เชื่อว่าหลายคนต้องมีแอบลังเลกันบ้าง เวลาจะเลือก “ออนเซ็นแรกในชีวิต” ที่ญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าจะไปเมืองไหนก็มีให้เลือกเต็มไปหมดเลย แต่ถ้าอยากเริ่มแบบคลาสสิกหน่อย ก็ขอแนะนำ Dogo Onsen ที่ จังหวัดเอฮิเมะ เพราะที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนเก่าแก่ระดับตำนาน แถมยังเป็นแรงบันดาลใจให้ฉากโรงอาบน้ำในแอนิเมชันชื่อดังอย่าง Spirited Away อีกด้วยนะ แล้วก็ไม่ได้มีดีแค่แช่ออนเซ็นอย่างเดียว เพราะรอบ ๆ ยังมีทั้งถนนคนเดิน ร้านขนม ของกินน่ารัก ๆ ให้เดินเล่นต่อได้เพลิน ๆ มาแล้วคืออยู่ได้ยาวแบบไม่เบื่อเลย ♨️🍡

1. Dogo Onsen

มาถึงจังหวัดเอฮิเมะทั้งที นอกจากจะไปเดินชมปราสาทมัตสึยามะ หรือแวะชิม ‘ส้มมิกัง’ ของดีประจำจังหวัดแล้ว สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนต้องปักหมุดมาที่นี่ก็คือการไปแช่ออนเซ็นที่ Dōgo Onsen Honkan อาคารไม้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ที่อาบน้ำธรรมดา ๆ แต่เป็นถึงโรงอาบน้ำสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 เลยทีเดียว โดยบริเวณของโดโกะออนเซ็นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Dōgo Onsen Honkan, Dōgo Onsen Annex Asuka-no-Yu เเละ Dōgo Onsen Tsubaki-no-Yu 

ภาพ: https://www.dogo.or.jp/about/

ภาพ: https://www.ghibli.jp/

Dōgo Onsen Honkan

เริ่มจาก Dōgo Onsen Honkan โรงอาบน้ำหลักและแลนด์มาร์กประจำเมือง อาคารไม้ขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการถึง 3 ชั้น เต็มไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกที่ชวนให้นึกถึงญี่ปุ่นในวันวาน

Dogo Onsenภาพ: https://www.chushikokuandtokyo.org/

Dōgo Onsen Annex Asuka-no-Yu

ต่อมาเป็นโรงอาบน้ำที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากยุคอาสุกะ เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าว่าเจ้าชายโชโตกุและจักรพรรดิไซเมอิเคยเสด็จมาเยือนที่นี่ โดดเด่นด้วยบรรยากาศหรูสงบ และ “บ่ออาบน้ำเพื่อความงาม” ที่หลายคนนิยมแวะมาผ่อนคลายกันเป็นพิเศษ

Dogo Onsenภาพ: https://dogo.jp/

Dōgo Onsen Tsubaki-no-Yu 

ออนเซ็นแห่งนี้นั้นจะให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็นกันเองมากกว่า จนถูกมองว่าเป็นออนเซ็นประจำวันของชาวเมืองมัตสึยามะ ตั้งอยู่ใจกลางถนนช้อปปิ้งโดโกะ บรรยากาศเงียบสงบ พร้อมจุดเด่นอย่างบ่อหินแกรนิตและทางปล่อยน้ำร้อนรูปทรงกาต้มน้ำที่ไม่เหมือนใคร ♨️

Dogo OnsenDogo Onsenภาพ: https://dogo.jp/en/experience.php

Info
Dogo Onsen
Hours:
06.00 – 23.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 22.30 น.) * เวลาเปิด-ปิดในแต่ละชั้นจะไม่เหมือนกัน
Holiday: ปิดให้บริการหนึ่งวันในเดือนธันวาคมของทุกปีเพื่อทำความสะอาดทั่วไป 

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Website:
https://dogo.jp

Nearest Station: สถานี JR Matsuyama, สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี JR Matsuyama ต่อด้วยรถราง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที, จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 4 นาที

 

2. Botchan Karakuri Clock

แลนด์มาร์กถัดไปที่ต้องแวะไปเช็คอินให้ได้เลยก็คือ “Botchan Karakuri Clock” หรือนาฬิกาไอน้ำโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี ของอาคารโดโกะออนเซ็น ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟโดโกะออนเซ็น

Dogo Onsenภาพ: https://shikoku-tourism.com/

ความพิเศษที่ไม่เหมือนนาฬิกาเรือนไหนคือ ในทุก ๆ ต้นชั่วโมง (ตั้งแต่ 08:00 – 22:00 น.) ตัวนาฬิกาจะค่อย ๆ ขยับยืดตัวสูงขึ้น พร้อมกับมีเหล่าตุ๊กตาตัวละครจากนวนิยายชื่อดังเรื่อง “Botchan” ออกมาเริงระบำต้อนรับเราตามเสียงดนตรี รวมถึงเสียงเพลงที่เปิดยังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวันด้วย อย่างช่วงเช้าจะได้ยินเพลงพื้นเมือง Iyo Manzai ส่วนช่วงค่ำจะเป็นเพลงกล่อมเด็กสไตล์ญี่ปุ่น ให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละรอบ และระหว่างที่รอชมการแสดง ข้าง ๆ นาฬิกายังมี “บ่อแช่เท้า” (Ashiyu) ที่ใช้น้ำจากแหล่งเดียวกับออนเซ็นบ่อหลักให้เราได้นั่งแช่เท้าผ่อนคลายกันฟรี ๆ อีกด้วย!

Dogo OnsenDogo Onsen Dogo Onsenภาพ: https://shikoku-tourism.com/

ปกตินาฬิกาจะแสดงทุก 1 ชั่วโมง แต่ถ้ามาตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือช่วงเดือนมีนาคม, เมษายน, สิงหาคม และพฤศจิกายน จะเปิดการแสดงให้ดูแบบจัดเต็มทุก ๆ 30 นาทีเลยล่ะ

Dogo Onsenภาพ: https://www.dogo.or.jp/experience/botchan-karakuri-clock/

Info
Botchan Karakuri Clock
Hours:
08:00 – 22:00 น.
Holiday: ไม่มี 

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 3 นาที

3. Ehime no Shokutaku 1970

หลังจากแช่ออนเซ็นจนตัวเบาแล้ว มาเติมความสดชื่นกันต่อด้วยน้ำส้มคั้นสดจากก๊อกน้ำที่ร้าน “Ehime no Shokutaku 1970” คอนเซปต์ร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงปี 1970s ในสมัยที่ชาวเอฮิเมะมักชอบพูดเล่นกับคนต่างจังหวัดว่า “บ้านคนเอฮิเมะเปิดก๊อกแล้วน้ำส้มไหลออกมาเลยนะ!” จนกลายเป็นเรื่องเล่าติดหูทั่วญี่ปุ่น ทางร้านเลยหยิบไอเดียนี้มาเปิดร้านที่ภายในมีการจำลองบรรยากาศห้องครัวและห้องรับแขกในยุคโชวะได้อบอุ่นสุด ๆ ให้ฟีลเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปนั่งดื่มน้ำส้มเย็น ๆ ในบ้านคนญี่ปุ่นสมัยก่อนเลย🍊🚰✨

ภาพ: https://w-harmony.jp/shop/ehimenosyokutaku1970/

ทุกคนสามารถสนุกไปกับการเปิดก๊อกชิมน้ำส้มคั้นสด 100% จากส้มทั้งหมด 20 สายพันธุ์ ที่ปราศจากน้ำตาลหรือสารปรุงแต่ง มีตั้งแต่รสหวานฉ่ำ เปรี้ยวจี๊ด ไปจนถึงรสที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ หรือแบบที่มีรสขมติดปลายลิ้นนิด ๆ เเละนอกจากส้มทั่วไปแล้ว ยังมีพันธุ์หายากที่แม้แต่คนในพื้นที่เองยังไม่ค่อยรู้จักอย่าง Yuge Hyokan หรือ Seminole ที่ส่งตรงจากเกษตรกรท้องถิ่นมาให้ชิมกันด้วย

ภาพ: https://w-harmony.jp/shop/ehimenosyokutaku1970/

🍊วิธีดื่มน้ำส้มคั้นสด:

  1. เลือกสายพันธุ์ที่ชอบ: หยิบแก้วที่วางอยู่ เปิดก๊อกแล้วริน
  2. ชำระเงิน: ถือแก้วไปที่เคาน์เตอร์เช็คเอาท์ (ราคาเริ่มต้นประมาณ 220 – 400 เยน แล้วแต่สายพันธุ์)
  3. เลือกที่นั่ง: จะไปนั่งชิลล์ที่ “โซนโต๊ะอาหาร” สไตล์คาเฟ่ หรือจะไปนั่งใน “โซนห้องรับแขก” สุดคลาสสิกก็ได้

Tip: ใครอยากลองหลายแบบ ก็มีถาดไม้สำหรับวาง 3 ชนิด, 5 ชนิด ไปจนถึง 10 ชนิดให้เลือกใช้เหมือนกัน!

ส่วนใครที่อาจจะกังวลเรื่องความสะอาด ไม่ต้องกังวลเลย เพราะที่นี่เขาใช้ประสบการณ์กว่า 10 ปีในการจัดการระบบก๊อกน้ำส้ม มีการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกวัน รวมถึงควบคุมอุณหภูมิน้ำส้มให้เย็นฉ่ำและสดใหม่อยู่เสมอ

ภาพ: https://www.instagram.com/ehimeno_syokutaku1970/

เเละถ้าจะให้ดื่มแค่น้ำส้มอย่างเดียวก็คงยังไง ๆ อยู่ ร้านเลยมีเสิร์ฟขนมโฮมเมดอย่างสโคนและขนมมารุโบโระมาให้กินคู่กันด้วย

ภาพ: https://w-harmony.jp/shop/ehimenosyokutaku1970/

Info
Ehime no Shokutaku 1970
Hours:
09:00 – 21:00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 20:45 น.)
Holiday: ไม่มี

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 1 นาที

4. Dogo Milk Cheese Keeki

มาต่อกันที่ของหวานอย่าง “ชีสเค้กเนื้อนุ่มละมุน” ความพิเศษคือการเลือกใช้นมสดส่งตรงจาก “ชิโกกุ คารุสึ (Shikoku Karst)” ทุ่งหญ้าบนยอดเขาสูงกว่า 1,300 เมตร ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์จนทำให้นมของน้องวัวที่นี่หอมมันและเข้มข้นเป็นพิเศษแบบไม่ต้องปรุงแต่งเลย

ภาพ: https://milk-cheese-cake.com/

นอกจากนั้นยังจริงจังเรื่องชีสมาก ขนาดที่มีโรงงานเล็ก ๆ ภายในร้านเพื่อทำชีสสดใหม่ทุกวัน เพราะการใช้ชีสที่เฟรชที่สุดทำให้ได้ Rare Cheese Cake ที่เนื้อสัมผัสฟูเบาและละลายในปากทันที แต่ยังคงความหอมมันของนมไว้แบบเต็มคำ ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับผลไม้ท้องถิ่นคัดเกรดอย่าง ส้มอุนชู, สตรอว์เบอร์รี่หวานฉ่ำพันธุ์ Amao-tome รวมถึงเลมอนและกีวี่จากเกษตรกรในเอฮิเมะ บอกเลยว่าสดชื่นฟินสุด ๆ

ภาพ: https://milk-cheese-cake.com/

นอกจากตัวขนมจะอร่อยเเล้ว บรรยากาศร้านยังออกแบบมาให้เราได้นั่งพักผ่อนหลังขึ้นจากบ่อน้ำร้อน ตามวัฒนธรรมการต้อนรับ (Omotenashi) ของโดโกะออนเซ็น จะนั่งทานชิลล์ ๆ ในร้านหรือจะซื้อกลับไปฟินต่อที่บ้านก็ได้หมด 🧀🥛♨️

ภาพ: https://milk-cheese-cake.com/

Info
Dogo Milk Cheese Keeki
Hours:
วันธรรมดา 10:00 – 19:00 น. / วันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ / วันหยุดสุดสัปดาห์ 10:00 – 21:00 น.
Holiday: เปิดทำการทุกวัน (อาจมีการปิดปรับปรุงชั่วคราวบางกรณี และเวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 1 นาที

5. Dogo Purin

ไปกันต่อกับของหวาน ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคของถนนคนเดิน Dogo Haikara Dori Street มีร้านพุดดิ้งเล็ก ๆ ระดับพรีเมียมที่มีเจ้าเหมียว 2 ตัวเป็นมาสคอตประจำร้านคอยต้อนรับเราอยู่🍮😺🩷

ภาพ: https://www.instagram.com/dogopurin/

เหตุผลที่ใคร ๆ ต่างยกให้เป็นพุดดิ้งระดับพรีเมียม ก็เพราะเขาเลือกใช้ไข่ไก่สดใหม่จากภูมิภาคชิโกกุเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้น หอมมันเป็นพิเศษ ผสมผสานกับครีมสดแท้จากฮอกไกโดแบบจัดเต็ม จนกลายเป็นเนื้อพุดดิ้งที่นุ่มลื่น เนียนละเอียดชนิดที่ว่าละลายในปากได้เลย

ภาพ: https://www.instagram.com/dogopurin/

ที่นี่มีพุดดิ้งให้เลือกถึง 6 รสชาติ รวมถึงเค้กบามคูเฮน (Baumkuchen) แต่พระเอกอันดับ 1 ที่ต้องสั่งเลยคือ “Dogo Purin” พุดดิ้งซิกเนเจอร์ที่ท็อปปิ้งด้วย “ส้มทั้งลูก” ลงไปแบบเน้น ๆ 🍊🍮 เป็นการผสมผสานของดีประจำจังหวัดเอฮิเมะออกมาได้ลงตัวและถ่ายรูปสวยมาก นอกจากพุดดิ้งแล้ว ยังมีซอฟต์เสิร์ฟ พาเฟต์ และเครื่องดื่มอีกเพียบ ใครชอบคาเฟ่ฟีลเรโทรที่ทำคอนเทนต์ได้ทุกมุม ห้ามพลาดที่นี่เลย

ภาพ: https://www.instagram.com/dogopurin/

Info
Dogo Purin
Hours:
วันธรรมดา 10:30 – 18:30 น. / วันเสาร์ 10:00 – 20:00 น. / วันอาทิตย์ 09:00 – 19:00 น. / วันหยุดนักขัตฤกษ์ 09:30 – 19:30 น.
Holiday: ไม่มี

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 2 นาที

6. Enman-ji Temple

แช่น้ำร้อนและเช็กอินคาเฟ่ขนมหวานกันไปเต็มอิ่มแล้ว ก่อนจะไปมื้อถัดไป… ขอแวะพิกัดมูเบา ๆ เสริมดวงเรื่องความรักและความโชคดีกันสักหน่อยที่ Enman-ji Temple วัดเล็ก ๆ บรรยากาศสุดสงบที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากโรงอาบน้ำหลัก เดินแปบเดียวก็ถึง

Dogo Onsenภาพ: https://dogo.jp/en/experience.php

ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่มี “Daichizoson” หรือพระจิโซสีขาวองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ เชื่อกันว่าคอยปกปักรักษาผู้คนในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังได้รับฉายาว่า “จิโซแห่งออนเซ็น” เพราะครั้งหนึ่งตอนน้ำพุร้อนของโดโกะหยุดไหล ชาวเมืองได้มาขอพรที่นี่ ก่อนน้ำร้อนจะกลับมาไหลอีกครั้ง

Dogo Onsenภาพ: https://en.matsuyama-sightseeing.com/

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาคือ “Omusubi Dama” เครื่องรางรูปก้อนข้าวปั้นสีสันน่ารัก 🍙 ที่เชื่อว่าช่วยเรื่องความรักและความสัมพันธ์ วิธีคือให้เลือกสีหรือแพตเทิร์นที่ชอบ เขียนคำอวยพร เเละอธิษฐาน แล้วนำไปผูกไว้ในวัดหรือจะพกกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเซียมซีความรักแบบไฮกุ และเอมะให้เขียนคำอธิษฐานสไตล์เมืองมัตสึยามะ เมืองแห่งบทกวีอีกด้วย

Dogo OnsenDogo Onsenภาพ: https://shikoku-tourism.com/

Dogo Onsen Dogo Onsenภาพ: https://en.matsuyama-sightseeing.com/

ส่วนด้านในยังมีจุดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอย่าง “Warabe Jizoson” ซุยคินคุตสึที่เมื่อราดน้ำลงไป จะเกิดเสียงน้ำกังวานใสคล้ายเสียงดนตรีญี่ปุ่น ฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายเเละจิตใจสงบแบบบอกไม่ถูก ใครมีโอกาสแวะมา ก็อย่าลืมลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูนะ 🎐

Dogo Onsenภาพ: https://www.visitehimejapan.com/

Info
Enman-ji Temple
Hours:
07:00 – 18:00 น.
Holiday: ไม่มี

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 6 นาที

7. Mameraku

ขอปิดท้ายทริปโดโกะออนเซ็นกันด้วยคาเฟ่เอาใจสายเฮลตี้กันซะหน่อยกับ Mameraku ร้านเล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นที่โดดเด่นเรื่องเมนู “เต้าหู้โฮมเมด”

ภาพ: Mameraku 

เอกลักษณ์ของร้านจะอยู่ที่การทำเต้าหู้แบบดั้งเดิม ทั้งการโม่ถั่วด้วยโม่หินและคั้นสดด้วยมือ เพื่อดึงรสหวานธรรมชาติของถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางร้านจะใช้ถั่วเหลืองจากจังหวัดเอฮิเมะ 100% และใช้นิกะริ (Nigari / にがりคือ แร่ธาตุที่สกัดได้จากน้ำทะเลหลังการทำเกลือ) จากน้ำทะเลธรรมชาติ ทำให้ได้เต้าหู้เนื้อนุ่ม รสละมุนและให้ฟีล “รสชาติบ้าน ๆ” ที่ชวนคิดถึงอดีต

ภาพ: Mameraku 

เมนูของร้านจะเป็นสไตล์โฮมเมด ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเซ็ตอาหารกลางวัน นมถั่วเหลือง หรือเค้กโอคาระ (Okara / おから คือ กากถั่วเหลืองที่เหลือจากการทำนมถั่วเหลืองหรือเต้าหู้ ซึ่งมีไฟเบอร์และโปรตีนสูงมาก) แถมยังซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือจะเลือกทานในร้านก็ได้ เพราะบรรยากาศร้านเขาจะอบอุ่นสบาย ๆ เหมือนได้นั่งพักในบ้านญี่ปุ่นเล็ก ๆ ใครอยากพักจากของกินหนัก ๆ แล้วลองอะไรเบา ๆ ขอแนะนำร้านนี้เลย🌿

ภาพ: Mameraku 
Info
Mameraku
Hours:
06:00 – 18:00 น.  (เมนูมื้อเช้า 08:30 – 10:30 น. / คาเฟ่ : 08:30 – 17:00 น. / เมนูมื้อกลางวัน : 11:30 – 13:30 น.)
Holiday: วันอาทิตย์และวันจันทร์

Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ 
Nearest Station: สถานี Dogo Onsen
Access: จากสถานี Dogo Onsen เดินประมาณ 6 นาที

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ