ที่นี่ก็คือสวนสาธารณะที่ได้รับเลือกให้อยู่ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดซึ่งมีซากุระผลิบานกว่า 5,500 ต้น ถ้าจะชมซากุระที่โอซาก้าก็ต้องที่นี่ ชวนมาเพลิดเพลินเดินสูดอากาศบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด หรือจะปูเสื่อนั่งชมดอกซากุระบานสะพรั่งกับครอบครัวหรือคนรู้ใจก็ยังได้ ในสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่มากๆ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองโอซาก้าแค่นิดหน่อยที่ Osaka Expo ’70 Park หรือ Osaka Expo ’70 Commemorative Park สถานที่ๆ เป็นมากกว่าแค่คำว่า “สวนสาธารณะ

 

Osaka Expo ‘70 Park

 

Osaka Expo ’70 Commemorative Park

ชวนผ่อนคลายที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดในโอซาก้า

 Osaka Expo ’70 Commemorative Park เดิมทีเคยเป็นสถานที่จัดนิทรรศการโลก (World Expo 1970)1 ที่แรกของเอเชียเมื่อปี ค.ศ.1970 ปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดในโอซาก้า มีพื้นที่สีเขียวขนาดราวๆ 1,625 ไร่ อีกทั้งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองโอซาก้าไม่มากนัก จึงทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตสำหรับคนที่อยากหาพื้นที่ผ่อนคลายในโอซาก้า

 

osaka

Osaka Expo ‘70 Park

Osaka Expo ‘70 Park

 

เมื่อก้าวเข้ามาสิ่งแรกที่จะเจอเลยก็คือ Tower of the Sun หรือหอคอยพระอาทิตย์ เป็นงานศิลปะชิ้นโตที่มีความสูงราว 70 เมตร ออกแบบโดยศิลปินชาวญี่ปุ่นคุณโอคาโมโตะ ทาโร่ (Taro Okamoto) เอาเป็นว่าตอนผมยืนมองจากที่สถานีรถไฟว่าใหญ่แล้ว พอมายืนดูใกล้ๆ เจ้าหอคอยนี้กลับมีขนาดมหึมากว่าที่ผมจินตนาการไว้ซะอีก และในส่วนของเจ้าหอคอยพระอาทิตย์นี้ด้านล่างมีมิวเซียม2ให้ชมด้วย เเต่อย่าลืมจองตั๋วที่จะเข้าชมล่วงหน้าที่เว็บออฟฟิเชียลนะครับ เพราะหน้างานไม่มีขายบัตรเข้าชม ระวังจะพลาดแบบผม

 

Tower of the sun

 

ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้อากาศเย็นสบาย จะมาปูผ้าปิกนิกก็ผ่อนคลายสุดๆ อีกทั้งภายในสวนก็ยังมีงานศิลปะตั้งอยู่เป็นจุดๆ ให้เราเดินชมได้ตลอดทางเลย สวนสาธารณะ Osaka Expo ’70 Commemorative Park นี้ถ้าจะให้ผมเล่าหมดคงไม่ไหว และแน่นอนว่าหนึ่งวันสำหรับผมคงเดินไม่ทั่วแน่ๆ หรือไม่ก็ผมอาจจะแก่เลยเดินไม่ไหว ฮ่าๆ เอาแค่ผมได้มานั่งชมดอกซากุระบานสะพรั่งกับ Tower of the Sun อันใหญ่โต แค่นี้ผมก็รู้สึกประทับใจและอิจฉาคนญี่ปุ่นชะมัด ว่าแล้วผมขอตัวไปนั่งซึมซับความสวยงามก่อนนะครับ

 

 

ถ้าเดินจนเหนื่อยแล้วลองไปแวะพักที่ LaLaport EXPOCITY ที่นี่เขามีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งมองเห็นซากุระที่ปกคลุมผิวน้ำดุจพรมผืนใหญ่ และยังมีภัตตาคารกับคาเฟ่ดีๆ หลายร้าน ผมแนะนำให้ซื้อแบบเทคเอาท์แล้วไปนั่งกินชมซากุระกันนะครับ

 

sakura

 

1โอซาก้าจะได้เป็นเจ้าภาพจัด World Expo อีกครั้งในปีค.ศ. 2025

2จองล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ https://taiyounotou-expo70.jp/foreign-language
info
Osaka Expo ’70 Commemorative Park (Bampakukinenkoen)
Price: ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 70 เยน
Open Hour: 9:30-17:00 น.
Holiday: พุธ *กรณีที่วันพุธเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเลื่อนไปปิดวันพฤหัสบดี
Website: www.expo70-park.jp/languages/english/

Tower of the Sun
Price: ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 300 เยน
Open Hour: 10:00-17:00 น. (เปิดให้เข้าถึง 16:30 น.)
Holiday: พุธ *กรณีที่วันพุธเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเลื่อนไปปิดวันพฤหัสบดี
Website: https://taiyounotou-expo70.jp/foreign-language

 

NIFREL Aquazoo

อควาเรียมที่เหมือนงานนิทรรศการงานศิลปะจากธรรมชาติ

 

NIFREL Aquazoo

 

ขึ้นชื่อว่าสวนสัตว์หรืออควาเรียม ภาพที่อยู่ในความทรงจำของผมคงจะเป็นเหล่าบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่ในตู้กระจก แต่เมื่อได้มีโอกาสมาสัมผัส NIFREL Aquazoo ก็ทำให้ผมได้เปลี่ยนความคิดไปจากเดิมเสียหมด เพราะ NIFREL Aquazoo แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ที่มีทั้งสัตว์น้ำ สัตว์ปีก สัตว์บก และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำให้ชมมากมาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensitivity การเรียนรู้จากการสัมผัสในรูปแบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด ภายในตึกจะแบ่งออกเป็น 8 โซน โดยแต่ละโซนก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เอาล่ะ…ขอไม่สาธยายให้มากความ ถ้าใครพร้อมแล้วก็ซื้อตั๋วและก้าวเข้ามาชมไปพร้อมๆ กับผมเลยค้าบบ

 

NIFREL Aquazoo

 

1.COLORS

 

NIFREL Aquazoo

 

โซนนี้ตั้งเเต่ก้าวเข้ามา ผมก็ตกตะลึงไปกับแสงไฟที่สลับสับเปลี่ยนไปมาอย่างสวยงาม โดยจุดเด่นของโซนนี้แน่นอนว่าเป็นเหล่าบรรดาปลาน้อยใหญ่ที่ต่างเเข่งกันอวดสีสันให้เราชมกันราวกับว่าผมได้มาชมงานศิลปะมีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้ก็ไม่ปาน

 

 

2.ABILITIES

 

 

โซนนี้จะเป็นการรวมตัวของเหล่าสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องการอำพรางตัวเปลี่ยนสีเข้ากับสิ่งแวดล้อม อาทิ ปลาที่มีผิวตัวเเข็ง ผิวตัวเป็นหนามทั้งหมดก็ล้วนเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู โดยโซนนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจสัตว์ประเภทนี้มากขึ้นเลยล่ะ

 

 

3.SHAPES

 

 

มาต่อกันโซนที่สามกับสัตว์ทะเลที่มีรูปร่างเฉพาะตัว ภายในโซนจัดไฟส่องจากด้านล่าง ทำให้เห็นรูปลักษณ์ของปลาดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ครั้งนี้ผมได้เจอเจ้า Spotted Garden Eel หรือปลาไหลสวน-ลายจุด ดูผ่านๆ นึกว่าปะการังเพราะสีสันของมันสวยมากๆ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าหน้าตาเจ้าปลาไหลตาโตกลมแบ๊วๆ นี่มันก็น่ารักไปอีกแบบ จนอยากจะเอ่ยปากถามว่านี่แอบใส่บิ๊กอายใช่ไหม!

 

 

4.WONDER MOMENTS

 

NIFREL Aquazoo

 

โซนนี้บอกได้เลยว่าแสงสีเสียงจัดเต็ม เพราะภายในห้องโถงของโซนนี้มีลูกโลกกลมใหญ่ ฉายภาพเคลื่อนไหวลายกราฟิกต่างๆ ได้อย่างสวยงามมากๆ เป็นอีกโซนที่เข้ามาแล้วผมต้องยกนิ้วให้เลย มันสวยเเละเจ๋งมากๆ

 

 

5.WATERSIDE

 

 

มาถึงโซนที่ห้ากันแล้ว ทุกคนจะได้พบกับจระเข้และก็ฮิปโปตัวใหญ่อย่างใกล้ชิด แต่พระเอกของโซนนี้ต้องยกให้เขาเลยคือพี่เสือขาวตัวโต ที่ขนสวยและหน้าตาหล่อเหลาเอาการมากๆ นอกจากนี้ภายในโซนนี้ยังมีร้านค้าร้านอาหารไว้บริการด้วยนะครับ

 

NIFREL Aquazoo

 

6.BEHAVIOR

 

NIFREL Aquazoo

 

ถัดมากับโซนที่หก บริเวณนี้ทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ ตั้งแต่ตัวบีเวอร์ที่เคยเห็นเเต่ในการ์ตูน ซึ่งตัวจริงบอกเลยว่าน้องน่ารักมากๆ เดินไปอีกนิดก็จะเจอเจ้าลีเมอร์อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นโซนนี้ยังมีสัตว์อีกมากมายให้คุณได้ทักทายกันอีกเพียบ อ้อ! ลืมบอกไป ใครที่เข้ามาในโซนนี้สามารถเข้าใกล้น้องๆ ได้เเต่อย่าไปสัมผัสน้องๆ เค้านะครับ

 

 

7.BIODIVERSITY

 

 

ไม่ทันไรก็มาถึงโซนสุดท้ายแล้ว ที่โซนนี้จะมีจอขนาดใหญ่ให้เราได้นั่งชมภาพเคลื่อนไหวอลังการ เท่าๆ ที่ผมดูมันจะเป็นงานที่เขาเอาลายเส้นกราฟิกมาผสมผสานกับภาพเคลื่อนไหวได้อย่างลงตัว เป็นอีกโซนที่ผมประทับใจในการนำเสนอของทางอควาเรียมเอามากๆ

 

 

ให้ตายเถอะครับกระเป๋าตังค์ผมสั่น ผมไม่อยากเจอโซนนี้เลยมันคือร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง ของเเต่ละอย่างน่ารักทั้งนั้นแถมยังถอดคาแรคเตอร์เจ้าพวกสัตว์ในอควาเรียมที่เราได้ชมกันมาก่อนหน้านี้ซึ่งทาง NIFREL Aquazoo ก็ทำออกมาได้แบบน่ารักน่าซื้อ ใครอดใจไหวก็บ้าแล้ว! Info
NIFREL Aquazoo
Price: ผู้ใหญ่ 2,000 เยน, เด็กประถม 1,000 เยน, เด็กต่ำกว่า 3 ขวบ 600 เยน
Open Hour: ทุกวัน 10:00-20:00 น.(*อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
Holiday:
Website: www.nifrel.jp

 

Mitsui Shopping Park Lalaport EXPOCITY

 

 

ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ เปรียบได้เหมือนสวรรค์ของนักช็อปปิ้ง ซึ่งขนร้านค้าแบรนด์ต่างๆ มาไว้ที่นี่มากมายกว่า 300 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ขนม ของฝาก เครื่องสำอาง พร้อมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ เพื่อทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมการช็อปปิ้งแห่งภูมิภาคคันไซอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือเดินทางสะดวก สามารถเดินเท้าจาก Banpakukinenkoen Station เพียง 2 นาทีเท่านั้น

 

 

นอกจากเป็นแหล่งช็อปปิ้งแล้วยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆ อีกมาก อาทิ สวนสนุก Anipo สวนสนุกกลางแจ้งขนาดเล็กสำหรับเด็ก ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ปกครองที่พาเด็กเล็กมาด้วย, Osaka English Village ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่มีลักษณะเหมือนหมู่บ้านอเมริกัน เพื่อให้ผู้มาเที่ยวรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศและได้สัมผัสประสบการณ์นานาชาติ และโรงภาพยนต์ 109 Cinemas ที่มีจอสำหรับชมภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอยู่ที่นี่ด้วย เป็นต้น

 

Info
Mitsui Shopping Park Lalaport EXPOCITY
Open Hour: ทุกวัน 10:00-21:00 น. (*บางร้านอาจเปิดปิดในเวลาที่ต่างกันออกไป)
Holiday:
Website: www.mitsui-shopping-park.com/lalaport/expocity/en/

 

Redhorse OSAKA WHEEL

 

 

ถ้าไม่ใช่คนกลัวความสูง ก็อยากชวนเปิดประสบการณ์ขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 123 เมตร ที่ถูกจัดอันดับว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่นและสูงเป็นอันดับ 5 ของโลกกันดู เพื่อสัมผัสบรรยากาศโอซาก้าจากที่สูงผ่านกระเช้าพื้นใสที่มองทะลุเห็นวิวด้านล่าง สวยงามเชียวล่ะ

 

ภายในตู้นั่งแบบธรรมดา ภาพ: osaka-wheel.com

ภายในตู้นั่งแบบ VIP ภาพ: osaka-wheel.com

 

ตู้ชิงช้าสวรรค์แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ตู้นั่งธรรมดา ที่ภายในมีจอแล็บท็อปขนาดเล็กและที่นั่งแบบธรรมดา สามารถนั่งได้  6 คน ส่วนอีกประเภทคือตู้ VIP ที่เบาะจะมีความพิเศษคือเป็นโซฟา มีจอแล็บท็อปเหมือนกัน แต่สามารถนั่งได้ไม่เกิน 4 คนเท่านั้น

Info
Redhorse OSAKA WHEEL
Price: ตู้ธรรมดา ต่ำกว่า 3 ขวบ ฟรี, 4 ขวบขึ้นไป 1,000 เยนต่อคน, ตู้ VIP 8,000 เยนต่อตู้
Open Hour: ทุกวัน 10:00-23:00 น. (*รอบสุดท้าย 22:40 น.)
Holiday:
Website: www.osaka-wheel.com

 

Hotel Hankyu Expo Park

ที่พักอุ่นกาย เที่ยวอย่างอุ่นใจใกล้นิดเดียว

 

Hotel Hankyu Expo Park

 

ตลอดทั้งทริปโอซาก้าที่ผมไปเที่ยวมาครั้งนี้ผมเลือกพักที่ Hotel Hankyu Expo Park ซึ่งการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ นั้นง่ายมาก เพราะโรงแรมนี้สามารถเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟ Banpakukinenkoen Station, Osaka Expo ‘70 Park, NIFREL Aquazoo พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสัตว์ป่า, Redhorse Osaka Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น, Lalaport Expocity ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ ช็อปได้ครบที่นี่ที่เดียวทั้งเสื้อผ้า ขนม ของฝาก เครื่องสำอาง ฯลฯ มากกว่า 300 ร้าน ได้โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าใกล้มากจากทั้งสถานที่เที่ยวและสถานีรถไฟ

 

Hotel Hankyu Expo Park

Hotel Hankyu Expo Park

 

ภายในห้องพักมีพื้นที่ใช้สอยกินบริเวณกว้างมากๆ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ครบครัน แถมวิวยังสวยสดงดงาม เพราะถ้ามองจากห้องพักก็สามารถมองเห็น Tower of the Sun ได้แบบเต็มตา อีกทั้งอาหารเช้าของที่นี่เขาก็มีบริการทั้งคาวและหวานในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ ที่สำคัญรสชาติก็ขอยืนยันตรงนี้ว่าอร่อยมากๆ ด้วยครับ ถ้าเทียบความคุ้มค่าและการเดินทางสะดวกในราคาประมาณ 2,500-4,000 บาท ถือว่า Hotel Hankyo Expo Park เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าไปพักในอันดับต้นๆ เลยล่ะ กดที่นี่เพื่อจองโรงแรม Hotel Hankyu Expo Park

 

info
Hotel Hankyu Expo Park
Website: www.global.hankyu-hotel.com/hankyu-expopark
กดที่นี่เพื่อจองโรงแรม Hotel Hankyu Expo Park

 

การเดินทาง

การเดินทางโดยรถสาธารณะ เดินจากสถานี Banpakukinenkoen Station 2 นาที

 

 

จาก Kansai Airport Station: นั่งรถไฟสาย Nankai Main Line ไปลงที่ Namba Station จากนั้นให้เปลี่ยนไปนั่งสาย Midosuji Subway Line ไปที่ Senri Chuo Station แล้วให้เปลี่ยนมานั่งรถไฟ Osaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station ใช้เวลาราวๆ 80 นาที

จาก Namba Station: นั่งรถไฟสาย Midosuji Subway Line ไปที่ Senri Chuo Station จากนั้นให้เปลี่ยนมานั่งรถไฟ Osaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station ใช้เวลาราวๆ 60 นาที

จาก Umeda Station: นั่งรถไฟสาย Midosuji Subway Line ไปที่ Senri Chuo Station จากนั้นให้เปลี่ยนมานั่งรถไฟ Osaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station ใช้เวลาราวๆ 40 นาที

จาก Hankyu Umeda Station: โดยสารรถบัสยาวไปถึง Banpakukinenkoen Station ใช้เวลาราวๆ 40 นาที (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ