Romantic Drama of INE
เรื่องเล่าของนักจับปลาในหมู่บ้านอิเนะ เกียวโต

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบ นกเป็ดน้ำ ลอยตัวเอื่อยๆ ไปมา ทุกคนที่สะพานปลากำลังเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับเรือที่กำลังจะเทียบท่ากับปลาปริมาณมหาศาล ที่จะถูกลำเลียงขึ้นฝั่งส่งต่อเป็นอาหารชั้นเลิศ ฉันยืนรอด้วยจิตใจที่นิ่งสนิท มองออกไปไกลทางปากอ่าว เฝ้ารอเรือบางลำที่กำลังมุ่งหน้าเข้าฝั่ง ผ่านไปนานหลายนาที ความเคลื่อนไหวเริ่มปรากฏที่ริมขอบน้ำ นกนางนวลฝูงใหญ่บินวนรอบเงาตะคุ่มบางอย่าง และในเสี้ยววินาทีฉันก็เข้าใจ “อ๋อออ…นกทะเลจะมาพร้อมกับปลา” พวกมันบินวนรอบเรือประมงเพื่อรอจังหวะที่อาจจะได้อาหารชิ้นโต

 

 

และเมื่อเรือเทียบท่า ความสงบเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความอึกทึกอย่างฉับพลัน ชาวบ้านมารวมตัวกันหลายสิบชีวิต ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใคร พนักงานของบริษัทประมงปีนขึ้นไปอยู่บนเครื่องจักรสูงเพื่อทำงาน ปลานับพันถูกลำเลียงขึ้นสายพาน นกนางนวลบินวนเร็วขึ้นอีกและส่งเสียงดังถี่ๆ ฉันเดินไปรอบๆ คอยหลบหลีกทุกคนไม่ให้เกะกะ มองหาปลาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็น และอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นในระยะใกล้ๆ อย่างนี้อีก ผ่านไปไม่นาน ทุกอย่างเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ปลาหลายตันถูกคัดแยกตามสายพันธุ์และขนาด ด้วยความร่วมมือของพนักงานบริษัทประมงและชาวบ้านที่อาสามาช่วยเพื่อแลกเปลี่ยนกับการซื้อปลาได้ในราคาถูก เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ชาวประมงก็รวมกลุ่มกันรอบกองไฟ ผิงตัวให้แห้งและอุ่นขึ้นท่ามกลางอากาศหนาว

 

 

Sleep By The Sea, Wake Up To Fishing.

สมัยก่อนประชากรในหมู่บ้านอิเนะ (Ine) จังหวัดเกียวโต ทำอาชีพประมงเกือบทั้งหมด แต่ปัจจุบันหมู่บ้านนี้มีชาวประมงประมาณ 100 คนเท่านั้น ส่วนหนึ่งทำงานกับบริษัทประมงขนาดกลางที่มีท่าเทียบเรืออยู่กลางโค้งน้ำ บริษัทแห่งนี้เปิดมา 14 ปีแล้ว มีพนักงานทั้งหมด 35 คน และอนุญาตให้เราเข้าไปเยี่ยมชมการทำงาน พร้อมทั้งสัมภาษณ์ชาวประมงเพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของที่นี่ให้เราฟัง

 

 

“อ่าวอิเนะ” จากประสบการณ์กว่า 45 ปี

คุณฮิเดกิ คุระ (Hideki Kura) อายุ 65 ปี พนักงานตำแหน่งคัดแยกปลา เขาทำอาชีพชาวประมงมาตั้งแต่อายุ 20 ปี ประสบการณ์ 45 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายของหมู่บ้านริมน้ำอันแสนโรแมนติกแห่งนี้

 

 

เขาเล่าว่าเขาชอบบรรยากาศตอนเช้าของอิเนะ เพราะผู้คนมีชีวิตชีวาจะออกมาจากบ้านเพื่อทำงานต่างๆ เรือหาปลาจะออกไปทิ้งอวนตั้งแต่ 6:30 น. ถ้าในหน้าร้อนอาจจะต้องออกไปตั้งแต่ 4:30 น. ตามเวลา
ดวงอาทิตย์ขึ้น และเข้านอนตั้งแต่ 20:00 น. ช่วงบ่ายที่ไม่ได้หาปลา ชาวประมงจะช่วยกันซ่อมอวนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันต่อไป ที่นี่จับปลาได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาหายากอย่างปลาอังโค (Anko) ที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำลึก ปลาบุริ (Buri) ปลาอินทรีย์ ปลากระพง ปลาคาวะฮะกิ (Kawahagi) และปลามากุโร่ (Maguro) ที่จับมาเลี้ยงให้โตได้ที่ก่อนนำขึ้นไปขาย

 

“สมัยก่อนคนแถวนี้ร่ำรวยมาก ในปี ค.ศ. 1951 ที่อิเนะเคยจับเฉพาะปลาบุริได้เยอะที่สุดถึงวันละ 14,000 ตัว แต่ปัจจุบันวันไหนที่จับได้เยอะๆ หน่อย ยังจับได้แค่ 6,000 ตัวเท่านั้น และถ้าเทียบกับเมื่อ 30 ปีที่แล้วก็สามารถจับปลาทุกชนิดรวมกันได้มากกว่าปัจจุบันถึง 10 เท่า ชาวประมงเล็กๆ หาปลายากขึ้น ใช้ชีวิตอยู่ลำบากขึ้น จึงเข้ามาทำบริษัทประมงแทน ปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ปลาน้อยลงมาก และชาวประมงเองก็น้อยลงมากเช่นกัน”

 

คุณฮิเดกิยังเล่าว่า ย่านอิเนะมีคนมาอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อ 1,500 ปีที่แล้ว และมีบันทึกการจับวาฬมาตั้งแต่สมัยเมจิ ทำให้ทราบว่าคนที่นี่จับวาฬกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

“ในสมัยโบราณยังไม่มีเครื่องมือทันสมัย คนโบราณแถวนี้ก็จับวาฬด้วยมีดยาวใหญ่ๆ คล้ายหอก เมื่อเห็นวาฬในทะเลทุกคนจะขับเรือออกจากบ้านทันที เพื่อต้อนให้วาฬเข้ามาในอ่าวแล้วแทงด้วยมีดนั้น เมื่อ 9 ปีที่แล้ว พวกเราจับวาฬหลังค่อมได้ตัวหนึ่ง หนักถึง 15 ตัน มีรอบตัว 9 เมตร” เป็นประสบการณ์น่าตื่นเต้นและประทับใจสำหรับเขา

 

 

เมื่อถามถึงการท่องเที่ยว เขาก็เล่าให้ฟังว่า “หมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดังเรื่องหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง NHK ในปี ค.ศ. 1993 เป็นเรื่องราวของแพทย์หญิงฝึกหัดคนหนึ่ง ในซีรีส์จะเห็นบ้านฟุนายะ (Funaya : บ้านไม้ริมน้ำที่มีอู่เก็บเรืออยู่ด้านล่าง) เป็นฉากบ้านพ่อแม่ของแพทย์หญิงคนนั้น เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้ดังมากในยุคนั้น ทำให้อิเนะเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงนับแต่นั้นมา นักท่องเที่ยวก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมาที่นี่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพราะมีบล็อกเกอร์เขียนแนะนำอิเนะต่อๆ กันไป แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะเสียงดัง และถ่ายรูปทุกอย่างไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปทุกคนแบบไม่ได้สนใจอะไรเลย”

 

 

แม้จะเป็นการพูดคุยสั้นๆ แต่ก็ทำให้ฉันแปลกใจไม่น้อย แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเอง ที่เราทราบกันดีว่ามีกฎการทำประมงเข้มข้นชัดเจน ยังมีปัญหาเรื่องทรัพยากรทางทะเลลดลง ทำให้ฉันเห็นความอึดอัดเบื้องหลังฉากความสวยงาม หากใครได้มาเที่ยวที่นี่ อยากให้ลองสังเกตกิจวัตรความเป็นอยู่ของคนในชุมชนดูนะคะ อาจทำให้วางตัวได้เหมาะสมมากขึ้น และจะทำให้เห็นอิเนะในมุมใหม่ๆ ที่ต่างไปก็ได้

 

 

การเดินทาง

  • สามารถขึ้นรถประจำทางสาย Tankai จากหน้าสถานีรถไฟ Amanohashidate ลงป้าย Ine ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที
  • ดูข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ www.ine-kankou.jp/english-inn/
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ inekankou@gmail.com

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ