YES! I never get bored of traveling to
HAKONE AND KAMAKURA indeed

 

Hakone Kamakura Pass

 

ฤดูกาลแห่งดอกไฮเดรนเยียมาถึงแล้ว!

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมแบบนี้เป็นช่วงเวลาทองที่เหมาะกับการเดินทางไปเที่ยวเมืองฮาโกเน่และคามาคุระในจังหวัดคานางาวะเป็นที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ “ดอกไฮเดรนเยีย” หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “อาจิไซ (Ajisai)” กำลังฟูลบลูมเบ่งบานทักทายผู้คนไปทั่วทั้งเมือง

ใช่แล้ว ฮาโกเน่ (Hakone) และคามาคุระ (Kamakura) เป็นจุดหมายในทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเราในครั้งนี้

 

ชมดอกไฮเดรนเยียที่เมืองฮาโกเน่ (Hakone) และเมืองคามาคุระ (Kamakura)

 

เราเลือกซื้อบัตรโดยสาร Hakone Kamakura Pass เพื่อใช้เป็นตั๋วเดินทางของทั้ง 2 เมือง เพราะบัตรนี้ใช้ขึ้นลงระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง อีกทั้งยังใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในเมืองฮาโกเน่และคามาคุระได้ด้วยแหละ แพลนคราวนี้นอกจากจะเป็นการตะลอนชมความสดใสของดอกไฮเดรนเยีย ยังเป็นการเดินทางสายอาร์ต ชวนเข้าพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ ในเมืองฮาโกเน่ ตลอด 3 วันที่ได้ถือเจ้าบัตรโดยสารนี้ติดตัว ก็ได้แต่คิดขอบคุณตัวเองว่าตัดสินใจไม่ผิดเลยสักนิดที่จ่ายเงินซื้อบัตรโดยสารนี้ไป

 

ซื้อบัตรโดยสาร Hakone Kamakura Pass นั่งรถไฟชมดอกไฮเดรนเยีย

 

ดูจากสถานที่ที่เราลิสต์เอาไว้ว่าอยากไปและเพื่อที่จะได้เที่ยวแบบจัดเต็ม เราเลยเลือกจองที่นั่งรถไฟขบวน Romancecar จากสถานี Shinjuku แล่นตรงไปยังสถานี Hakone-Yumoto ยาวๆ แบบไม่จอดแวะทุกสถานีใดๆ ใช้เวลาแค่ 75 นาที ซึ่งเร็วกว่ารถไฟธรรมดาตั้งเกือบชั่วโมงเชียวนะ แบบนี้ก็จะมีเวลาไปเที่ยวในฮาโกเน่และคามาคุระได้อีกเยอะ

Info
Hakone Kamakura Pass
Ticket Price:
ผู้ใหญ่ 7,000 เยน/ เด็ก 2,250 เยน
Period: 3 วัน (ตามที่ระบุบนบัตรโดยสาร)
Website: www.odakyu.jp/english/passes/hakone_kamakura

*หมายเหตุ: รถไฟ Romance Car ต้องซื้อตั๋ว Limited Express Romance Car แยกต่างหาก ตั๋วเที่ยวเดียวจากสถานี Shinjuku ถึงสถานี Hakone-Yumoto ราคา 2,280 เยน ซื้อได้ที่ The Odakyu Sightseeing Service Centers ในสถานี Shinjuku หรือจองล่วงหน้าที่เว็บไซต์ www.odakyu.jp/english/romancecar

 

Hydrangeas are Coming to Town

Hakone Area | ฮาโกเน่

“Next Station Hakone-Yumoto”

เสียงประกาศเจื้อยแจ้วในรถไฟขบวน Romancecar ดังขึ้นเตือนให้เรารู้ว่าทริปตะลอนทั่วเมืองฮาโกเน่ของเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

 

รถไฟขบวน Romance-car6 เที่ยวเมืองฮาโกเน่ (Hakone)

 

เอาเข้าจริง นี่เป็นการเดินทางมายังเมืองบ้านใกล้เรือนเคียงโตเกียวอย่าง “ฮาโกเน่” และ “คามาคุระ” โดยรถไฟขบวน Romancecar เป็นครั้งที่สองของเรา ไม่รู้จะอธิบายว่าเราถูกอกถูกใจส่วนไหนของรถไฟขบวนนี้ก่อนดี ข้าวกล่องรถไฟ (Ekiben) ที่ตัวกล่องเป็นรูปหัวรถไฟจริงๆ น่ารักน่ากินมาก, ความเท่ของเบาะที่หมุนได้ 180 องศา, เล่น Wi-Fi ได้ฟรี, มีรถเข็นอาหารและสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะขบวนคอยบริการ หรือวิวหลากหลาย ตึกสูงใหญ่ ชุมชนแถวชานเมือง ไม่ก็แม่น้ำสายใหญ่ระหว่างทาง จำได้ไม่หมดหรอก แต่รู้ว่าประทับใจ

 

Hakone Kamakura Pass: เมืองฮาโกเน่ มีเส้นทางรถไฟสายดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea Train หรือ Ajisai Train)

 

เรากลับมาอีกครั้งเพราะพบว่าช่วงนี้ที่เมืองฮาโกเน่ มีเส้นทางรถไฟสายดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea Train หรือ Ajisai Train) ซึ่งก็คือขบวนรถไฟหน้าตาเก๋ Hakone Tozan Train สีแดงสด โดยตลอดทางตั้งแต่สถานี Hakone-Yumoto ยาวไปจนถึงสถานี Chokoku-no-Mori จะได้เห็นไฮเดรนเยียเบ่งบานทักทายนักท่องเที่ยว นอกจากจะได้นั่งรถรางชมไฮเดรนเยียเพลินๆ ตอนฟ้าใสแล้ว ตอนกลางคืนที่นี่ก็มีอีเว้นท์ Hydrangea Train Light Up ให้เราได้เพลิดเพลินกับความสวยงามจนถึงดึกดื่นราวๆ 4 ทุ่ม กดถ่ายรูปกันให้แบตเตอรี่กล้องหมดกันไปเลย

 

Hakone Kamakura Pass: ตอนกลางคืนมีอีเว้นท์ Hydrangea Train Light Up

 

ช่วงเวลาที่ได้เห็นสีฟ้าอมม่วงของเหล่าดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งตลอดสองข้างทางรถไฟ ก็ทำให้รู้เลยว่าคำที่ได้ยินคนพูดบ่อยๆ อย่าง มันสวยจนหุบยิ้มไม่ได้นั้นมีอยู่จริงๆ ขอยืนยันจากกล่องความทรงจำของเราเอง ที่พบเจอรอยยิ้มน้อยใหญ่จากทุกช่วงวัยเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนของเพื่อนร่วมขบวนเส้นทางรถไฟสายนี้

✦ ใช้บัตร Hakone Kamakura Pass ขึ้น Hydrangea Train ได้ฟรีนะ

 

Hakone Museum of the Day

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: Hakone Museum of the Day

 

ฮาโกเน่เป็นเหมือนสถานที่รวมเอาทั้งความเจริญ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ความเชื่อ ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน คราวนี้ เราขอแนะนำพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ ในฮาโกเน่ ที่บางแห่งก็แอบมีพื้นที่ให้ดอกไฮเดรนเยียเบ่งบานแข่งกับงานศิลปะ ยิ่งถ้าใครถือบัตร Hakone Kamakura Pass ก็จะได้ส่วนลดค่าเข้าชมด้วย บอกไว้ก่อนตรงนี้ว่าเราไม่ใช่สายอาร์ตจ๋าที่ร่ำเรียนศิลปะมาโดยตรง เป็นเพีงหญิงสาวที่รู้สึกเพลิดเพลินกับการเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ เรารู้สึกว่าการได้เดินชมงานศิลปะก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลืมเรื่องเครียดต่างๆในชีวิตได้ดี เลยอยากชวนทุกคนมาเดินเล่นพิพิธภัณฑ์ด้วยกันเถอะนะ มันสบายใจดีจริง

 

The Hakone Open-Air Museum

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: The Hakone Open-Air Museum

 

พูดถึงพิพิธภัณฑ์ภาพแรกที่โผล่เข้ามาในหัวคือการเดินชมงานศิลปะเงียบๆ ในห้องขนาดใหญ่ แต่สถานที่ที่เรากำลังจะเล่าถึงต่อไปนี้ทำให้เราต้องคิดใหม่ เพราะ The Hakone Open Air Museum มีคอนเซ็ปต์หลักเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Sculpture Garden) เปิดโล่งบนเนินเขากว้างของเมืองฮาโกเน่ บรรยากาศของผู้คนพูดคุยระหว่างชมงานศิลปะชวนให้พื้นที่แห่งนี้น่าเดินขึ้นมากกว่าปกติ

 

งานประติมากรรมที่ The Hakone Open-Air Museum

เก้าอี้รูปไข่ดาวที่ The Hakone Open-Air Museum

 

งานส่วนใหญ่ที่จัดแสดงที่นี่เป็นงานประติมากรรมรูปทรงแปลกตาชวนมอง บางชิ้นงานอาจดูเข้าใจยาก แต่การที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปล่อยให้สมองและหัวใจเราทำงานได้อย่างอิสระ จินตนาการได้ตามใจชอบ ก็ทำให้ใครต่อใครที่ได้มารู้สึกสนุกกับงานศิลปะได้อย่างง่ายดาย และไม่ได้มีแค่โซนกลางแจ้งเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายโซนในร่ม อาทิ Picasso Pavillon นิทรรศการถาวรเป็นเหมือนไฮไลท์ของที่นี่ ซึ่งจัดแสดงผลงานของ Picasso จิตรกรดังระดับโลก, Art Hall ที่จะมีนิทรรศการของศิลปินหลากสไตล์แปะมือผลัดเปลี่ยนเข้ามาจัดแสดงงานอยู่เสมอ, Symphonic Sculpture หอคอยสูงด้านในเป็นเหมือนกระเบื้องหลากสีที่เปิดให้คนเข้าชม อีกทั้งชั้นบนสุดก็ยังเป็นเหมือนจุดชมวิวดีๆ นี่เอง

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: Picasso Pavillon at The Hakone Open-Air Museum

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: งานศิลปะที่ The Hakone Open-Air Museum

 

เรารู้สึกว่าที่นี่ต้อนรับคนทุกวัย เด็กเล็กก็ยังสนุกกับพิพิธภัณฑ์และงานศิลปะได้ หรือแม้แต่ผู้สูงวัยที่เดินไม่ไหว ก็ยังแอบเห็นลูกหลานพานั่งรถเข็นมาชมพื้นที่แห่งความสุขแห่งนี้กันอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน ที่พิเศษกว่านั้นในเดือนมิถุนายนถึงเดินกรกฎาคมก็จะเป็นช่วงเวลาที่บริเวณพิพิธภัณฑ์นี้จะมีดอกไฮเดรนเยียบานให้เราได้ชมด้วยล่ะ

 

บันไดทางเดินที่ The Hakone Open-Air Museum

 

แสดงบัตรโดยสารรับส่วนลดค่าเข้าชม

Info 
The Hakone Open Air Museum

Admission:
ผู้ใหญ่ 1,600 เยน/ ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,200 เยน/ ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 800 เยน
Hours: 09:00-17:00 น.
Website: www.hakone-oam.or.jp
Bus Stop: Chokoku-no-Mori
Train Station: Chokoku-no-Mori

 

Pola Museum of Art

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: Pola Museum of Art

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารแบบกระจกใสรอบทิศทางและมีเส้นทางธรรมชาติ (Nature Trail) เสียงนกป่าหลากสายพันธุ์ ความสวยงามของพรรณไม้ดอกและไม้ยืนต้นที่เปลี่ยนไปในทุกฤดูกาลให้ผู้ที่สนใจเดินอยู่รอบพิพิธภัณฑ์ จึงทำให้แม้จะอยู่ในตัวพิพิธภัณฑ์ก็ยังรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่กลางป่าและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอยู่ดี

 

งานประติมากรรมที่ Pola Museum of Art

 

พื้นที่ทั้ง 4 ชั้นของที่นี่ถูกจัดโซนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ, คาเฟ่ Tune, ร้านอาหาร Array และร้านขายสินค้าที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นระเบียบ ด้วยความที่มีห้องจัดแสดงงานอยู่หลายห้อง จึงทำให้การเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ชมงานศิลปะหลากหลายรูปแบบในคราวเดียว อย่างตอนที่เราไปมี Impressionism Light and Memory เป็นนิทรรศการหลักซึ่งรวบรวมผลงานของศิลปินระดับโลก Monet, Van Gogh, Matisse และ Picasso ที่เราชอบมากคือสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านขายของที่ระลึกก็จะเปลี่ยนไปตามงานศิลปะที่จัดแสดงด้วย ความน่ารักอีกอย่างคือในทุกๆ พื้นที่หากสังเกตุดีๆ จะเห็นเส้นทาง Barrier Free ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่นั่งรถเข็น เป็นความเอาใจใส่ของ Pola Museum of Art แห่งนี้ที่เราอยากชื่นชมเป็นที่สุด

 

บัตรเข้างาน Pola Museum of Art

Tune cafe at Pola Museum of Art

 

แม้พิพิธภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 แต่ช่วงระยะเวลากว่า 17 ปีนี้ไม่ได้ทำให้ตัวพิพิธภัณฑ์ทรุดโทรมหรือเก่าลงไปตามเวลาเลย ยังคงใส่ใจในรายละเอียดในการบริการและคอยจัดหางานศิลปะจากศิลปินชื่อดังมาจัดแสดงให้ผู้คนได้แวะเวียนมาซึมซับงานศิลปะอยู่ไม่ขาด ถ้ายังไม่รู้จะไปไหน เราก็อยากแนะนำให้ลองมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กัน

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: บรรยากาศภายใน Pola Museum of Art

 

แสดงบัตรโดยสารรับส่วนลดค่าเข้าชม

Info
Pola Museum of Art
Admission:
ผู้ใหญ่ 1,800 เยน/ อายุ 65 ปีขึ้นไป 1,600 เยน/ ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,300 เยน/ ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 700 เยน
Close: ปิดช่วงเปลี่ยนแปลงนิทรรศการ (เช็คได้ทางเว็บไซต์)
Hours: 09:00-17:00 น.
Website: www.polamuseum.or.jp
Bus Stop: Pola Bijutsukan

 

The Little Prince Museum

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: The Little Prince Museum

 

“เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา”

ประโยคกินใจของสุนัขจิ้งจอกจากเจ้าชายน้อย วรรณกรรมในดวงใจของเรา หนึ่งในตัวต้นเหตุที่พาให้เราเดินทางมาไกลถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ พื้นที่ด้านในถูกจำลองให้เป็นเหมือนเมืองในประเทศฝรั่งเศสบ้านเกิดและเล่าเรื่องชีวิตของอองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นักบินรบชาวฝรั่งเศสผู้เขียนวรรณกรรมล้ำค่าทิ้งไว้ก่อนที่เขาจะไปออกรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องเป็นประเทศฝรั่งเศส ก็เพราะว่าที่นี่คือสถานที่ที่วรรณกรรมเจ้าชายน้อยสุดคลาสสิกได้เริ่มต้นขึ้น

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์เข้าชายน้อย เมืองฮาโกเน่ จังหวัดคางาวะ

กิจกรรมให้เล่นที่ The Little Prince Museum at Hakone

โซนต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ที่ฮาโกเน่

 

เราชอบตรงที่แม้ภายในพื้นที่หลักมีโซนเล่าประวัติของผู้เขียนอย่างจริงๆ จังๆ  แต่กลับไม่น่าเบื่อเลยสักนิด เขามีวิธีการชวนให้ผู้คนที่มาเยือนได้มีส่วนร่วมในทุกๆ โซน ได้สัมผัสของจริง อย่างการจำลองห้องในฝรั่งเศสที่อองตวนกำลังแต่งวรรณกรรมเจ้าชายน้อยเมื่อปี ค.ศ. 1900 ก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและสนุกไปกับการเดินชมพิพิธภัณฑ์

 

Restaurant Le Petit Prince at The Little Prince Museum

บรรยากาศภายใน Restaurant Le Petit Prince

 

นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่ จำหน่ายอาหารคาวหวานที่แต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องเจ้าชายน้อย อย่างเช่น ข้าวห่อไข่ จากฉากเปิดของเรื่องตอนที่นักบินวาดรูปงูเหลือมกินช้าง แล้วไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเข้าใจเลยนอกจากเจ้าชายน้อย เป็นต้น และโซนขายของที่ระลึก ที่บอกเลยว่าใครอดใจให้ไม่ซื้อไหวก็บ้าแล้ว

 

เมนูข้าวห่อไข่ที่ Restaurant Le Petit Prince

Restaurant Le Petit Prince

 

ระหว่างทางที่เรากำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ บ่อยครั้งก็เผลอทำเรื่องราวสำคัญหล่นหายและมักหลงลืมความฝันที่ทำให้เราตาเป็นประกายในวัยเยาว์เสมอ การได้มา The Little Prince Museum พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อยในเมืองฮาโกเน่ได้ชวนเราหวนไปนึกตอนยังเป็นเด็กที่กำลังตื่นเต้น มีความสุข ชีวิตเอ่อล้นไปด้วยความหวัง ที่สำคัญที่นี่ยังทำให้เราตื่นตัวที่จะใช้ชีวิตในทุกๆ วันอย่างเต็มที่และมีความสุขอีกครั้ง แฟนงานเขียนเรื่องนี้ไม่ควรพลาดตีตั๋วมาแวะทักทายเจ้าชายน้อยบนดาวดวงที่บี 612 กันนะ

 

The Little Prince Museum พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย

 

แสดงบัตรโดยสารรับส่วนลดค่าเข้าชม

Info
Little Prince Museum
Admission:
ผู้ใหญ่ 1,600 เยน/ ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัยและบุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,100 เยน/ ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 700 เยน
Hours: 09:00-18:00 น.
Close: วันพุธที่สองของเดือน (ยกเว้นเดือนมีนาคมและสิงหาคม)
Website: www.tbs.co.jp/l-prince
Bus Stop: Kawamukai, Hoshino-Ojisama Museum

 

Hakone Museum of Photography

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: Hakone Museum of Photography

 

พิพิธภัณฑ์และคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ซอยเล็กจิ๋วริมทางรถราง Hakone Tozan Cable Car สำหรับโซนพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นอาคารสองชั้น ด้านในจัดแสดงเฉพาะงานภาพถ่ายซึ่งมีทั้ง Mt.Fuji เป็นนิทรรศการถาวรและยังมีพื้นที่ให้ศิลปินทั้งในและต่างประเทศหมุนเวียนมาจัดแสดงงานอยู่เรื่อยๆ

 

โซนคาเฟ่และของฝาก Hakone Museum of Photography

 

ในบริเวณพื้นที่เดียวกันนี้ก็มี Cafe Plaisir de l’oeuf คาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่ม อาหาร และขนมหวานโฮมเมดวัตถุดิบตามฤดูกาล จากฝีมือพาร์ทิซิเยร์เจ้าของร้านที่ไปร่ำเรียนมาจากฝรั่งเศส ชิมขนมรสชาติดีเคล้าบรรยากาศศิลปะภาพถ่าย ก็เพลิดเพลินดีเหมือนกัน

 

ขนมเค้กและเครื่องดื่มในคาเฟ่ที่ Hakone Museum of Photography

Hakone Museum of Photography & Cafe

Info
Hakone Museum of Photography
Admission:
ผู้ใหญ่ 500 เยน/ ต่ำว่า 15 ปี 300 เยน/ ต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี
Hours: พ.-จ. 10:00-17:00 น.
Close: วันอังคารและช่วงเปลี่ยนแปลงนิทรรศการ (เช็คได้ทางเว็บไซต์)
Website: www.hmop.com
Cable Car Station: Koen-Shimo Station

 

Hakone Venetian Glass Museum

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: Hakone Venetian Glass Museum

ที่ Hakone Venetian Glass Museum ของทุกสิ่งถูกตกแต่งด้วยกระจก

 

สวรรค์ของคนรักเครื่องแก้ว จะพูดแบบนี้ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะแทบทุกพื้นที่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยแก้วหลากรูปแบบ ภายในพื้นที่มีหลากหลายโซนให้เลือกชมทั้งพื้นที่จัดแสดงงานแก้วเวนิสจากอิตาลี จุดสำหรับทำเวิร์คช็อป ร้านขายของฝากที่ทำจากแก้วทั้งหมด คาเฟ่ในสวนที่ประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมจากแก้ว แต่ถ้าไปถูกฤดูในสวนก็จะเต็มไปด้วยไฮเดรนเยียบานเคล้างานแก้วสวยงามจนแอบเห็นหลายคนหยิบกล้องมาถ่ายรูปกันสนุกสนานเชียวแหละ แต่เดินระวังกันหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวมือไปโดนแก้วแตกแล้วจะหมดสนุกเอา

 

โซนของฝากที่ Hakone Venetian Glass Museum

การตกแต่งภายในของ Hakone Venetian Glass Museum

 

แสดงบัตรโดยสารรับส่วนลดค่าเข้าชม

Info
Hakone Venetian Glass Museum
Admission:
ผู้ใหญ่ 1,500 เยน/ อายุ 65 ปีขึ้นไป 1,400 เยน/ ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,100 เยน/ ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 600 เยน
Hours: 10:00-17:00 น.
Website: www.hakone-garasunomori.jp/
Bus Stop: Garasu no Mori Mae (Hakone Glass Nomori)

 

 

Hakone Area Map

 

Hakone Kamakura Pass: แผนที่เที่ยวเมืองฮาโกเน่

ดาวน์โหลดแผนที่เที่ยวเมืองฮาโกเน่ (Hakone) คลิกเลย

 

Kamakura Area | คามาคุระ

“Next Station Kamakura”

นั่งรถไฟสาย Odakyu Line ต่อมาที่เมืองคามาคุระ อีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์สำคัญในจังหวัดคานางาวะ แม้จะเป็นเมืองเก่าเคล้าวัฒนธรรม แถมยังติดภูเขาและทะเล แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าที่นี่ดอกไฮเดรนเยียก็บานสะพรั่งไม่แพ้กันเลย

 

traveling to HAKONE AND KAMAKURA: เที่ยวเมืองคามาคุระ

 

ที่นี่มีเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสีเขียวนมสายหลักของเมืองคามาคุระอย่างเอโนะเด็น (Enoden) ซึ่งก็ถือเป็นจุดชมเหล่าไฮเดรนเยียที่กำลังเบ่งบานสู้แดด เราขอแนะนำให้แวะถ่ายรูปเล่นบริเวณสถานี Gokurakuji และ Yuigahama อย่างที่รู้กันว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองโบราณคามาคุระเต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้า นอกจากบริเวณเส้นทางรถไฟแล้ว ยังมีจุดชมไฮเดรนเยียสำหรับคนที่ชอบความสงบ คนไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะมีไฮเดรนเยียบานสะพรั่งในบริเวณวัด Meigetsuin และวัด Hasedera ที่อยากให้ลองไปเดินเล่นชื่นชมความงามกัน     

 

ชมดอกไฮเดรนเยียที่เมืองคามาคุระ (Kamakura)

 

เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมอากาศก็เริ่มร้อนแล้วในญี่ปุ่น แต่ก็ยังเป็นเดือนที่ทำให้อารมณ์ดีจัง อาจเพราะได้เหล่าดอกไฮเดรนเยียมาช่วยให้ใจเย็นจนไม่รู้สึกร้อนก็เป็นไปได้ จะว่าไปแล้วก็ชักจะติดใจความน่ารักของดอกไม้ทรงพุ่มสีฟ้าอมม่วงแสนนวลตาเหล่านี้ซะแล้วสิ แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะเจ้าไฮเดรนเยีย เราจะมาหาอีก

 

นั่งรถไฟชมดอกไฮเดรนเยีย ที่เมืองคามาคุระ Kamakura

 

ใช้บัตร Hakone Kamakura Pass ขึ้น Enoden ได้ฟรีนะ  

เช็คพื้นที่ที่ดอกไฮเดรนเยียกำลังเบ่งบานได้ที่ www.odakyu-season.jp/ajisaimap

 

Kamakura Attractions of the Day

เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาหลายร้อยปี แอบสังเกตว่าไม่ว่าเราจะเดินไปตรงไหนในเมืองนี้ ก็ได้บรรยากาศแบบเมืองเก่าเคล้าวัฒนธรรม แทรกซึมอยู่ทั่วทุกอณู เราคัดสถานที่น่าไปในเมืองคามาคุระมาให้พอกรุบกริบ หากว่าถูกจริตใครก็หาเวลาไปเช็คอินกันได้ตามสบาย

 

Komachi-dori Street

 

Komachi-dori Street at Kamakura

 

เดินไม่กี่ก้าวจากสถานี Kamakura จะพบกับถนนสายช็อปปิ้งโคมาจิโดริ ตลอดระยะทางราวๆ 350 เมตรของถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านค้าละลานตากว่า 250 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารท้องถิ่น ร้านขายของที่ระลึก ร้านเช่ากิโมโน คาเฟ่แสนน่ารัก ร้านหนังสือ สินค้าทำมือ ขนมญี่ปุ่นโบราณที่หากินได้ยากจากที่อื่น ฯลฯ ให้เลือกช็อปมากมาย

 

ร้านขายขนมโบราณที่ Komachi-dori Street

เดินชมของที่ระลึก Komachi-dori Street

 

อีกทั้งร้านค้าส่วนมากยังอนุรักษ์รูปแบบอาคารดั้งเดิม ร้านค้าบางส่วนก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกขัดตาหรือขัดใจ กลับดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เราว่าความหลากหลายของถนนสายนี้นี่แหละ สร้างสีสันดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนถนนสายช็อปปิ้งโคมาจิโดริแห่งนี้

 

คาเฟ่ต่างๆ ที่ Komachi-dori Street

 

Map

 

Kannon Coffee Kamakura

 

Kannon Coffee Kamakura

 

ร้านกาแฟสาขาย่อยของร้านกาแฟชื่อดังจากนาโกย่า แม้จะเป็นร้านกาแฟแต่เมนูยอดฮิตที่ไม่ว่าใครๆ ต่อใครที่มาเดินเล่นที่เมืองนี้ต้องเจียดเวลาแวะมาชิมคือ Daibutsu Crepe เครปผลไม้ตามฤดูกาลและโยเกิร์ตเนื้อเนียน พนักงานที่ร้านแนะนำให้สั่งคุกกี้รูปพระพุทธรูปได้บุทสึอีกหนึ่งชิ้นกินคู่กันกับเครปเข้ากันเป็นที่สุด อร่อยด้วยหรือจะใช้เป็นพร็อบถ่ายรูปก็รู้ได้เลยว่ามาถึงเมืองคามาคุระแล้ว แอบบอกอีกนิดว่าเจ้าไดบุทสึเครปนี่มีจำหน่ายเฉพาะสาขาคามุคุระเท่านั้นนะ ใครมีเวลาก็อยากให้ลองแวะชิมกันดู

 

Daibutsu Crepe at Kannon Coffee Kamakura

Info
Kannon Coffee Kamakura
Hours:
ทุกวัน 10:00-18:00 น.
Station: Hase Station (Enoden)
Website: kannon-coffee-kamakura.business.site

 

Kotoku-in Temple

 

Kotoku-in Temple at Kamakura

 

หากลองสังเกตให้ดีจะพบว่าทุกหนทุกแห่งในเมืองโบราณคามาคุระนั้นเต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้า หากอิ่มอร่อยจากขนมหวานของร้าน Kannon Coffee Kamakura แล้ว ขอชวนไปเดินเล่นกันต่อที่วัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple) ที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของเมืองด้วยพระพุทธรูปสีเขียวสำริดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อว่า “พระใหญ่ไดบุทสึ (Daibutsu)” สูงราวๆ 11 เมตรตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้เข้าชมโครงสร้างภายในองค์พระได้ด้วย

 

พระใหญ่ไดบุทสึ (Daibutsu) ที่วัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple)

Info
Kotoku-in Temple
Hours:
เดือนเม.ย.-ก.ย. 8:00-17:30 น., ต.ค.-มี.ค. 8:00-17:00 น.
Entrance Fee: 200 เยน, อายุต่ำกว่า 12 ปี 150 เยน
Station: Hase Station (Enoden)
Website: www.kotoku-in.jp/en

 

Meigetsuin Temple

 

หน้าทางเข้า Meigetsuin Temple

 

อีกหนึ่งวัดที่พลาดไม่ได้ของเมืองคามาคุระคือวัดเมเกซึอิน (Meigetsuin Temple) วัดเก่าแก่ของเมืองคามาคุระ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1160 ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นจุดชมไฮเดรนเยียที่จะเบ่งบานสวยงามในช่วงราวๆ เดือนมิถุนายน จนมีคนให้ฉายาว่าเป็น “พระวิหารดอกไฮเดรนเยีย”

 

วัดเมเกซึอิน (Meigetsuin Temple) วัดเก่าแก่ของเมืองคามาคุระ

สวนภายในวัดเมเกซึอิน (Meigetsuin Temple)

 

นอกจากความงามทางธรรมชาติ ภายในวัดยังมีจุดที่น่าสนใจคือห้องโถง Hojo ห้องที่มีหน้าต่างทรงกลม มองออกไปเห็นทิวทัศน์ป่าไม้ที่สวยมาก ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดนิยมของวัดนี้เลย อ้อ ห้องนี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะเดือนมิถุนายนและปลายเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงที่ใบไม้กำลังผลัดใบเปลี่ยนสีมองผ่านหน้าต่างทรงกลมนี้สวยงามเชียวล่ะ 

 

ห้องโถง Hojo ห้องที่มีหน้าต่างทรงกลม มองออกไปเห็นทิวทัศน์ป่าไม้ที่สวยมากInfo
Meigetsuin Temple
Hours:
9:00-16:00 น. (เดือนมิ.ย. 9:00-17:00 น.)
Entrance Fee: 300 เยน (เดือนมิ.ย. 500 เยน)
Station: Kita-Kamakura Station
Website: www.kamakura-burabura.com/meisyokitakamakrameigetuin.htm

 
 

Kamakura Area Map

 

Hakone Kamakura Pass: แผนที่เที่ยวเมืองคามาคุระ

ดาวน์โหลดแผนที่เที่ยวเมืองคามาคุระ (Kamakura) คลิกเลย

 

Place to stay | ที่่พัก

Hakone Kowakien Tenyu

 

Hakone Kowakien Tenyu

บรรยากาศภายในห้องพักที่โรงแรม Hakone Kowakien Tenyu

 

ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ส่วนไหนก่อนดี เพราะระดับความพอใจของการได้พักที่โรงแรม Tenyu มันมากมายจนสิบนิ้วที่มีก็คงไม่พอ งั้นขอเริ่มต้นที่ไฮไลท์ของที่นี่ก่อน คือทุกๆ ห้องพักจะมีอ่างออนเซ็นแบบเปิดโล่งส่วนตัวอยู่ริมระเบียง ใครรู้สึกเขินอายก็ยังสามารถดื่มด่ำกับความสบายของการแช่ออนเซ็นได้ แต่ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ เราแนะนำให้ลองไปแช่ออนเซ็นสาธารณะแบบเปิดโล่ง (แยกชาย-หญิง) ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นขณะที่อาบน้ำและมองเห็นเส้นขอบฟ้าสุดสายตาแบบไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับเราความผ่อนคลายของการได้พักที่ Tenyu ก็ทำให้เรารู้สึกดีมากแบบไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน  

 

ห้องอาหารที่โรงแรม Hakone Kowakien Tenyu

อาหารของโรงแรม Hakone Kowakien Tenyu

 

นอกจากนี้ที่นี่ยังครบครันไปด้วยห้องอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์และอาหารค่ำจัดเต็มแบบคอร์ส, บาร์กระจกใสมองเห็นวิวสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง, An Spa ห้องสปาสุดผ่อนคลาย, Lounge พื้นที่พักผ่อนที่มีทั้งหนังสือและเครื่องดื่มให้บริการฟรี, Shuttle Bus รับส่งฟรีจากสถานีรถไฟ และก่อนกลับหากใครมีสัมภาระมากมายนักก็ไม่ต้องแบกให้เมื่อย เพราะทางโรงแรมมีบริการขนของไปส่งให้ถึงสถานีรถไฟ แอบบอกอีกนิดว่าหากแจ้งกับทางโรงแรมไปก่อนว่าจองที่พักมาเพื่อฉลองฮันนีมูน วันเกิด ฯลฯ ก็จะมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เตรียมไว้ให้ด้วยล่ะ

 

Gift Gallery at Hakone Kowakien Tenyu

ที่โรงแรม Hakone Kowakien Tenyu มีหนังสือและเครื่องดื่มให้บริการฟรี

บรรยากาศรอบๆ Hakone Kowakien Tenyu

 

จองโรงแรม Hakone Kowakien Tenyu คลิกที่นี่

Info
Hakone Kowakien Tenyu
Website:
www.hakone-tenyu.com
Bus Stop: Tenyu (มีรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีถึงโรงแรม ขึ้นได้ที่สถานี Gora Station)

 

Hakone Kowakien Miyamafurin

 

Hakone Kowakien Miyamafurin

Front Desk at Hakone Kowakien Miyamafurin

 

ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปยัง Miyamafurin ก็สัมผัสได้เลยว่าความเป็นกันเอง คือสิ่งที่โดดเด่นและถูกใจเราที่สุดของโรงแรมแห่งนี้ ความเป็นกันเองจากทั้งพนักงาน การบริการที่ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นอบอุ่นจนทำให้รู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อาหารเช้าง่ายๆ อย่างขนมปังและเครื่องดื่มหลากชนิดให้แขกผู้มาพักอาศัยบริการตัวเองโดยสามารถเลือกในสิ่งที่เราชอบเองได้

 

บรรยากาศภายในห้องพักของโรงแรม Hakone Kowakien Miyamafurin

สิ่งที่อำนวยความสะดวกสบายภายในห้องพักที่ Hakone Kowakien Miyamafurin

 

เหมือนว่าที่นี่ทำให้ชาวต่างชาติอย่างเราได้ทดลองใช้ชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องบอกก่อนว่าที่นี่ไม่มีห้องอาบน้ำส่วนตัวในห้องพัก มีเฉพาะบ่อออนเซ็นสาธารณะทั้งแบบกลางแจ้งและในอาคาร (แยกชาย-หญิง) แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวจริงๆ ทางโรงแรมก็มีบ่อออนเซ็นส่วนตัวให้บริการด้วยเช่นกัน จากหลายสิ่งที่เราพูดมา ขอยืนยันเลยว่าการได้พักที่ Miyamafurin ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจได้อย่างที่หากใครได้ลองมาพักก็คงเถียงไม่ได้ และต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความสบาย ความเป็นกันเองที่เราพูดมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง

 

ที่โรงแรม Hakone Kowakien Miyamafurin มีขนมปังให้เลือกหลากหลาย

โซนอาหารของ Hakone Kowakien Miyamafurin

บรรยากาศภายในห้องอาหารของโรงแรม Hakone Kowakien Miyamafurin

 

จองโรงแรม Hakone Kowakien Miyamafurin คลิกที่นี่

Info
Hakone Kowakien Miyamafurin
Website:
www.miyama-furin.com
Bus Stop: Kowakien

 

Bangkok – Japan Route, Let’s choose “NokScoot”

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ปลอดภัย สบายใจ ต้องไปกับนกสกู๊ต

 

นั่งเครื่องบิน NokScoot ไปเที่ยวฮาโกเน่ (Hakone) และคามาคุระ (Kamakura)

 

“ที่นั่งกว้างดีเนอะ ยืดขาได้สบายเลย”

บทสนทนาระหว่างเรากับเพื่อนร่วมทางขณะที่โดยสารสายการบินราคาประหยัดสายหนึ่ง ที่มีเที่ยวบินบินตรงจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินนาริตะ ใกล้เมืองโตเกียวทุกวัน

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงสายการบิน “นกสกู๊ต (NokScoot)”

 

โดยสารเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำใหญ่ของนกสกู๊ต (NokScoot) เพื่อไปเที่ยวคามาคุระ (Kamakura) และฮาโกเน่ (Hakone)

ภายในเครื่องบินของนกสกู๊ต (NokScoot)

 

เส้นทางชมความสดใสของดอกไฮเดรนเยียครั้งนี้เริ่มต้นที่สนามบินดอนเมือง เราเลือกนั่งสายการบินนกสกู๊ตไปลงที่สนามบินนาริตะ เนื่องด้วยต่อรถไฟจากสนามบินไปยังเมืองฮาโกเน่และคามาคุระได้แสนสะดวก มีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในเดรสสีเหลือง ตัดดำแสนสดใสคอยเอาใจใส่ตลอดเส้นทางราวๆ 5 ชั่วโมง หลายชั่วโมงบนเครื่องบินอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับวัยรุ่นสุดแอคทีฟ และอาจดูเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้สูงวัย ที่มักมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ง่าย แต่การโดยสารเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำใหญ่ของนกสกู๊ต ซึ่งได้รับการรับรองความปลอดภัยในมาตรฐานระดับสากล ก็ทำให้เราลืมเรื่องน่ากังวลใจเหล่านั้นไปได้อย่างง่ายดาย

 

ScootBiz ของสายการบินนกสกู๊ต (NokScoot)

ที่นั่งชั้นธุรกิจ ScootBiz สำหรับผู้ที่ต้องการอัพเกรดระดับความสบายขึ้นอีกที่นั่งชั้นธุรกิจ ScootBiz สำหรับผู้ที่ต้องการอัพเกรดระดับความสบายขึ้นอีก

 

ใครที่เคยคิดว่าไม่ชอบนั่งโซน Economy Class เอาซะเลย นั่งทีไรก็อึดอัด ปวดขา ปวดหลังไม่สบายตัว ขอตะโกนบอกดังๆ ตรงนี้ว่าลองมานั่งนกสกู๊ตดูก่อน เพราะที่นั่งชั้นประหยัดของนกสกู๊ตกว้างกว่าสาย-การบิน Low Cost ทั่วไป ที่วางเท้าทำให้เราเหยียดขาได้แบบเข่าไม่ชนเบาะด้านหน้า ที่สำคัญเอนได้เยอะเวอร์ ยืนยันจากการนั่งเองจริงๆ ว่าถึงญี่ปุ่นแล้วเที่ยวต่อได้สบายตัวสบายใจ แต่ถ้าระดับความสบายเท่านี้ยังไม่เพียงพอ ก็แนะนำให้เลือกที่นั่งชั้นธุรกิจ ScootBiz ก็จะได้อัพเกรดระดับความสบายขึ้นอีกคูณสิบไปเลย  

 

นั่งในโซนเงียบ (Scoot in Silence) จ่ายเพิ่มจากที่นั่งราคาปกติแค่นิดเดียวเราเลือกที่นั่งในโซนเงียบ (Scoot in Silence) จ่ายเพิ่มจากที่นั่งราคาปกติแค่นิดเดียว แต่เงียบสงบและได้เป็นส่วนตัวมากขึ้นเยอะ อีกทั้งมี NokScoot Cafe เมนูอร่อยให้สั่งได้ตลอดเที่ยวบิน

ที่วางเท้าแสนกว้างของโซน Economy Class ของสายการบินนกสกู๊ตก็ยืดขาได้สุดที่วางเท้าแสนกว้างของโซน Economy Class ก็ยืดขาได้สุดจนลืมเมื่อยไปเลย

 

คนเราจะมีความสุขกับอะไรได้อีกถ้าไม่ใช่การกิน! เราพบความดีงามอีกอย่างของสายการบินนกสกู๊ตคือ NokScoot Cafe ที่คอยเสิร์ฟเมนูอร่อยให้ผู้โดยสารสายกินอย่างเราสม่ำเสมอตลอดเที่ยวบิน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ทเช้าหรือดึกแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวหิว หากใครอยากพักผ่อนในตอนกลางคืนก็สามารถแจ้งพนักงานบนเครื่องว่าจะกินอาหารในตอนเช้าได้ด้วยเช่นกัน สำหรับอาหารอุ่นร้อน เราขอแนะนำให้พรีออเดอร์ชุดอาหารล่วงหน้าภายใน 48 ชั่วโมงก่อนบินทางเว็บไซต์ เพื่ออรรถรสในการกินอาหารบนเครื่องแบบไม่ต้องเสียเวลารอคอย

 

NokScoot Cafe

จองชุดอาหารอุ่นร้อนและตั๋วเครื่องบินราคาสุดคุ้มได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านทาง www.nokscoot.com

 

ลุ้นไปญี่ปุ่นฟรีกับนกสกู๊ต 2 รางวัล

ของรางวัล
1. ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โตเกียว (นาริตะ) – ตั๋วเครื่องบินแบบ FLY (ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋าและยังไม่รวมภาษี) 1 รางวัล รางวัลละ 1 ที่นั่ง
2. ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอซาก้า (คันไซ) – ตั๋วเครื่องบินแบบ FLY (ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋าและยังไม่รวมภาษี) 1 รางวัล รางวัลละ 1 ที่นั่ง
คลิกร่วมสนุกกับกิจกรรมได้ที่นี่ 

 

สนใจซื้อบัตรโดยสาร Hakone Kamakura Pass

เราขอแนะนำให้ซื้อผ่านเอเจนซี่ที่มีคุณภาพและเชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งรับรองแล้วว่าปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยสามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากด้านล่าง

 

  • Quality Express

Quality Express

Tel: 02-277-9999, 02-511-3000
Line: @qualityexpress
Website: www.qualityexpress.co.th

 

  • JTB

JTB

Tel: 02-344-4688, 02-344-4600
Line: @jtbth
Website: www.jtbthailand.com

 

  • Wendy Tour

Wendy Tour

Tel: 02-214-1763
Line: @wendytour
Website: www.wendytour-th.com

 

  • H.I.S.

H.I.S.

Tel: 02-264-6899
Line: @histours
Website: www.histours.co.th

 

  • Mind trips.com

Mind trips.com

Tel: 02-612-8555
Line: @mindtrips
Website: www.histours.co.th

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ