที่เดินมองแม่น้ำรับลมเย็นผมปลิวอยู่นั้น ฉันก็พลันนึกขอบคุณตัวเองที่เลือกที่พักแห่งนี้ เราจึงได้รู้จักแง่มุมใหม่ๆ ของโตเกียว และอดไม่ได้ที่จะหลงรักเมืองใหญ่แห่งนี้อีกครั้ง

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ