places to propose in japanภาพ : www.pakutaso.com

 

ไม่มีใครหรอกที่จะแฮปปี้เมื่อถูกปฏิเสธจากคนรัก โดยเฉพาะเรื่องการขอแต่งงานที่อีกฝ่ายเซย์โนแล้วล่ะก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว ดังนั้นการวางแผนการขอแต่งงานจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สังเกตได้จากธุรกิจเกี่ยวกับการแต่งงานมากมายที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งการ ขอแต่งงาน ที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้น จะต้องอาศัย สถานที่ ที่เหมาะสมรวมทั้งเวลาที่ใช่อีกด้วย ครั้งนี้เราเลยจะมาแนะนำถึงสถานที่ยอดนิยมใน ญี่ปุ่น ที่ได้ผลอย่างมากในการขอแต่งงาน ซึ่งเรื่องที่ต้องคำนึงในการขอแต่งงานที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเป็นอย่างแรกก็คือเรื่องสถานที่ที่มีวิวที่งดงามและอากาศที่ปลอดโปร่ง เพื่อเอื้อให้เกิดความทรงจำที่แสนประทับใจและมีความสุขกับคนรักได้

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ใน ญี่ปุ่นภาพ : medium.com

 

แต่เดิมประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เหมาะแก่การขอแต่งงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิวที่หลากหลายตามแต่ฤดูกาลหรือสวนที่รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบที่สร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้คน และสถานที่ที่เสริมโชคลาภหรือเติมพลังชีวิต วันนี้เราจึงได้เลือก สถานที่ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการ ขอแต่งงาน 8 แห่ง เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่จะประสงค์หรือสนใจที่จะขอแต่งงานกับคนรักในประเทศ ญี่ปุ่น

 

01 พระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติกที่หินเมโอโตะอิวะ

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - หินเมโอโตะอิวะ (Meotoiwa)ภาพ : www.maitubao.com

 

หินเมโอโตะอิวะ (Meotoiwa) หรือเรียกกันว่า หินแต่งงานหรือหินบ่าวสาว เป็นหินสองก้อนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนผิวน้ำทะเลฟุตามิโนะอุระ (Futaminoura Bay) ในเมืองอิเสะ (Ise) จังหวัดมิเอะ ซึ่งหินสองก้อนนี้เชื่อมกันด้วยเชือกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า โอชิเมะนาวะ (Oshimenawa) ที่ใช้ในพิธีทุกๆ ปี ที่เรียกว่าหินแต่งงานน่าจะมาจากที่หินทั้งสองก้อนนี้ถูกคล้องด้วยเชือกเหมือนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวสวมบนศีรษะในงานพิธีมงคลสมรสนั่นเอง หินก้อนใหญ่ที่มีโทริอิเล็กๆ ตั้งอยู่ข้างบนเปรียบเสมือนหินสามี ส่วนก้อนเล็กก็คือภรรยานั่นเอง สามารถสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันด้วยการชมพระอาทิตย์ตกดินก็คงจะโรแมนติกดีไม่น้อยเลยทีเดียว

 

หินเมโอโตะอิวะ (Meotoiwa)ภาพ : travel.gaijinpot.com

 

สามารถเดินทางจากเกียวโตไปที่หินเมโอโตะอิวะแบบไปกลับได้ใน 1 วัน และยังสามารถไปเยี่ยมชมศาลเจ้าที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่นอย่างศาลเจ้าอิเสะ (Ise Shrine) ในช่วงบ่ายได้อีกด้วย

Info
หินเมโอโตะอิวะ (Meotoiwa)
Hours : 7:30-16:30 น.
Holiday : ไม่มี
Price : ฟรี
Access : นั่งรถบัส Can Bus จากศาลเจ้าอิเสะไนกุ (Ise Grand Shrine) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที, นั่งรถไฟ JR ไปสถานีฟุตามิโนะอุระ (Futaminoura Station) จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 15 นาที
Nearest Station : สถานีฟุตามิโนะอุระ (Futaminoura Station)

 

02 เติมความอบอุ่นที่คิโนะซากิออนเซ็น

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - คิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen)ภาพ :  visitkinosaki.com

 

ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งออนเซ็นมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่ที่คิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen) นั้นจะมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น เพราะตัวออนเซ็นจะตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลกับภูเขาเลย เรียกได้ว่าทิวทัศน์ธรรมชาติงามๆ นั้นจัดเต็มเลยทีเดียว

 

คิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen)

 

ทุกวันจะมีผู้คนมากมายที่มักจะมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้อันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของออนเซ็น อาหารอันเลิศรสและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์ เราการันตีได้เลยว่าการขอแต่งงานจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน ยิ่งหากเป็นในช่วงฤดูที่ดอกซากุระบานนั้นยิ่งจะเสริมบรรยากาศให้มีเสน่ห์มากขึ้น เพราะในช่วงกลางคืนจะเปิดไฟอย่างสวยงามตระการตา

 

เที่ยว คิโนะซากิออนเซ็นภาพ : allabout-japan.com

 

ในช่วงเวลา 6 โมงเย็น จะได้ยินเสียงรองเท้าเกี๊ยะที่ผู้คนใส่เดินกันขวักไขว่  และยังได้สัมผัสความมีชีวิตชีวาจากผู้คนที่สวมชุดยูกาตะเดินไปมาอีกด้วย เหมือนได้กลับไปในอดีตเลย ส่วนช่วงที่หิมะตกก็สวยงามไม่แพ้กัน

 

Kinosaki Onsenภาพ : www.travel.co.jp

 

นอกจากบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกแล้ว ยังสามารถผ่อนคลายกับคู่รักของคุณท่ามกลางธรรมชาติด้วยการแช่ออนเซ็นได้ที่โรงแรมนิชิมูระยะ โชเก็ตสึเท (Nishimuraya Hotel Shogetsutei) ซึ่งเป็นเรียวกังเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี มีออนเซ็นกลางแจ้งที่สามารถแช่คลายเมื่อยพร้อมชมวิวอันสวยงามไปพร้อมๆ กัน

Info
คิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen)
Access :
นั่งรถไฟด่วนพิเศษขบวนโคโนะโทริ (Kounotori) จากสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) ไปลงที่สถานีคิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen Station) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 10 นาที
Nearest Station : สถานีคิโนะซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen Station)

 

03 ขอแต่งงานแบบหวาดเสียวที่โตเกียวสกายทรี

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

     

หากอยากสร้างความตื่นเต้นเร้าใจในการขอแต่งงานนั้น โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) ที่มีความสูงถึง 634 เมตร ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะที่นี่ถือเป็นตึกสูงที่สุดอับดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ชั้นแรกจะมีความสูงจากพื้นดิน 350 เมตร ด้านบนมีชั้นที่ชื่อว่า Tembo Deck ที่มีความสูงถึง 450 เมตรด้วยกัน จะมีลักษณะเป็นชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดซึ่งจะสามารถเพลิดเพลินกับวิวเมืองใหญ่ๆได้ถึง 360 องศา เรียกได้ว่าเห็นรอบทิศเลยนะ

 

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)ภาพ : manimanimag.jp

 

จึงไม่แปลกที่จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะมากจนคิวยาวเป็นหางว่าว แต่หากไม่อยากรอคิว ขอแนะนำให้จองร้านอาหารสกาย 634 (Sky Restaurant 634) ไว้สำหรับพาคนรักไปดินเนอร์แบบหรูหราและดื่มด่ำบรรยากาศที่จะช่วยให้การขอแต่งงานของคุณราบรื่นได้เลยล่ะ

 

ร้านอาหาร ที่ โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)ภาพ : restaurant.tokyo-skytree.jp

Info
โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)
Hours :
8:00-22:00 น.
Holiday : ไม่มี
Price : สามารถเช็คค่าเข้าชมได้ที่ www.tokyo-skytree.jp/en/ticket/    
Access : นั่งรถไฟสายโทบุสกายทรี (TOBU SKYTREE Line) จากสถานีคิตะเซ็นจู (Kita-senju Station) มาลงที่สถานีโตเกียวสกายทรี (TOKYO SKYTREE Station) ใช้เวลาประมาณ 13 นาที, นั่งรถไฟโตเกียวเมโทร สายกินซ่า (Ginza Line) จากสถานีอุเอโนะ (Ueno Station) มาลงที่สถานีอาซากุสะ (Asakusa Station) จากนั้นเปลี่ยนเป็นสายโทบุสกายทรี (TOBU SKYTREE Line) าลงที่สถานีโตเกียวสกายทรี (TOKYO SKYTREE Station) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
Nearest Station : สถานีโตเกียวสกายทรี (TOKYO SKYTREE Station)

 

04 เสริมพลังแห่งรักด้วยสิ่งศักสิทธิ์ที่ศาลเจ้าชิโมกาโมะ

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - ศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine)

 

ผู้คนจะไม่ค่อยรู้จักศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine) ศาลเจ้าเล็กๆ แห่งนี้เท่าที่ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) หรือศาลเจ้าจิชูจินจะ (Jishu Jinja Shrine) แต่รู้ไหมว่าศาลเจ้าชิโมกาโมะที่เก่าแก่ในเกียวโตแห่งนี้ก็มีความสวยงามที่ไม่แพ้ที่ไหนเลยนะ ด้านในมีบรรยากาศรื่นรมย์ไปด้วยต้นไม้จำนวนมากเหมือนเราเดินอยู่ในป่าแล้วเข้ามาเจอศาลเจ้าอันลึกลับอย่างไงอย่างงั้น 

 

Shimogamo Shrineภาพ : journey-of-japan.com

 

ตัวศาลเจ้าเป็นสถาปัตยกรรมสีแดงเข้มที่สวยงามซึ่งเข้ากันกับต้นไม้ได้ดีเลย หากเดินเข้าไปข้างในจะพบว่ามีสะพานตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเล็กๆ จึงไม่แปลกเลยว่าที่แห่งนี้จะมีแต่ความเงียบสงบและความรู้สึกผ่อนคลาย

 

ศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine)ภาพ : www.japanhoppers.com

 

ที่ศาลเจ้าชิโมกาโมะนี้มีชื่อเสียงในด้านของความรักเหมือนศาลเจ้าจิชูจินจะด้วยนะ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนิยมขอเรื่องความรักซะส่วนมาก รองลงมาก็เป็นเรื่องสุขภาพและโชคลาภเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและคนรอบข้าง หรือถ้าหากอยากให้การขอแต่งงานเป็นไปอย่างราบรื่น หรือขอให้การใช้ชีวิตหลังแต่งงานไม่มีอุปสรรคก็ควรที่จะมาเยี่ยมเยือนศาลเจ้าแห่งนี้

Info
ศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine)
Hours :
 ฤดูร้อน 5:30-18:00 น., ฤดูหนาว 6:30-17:00 น.
Holiday : ไม่มี
Access : ขึ้นรถบัสสาย 4,205 จากสถานี JR Kyoto ไปลงที่สถานีรถบัส ชิโจ คาวาระมาจิ/คิตะโอจิ (Shijo Kawaramachi / Kitaoji Bus Terminal) ใช้เวลาประมาณ30 นาที แล้วลงที่ป้ายชิโมกาโมะจินจะมาเอะ (Shimogamojinjamae)

 

05 สวมแหวนแบบโรแมนติกใต้ทิวซากุระเหนือแม่น้ำเมกุโระ

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - แม่น้ำเมกุโระ

 

หากถามถึงสถานที่ที่มีฉากเข้ากับการขอแต่งงานกับคนรักในญี่ปุ่นนั้น คนมักจะนึกถึงสีชมพูอันสดใสของดอกซากุระที่กำลังผลิบานเป็นฉากประกอบสุดโรแมนติก จึงไม่แปลกเลยที่ญีปุ่นจะมีจุดชมดอกซากุระมากมายก่ายกอง แต่หารู้ไม่ว่าในเมืองหลวงอย่างโตเกียวที่มีตึกสูงๆ เยอะหรือเมืองเก่าแก่อย่างเกียวโตก็มีจุดชมดอกซากุระที่สวยๆ และเป็นที่นิยมเหมือนกันนะ 

ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเมกุโระจะรายล้อมไปด้วยแนวต้นซากุระจำนวนมากที่เรียงรายตลอดระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร ราวกับอุโมงค์ซากุระเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลีบดอกซากุระร่วงโรยปกคลุมผิวน้ำด้านล่างและไหลไปตามสายน้ำ อยากบอกว่าในช่วงยามค่ำคืนจะสวยไปอีกแบบเลยเพราะจะมีการจัดแสงไฟนั่นเอง

 

แม่น้ำเมกุโระ โตเกียวภาพ : soratobujutan.tokyo

 

ในช่วงวันหยุดจะมีคนมาชมดอกซากุระที่นี่เยอะเลยแหละ พอมีคนมากันมากขึ้น พักหลังก็จะเห็นว่ามีร้านอาหารเพิ่มขึ้นในละแวกนี้เรื่อยๆ ทำให้ผู้คนได้สังสรรค์ไปพร้อมกับการชมดอกซากุระหรือแม้แต่จะมาขอแต่งงานท่ามกลางฉากเหล่านี้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย

Info
แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)
Access :
นั่งรถไฟ JR มาลงสถานีเอบิสึ (Ebisu Station) แล้วต่อรถไฟใต้ดิน สายฮิบิยะ (Hibiya Line) ไปลงสถานีนากาเมกุโระ (Nakameguro Station)

 

06 จับจองมุมสงบที่คาบสมุทรอิซุ

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - คาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) ชิซูโอกะ

 

คงจะดีไม่น้อยหากถูกขอแต่งงานในสถานที่ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาและทะเลที่มีความสวยงามและความเงียบสงบอันน่ารื่นรมย์อย่างคาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) ในชิซูโอกะ ซึ่งเป็นจุดที่ดอกซากุระบานก่อนที่อื่นเลยด้วย เราว่าเป็นจุดที่ดีในการขอแต่งงานเลย เพราะมีทะเลซากุระสีชมพูสดใสเป็นแบ็คกราวด์อยู่ด้านหลัง หรือหากเบื่อกับวิวซากุระสีชมพูแล้ว เราว่าลองมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงดีไหม คงจะงามไม่แพ้กันเพราะจะมีใบไม้สีทองและใบไม้สีแดงเข้มปลิวว่อนไปทั่วเลย

 

คาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) ชิซูโอกะภาพ : grand-touring-japan.travel.coocan.jp

 

วิวทะเล ภูเขา แม่น้ำ ใบไม้ อะไรทำนองนี้ เราว่ามันดีสุดๆไปเลย เพราะนอกจากวิวที่สวยแล้วมันยังทำให้เรารู้สึกจรรโลงใจ รู้สึกสบายเวลาที่มองวิวเหล่านี้ หรือหากอยู่กับคนพิเศษในสถานที่แบบนี้ ความสบายใจก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก

 

ภาพ : www.amagisou.jp

  

หรือถ้าหากอยากเพลิดเพลินหรือซึมซับความรู้สึกให้นานกว่านี้ แนะนำให้พักที่อามากิโซ (Amagiso) ได้ด้วยนะ เพราะเป็นโรงแรมสไตล์เรียวกังแบบร่วมสมัยที่มีบ่อออนเซ็นตั้ง 28 ชนิดแหน่ะ

Info
คาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula)
Hours :
 24 ชั่วโมง
Holiday : ไม่มี
Access : นั่งโทไกโดชินคันเซ็น (Tokaido Shinkansen) จากโตเกียวไปลงที่สถานีอาตามิ (Atami Station)  ใช้เวลาประมาณ 50 นาที หรือนั่งรถไฟด่วนพิเศษสายอิซุคิวโค (Izu Kyuko) จากสถานีอาตามิไปลงที่สถานที่อิซุคิว ชิโมดะ(Izukyu Shimoda Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

 

07 จับมือฝ่าฝูงชนที่ 5 แยกชิบูย่า

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - 5 แยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Square)

 

คงจะเป็นจุดสนใจโดยไม่น้อยหากขอคนรักแต่งงานท่ามกลางผู้คนในโตเกียวที่เดินไปมาตรงสถานที่ครึกครื้นอย่างทางข้าม 5 แยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Square) ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนพลุกพล่านเนื่องจากเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เกมเซ็นเตอร์จำนวนมาก ฯลฯ

 

5 แยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Square)

 

ยิ่งในตอนเย็นๆ จนถึงค่ำแล้วล่ะก็ แสงไฟจากร้านค้าต่างๆ จะเหมือนเป็นสปอร์ตไลท์ แสงสีในยามค่ำคืนยิ่งจะทำให้บรรยากาศครึกครื้นรวมถึงผู้คนที่เดินไปมา รู้ตัวอีกทีอาจจะมีคนยกมือถือมาถ่ายรูปแสดงความยินดีให้กับเราอีกด้วย น่าลองเหมือนกันนะ

Info
5 แยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Square)
Access :
 จากสถานีชิบูย่า (Shibuya Station) ให้เดินมาที่ทางออกฮาจิโกะ (Hachiko Exit) 

 

08 ให้ภูเขาไฟฟูจิเป็นพยานรัก

 

สถานที่ ขอแต่งงาน ญี่ปุ่น - ภูเขาไฟฟูจิ

 

ทุกคนต่างรู้อยู่แล้วว่าการปีนเขานั้นเป็นเรื่องที่มองก็เหนื่อยแล้ว  แต่ละคนต่างมีเป้าหมายของตัวเอง บางคนอาจจะแค่เดินสูดอากาศ หรืออาจจะเดินออกกำลังกาย หรือบางคนอาจจะเดินเพื่อขึ้นไปชมวิวจุดที่สูงที่สุดบนยอดเขาเพื่อเป็นความภาคภูมิใจแก่ตัวเอง และถ้าหากเปลี่ยนเป็นชวนคนรักมาเดินด้วยกันล่ะ? คงจะวิเศษมากแน่ๆ ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ร่วมกัน

 

ภูเขาไฟฟูจิ

 

เหนือสิ่งอื่นใด ความหนื่อยจะหายไปโดยสิ้นเชิงเลยหากคุณขอแต่งงานกับคนรักและได้ยินคำตอบว่า “ตกลง”  กลับมา

 

 

เราว่าการปีนเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นเพื่อไปชมวิวนั้นมันเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ถึงจะบอกว่าเดินไปชมวิวไปก็ตาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ยอดนิยม ดังนั้นจะมีคนมากมายมาเยี่ยมชมจนเวลาถ่ายรูปก็ติดผู้คนไปหมด  

หรือถ้าหากไม่อยากไปขอแต่งงานที่ภูเขาไฟฟูจิเพราะต้องปีนเขาล่ะก็ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ ได้ทั้งวิวทะเลสาบและวิวภูเขาไฟ บอกเลยว่าแค่วิวก็โรแมนติกมาก ช่วงที่แนะนำคือตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์

Info
ภูเขาไฟฟูจิ (Fujisan)
Hours :
8:30-17:00 น., เดือนกรกฎาคม-กันยายน ปิด 18:00 น. วันหยุดฤดูร้อน ปิด 20:00 น.
Holiday : ไม่มี
Price : ฟรี
Access : นั่งรถไฟสายอาซุสะ (Azusa Line) หรือรถไฟไคจิ (Kaiji) จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) ไปลงที่สถานีโอตสึกิ (Otsuki Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสายฟูจิคิว (Fujikyu Railway) จากสถานี Otsuki ไปลงที่สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko  Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ที่มา headlines.yahoo.co.jp

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ