KOYASAN: MOUNTAIN OF FAITH

“ดินแดนศักดิ์สิทธ์บนยอดเขาโคยะ”

เวลาพูดถึงแถบคันไซของญี่ปุ่น น้อยคนนักที่จะคิดถึงจังหวัดวากายามะ (Wakayama) สถานที่ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้คือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาสูงของจังหวัดวากายามะ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 2 ชั่วโมง สถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดศาสนาพุทธนิกายชินงอน (Shingon) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทรงเสน่ห์ระดับมรดกโลกของญี่ปุ่น “โคยะซัง (Koyasan)”

 

โคยะซัง (Koyasan) สถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดศาสนาพุทธนิกายชินงอน (Shingon)

 

“โคยะซัง” (Koyasan) คือ ภูเขาที่เต็มไปด้วยวัดโบราณ 117 วัด สถานที่ซึ่งชาวบ้านธรรมดาอาศัยอยู่ร่วมกับศาสนา ล้อมรอบด้วยป่าทึบ มีประชากรประมาณ 4,000 คน เป็นพระสงฆ์มากถึง 1 ใน 4 ของประชากร เวลาเดินไปไหนในโคยะซังจึงพบเห็นพระสงฆ์ได้บ่อยๆ ที่นี่เริ่มก่อร่างสร้างเมืองในปี ค.ศ. 816 โดย คูไค (Kukai) หรือ โคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) พระสงฆ์ผู้ก่อตั้งนิกายชินงอนภายใต้ศาสนาพุทธฝ่ายวัชรยาน ท่านเกิดเมื่อปี ค.ศ. 774 บนเกาะชิโกกุ (Shikoku) ได้ไปศึกษาเล่าเรียนศาสนาพุทธที่ประเทศจีน แล้วจึงกลับมาสร้างวัดจนกลายเป็นอาณาจักรเมืองพุทธบนยอดเขาดังเช่นทุกวันนี้

 

โคยะซัง (Koyasan)

 

ประวัติศาสตร์ยาวนาน 1,200 ปี ทำให้โคยะซังได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกในฐานะที่เป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขา คิอิ (Kii)” ในปี ค.ศ. 2004 โดยยูเนสโกและยังถือว่ามีภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อีกด้วย การท่องเที่ยวที่นี่จึงเป็นการแสวงบุญที่หลอมรวมเข้ากับการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถชมสถาปัตยกรรมโบราณ เดินเล่นในสุสานสุดหลอน ลองนอนในวัดญี่ปุ่น และชิมอาหารมังสวิรัติซึ่งปรุงโดยยึดหลักธรรมชาติ สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม ฉันคิดว่าที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ควรมาให้ได้สักครั้งในชีวิตเพื่อซึมซับความยิ่งใหญ่ของจุดกำเนิดความเชื่อและความศรัทธาที่ยังคงมีชีวิตมานับพันปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้เรามากกว่าคำว่าเพลิดเพลินแน่นอน

 

 

TEMPLE IN WINTER SEASON
หิมะ วัดวาอารามและธรรมชาติแห่งชีวิต

 

วัดที่โคยะซัง (Koyasan) ในฤดูหนาว

 

โคยะซังต้ังอยู่บนยอดเขาที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะสมกับการเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู ในฤดูหนาวโคยะซังจะมีทัศนียภาพที่สวยงามเหมือนฝัน แต่ความหนาวเย็นที่แทรกซึมไปทั้งร่างอาจทำให้สั่นไหวได้ง่ายๆ ภายในวัดส่วนใหญ่ของโคยะซัง จะมีทางเดินไม้ใต้ชายคาให้ชมบรรยากาศรอบๆ ด้วยความสงบ มีสวนญี่ปุ่นงามตา มีห้องโถงสำหรับรับรองแขก มีโบสถ์และเจดีย์ไม้ แต่หลายๆ จุดที่เป็นอาคารปลอดโปร่งมักจะไม่มีฮีตเตอร์ ในหน้าหนาวเช่นนี้อาจดูลำบากสักหน่อย แต่การชมสถาปัตยกรรมต่างๆ ด้วยอากาศตามธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับสถานที่แห่งนี้ และคงจะดีมากถ้าผู้อ่านได้มาลองนอนในวัดโบราณอย่างนี้ท่ามกลางอากาศหนาว และเหยียบย่ำไปบนหิมะเพื่อขอพรในเมืองศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน

 

TEMPLE STAY
นอนพักในวัดญี่ปุ่น

 

วัดไซเซ็นอิง (Saizen-in Temple)

 

จุดเด่นที่สุดของโคยะซังคือสามารถเข้าพักในวัดได้ ด้วยบริการเสมือนเกสต์เฮ้าส์ ซึ่งมีวัดที่เปิดให้เข้าพักได้ ทั้งหมด 52 วัด แต่ละวัดซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน สามารถเข้าพักที่ไหนก็ได้ตามที่ชื่นชอบ ส่วนตัวฉันขอแนะนำที่วัดไซเซ็นอิง (Saizen-in Temple) เพราะเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับวัดสำคัญอย่างวัดดันโจะงะรันมากๆ

 

วัดไซเซ็นอิง (Saizen-in Temple) วัดเก่าแก่มีอายุนับพันปี

 

ไซเซ็นอิงเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่อายุนับพันปี แม้ตัววัดจะได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาหลายครั้งแต่ก็ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณเอาไว้ ตอนเข้าพักจึงต้องระวังห้ามลากกระเป๋าบนพื้นไม้ วัดมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องพักที่ต้องขึ้นผ่านบันไดชันๆ และไม่มีลิฟต์ให้ขนของอย่างอาคารสมัยใหม่ อีกทั้งตามโถงทางเดินภายในอาคารก็ไม่มีฮีตเตอร์ จึงค่อนข้างหนาว แต่พอเข้าห้องพักกว้างขวางก็จะมีฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่นให้นอนหลับสบาย ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 15 ห้อง ตกแต่งสไตล์ดั้งเดิมด้วยเสื่อทาทามิ มีวิวสวนหินญี่ปุ่นโบราณเป็นพื้นที่พักผ่อน

 

ที่พักภายในวัดไซเซ็นอิง (Saizen-in Temple)

 

แม้โครงสร้างจะดูเป็นวัดโบราณ แต่ที่นี่ก็มีบริการครบครันทั้ง WiFi ยูกาตะ ผ้าเช็ดตัว มีห้องอาบน้ำรวม (แยกชาย/หญิง) ที่มีบ่อให้แช่น้ำร้อนได้อย่างสบายตัว และยังมีกิจกรรมให้ทำระหว่างเข้าพักเพื่อเรียนรู้คำสอนของศาสนาพุทธนิกายชินงอนด้วย

 

ศึกษาธรรมะผ่านอาหาร

 

อาหารที่เรียกว่า “โชจินเรียวริ” (Shojin Ryori) ให้บริการ เป็นอาหารมังสวิรัติแบบ เดียวกับที่พระฉันในวัด

 

ที่นี่มีอาหารที่เรียกว่า “โชจินเรียวริ” (Shojin Ryori) ให้บริการ เป็นอาหารมังสวิรัติแบบ เดียวกับที่พระฉันในวัด มีวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาล แต่กลับมีรสชาติอร่อย กลมกล่อมเกินคาด เช่น เต้าหู้โกะมะ (Goma-tofu) หรือ เต้าหู้งา อาหารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เต้าหู้โคยะ (Koya-tofu) เมนูท้องถิ่นของโคยะซัง เนื้อเต้าหู้มีผิวสัมผัสเหมือนฟองน้ำเนื้อละเอียด เคี้ยวนุ่มชุ่มฉ่ำ และถั่วดำต้มที่ใช้ถั่วในละแวกนี้ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ นำถั่วไปต้มในน้ำตาลกับ โชยุเป็นเวลานาน 5-6 ชั่วโมง เมื่อต้มเสร็จทิ้งไว้ 1 คืน ก็จะได้ถั่วต้มรสชาติดีจนอยากกินต่อเรื่อยๆ

พระสงฆ์ของที่นี่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้เช่นเดียวกับคนธรรมดา อาจจะเป็นเพราะญี่ปุ่นมี อากาศหนาวจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นเหมือนยาที่ส่งผลดีต่อร่างกาย คำสอนที่แตกต่างกัน ทำให้เราเห็นว่าบางเรื่องที่คิดว่าผิดบาปอาจเป็นเพียงวัฒนธรรมธรรมดาในอีกที่หนึ่งก็เป็นได้ ด้วย หลักการที่สอนให้เข้าใจและเคารพในธรรมชาติบนโลกใบนี้ การกินอาหารด้วยความสำรวมก็คือ การเคารพและชื่นชมต่ออาหารที่เรารับประทานเช่นกัน

 

สวดมนต์ยามเช้า

 

บรรยากาศภายในวัดไซเซ็นอิง

 

ที่วัดไซเซ็นอิงมีพระเพียง 2 รูปเท่านั้น ทุกเช้าเวลาประมาณ 6 โมงจะมีพิธีสวดมนต์ในโบสถ์ของวัดที่มีบรรยากาศลึกลับ มืดสลัว เราสามารถเข้าไปนั่งฟังบทสวดและร่วมอธิษฐานได้ แม้เราจะฟังบทสวดไม่ออกแต่การได้เข้าไปนั่งสังเกตการณ์วิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันไปของศาสนาพุทธคนละนิกายก็น่าสนใจแล้ว อีกทั้งการตกแต่งในโบสถ์ยังเต็มไปด้วยศิลปะโบราณมากมาย ให้เราได้ชื่นชมความงามไปพลางๆ ระหว่างสวดมนต์ ด้านบนเพดานโบสถ์ถูกตกแต่งด้วยโคมไฟนับร้อยดวง ซึ่งหมายถึงการมอบแสงสว่างให้กับดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้วได้อยู่อย่างสงบสุขและไปสู่สุคติ

 

ฝึกสมาธิด้วยการเขียนพู่กัน

 

กิจกรรมเรียนเขียนภาษาญี่ปุ่นซึ่งคือบทสวด “ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” (Heat Sutra) ที่กล่าวถึงสัจธรรมความจริงอันว่างเปล่าของรูป เวทนา สัญญา สังขาร

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ที่วัดจะมีกิจกรรมเรียนเขียนภาษาญี่ปุ่นซึ่งคือบทสวด “ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” (Heat Sutra) ที่กล่าวถึงสัจธรรมความจริงอันว่างเปล่าของรูป เวทนา สัญญา สังขาร กระดาษที่ใช้เขียนจะมีโครงร่างตัวอักษรสีดำอยู่ด้านหลัง ให้เราเขียนตามผ่านกระดาษบางๆ ที่มองเห็นทะลุได้ แม้เราจะเป็นชาวต่างชาติและอาจจะใช้เวลาสักหน่อยแต่ทุกการลงน้ำหนักที่ปลายพู่กันนั้นช่วยฝึกสมาธิอย่างมาก

 

พิพิธภัณฑ์จับต้องได้

 

สิ่งของต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณของวัดไซเซ็นอิง

 

ด้วยความที่วัดไซเซ็นอิงเป็นวัดเก่าแก่ บรรยากาศโดยรอบจึงเต็มไปด้วยวัตถุโบราณ ทั้งประตูบานเลื่อนที่มีภาพวาดเก่าแก่อายุร้อยปี คานไม้แกะสลักสวยงาม เครื่องปั้นดินเผา จนเหมือนกับว่าเรานอนและอาศัยอยู่ในพิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดท่ามกลางของเก่าคือกระดาษสีขาวแผ่นบางที่ถูกฉลุเป็นตัวอักษร มีความหมายถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ เป็นความเชื่อโบราณที่ถูกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

สถานที่: Saizen-in Temple 154 Koyasan, Koya, Ito, Wakayama
เว็บไซต์: www.koya.or.jp/en

 

Koyusun Town
ชมเมืองโคยะซัง 

 

 รถบัสประจำทางในตัวเมืองโคยะซังมีให้บริการทั้งหมด 3 สาย คือ Daimon Line, Okunoin-mae Line และ Daimon Okunoin-mae Line ค่าบริการตั้งแต่ 220-410 เยน

 

ในอดีตก่อนที่จะมีรถเข้าถึงโคยะซังอย่างทุกวันนี้ ผู้คนที่มาเยือนโคยะซังต้องเดินผ่านประตูเมืองบานใหญ่เข้าสู่ถนนสายหลักที่นำไปพบกับวัดวาอารามมากมายตั้งอยู่ใกล้ชิดกัน และมีเส้นทางเชื่อมโยงวัดต่างๆ รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ชาวบ้านแถบนั้นจึงเปรียบเปรยว่า แท้จริงแล้วโคยะซังทั้งเมืองเป็นเสมือนวัดเดียวกัน มีประตูเมืองบานใหญ่เป็นประตูวัด และวัดต่างๆ ก็คืออาคารที่อยู่รวมกันเท่านั้น ความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมและธรรมชาติโดยรอบทำให้คิดเป็นแบบนั้น ได้ไม่ยาก แม้จะมีความเจริญเข้ามา จนในเมืองมีความสะดวกสบาย ทั้งรถไฟ คาเฟ่ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ที่นี่ก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย เมืองเล็กๆ นี้ ถ้ามีเวลาก็สามารถเดินชมได้ทั่ว แต่ก็มีรถบัสประจำทางท้องถิ่นให้บริการตลอดทั้งวันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการท่องเที่ยวด้วย

 รถบัสประจำทางในตัวเมืองโคยะซังมีให้บริการทั้งหมด 3 สาย คือ Daimon Line, Okunoin-mae Line และ Daimon Okunoin-mae Line ค่าบริการตั้งแต่ 220-410 เยน

 

DAIMON

 

ประตูเมืองขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีรูปปั้นเทพผู้พิทักษ์ขนาดใหญ่ 2 องค์ที่เรียกว่า “นิโอโสะ (Niozo)” ยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของประตู

 

ประตูเมืองขนาดใหญ่ 2 ชั้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเป็นทางเข้าเมืองโคยะซังในอดีต ตั้งแต่สมัยที่ยังต้องเดินเท้าขึ้นเขาไม่มีรถยนต์ สถาปัตยกรรมโบราณนี้ ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1705 เพราะของเดิมถูกทำลายไป มีความสูงถึง 25 เมตร มีรูปปั้นเทพผู้พิทักษ์ขนาดใหญ่ 2 องค์ที่เรียกว่า “นิโอโสะ (Niozo)” ยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของประตู เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นลวดลายของงานแกะสลักไม้ ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมอันสวยงามประณีต

INFO
Bus Stop: 21 (Daimon)
Bus Line: Daimon Line และ Daimon Okunoin-mae Line

 

DANJO GARAN SACRED TEMPLE COMPLEX

 

คมปงไดโต (Konpon Daito) ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดนิชิ เนียวไร ซะโซะ (Dainichi Nyorai Zazo)

 

วัดแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นในโคยะซัง โดยโคโบ ไดชิ ผู้ก่อตั้งนิกายชินงอน มีเจดีย์สีแดงขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น เรียกว่า คมปงไดโต (Konpon Daito) ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดนิชิ เนียวไร ซะโซะ (Dainichi Nyorai Zazo) ที่สำคัญมีภาพวาดจิตรกรรมที่สวยงามตระการตา ที่นี่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองโคยะซัง ตัวเจดีย์ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1937 หลังเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่มี 2 ชั้น สูง 48.5 เมตร แต่ละด้านกว้าง 24 เมตร

นอกจากนี้ยังมีอาคารสำคัญอย่างโบสถ์คนโดะ (Kondo) ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1932 และประตูชูมง (Chu-mon) ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2015 เนื่องในโอกาสครบรอบ 1200 ปีของโคยะซังอีกด้วย

INFO
เวลา: 8:30-17:00 น.
ค่าเข้า: 200 เยน
Bus Stop: 18 (Kondo-mae)
Bus Line: Daimon Line และ Daimon Okunoin-mae Line

 

KONGOBUJI

 

KONGOBUJI วัดใหญ่ที่สุดในเมืองโคยะซัง

 

วัดใหญ่ที่สุดในเมืองโคยะซัง ทำหน้าที่เป็นสำนักงานใหญ่ของนิกายชินงอน ตัวอาคารของวัดโดดเด่นด้วยหลังคาหน้าจั่วสูงใหญ่ มุงหลังคาด้วยเปลือกไม้ ทำให้ดูเป็นวัดที่ทรงพลัง แต่เงียบสงบมาก ภายในมีห้องจัดแสดงภาพจิตรกรรมบนประตูบานเลื่อนที่สวยงามมีความหมายลึกซึ้ง มีห้องพักรับรองสำหรับโชกุนในสมัยก่อน ที่จะมีห้องให้เล็กๆ ไว้ให้ซามูไรแอบอยู่ข้างๆ คอยปกป้องไปจนถึงเปิดให้เข้าชมห้องครัวแบบโบราณขนาดใหญ่ที่ยังคงใช้งานอยู่ ที่มีหม้อหุงข้าวโบราณสำหรับ 2,000 คน และตู้กับข้าวโบราณที่ลอยอยู่เหนือหัว สิ่งสำคัญที่สุดคือที่นี่มีห้องพักสำหรับจักรพรรดิและราชวงศ์ ซึ่งจะมีสวนหินญี่ปุ่นอยู่ด้านหน้า สวนนี้ได้ชื่อว่าเป็นสวนหินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น วางหินไล่เรียงตามตำแหน่งที่หมายถึงมังกร 2 ตัว คอยปกป้องห้องพักนี้ ซึ่งเราสามารถเดินชมความสวยงามรอบๆ ได้อย่างใกล้ชิด

INFO
เวลา: 8:30-17:00 น.
(อนุญาตให้เข้าชมก่อนเวลาปิด 30 นาที)
ค่าเข้า: 500 เยน, เด็ก 200 เยน
เว็บไซต์: www.koyasan.or.jp/en
Bus Stop: 16 (Kongobuji-mae)
Bus Line: Daimon Line และ Daimon Okunoin-mae Line

 

OKUNOIN

 

วัดจะมีสะพานข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ เชื่อกันว่าเมื่อข้ามสะพานนี้ไป คือเขตจิตวิญญาณของโคโบ ไดชิ จึงห้ามถ่ายรูปและต้องแสดงความเคารพ

 

ทางเดินเข้าวัดจะต้องผ่านสุสานโบราณระยะทาง 2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยป้ายหินแกะสลักมากกว่า 200,000 ป้าย แทรกตัวอยู่กับต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปี ผู้นับถือนิกายชินงอนเชื่อว่าบริเวณนี้คือสถานที่หลังความตายอันสงบเพราะได้อยู่ใกล้ชิดกับโคโบ ไดชิ จึงมีหลุมศพของบุคคลสำคัญมากมายนับตั้งแต่อดีต เราจะได้เห็นสุสานของตระกูลหรือบริษัทใหญ่ๆ ที่มีป้ายหินแกะสลักเป็นรูปทรงเฉพาะ (เช่น ขวดยาคูลท์ หรือถ้วยกาแฟ UCC) แม้จะดูสวยงามแปลกตาและร่มรื่น แต่มองอีกมุมหนึ่งนี่คือเส้นทางเดินสู่ธรรมมะที่ทำให้เห็นสัจธรรมชีวิตโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากสอนเสียด้วยซ้ำ             

ก่อนเข้าไปในเขตวัดจะมีสะพานข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ เชื่อกันว่าเมื่อข้ามสะพานนี้ไป คือเขตจิตวิญญาณของโคโบ ไดชิ จึงห้ามถ่ายรูปและต้องแสดงความเคารพ ทางเดินหินทอดยาวไปสู่โบสถ์ที่มีโคมไฟประดับ เพดานนับหมื่นดวง และมีโคมไฟเก่าแก่ที่จุด มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1016 ที่ไม่เคยดับเลย อาคารด้านในสุดคือโกะเบียว (Gobyo) สถานที่สิงสถิตจิตวิญญาณของโคโบ ไดชิ เล่ากันว่าก่อนท่านจากไปได้ขุดหลุมลึกลงไปนั่งสมาธิเป็นเวลานาน 10 วัน แล้วจึงละสังขาร แต่เชื่อกันว่าเนื้อแท้จิตวิญญาณของท่านยังคงมีชีวิตอยู่ที่นี่ บรรยากาศภายในวัดจึงเงียบสงบมีมนต์ขลังเป็นพิเศษ

INFO
เวลา: 6:00-17:30 น.
Bus Stop: 14 (Okunoin-mae)
Bus Line: Okunoin-mae Line และ DaimonOkunoin-mae Line

 

การเดินทางมาโคยะซัง

 

การเดินทางมาโคยะซัง (Koyasan)

 

รถไฟ (Train)
นั่งรถไฟจากสถานีนัมบะ (Namba) สาย Nankai Koya line มาลงที่สถานีฮะชิโมะโตะ (Hashimoto) ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นต่อรถบัสมาลงสถานีโคยะซัง อีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารประมาณ 1,770 เยน ปกติแล้วเราสามารถนั่งรถไฟมาถึงโคยะซังได้เลย แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงตรวจเช็กสภาพ ซ่อมแซม จึงต้องต่อรถบัสที่สถานีฮะชิโมะโตะอีกที ซึ่งให้บริการโดยหน่วยงานของรถไฟเองและมีพนักงานคอยให้คำแนะนำในการต่อรถตามจุดต่างๆ เป็นอย่างดี

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ