วันนี้คิจิจะมาเผยเรื่องเล่าสยองขวัญจากมัคคุเทศก์สาวชาวญี่ปุ่นที่เคยไปพักตามโรงแรมต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น และพบกับเหตุการณ์น่าขนลุกหลายครั้งไม่ว่าจะประสบด้วยตนเองหรือได้ยินมาจากเพื่อนร่วมงาน

ก่อนอื่นขอแนะนำคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นว่า อิวาคุซึกิ (曰く付き) หมายถึง สิ่งของ ห้อง โรงแรม ฯลฯ ที่น่าสงสัยว่าจะเคยเกิดคดีฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย หรือมีวิญญาณสิงสู่ เนื่องจากมีการตั้งราคาถูกผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งโรงแรมทั้งหมดล้วนเปิดให้บริการอยู่ ฉะนั้นถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่น คุณอาจจะได้ไปพักที่โรงแรมเหล่านี้โดยไม่ทันรู้ตัวก็ได้

 

ไกด์สาวกับรักที่ไม่สมหวัง

ภาพ: gori.me

ที่โรงแรมริมทะเลแห่งหนึ่งในเมืองคาโมะงะวะ (Kamogawa) จังหวัดชิบะ มักถูกใช้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ จึงมีอาคารเฉพาะสำหรับให้ไกด์และคนขับรถพักอยู่ด้วย

ทว่ามีอยู่คืนหนึ่งบริเวณห้องพักคนขับรถชั้น 3 เมื่อคนขับรถนอนหลับไปงีบหนึ่งก็ลืมตาขึ้น เนื่องจากรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ในห้องคนเดียว เลยพึมพำออกมาว่า “ใคร..?” เมื่อพลิกตัวไปด้านข้าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ หญิงสาวผมยาวที่จ้องเขม็งมาที่เขาด้วยสายตาเคียดแค้น ทันใดนั้นชายคนขับรถก็เกิดอาการผีอำ และถูกสาวผมยาวเอามือบีบคอจนหมดสติในที่สุด

ในเวลาต่อมา เจ้าของโรงแรมเผยความลับที่เก็บซ่อนออกมากว่า 10 ปีว่าที่ห้องนี้มีไกด์สาวคนหนึ่งมาพักเป็นประจำ เธอคบชู้กับคนขับรถที่มีภรรยาอยู่แล้ว โดยเชื่อมั่นคำพูดของผู้ชายว่า “ผมจะหย่ากับภรรยาแล้วมาแต่งงานกับคุณ” ทว่าชายหนุ่มกลับผิดคำพูดและคบชู้อีกเรื่อยๆ ไกด์สาวจึงใจสลายและกระโดดลงทะเลที่อยู่หน้าโรงแรมเพื่อฆ่าตัวตาย เมื่อมีคนขับรถที่เป็นผู้ชายมาพักที่ห้องดังกล่าว ก็มักจะพบกับวิญญาณไกด์สาวที่ผิดหวังจากความรักและรอคอยเพื่อล้างแค้นชายเจ้าชู้สืบเนื่องไป

 

โทรศัพท์สายสุดท้ายจากห้อง 9×3

ภาพ: cloudfront.net

ณ โรงแรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองฮาโกเน่ (Hakone) ซึ่งไม่เคยมีข่าวคราวเรื่องผีๆ มาเลยนับแต่เปิดกิจการมา แต่วันหนึ่งมีเสียงออดแจ้งเหตุฉุกเฉินดังขึ้น ไกด์สาวตั้งใจจะโทรไปถามฟรอนท์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อพนักงานรับโทรศัพท์กลับพูดออกมาทันทีว่า “จะเปลี่ยนห้องใช่ไหมคะ รับทราบค่ะ จะดำเนินการให้เดี๋ยวนี้และจะรีบติดต่อไปค่ะ” และสายก็ตัดไปทันที

ด้วยความงุนงงเธอจึงออกจากห้องไปที่ฟรอนท์ ก็ต้องตกใจเพราะในช่วงกลางดึก กลับมีคนจำนวนมากยืนคุยกันหน้าฟรอนท์ด้วยสีหน้าท่าทางแตกตื่น เมื่อเข้าไปสอบถาม ทุกคนตอบเหมือนกันหมดว่า “เจอผี” “เห็นผี” “โดนผีหลอก” และที่น่าตกใจที่สุด คือทุกคนพักอยู่ที่ห้อง 2X3 3X3 4X3 5X3 และมีลูกทัวร์พักที่ห้อง 8X3 (ชั้น 6 กับ 7 เป็นห้องจัดเลี้ยง) เธอจึงถามพนักงานว่าแล้วคนที่พักห้อง 9X3 ได้แจ้งมาเหมือนกันหรือไม่ ปรากฏว่าพนักงานถอดสีหน้า และเล่าให้ฟังว่า วันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน เวลาประมาณเกือบตี 2 มีผู้หญิงที่พักที่ห้อง 9X3 โทรฯมาที่ฟรอนท์แล้วพูดว่า “ฉันกำลังจะกระโดดออกไปฆ่าตัวตาย”

 

มาเล่นเป็นเพื่อนน้องหน่อย

เรื่องเล่าจากโรงแรมสุดเฮี้ยนทั่วญี่ปุ่นภาพ: pbs.twimg.com

เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานพอสมควรที่หมู่บ้านออนเซ็นในจังหวัดกุมมะ และเป็นที่เล่ากันปากต่อปากในหมู่ไกด์มืออาชีพ ช่วงไฮซีซั่นที่ห้องพักเต็ม ทำให้ไกด์ต้องไปพักที่เกสต์เฮาส์ในละแวกใกล้เคียง ไกด์สาวคนหนึ่งก็ได้เลือกพักที่ชั้น 2 ของเกสต์เฮาส์ ก่อนที่จะหลับสนิท เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากทางเดินหน้าห้อง พอเริ่มได้ยินชัดว่าเป็นเสียงเด็กวิ่งเล่นจึงนอนไม่หลับ เพื่อความสบายใจ เธอจึงตัดสินใจเดินออกมาจากในห้องและพบกับเด็กอายุประมาณ 4 ขวบ เล่นของเล่นอยู่บนทางเดินที่มืดมิด และหันมาพูดว่า “พี่สาว มาเล่นกับผมไหมครับ” เธอจึงตอบไปตามความรู้สึกว่า “หนูจ๊ะ พี่อยากจะเล่นด้วยหรอกนะ แต่ง่วงมากแล้ว ฝันดีนะ” เด็กจึงตอบกลับว่า “ฝันดีครับ” และเดินลงบันไดไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ไกด์สาวตื่นมาคุยเรื่องทั่วๆ ไปกับเจ้าของเกสต์เฮาส์ ระหว่างนั้นตาก็ไปสะดุดกับรูปที่แปะอยู่บนผนัง เธอก็พูดขึ้นมาว่า “อ้าว นี่เด็กที่ชวนหนูเล่นเมื่อคืนนี่คะ” เจ้าของเกสต์เฮาส์ หัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่า “เด็กคนนี้มักจะชอบชวนไกด์ที่มาพักที่นี่เป็นประจำแหละค่ะ แต่ว่านะ..เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้วค่ะ”

 

คราบสีแดงบนเก้าอี้

ภาพ: theparanormalist.files.wordpress.com

ปกติแล้วไกด์และคนขับรถจะได้พักที่ห้องพักของไกด์ซึ่งต่างไปจากห้องพักของลูกทัวร์ แต่บางครั้งทางโรงแรมก็จัดห้องให้ไกด์พักห้องแบบเดียวกันกับห้องของลูกทัวร์ ซึ่งห้องเหล่านั้นกลุ่มไกด์เองก็จะทราบกันเองว่าเป็น “ห้องที่ลูกทัวร์พักไม่ได้” แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นห้องที่มีวิญญาณหรือเคยเกิดเหตุร้ายใดมาก่อน

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมออนเซ็นแห่งหนึ่งในจังหวัดอิชิกาวะ คราวนี้ไกด์สาวรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่น่าขนลุกตั้งแต่เดินเข้าไปในห้อง แถมเลขห้องยังเป็นเลข 413 โดยเลข 4 ในภาษาญี่ปุ่นพ้องกับคำว่า “ตาย” ส่วนเลข 13 เป็นเลขมรณะสากล เมื่อสำรวจภายในห้องก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร นอกไปจากเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีรอยบุ๋มที่เกิดจากการนั่งทับเป็นเวลานาน และมีคราบสีแดงเข้มบริเวณพนักพิงหลัง ไกด์สาวจึงรีบโทรศัพท์ไปที่ฟรอนท์เพื่อขอย้ายห้อง แต่ห้องเต็มหมดแล้ว สิ่งที่ทำได้คือขอเปลี่ยนเก้าอี้เป็นตัวอื่น

ตกดึก เธอตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงน้ำหยด จึงเดินไปดูในห้องน้ำว่าปิดก๊อกน้ำสนิทหรือไม่ แต่ทุกอย่างดูปกติดี เธอจึงกลับมานอนที่เตียง เช้าวันรุ่งขึ้น เธอหันไปมองที่เก้าอี้แล้วพบว่าเก้าอี้ตัวที่ขอเปลี่ยนมาใหม่นั้นกลับมีคราบสีแดงและรอยเหมือนคนนั่ง อีกทั้งบนโต๊ะยังมีรอยคล้ายหยดเลือดอีกด้วย

 

เด็กหลงทางในโรงแรม

ภาพ: cdn.4travel.jp

คราวนี้เป็นเหตุการณ์ในโรงแรมขนาดใหญ่ริมทะเลสาบบิวะ ในจังหวัดชิกะ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเนืองแน่นอยู่ตลอด คืนหนึ่งเมื่อไกด์สาวส่งลูกทัวร์เข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว เธอก็ได้ดื่มเบียร์และตั้งใจจะไปแช่ออนเซ็นตอนประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในออนเซ็น เธอเห็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดนอนกำลังยืนร้องไห้อยู่ เธอจึงเข้าไปถามว่า “พ่อกับแม่ไปไหนจ๊ะหนู” เด็กคนนั้นตอบว่า “ไม่รู้” และไม่ว่าจะถามกี่คำถาม คำตอบก็คือ “ไม่รู้” ยกเว้นเพียงชื่อของเธอก็คือ “แอนนา”

ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจจูงมือแอนนาไปที่ฟรอนท์ และพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “โทษนะคะ มีเด็กหลงทางค่ะ” แต่เจ้าหน้าที่กลับทำหน้างงแล้วพูดว่า “เด็กคนไหนคะ” เมื่อหันไปก็ไม่พบแอนนาแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็พูดออกมาว่า “ดิฉันเห็นคุณเดินมาคนเดียวตั้งแต่แรก” …แล้วแอนนาไปไหนล่ะ?

หลายวันถัดมา เธอได้ถามไกด์รุ่นพี่ที่มาโรงแรมนี้เป็นประจำ จึงทราบว่าเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบจมน้ำในออนเซ็นเสียชีวิต ขณะที่แม่ลุกไปสระผมเพียงไม่กี่นาที เด็กคนนั้นจึงยังคงตามหาแม่อยู่หน้าออนเซ็นเรื่อยมา

 

วิญญาณสาวเชียร์เบียร์

ภาพ: livedoor.blogimg.jp

ณ เลิฟโฮเทลแห่งหนึ่งกลางเมืองโอซาก้า ภายนอกดูทรุดโทรมตามกาลเวลา ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่นี่เคยเกิดคดีฆาตกรรมสาวเชียร์เบียร์และนำศพไปซ่อนใต้เตียง แต่เนื่องจากชื่อของโรงแรมไม่ได้ถูกเปิดเผยในวงกว้าง ทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นไม่ทราบถึงคดีที่เคยเกิดขึ้น

ในเวลาต่อมามักจะมีแขกที่ไปพักออกมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียถึงเรื่องราวผีๆ ที่พบในโรงแรมแห่งนี้ จนเป็นที่เลื่องลือถึงความน่าสะพรึงกลัวในวงกว้าง เช่น กระจกในห้องอาบน้ำสะท้อนเป็นภาพผู้หญิงใบหน้าอาฆาต เห็นผู้หญิงเลือดอาบเดินอยู่บริเวณทางเดิน บางครั้งผู้หญิงที่มาพักโรงแรมแห่งนี้จะถูกวิญญาณสิง ทำให้ฝ่ายชายมองเห็นเป็นใบหน้าของคนอื่น และที่น่าขนลุกที่สุดคือมีชายคนหนึ่งเล่าว่าเห็นแขนของผู้หญิงโผล่ออกมาจากใต้เตียง

 

คู่รักที่ไม่ยอมปล่อยมือ

เรื่องเล่าจากโรงแรมสุดเฮี้ยนทั่วญี่ปุ่น (อิวาคุซึกิ)ภาพ: res.cloudinary.com

ไกด์หนุ่มคนหนึ่งได้ไปพักที่โรงแรมออนเซ็นแห่งหนึ่งในจังหวัดโอคายาม่า ซึ่งวันนั้นเหลือห้องพักที่ว่างเพียงห้องเดียว ทันทีที่เดินเข้าไปในห้องเขาได้ยินเสียงเหมือนของมีคมเสียดสีกับประตู แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นวิญญาณมาก่อน คืนนั้นเขาจึงนอนหลับอย่างสบายใจ

แต่ว่าจู่ๆ เขาก็ต้องตื่นขึ้นกลางดึก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรกดอยู่บนกลางอกเขา เมื่อลืมตาขึ้นก็แทบช็อก เพราะว่าด้านซ้ายของเขามีชายหนุ่มนอนอยู่ ส่วนด้านขวามีผู้หญิงนอนประกบ มือของทั้งสองมาประกบอยู่เหนืออกของเขาพอดี เขาไม่สามารถลุกขึ้นได้เพราะถูกกดไว้ จึงตะโกนออกมาว่า “ช่วยหายไปทีเถอะ ขอร้องล่ะ” จากนั้นร่างของชายหญิงก็หายวับไป

เช้ารุ่งขึ้น เมื่อเขาเดินไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพนักงานต้อนรับ ทางพนักงานก็ยื่นคูปองแทนเงินสดและเกลือ*ให้เขาโดยทันที ราวกับว่าเตรียมไว้อยู่แล้ว และย้ำว่าขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ

*ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าเกลือสามารถไล่ผีได้

 

ภาพต้องสาป

ภาพ: v3wall.com

คราวนี้ไกด์สาวไปพักที่โรงแรมออนเซ็นแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้แหลมอาชิซุริ (Ashizuri Cape) ในจังหวัดโคจิ ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามและบรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อนในช่วงหน้าร้อน แต่เรื่องเกิดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนในฤดูหนาว หลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ไกด์สาวก็ไปแช่ออนเซ็นเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย แล้วเข้าไปนอนพักในห้อง

ขณะที่เธอนอนหงายมองขึ้นไปบนเพดาน ก็ไปสะดุดตากับภาพดอกไม้สีเหลืองที่แขวนอยู่เหนือเตียง เมื่อจ้องดูก็เห็นเป็นภาพดอกไม้ธรรมดาๆ แต่ด้วยสังหรณ์บางอย่างของเธอทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีกับภาพใบนี้ เธอจึงตัดสินใจย้ายภาพไปใส่ในตู้เสื้อผ้าแล้วเอาเก้าอี้ขวางไว้ จากนั้นก็เข้านอน

ตกดึกเธอตื่นขึ้นในสภาพงัวเงียและเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ทั้งๆ ที่อากาศเย็นจัด และต้องชะงักเพราะเหนือศรีษะของเธอมีรูปดอกไม้สีเหลืองแขวนอยู่ ทั้งๆ ที่เธอจำได้ว่าย้ายไปใส่ในตู้เสื้อผ้า

รุ่งขึ้นเธอจึงไปสอบถามพนักงานถึงที่มาของภาพนั้น ไม่มีใครตอบได้ว่าใครเป็นคนเอามาแขวน มีตั้งแต่ตอนไหน เพราะแต่ละห้องก็แขวนภาพไม่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เคยมีแขกที่มาพักหลายคนบอกว่ารู้สึกแปลกๆ กับภาพนี้ พนักงานจึงเอาไปเก็บในห้องเก็บของ แต่วันถัดมาภาพนั้นก็กลับไปแขวนในห้องโดยที่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนย้ายกลับไป

 

เตียงที่ไม่ว่างเปล่า

ภาพ: mnsatlas.com

เรื่องนี้ลูกทัวร์ซึ่งเป็นคู่รักเล่าให้ไกด์สาวฟังว่าเคยไปพักโรงแรมหรูบนเกาะโอกินาว่า ทั้งๆ ที่จองห้องไว้แบบเตียงคู่และชำระเงินล่วงหน้าแล้ว แต่ถึงเวลาจริง พนักงานแจ้งว่าห้องว่างเหลือเยอะ จึงอัพเกรดเป็นห้องสวีท 4 เตียงให้ ทั้งสองคนจึงรู้สึกโชคดีมาก แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเข้าใจผิดเสียแล้ว

คืนนั้นทั้งสองคนเกิดอาการผีอำ ถูกบังคับให้ลืมตาขึ้นมามองเตียงที่ควรจะไม่มีใครนอน แต่กลับว่ามองเห็นร่างของใครบางคนนอนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อสอบถามพนักงานในโรงแรมจึงทราบว่าทำเลโรงแรมในอดีตเคยเป็นจุดที่ชายหนุ่มที่ต้องไปออกรบในสงครามเวียดนามจะต้องลาจากครอบครัวและคนรัก ที่นี่จึงเหมือนแหล่งรวมพลังงานความโศกเศร้า ใครที่ได้อัพเกรดห้องแบบนี้อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะคุณก็อาจจะมีเพื่อนใหม่มานอนด้วยก็เป็นได้

ที่มา: momo-tour.com

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ