11 Best Sushi Restaurants: แชร์พิกัดร้านซูชิระดับ Gold ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นจาก Tabelog Award ประจำปี 2026
ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน “ซูชิ” ต้องติดโผอันดับต้น ๆ แน่นอน! ถึงแม้ในไทยจะหากินง่าย แต่การได้ไปชิมร้านระดับตำนานถึงถิ่นก็ยังเป็น Checklist ที่ไม่ควรพลาด แล้วร้านไหนล่ะคือที่สุด? ถ้าเมืองไทยมี Wongnai ที่ญี่ปุ่นเขาก็มี “Tabelog” เว็บรีวิวที่คนญี่ปุ่นเชื่อถือที่สุดนั่นเอง เเละล่าสุดกับผลรางวัล The Tabelog Award 2026 ที่เพิ่งประกาศสด ๆ ร้อน ๆ วันนี้ Kiji เลยขออาสาพาไปส่อง 11 ร้านซูชิระดับ “Gold Award” จะมีพิกัดไหนน่าตามรอยบ้าง เตรียมจดลิสต์แล้วไปดูกันเลย✨🍣
Tabelog Award (Gold Awards) คืออะไร?
Tabelog Award คือรางวัลที่คัดเลือกร้านอาหารกว่า 890,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น เเละตัดสินโดย “คะแนนรีวิวจากนักกินตัวจริง” ไม่ใช่กรรมการเพียงไม่กี่คน โดยมีหัวใจสำคัญคือ
- รสชาติ โดยคัดเลือกจากความอร่อยล้วน ๆ ไม่เกี่ยงว่าร้านจะอยู่ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ หรือเป็นอาหารประเภทไหน
- การโหวต ร้านที่จะถูกเสนอชื่อต้องมีคะแนนในเว็บ Tabelog ตั้งแต่ 4.00 ขึ้นไป (ซึ่งยากมาก) แล้วจึงเปิดให้ผู้ใช้งานเข้ามาลงคะแนนโหวตตัดสิน
- การสนับสนุนวัฒนธรรมอาหารในระยะยาว เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนด้านอาหารได้แลกเปลี่ยนกับเชฟมืออาชีพ เพื่อสืบทอดความรู้และแรงบันดาลใจสู่คนรุ่นใหม่ต่อไป
นอกจากนั้นยังมีการแบ่งร้านต่าง ๆ ตามระดับ ทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันคือ Gold, Silver, Bronze แต่ระดับ Gold Award คือ “ที่สุดของที่สุด” (The Best of the Best) หรือ “ร้านที่ควรค่าแก่การไปทานให้ได้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าร้านนั้นจะตั้งอยู่ที่ไหนก็ตาม”
1. Higashiazabu Amamoto (東麻布 天本)
Masamichi Amano เชฟฝีมือดีที่ฝึกปรือวิชาจากร้านระดับตำนานอย่าง “Umi” ภายใต้การชี้แนะของปรมาจารย์ Nagano Mitsuyasu จนวันนี้เขาได้ก้าวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่ย่าน Higashi Azabu ร้านซูชิที่เขาต้องการสืบทอดจิตวิญญาณชั้นครู สู่รสสัมผัสระดับ Masterpiece

ภาพ: Higashiazabu Amamoto
มีจุดเด่นอยู่ที่การคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดี เเละนำเสนอออกมาในรูปแบบ Edomae Sushi แบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความสมัยใหม่เข้าไปด้วย ต่อมาไม่นาน ร้านของเขาก็สามารถคว้า 2 ดาวมิชลินมาครอง หลังจากเปิดร้านได้แค่ 6 เดือน (Guide Tokyo 2017) กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการซูชิร่วมสมัยไปเลย

ภาพ: Higashiazabu Amamoto
Info
Higashiazabu Amamoto
Location: เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
Hours: 17:00-20:00 น. / 20:30-23:30 น.
Holiday: วันอาทิตย์
Seats: 8 ที่นั่ง
Reservation: http://higashiazabuamamoto.com/en/reservation
Access: จากสถานี Akabanebashi Station (Oedo-Line) เดินประมาณ 4 นาที หรือจากสถานี Kamiyacho Station (Hibiya-Line) เดินประมาณ 10 นาที
2. Sushi Arai (鮨 あらい)
เชฟ Yuichi Arai เปิดตัวร้าน “Sushi Arai” ในย่าน Ginza 8-chome เมื่อปี 2015 ด้วยวัยเพียง 33 ปี หลังจากบ่มเพาะวิชาจากร้านดังอย่าง “Ginza Kyubey” และ “Sushi Takumi” จนกลายเป็นเชฟรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในย่านที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งนี้
จุดเด่นที่ทำให้ใครก็ต้องหลงรักคือ บรรยากาศร้านที่ถูกตกแต่งในสไตล์ย้อนยุค (Showa-era) ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน เเละความจริงจังของเชฟอาราอิในการเตรียมทูน่า เขาจะปรับเทคนิคการลงมีดและสัดส่วนน้ำส้มสายชูในข้าวแบบวันต่อวันเพื่อให้ดึงรสชาติปลาออกมาได้ดีที่สุด รวมถึงศิลปะการปั้นที่เน้น “ความพอดี” ในทุกคำ โดยใช้ข้าวสายพันธุ์ Koshihikari จากจังหวัดโทยามะ ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลแต่เต็มคำ
Info
Sushi Arai
Location: เขตชูโอ, กรุงโตเกียว
Hours: 12:00 น.~, 18:00 น.~, 20:30 น.~ (ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ เราอาจเปิดให้บริการอาหารกลางวันตั้งแต่ 12:00 น. หรือ 15:00 น. เป็นต้นไป)
Holiday: วันพุธ
Seats: ที่นั่งเคาน์เตอร์หลัก 8 ที่นั่ง และอีก 6 ที่ในห้องส่วนตัว
Reservation: https://omakase.in/r/ar983475
Access: จากสถานี Ginza (Exit A5) เดินประมาณ 5-6 นาที
3. Chikamatsu (近松)
ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวฟุกุโอกะ บอกเลยว่านี่คือร้านซูชิระดับ “Must-visit” ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสงบเเละมีทางเดินหินก่อนจะเข้าไปในร้านที่มีเคาน์เตอร์ไม้สีขาวสะอาดตา

ภาพ: https://tabelog.com/
สำหรับจุดเด่นของที่นี่คือ เชฟจะเลือกใช้เฉพาะ วัตถุดิบเกรดพรีเมียมตามฤดูกาล เพื่อให้ได้รสชาติที่สดใหม่ที่สุดของวันนั้น เเละใช้เพียงน้ำส้มสายชูข้าวในการปรุงรสข้าวซูชิ เพื่อชูรสชาติของปลาให้โดดเด่นและสมดุล รวมถึงศิลปะการปั้นข้าวที่นุ่มนวลจนละลายในปากทันทีที่ทาน

ภาพ: https://tabelog.com/
Info
Chikamatsu
Location: เขตชูโอ, จังหวัดฟุกุโอกะ
Hours: วันอังคาร 18:00 – 21:30 น. , วันพุธ-วันอาทิตย์ 12:00 – 14:00 น. / 18:00 – 21:30 น.
Holiday: วันจันทร์
*ปิดทำการในวันหยุดยาว 1 วันต่อเดือน (วันที่ไม่แน่นอน)
*เวลาทำการและวันหยุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการ
Seats: 9 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://autoreserve.com/th/restaurants/52XAEhQNiSveAL4fh55A
Access: จากสถานี Yakuin-odori(Zoo & Botanical Garden)เดินประมาณ 5 นาที
4. Sushi Ikkou (鮨 一幸)
จากร้านในซัปโปโรมาปักหลักที่ย่าน Ginza ใจกลางกรุงโตเกียวของเชฟ Kudo ผู้ที่มีปณิธานแรงกล้าว่า “ผมต้องการปั้นซูชิที่สัมผัสถึงหัวใจของผู้คน” เเละทุ่มเททั้งทักษะและแรงใจทั้งหมดเพื่อดึงจิตวิญญาณของวัตถุดิบออกมา เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของเชฟซูชิคือการคัดสรร “วัตถุดิบชั้นเลิศ” และนำเสนอออกมาอย่างดีที่สุดให้กับคนทาน
ภาพ: Sushi Ikkou

ภาพ: https://tabelog.com/
ไม่ใช่แค่นั้น แต่ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่, อุปกรณ์การปั้น, จานชาม ไปจนถึงการบริการ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ “Waiting Bar” เพื่อให้แขกได้ปรับอารมณ์และเตรียมความพร้อมของประสาทสัมผัส ก่อนเริ่มดื่มด่ำกับคอร์สซูชิสุดพิเศษ

ภาพ: Sushi Ikkou
Info
Sushi Ikkou
Location: เขตชูโอ, กรุงโตเกียว
Hours: 17:30 – 19:30 น. / 20:30 – 22:30 น.
*วันจันทร์-วันอาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์, วันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ เเละวันหลังวันหยุดนักขัตฤกษ์
Holiday: วันพุธ
Seats: 8 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://omakase.in/en/r/ik477122
Access: จากสถานี Higashi-Ginza (Exit A1) เดินประมาณ 2 นาที
5. Komada (こま田)
สำหรับใครที่อยากสัมผัสซูชิที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและได้กลิ่นอายของวัตถุดิบจากภูมิภาคอื่นนอกโตเกียว ร้าน Komada คือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด ตัวร้านจะซ่อนตัวอยู่หลังทางเดินหิน ท่ามกลางธรรมชาติสงบที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว สมกับเป็นร้านซูชิระดับไฮเอนด์ที่จะพาทุกคนไปสัมผัส “มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลอิเสะ” ผ่านฝีมือการปั้นอันประณีตของเชฟ Kamada Kenri

ภาพ: Komada
จุดเด่นของที่นี่คือคอร์ส Omakase ที่คัดสรรวัตถุดิบดีที่สุดตามฤดูกาล เพื่อถ่ายทอดความพิเศษของช่วงเวลานั้นลงในแต่ละคำ พร้อมทั้งเลือกใช้ “ของดีจากเมืองอิเสะ” ไม่ว่าจะเป็นปลา เกลือ หรือวาซาบิท้องถิ่น มารังสรรค์เป็นซูชิที่สะท้อนตัวตนตามแบบฉบับ Komada
ภาพ: Komada
Info
Komada
Location: เมืองอิเสะ, จังหวัดมิเอะ
Hours: 18:00 – 22:00 น.
Holiday: วันจันทร์เเละวันพฤหัสบดี (ไม่แน่นอน)
Seats: 6 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://www.tableall.com/restaurant/157
Access: จากสถานี Iseshi เดินประมาณ 10 นาที
6. Mitani (三谷)
ถ้าจะพูดถึงร้านซูชิที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำ “Sushi Pairing” หรือการเสิร์ฟซูชิคู่กับไวน์และสาเกชั้นเลิศ จนกลายเป็นร้านที่ขึ้นชื่อว่า “จองยากที่สุด” ต้องจองล่วงหน้ายาวนานถึงหนึ่งปีเลยก็ต้องยกให้ร้าน Mitani ของเชฟ Yasuhiko Mitani
ภาพ: サプレマシー
ภาพ: うどんが主食
เพราะเชฟ Mitani ไม่ได้เสิร์ฟแค่ซูชิ แต่เขาสร้างสรรค์คอร์สอาหารที่ดึงเอาจิตวิญญาณของวัตถุดิบมาผสมผสานกับเครื่องดื่ม เพื่อนำเสนอความงามแบบ “วาบิซาบิ” ที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก
ภาพ: pateknautilus40
ภาพ: カフェモカ男
ตัวร้านจะซ่อนตัวอย่างลึกลับใกล้สถานี Yotsuya แต่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สีดำเรียบหรู เข้าไปภายในร้านมีเพียง 7 ที่นั่งตรงบริเวณเคาน์เตอร์ไม้ไซเปรสรูปตัว L เท่านั้น เพื่อให้ความรู้สึกพิเศษเเละเป็นส่วนตัว
ภาพ: うどんが主食
ภาพ: カフェモカ男
Info
Mitani
Location: ย่านชิจูกุ, กรุงโตเกียว
Hours: 18:00 – 22:30 น. (L.O. 22:00 น.)
Holiday: วันจันทร์เเละวันอังคาร
*เวลาทำการและวันหยุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการ
Seats: 6 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://autoreserve.com/ja/restaurants/ZVFobgh4vT8pW9bPXTYt
Access: จากสถานี Yotsuya เดินประมาณ 4 นาที
7. Sushi Saitou (鮨 さいとう)
สำหรับสายซูชิตัวจริง เชื่อว่าต้องเคยไปทานหรือได้ยินชื่อร้านนี้มาบ้าง เพราะร้าน Sushi Saitou เป็นหนึ่งในร้านซูชิที่จองยากที่สุดในโลกเเละได้รับความนิยมมากที่โตเกียว จนได้มีโอกาสมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok ซึ่งยังคงรักษามาตรฐานการคัดเลือกวัตถุดิบและเทคนิคการปั้นตามแบบฉบับสาขาแม่ที่โตเกียวไว้ได้ครบถ้วน
หัวใจสำคัญของร้านอยู่ที่ความสวยงามและเรียบหรูของซูชิทุกคำ เพราะเชฟ Koji Saito ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีพื้นฐานอย่างการต้ม นึ่ง ดอง และย่าง เพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดออกมาจากวัตถุดิบให้มากที่สุด
ความพิถีพิถันนี้รวมไปถึงการเลือก “ข้าว” โดยเชฟจะใช้ข้าวเมล็ดใหญ่ที่ผ่านการบ่มมาอย่างดี ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแดงและเกลือเท่านั้น ที่สำคัญคือการควบคุมอุณหภูมิข้าวให้สัมพันธ์กับหน้าซูชิแต่ละชนิดแบบคำต่อคำ เพื่อให้เกิดรสสัมผัสที่กลมกล่อมและสมดุลที่สุด
Info
Sushi Saitou
Location: เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
Hours: 12:00 – 14:00 น. / 18:00 – 23:00 น.
Holiday: วันอาทิตย์เเละวันหยุดนักขัตฤกษ์
*ปิดทำการในวันหยุดที่ไม่ต่อเนื่องกัน
Seats: 9 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://shokuoku.com/restaurant/?rstid=1
Access: จากสถานี Roppongi Itchome เดินประมาณ 1 นาที
8. Sushi Sanshin (鮨 三心)
เปลี่ยนบรรยากาศมาทานซูชิใจกลางย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบใกล้ปราสาทโอซาก้ากันบ้างที่ร้าน Sushi Sanshin ของเชฟ Yoshitaka Ishibuchi ที่นี่รีโนเวทมาจากบ้านแถวโบราณสไตล์ “นากายะ” ให้กลายเป็นพื้นที่ทานอาหารสุดคลาสสิก ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แสงแดดจะสะท้อนสีชมพูของดอกซากุระจากสวนข้างร้านเข้ามา เป็นบรรยากาศที่หาจากที่ไหนไม่ได้จริง ๆ
ภาพ: Sushi Sanshin
นอกจากบรรยากาศที่สวยงามเเล้ว สำหรับเชฟ Ishibuchi “ข้าวซูชิ” คือสิ่งที่เขาให้ความใส่ใจมาก ๆ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เชฟสามารถควบคุมคุณภาพให้ดีที่สุดได้ เขาจึงทุ่มเทถึงขั้นไปปลูกข้าวเองในจังหวัดชิกะ โดยใช้ข้าวสายพันธุ์ Sanshinmai ที่มีเมล็ดอวบอิ่มและให้สัมผัสเนียนนุ่มเหมือนครีม นำมาผสมกับข้าวพันธุ์ Omimai แล้วหุงในหม้อเหล็กโบราณ (Hagama) เพื่อให้ได้ข้าวที่สุกทั่วถึงและหอมกรุ่นที่สุด เพื่อที่ตอนย้ายข้าวลงในถังไม้ไซเปรสและคลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษในขณะที่ข้าวยังร้อนจัด ข้าวทุกเมล็ดจะสามารถซึมซับรสชาติได้อย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นข้าวซูชิที่สมบูรณ์แบบ
ภาพ: Sushi Sanshin
Info
Sushi Sanshin
Location: เขตชูโอ, จังหวัดโอซาก้า
Hours: 11:30 – 16:30 น.
*รอบแรก ตั้งแต่ 11:30 น. เป็นต้นไป
*รอบที่สอง ตั้งแต่ 14:00 น. เป็นต้นไป
Holiday: ไม่แน่นอน
Seats: 8 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://omakase.in/
Access: จากสถานี Tanimachi Rokuchome (Exit 6) เดินประมาณ 5-6 นาที
9. Sawada (さわ田)
มาถึงร้านซูชิของเชฟ Sawada ที่เหล่านักชิมต่างยกย่อง เพราะเชฟเชื่อว่า “ซูชิก็เหมือนการแสดงบนเวที แม้ปลาจะเป็นตัวเอกที่ต้องอร่อยอยู่แล้ว แต่ถ้าตัวประกอบอย่างข้าว, สาหร่าย, วาซาบิ หรือเกลือไม่ดีพอ การแสดงนั้นก็ไม่มีทางสมบูรณ์แบบ”
ภาพ: https://tabelog.com/
ภาพ: Sawada
จากแนวคิด เชฟจึงไม่ได้เลือกใช้สาหร่ายอะไรก็ได้ แต่ใช้ “Gokujo Kontobi” สาหร่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมฟุ้งและรสสัมผัสที่ละลายในปาก โดยเชฟจะนำมาอังบน “ถ่านบินโจตัน” อย่างรวดเร็วเพื่อให้สาหร่ายคืนความกรอบและส่งกลิ่นหอมที่สุดก่อนเสิร์ฟ จนลูกค้าหลายคนถึงกับขอทานแค่สาหร่ายเปล่า ๆ รวมถึงเทคนิคดึงรสสัมผัส อย่างเช่น เมนู “กุ้งคุรุมาเอบิ” เชฟจะเลือกใช้วิธี “นึ่ง” แทนการต้มกุ้ง เพื่อให้ได้เนื้อที่เด้งและหวานฉ่ำกว่าเดิม
ภาพ: arimelody
ภาพ: pateknautilus40
Info
Sawada
Location: เขตชูโอ, กรุงโตเกียว
Hours: วันอังคาร, วันพุธเเละวันศุกร์ 12:00 – 14:00 น. / 18:00 – 20:30 น.
วันเสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12:00 – 14:00 น. / 17:00 – 19:30 น.
Holiday: วันจันทร์, วันพฤหัสบดีเเละวันอาทิตย์
Seats: 6 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://omakase.in/
Access: จากสถานี Ginza Station (Exit A5) เดินประมาณ 1 นาที
10. Shimazu (島津)
ถ้าใครกำลังมองหาความเอ็กซ์คลูซีฟ ร้าน Shimazu คือคำตอบ เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคารที่ดูธรรมดาและไม่มีแม้แต่ป้ายบอกทาง แต่เบื้องหลังประตูสีดำคือโลกของซูชิระดับไฮเอนด์ที่มีเพียง 8 ที่นั่ง โดยมีเชฟ Chishu Shimazu คนที่เคยปั้นร้านซูชิ “Ranmaru” ให้โด่งดังจนตอนนี้ได้มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง
ภาพ: Shimazu
ภาพ: Shimazu
ร้านซูชิสมัยใหม่หลายร้านมักจะเสิร์ฟกับแกล้มคำนึง สลับกับซูชิคำนึงไปเรื่อย ๆ ตรงกันข้ามเชฟ Shimazu จะเน้นปั้นซูชิต่อเนื่องกันรวดเดียวถึง 14 คำ เพื่อให้คนทานสัมผัสถึงจังหวะและรสชาติของข้าวกับปลาได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องการให้แขกจดจำร้านของเขาในฐานะ “ร้านที่มาเพื่อกินซูชิจริง ๆ”


ภาพ: Shimazu
นอกจากนั้นเชฟยังใช้เทคนิคผสมน้ำส้มสายชูถึง 4 ชนิด เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่มีมิติ มีความเปรี้ยวนำแต่กลมกล่อม ข้าวแต่ละเมล็ดมีความนุ่มหนึบและเสิร์ฟในอุณหภูมิที่สูงเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับหน้าปลาที่มีไขมันสูง บวกกับเทคนิคการปั้นแบบ “Airy” หรือมีอากาศแทรกอยู่ข้างใน เมื่อทานเข้าไปไขมันปลาจะค่อย ๆ ละลายและกระจายไปทั่วปากพร้อมกับข้าวอย่างลงตัว
ภาพ: Shimazu
Info
Shimazu
Location: เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
Hours: วันอังคาร-วันเสาร์ รอบแรก 17:00 – 19:15 น. / รอบที่สอง 19:30 – 21:45 น.
Holiday: วันจันทร์เเละวันอาทิตย์
Seats: 8 ที่นั่ง (เฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์)
Reservation: https://omakase.in/ja/r/bz866949
Access: จากสถานี Shirokane Takanawa (Exit 3 เเละ 2) เดินประมาณ 2 นาที
11. Nihonbashi Kakigaracho Sugita (日本橋蛎殻町 すぎた)
ปิดท้ายด้วยร้านที่เรียกได้ว่าเป็น “เบอร์หนึ่งในใจ” ของเหล่านักชิมทั่วโลก เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือการสืบทอดจิตวิญญาณ Edomae Sushi ขนานแท้ที่สมบูรณ์แบบที่สุดร้านหนึ่งในญี่ปุ่น ภายใต้การดูแลของเชฟ Takahiro Sugita
ความพิเศษที่ทำให้ Sugita เป็นมากกว่าร้านซูชิคือ จิตวิญญาณของเชฟ Sugita ที่เคยฝึกฝีมือจาก “Miyakozushi” ร้านระดับตำนานที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยเมจิ ทำให้ทุกคำปั้นของเขาเต็มไปด้วยเทคนิคดั้งเดิม ทั้งการดองปลาโคะฮาดะ (Kohada) จากอามาคุสะ และการปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแดงและโชยุสูตรพิเศษตามแบบฉบับ Edomae
เสน่ห์ที่ดึงดูดอีกอย่างเลยคือ “ท่วงท่าการปั้น” ที่สง่างามและว่องไวประดุจการแสดงงานศิลปะ ผสมผสานกับซูชิเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนที่แทบจะละลายในปากทันทีที่ทานเข้าไป รวมถึงบุคลิกที่อบอุ่นและการใส่ใจทุกรายละเอียดของเชฟ ทำให้บรรยากาศในร้านดูเป็นกันเอง แม้จะเป็นร้านระดับท็อปของโลกก็ตาม
Info
Nihonbashi Kakigaracho Sugita
Location: เขตชูโอ, กรุงโตเกียว
Hours: วันพุธและวันศุกร์ มื้อกลางวัน: ตั้งแต่ 12:00 น. เป็นต้นไป เเละมื้อเย็น: 17:30 น. และ 20:30 น. / วันพฤหัสบดีและวันเสาร์ มื้อเย็น: 17:30 น. และ 20:30 น. / วันอาทิตย์ มื้อกลางวัน: ตั้งแต่ 12:00 น. เป็นต้นไป เเละมื้อเย็น: 17:30 น.
Holiday: วันจันทร์ (วันอังคารไม่แน่นอน)
Seats: 9 ที่นั่ง (ห้องส่วนตัวพร้อมเคาน์เตอร์)
Reservation: https://omakase.in/
Access: จากสถานี Suitengumae Station (Exit 4) เดินประมาณ 2 นาที
ที่มา: https://award.tabelog.com/


























