Let there be peace in my soul : 
กาลครั้งหนึ่ง คิดถึง ทาคายาม่า 

หากใครกำลังอยากปลีกตัวจากความวุ่นวายในแถบคันไซอย่างโอซาก้า หรือไม่ก็ตัวเมืองเกียวโต และกำลังมองหาธรรมชาติแสนเงียบสงบ ฉันขอชวนไปเดินเล่นในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ทาคายาม่า (Takayama)” เชื่อว่าหลายคนคงจะยังไม่รู้จัก สาบานว่าฉันเองก็เหมือนกัน (ฮา)

 

 

ฉันเริ่มรู้จักทาคายาม่าเพราะว่าเป็นทางผ่าน ได้แวะพักนอนโฮสเทลในทาคายาม่า เพื่อจะไปชิราคาวาโกะ (Shiragawa-go) ในวันถัดไป และไอ้ความทางผ่าน แวะนอนโฮสเทลสักคืนนี่แหละ ทำให้ฉันได้ทำความรู้จักเมืองประวัติศาสตร์ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่แห่งนี้มากขึ้น เมืองเล็กๆ ในจังหวัดกิฟุ (Gifu) เต็มไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิประเทศล้อมรอบไปด้วยภูเขาและแม่น้ำ โดยเฉพาะธารน้ำใสจำนวนมาก ทำเอาคนบ้าแม่น้ำอย่างฉัน ยิ้มไม่หุบไปตลอดวันเลย

 

 

แม้ว่าก่อนหน้านี้จังหวัดกิฟุนั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากนัก เเต่จากกระเเสของอนิเมชั่นยอดนิยมอย่าง ‘Your name’ ก็ทำให้จังหวัดนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องโลกเข้ามาเยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย

เคยมีคนบอกว่าทุกครั้งที่เรามีอาหารที่ดี เราไม่ควรกินมันเพียงลำพัง เพราะฉะนั้นเรื่องราวดีๆ ที่ฉันพบ ฉันก็ไม่อยากเก็บไว้ตามลำพังเหมือนกันค่ะ ป้ะ…ไปเดินเล่นด้วยกันนะ… : )

 

daily life in summer at Takayama :
เดินเล่น ทาคายาม่า หน้าร้อน

ทาคายาม่าเป็นเมืองที่เงียบสงบ แม้หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่าไปสู่ยุคใหม่อย่างเห็นได้ชัด แต่ที่นี่ยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม กลิ่นอายประวัติศาสตร์ยังคงอบอวลอยู่ในทุกย่างก้าวที่เราเดิน วันธรรมดาในทาคายาม่าผู้คนบางตา ที่ที่คนพลุกพล่านที่สุดในเวลานั้นคงเป็นสถานีรถไฟ และยิ่งน้อยลงไปอีกในช่วงฤดูร้อน อ้าว ตอนนี้ก็ฤดูร้อนพอดี… (บอกไว้ก่อนว่า นี่ไม่ใช่ไกด์บุ๊กนำเที่ยว โปรดอย่าคาดหวังในรายละเอียด…)

ตลาดเช้า ทาคายาม่า ในหน้าร้อน:

 

 

ฉันตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะค้นเจอมาว่าที่ทาคายาม่ามีตลาดเช้า เช้าวันพฤหัสฯ ในฤดูร้อน แต่ไม่ได้ร้อนเกินไปสำหรับฉัน เหมาะกับการเดินหาอะไรอร่อยๆ กินเป็นอย่างยิ่ง

ตลาดเช้าที่เมืองทาคายาม่าเป็นตลาดเก่าแก่ มีมาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน และเป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยปกติตลาดจะเริ่มตั้งร้านราวๆ หกโมงถึงเที่ยง ยกเว้นช่วงฤดูหนาวที่ร้านรวงจะเริ่มตั้งแผงกันสายหน่อย คือประมาณเจ็ดโมงเช้า ก็มันหนาวนี่เนอะ ใครจะอยากตื่นล่ะ บอกไว้ก่อนว่าถ้าใครคิดจะไป ควรตั้งนาฬิกาปลุกและตั้งใจตื่นให้ดีล่ะ เพราะถ้าเผลอไปตอนสายมากๆ หรือหลังเที่ยงก็จะเจอเหล่าโอบะซัง (คุณป้า) โอจิซัง (คุณลุง) พากันเก็บของเตรียมกลับบ้านซะแล้ว ระวังจะอด ในเมืองทาคายาม่ามีตลาดทั้งหมด 2 แห่งด้วยกัน

 

Miyagawa Morning Market | ตลาดเช้ามิยางาวะ

 

 

เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิยางาวะ (Miyagawa River) ยาวประมาณ 350 เมตร ตั้งแต่สะพานคาจิบาชิ (Kajibashi Bridge) ถึงสะพานยาโยอิบาชิ (Yayoibashi Bridge) ราวๆ 60 ร้านค้า มีทั้งแบบเป็นบ้าน และร้านแผงลอยริมแม่น้ำ สินค้าที่วางขายล้วนเป็นสินค้าจากเกษตรกรในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เครื่องเทศ ต้นไม้ ดอกไม้ รวมถึงของกินโฮมเมด และสินค้าแฮนด์เมดมาวางขายกัน

 

 

สิ่งที่แนะนำสำหรับตลาดนี้คือ อาหารโฮมเมดจากเนื้อวัวฮิดะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นของดีของเมืองทาคายาม่า เพราะที่ตลาดแห่งนี้เขาจะปรับขนาดและราคาให้ในราคาที่เราเอื้อมถึงแบบไม่เสียดายเงิน อาทิเช่น เนื้อฮิดะย่างเสียบไม้ ราเมนหน้าเนื้อฮิดะ ทาโกะยากิสอดไส้เนื้อฮิดะ ซาลาเปาเนื้อฮิดะ เป็นต้น

 

Notice:

 

 

เนื้อวัวที่มีคุณภาพและรสชาติชั้นเลิศ ที่ได้มาจากวัวที่เลี้ยงตามทุ่งหญ้าในที่ราบสูงฮิดะนี้ เป็นเนื้อที่เหมาะที่สุดสำหรับอาหารประเภทเนื้อ เนื้อทั้งนุ่มและกลมกล่อม ความรู้สึกจึงราวกับเนื้อนั้นละลายอยู่ในปาก หากใครได้ผ่านไปทาคายาม่า ต้องลองนะ!

 

 

เดินย้อนเลียบแม่น้ำกลับไปเรื่อยๆ จนถึงสะพานนากาบาชิ (Nagabashi bridge) หรือที่หลายๆ คนเรียกว่าสะพานแดงนั่นแหละ ก็จะเจอกับตลาดเช้าอีกแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า 

 

Jinya-Mae Morning Market | ตลาดเช้าจินยะมาเอะ

 

 

ตลาดเช้าแห่งนี้เป็นตลาดเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานแดงนากาบาชิสักเท่าไหร่ ถ้ามาจากทางสะพานเดินข้ามถนนไปก็จะถึงตลาดเลย สังเกตง่ายๆ คือตั้งอยู่หน้าอาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณของทาคายาม่า (Takayama Jinya) นั่นเอง ที่ตลาดมีร้านค้าไม่มาก ประมาณ 20 ร้านเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่เป็นผักผลไม้ (ตามฤดูกาล) รวมถึงพวกดอกไม้และเครื่องเทศต่างๆ เหมือนกับตลาดเช้ามิยางาวะ แต่จะไม่มีพวกอาหารโฮมเมดให้กินกันตอนร้อนๆ  

 

 

ช่วงที่ฉันไปเป็นฤดูกาลเสาวรส ลูกพลัม และพีช โดยเฉพาะพีช ขอบอกว่าหวาน และฉ่ำมากกก (น้ำตาจะไหล) ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องซื้อทีละเยอะๆ เพราะเขาขายแยกเป็นลูกให้จับจ่ายได้อย่างสะดวก จ่ายเงินแล้วกัดกินได้เลย แต่หากใครได้มีโอกาสไปช่วงอื่นที่ไม่ใช่หน้าร้อนอาจจะได้ชิมผลไม้ประจำฤดูกาลนั้นๆ แอบได้ข่าวมาเหมือนกันว่าแอปเปิลที่นี่อร่อยไม่แพ้พีชที่อวยไว้ก่อนหน้านี้เลย

 

 

ตลาดเช้าทั้ง 2 ตลาดนอกจากจะได้ลิ้มรสรสชาติที่สดใหม่ของวัตถุดิบท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับอย่างแน่นอนคือรอยยิ้มหวานๆ จากเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งน่าจะหวานพอๆ กับลูกพีชเลย (เอ๊ะ หรือหวานกว่านะ)

 

Notice:

 

 

ถ้าอยากไปตลาดทั้งสองแห่งภายในวันเดียว ควรวางแผนเวลาให้ดีเพราะแต่ละแห่งล้วนมีจุดดึงดูดคุณให้อยู่ที่นั่นได้นานหลายชั่วโมง กว่าจะเดินเล่นหรือจะซื้อของไปนั่งกินรับลมชมวิวแม่น้ำ เชื่อว่าระหว่างทางที่ต้องเดินไปอีกตลาดคุณจะเจอกับสถานที่ที่ทำให้ต้องหยุดถ่ายรูปอีกหลายใบเลยล่ะ

 

 

 

หลังจากที่เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการเดินตลาด ซื้อเบ็นโตะจากร้านค้าท้องถิ่นใกล้ๆ เพื่อไปนั่งกินริมแม่น้ำจนอิ่มท้อง ดื่มด่ำบรรยากาศจนอิ่มใจแล้ว เตรียมตัวไปเดินเล่นกันต่อดีกว่า อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่นั่งรถ เดินอีกแล้วหรอ แต่ไม่ต้องกังวลไป ที่สถานีรถไฟทาคายาม่า (Takayama Station) ตรงจุดบริการนักท่องเที่ยว จะมีแผนที่แจกฟรี โดยเขียนตัวโตไว้ว่า Walking Map ที่มีความหมายกลายๆ ว่าเมืองฉันเล็กแค่นี้…เดินเที่ยวสิแก! และไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง แต่ถ้ากลัวหลงจริงๆฉันแนะนำให้เดินเลียบแม่น้ำเข้าไว้ค่ะ ไม่หลงแน่นอน อาจเพราะว่าเมืองทาคายาม่าไม่ได้กว้างจนจำเป็นต้องมีรถสาธารณะ หรือถ้าเมื่อยจริงๆ ก็มีรถลาก และที่เช่าจักรยานคอยให้บริการอยู่ทั่วเมือง

 

ยามบ่าย เดินถนน ชมเมืองเก่า:

 

 

ย่านเมืองเก่า (Takayama Old Town) ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิยางาวะที่ไหลผ่านเมือง (ดูจากแผนที่) หรือตลอดทั้งเส้นถนนซันโนะมาจิ (Sannomachi Street) นั่นเอง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านโบราณตั้งแต่สมัยเอโดะ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สวยงาม มีพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ รวมถึงศาลเจ้าอยู่หลายแห่ง ที่ถูกอนุรักษ์ไว้รอให้เราได้เข้าไปเยี่ยมชม ฉันเห็นนักท่องเที่ยวหลายคน แวะเช่าชุดยูกาตะใส่เดินเล่น หรือใส่นั่งรถลากในเขตเมืองเก่า ก็ดูน่าสนุกดี เพราะนอกจากจะเข้ากับบรรยากาศแล้วคุณจะอินกับย่านนี้มากกว่าเดิมมากกก เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา แม้จะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกก็ตาม ช่วงที่ฉันไปเป็นช่วงฤดูร้อน อย่างที่รู้ๆ กันว่าอากาศที่ญี่ปุ่นก็ร้อนคล้ายกับบ้านเรานี่แหละ เพราะงั้นฉันขอใส่ชุดเดิมนี่แหละ เดี๋ยวเป็นลมไปซะก่อน ฮ่าๆ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น จะแบ่งเป็น 2 โซน คือ

 

Northern of Takayama Old Town | ย่านเมืองเก่าทางเหนือ

 

 

ศาลเจ้าฮาจิมัง (Hachiman Shrine) เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงของเมืองทาคายาม่า ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของย่านเมืองเก่า ภายในศาลเจ้ามีพิพิธภัณฑ์คะระคุริ (Karakuri Museum) ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงตุ๊กตากล (Karakuri Ningyo) เป็นตุ๊กตาที่ใช้แห่ในเทศกาล ไม่ต้องตื่นเต้นว่าฉันรู้ได้ไง ก็อ่านเจอในใบปลิวนั่นแหละ (ฮ่า) แล้วก็มีบ้านพักของครอบครัวพ่อค้าเก่าแก่ของเมืองทาคายาม่า และโรงกลั่นสาเกเก่า ที่ตอนนี้เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปดื่มด่ำบรรยากาศเก่าๆ เคล้ากลิ่นประวัติศาสตร์ในสมัยเอโดะ

 

Southern of Takayama Old Town | ย่านเมืองเก่าทางใต้

 

 

ทางใต้ก็ไม่น้อยหน้า เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สำคัญ เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่นสาเกเก่า (Old Sake Breweries) โดยสาเกถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นประจำเมืองทาคายาม่า ลองไปชิมกัน แต่ถ้าใครติดใจก็ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากที่บ้านด้วยก็ได้ มีแกลเลอรี่ศิลปะฟูจิ (Fuji Art Gallery) อาคารไม้โบราณจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านสมัยก่อน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และศิลปะทาคายาม่า (Takayama Museum of History and Art) ที่จัดแสดงเกี่ยวกับศิลปะเก่าแก่ของเมืองทาคายาม่า และมีอีกหลายพิพิธภัณฑ์ที่เปิดรอให้เยี่ยมชม แต่สิ่งที่อยากบอกคืออาคารที่จัดแสดงแต่ละที่เป็นอาหารไม้เก่า เวลาจะทำอะไรก็ระวังกันนิดหนึ่ง ดื่มด่ำได้ แต่ก็ต้องดูแลรักษากันด้วยเนอะ

 

Notice:

 

สถานที่ทางประวัติศาตร์บางที่เก็บค่าเข้าชม บางที่ก็ไม่เก็บ ดังนั้นควรศึกษาก่อนไป หรือไม่ก็ถาม ณ ที่นั้นๆ ได้เลยนะ

 

 

เอาใจสายช็อปกันบ้าง นอกจากสถานที่ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีอีกหลายที่ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ยังรอให้ทุกคนไปทักทายอยู่ อย่างบนถนนซันโนะมาจิเนี่ยก็มีร้านค้าที่เปิดตัวแทรกอยู่มากพอสมควร รับรองเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนกระเป๋าตังค์โล่งแน่ๆ เพราะมีทั้งร้านอาหารและร้านของฝาก ที่เก๋ก็คือคนท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพต่างๆ มาตั้งแต่ในยุคก่อนจนมาถึงปัจจุบัน ก็ยังคงทำอาชีพเดิมที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของตัวเอง เพียงแต่ปรับเปลี่ยนร้านให้ดูทันสมัยขึ้นเล็กน้อย อย่างเช่น บ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นโรงงานผลิตสาเกโบราณ ปัจจุบันก็มีให้ชิมกันริมถนนเลย บวกกับปรับแพ็กเกจน่าซื้อ และซื้อง่ายขึ้น ร้านของกระจุกกระจิกน่ารักๆ เนี่ยเยอะเลย อาทิ ร้านเครื่องประดับหิน เซรามิกเก๋ๆ โปสการ์ดแฮนด์เมด เป็นต้น ระหว่างเดินเล่น ก็บังเอิญเจอหนุ่มน้อย กำลังไปทัศนศึกษากันด้วยแหละ จิ้มลิ้มจริงๆ 

 

 

อ้อ ถ้าลองมองดีๆ ทุกที่ที่ไป คุณจะเห็นเจ้าตุ๊กตาสีแดงไร้หน้า หรือที่เรียกว่า ซารุโบโบะ (Sarubobo Doll) อยู่แทบทุกร้าน ทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา ขนม ปากกา ของฝากทั้งหลายล้วนมีเจ้าซารุโบโบะแปะอยู่ ถึงขนาดมีศาลเจ้าซารุโบโบะด้วยนะ แต่ไม่ต้องแปลกใจไปนะ เพราะว่าน้องซารุโบโบะเขาเป็นแมสคอตประจำเมืองนี้น่ะสิ ซื้อติดตัวไปสักชิ้น ไว้เป็นที่ระลึกว่า เฮ้ยแก…ฉันมาถึงทาคายาม่าแล้วนะ! ก็น่ารักดี

 

Notice:

 

 

ตุ๊กตาซารุโบโบะ สมัยก่อนทำขึ้นให้เด็กเล่น เพื่ออวยพรให้โชคดี มีความสุข ว่ากันว่าที่ตุ๊กตาไร้หน้า เพื่อให้เด็กๆ จินตนาการหน้าตาได้เอง ปัจจุบัน ถือเป็นเครื่องรางที่แสดงถึงความโชคดี และมีหลายสี

 

ฉันแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว พร้อมกับคิดในใจ นอกเหนือจากความอุดมสมบรูณ์ทางธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำ และลำธารที่รวมกันกลายเป็นเมืองทาคายาม่าแห่งนี้แล้ว เมืองเล็กๆ นี้ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรม เป็นเมืองแห่งช่างศิลป์ เมืองเก่าแก่ที่สวยงามไปด้วยงานศิลป์แทบทุกด้าน อีกทั้งคนที่นั่นยังช่วยกันรักษาประเพณีโบราณไว้มาจนถึงปัจจุบัน

กว่าจะลากขาล้าๆ กลับมาที่โฮสเทล ถึงที่พักแล้วว่าจะนอนตากแอร์สักหน่อย คุณพนักงานก็เรียกฉันไปบอกว่าเย็นนี้จะมีงานเทศกาลฮานาบิ ห้ะ? ฮานาบิไม่ใช่ฮานามินะ ความทรงจำในสมองฉันทำงานอย่างรวดเร็วจนหลุดปากถามไปว่า งานที่มีดอกไม้ไฟใช่มั้ย? ‘ไฮ่ ยูโน้วอิท’ ‘เยป ไอโนว กีสส’ เอ้า ไฮไฟว์!

 

 

สุดท้ายฉันก็ลากขาล้าๆ ออกไปดูเทศกาลฮานาบิที่ริมแม่น้ำมิยางาวะ ที่น่าตื่นเต้นกว่าดอกไม้ไฟก็คนญี่ปุ่นนี่ล่ะ ฉันชอบมากที่เกือบทุกคนพากันใส่ชุดยูกาตะเดินกันทั่วเมืองเพื่อไปนั่งดูดอกไม้ไฟ ใครบ้านไกลก็ต้องจูงมือกันเดินไปนั่งริมแม่น้ำ โอจิซังบ้านใกล้ก็เปิดหน้าต่างนั่งดูกัน ฉันไม่มีภาพดอกไม้ไฟ แต่ฉันดูเผื่อทุกคนแล้วล่ะ

เดินเล่นในฤดูร้อนใครไม่ชอบ แต่ฉันชอบ และเชื่อมั้ยว่า ‘ทาคายาม่า’ ก็จะเคลื่อนไหวอยู่ในความคิดถึงของฉันเสมอ แล้วไปเดินเล่นด้วยกันอีกนะ : )

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ