ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวงโตเกียว มีพื้นที่พักผ่อนสีเขียวในป่าใหญ่ที่เหมาะสำหรับคนทุกวัยอยู่ ที่บอกว่าเหมาะก็เพราะว่าเดินทางไปง่าย อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีครบครันไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัยที่เดินไม่ไหวก็ยังสามารถเดินทางมาหย่อนใจได้ สถานที่ที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

มิชิมะสกายวอล์ค ตั้งอยู่ที่เมืองมิชิมะ (Mishima) จ.ชิซูโอกะ (Shizuoka) คนส่วนใหญ่รู้จักในฐานะที่เป็นสะพานแขวนยาวที่สุดในญี่ปุ่น คือมีความยาวถึง 400 เมตร ตัวสะพานทอดข้ามหุบเขาสูงจากพื้นดิน 70.6 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหน นอกจากนี้จากสะพานยังมองเห็นวิวงามของอ่าวซุรุงะ (Suruga Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

ขณะที่เดินเล่นเพลินๆ บนสะพาน อยากให้ลองสังเกตพื้นตรงกลางทางเดินจะทำเป็นตะแกรงเหล็กเพื่อลดแรงลม ไม่ให้เราเสียวท้องจนเกินไป ความน่ารักอีกอย่างที่ถูกใจถูกใจเรามากคือความใส่ใจในรายละเอียด เพราะมิชิมะสกายวอล์ค ถูกออกแบบให้กว้างกว่าสะพานปกติ เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นก็สามารถมาชมวิว 360 องศา อีกทั้งยังสวนทางกันได้ไม่ต้องกังวลว่าจะขวางทางผู้อื่น

คนทุกเพศทุกวัยเดินเล่นบนสะพานแขวนที่มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

อย่าเพิ่งเบื่อไป ไฮไลท์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่สะพาน ในบริเวณเดียวกันนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย หากมีเวลาสักวันจะมาใช้ที่นี่ก็ยังไหว เราขอเล่ากิจกรรมที่มีให้ฟังคร่าวๆ แบ่งเป็นฝั่งเหนือและใต้ให้เข้าใจง่ายๆ แล้วกัน ซิปไลน์, ตลาดนัดขายอาหาร, เรือนกระจก, คาเฟ่น่ารักๆ และเส้นทางเดินป่าคิโคะโระ เป็นต้น

Mishima Skywalk สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น

ฝั่งเหนือ มีกิจกรรมหลักที่มองจากบนสะพานก็จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมากคือ ซิปไลน์ (Long Zip Slide) โหนสลิงท่ามกลางวิวธรรมชาติ จะว่าน่าหวาดเสียวก็ใช่ จะว่าน่าตื่นเต้นก็ไม่ผิด ใครใจกล้าก็ลองไปเล่นกันดู (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ยิ่งถ้าไปวันอากาศดีก็อาจจะมีวิวภูเขาไฟฟูจิมาเป็นของแถมด้วย,  Adventure Course กิจกรรมปีนป่ายแบ่งออกเป็นฐาน เหมือนได้กลับไปฝึกลูกเสือเนตรนารียังไงยังงั้น, Cliff Challenger หน้าผาจำลอง, Dog Run พื้นที่ที่เปิดให้เจ้าตูบตัวจิ๋วได้วิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระ ท่ามกลางป่าใหญ่, Hydrangea Trail เส้นทางไฮเดรนเยีย ได้ยินมาว่ามีถึง 1,000 ต้นเชียวล่ะ (ฟูลบลูมช่วงมิ.ย.-ก.ค.), Segway สำรวจป่าแบบอินไซด์ด้วยยานพาหนะเท่ๆ มีไกด์คอยนำทางให้ด้วย และเส้นทางเดินป่าคิโคะโระ (Kicoro no Mori)

ซิปไลน์ (Long Zip Slide) โหนสลิงท่ามกลางวิวธรรมชาติที่มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

ฝั่งใต้ เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟหน้าตาน่ารักชวนเดินเข้า อาทิ Sky Garden พื้นที่หลักของฝั่งใต้ ตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสายพันธุ์, Skywalk Coffee แวะจิบกาแฟหอมกรุ่น แต่เราแนะนำ Soft Cream เมนูสุดฮิตที่ใช้นมสดจากฟาร์มตรงตีนภูเขาไฟฟูจิ, 831 Juice ร้านน้ำผักผลไม้สด ที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากเมืองฮาโกเน่เท่านั้น, Mori no Kitchen ร้านอาหารจะแวะมาฝากท้องหรือถ่ายรูปเล่นที่นี่ก็ชิคเป็นที่สุด นอกจากนี้ก็มี Skywalk Shop ร้านขายของฝากเก๋ๆ ที่หาซื้อได้แค่ที่มิชิมะสกายวอล์ค จะเลือกซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านก็เหมาะสม

ร้านรวงต่างๆ ภายในมิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

ขนมจีบลูกใหญ่ที่ มิชิมะ สกายวอล์ค

น้ำแข็งไสเย็นๆ ชื่นใจที่ มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

นอกจากพื้นที่ถาวรที่เราพูดไป บางช่วงเวลาก็มีจะกิจกรรมอื่นๆ ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัด เช่น ตลาดนัด ที่เปิดให้คนท้องถิ่นเข้ามาขายอาหารและเครื่องดื่ม, ถ้ามาในฤดูร้อนก็มีกิจกรรมชมพลุฤดูร้อน ฯลฯ สามารถอัพเดทกิจกรรมอื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์

ใครบอกว่ายิ่งสูง ยิ่งหวาดเสียว ยิ่งน่ากลัว แต่เราว่ายิ่งสูงยิ่งน่าสนุกต่างหาก!

มิชิมะ สกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

Info
Mishima Skywalk
Hours: 9:00-17:00 น. (สะพานอาจงดให้บริการในกรณีที่มีลมแรง)
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, ระดับมัธยมศึกษา 500 เยน, ระดับประถมศึกษา 200 เยน, ต่ำกว่าระดับประถมศึกษาเข้าฟรี
Access:
วิธีที่ 1 นั่งรถไฟมาลงที่ JR Mishima Station จากนั้นให้ต่อรถบัส Line 5 ตรงทางออกทิศใต้ (South Exit) มาลงที่ป้าย Mishima Skywalk Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
วิธีที่ 2 หากมีแพลนไปเที่ยวเมืองฮาโกเน่ก่อน ก็มีบัสมาลงที่นี่ด้วยเช่นกัน โดยให้นั่ง Tokai Orange Shuttle Bus มาลงที่ป้าย Mishima Skywalk Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
Website: www.mishima-skywalk.jp

นั่ง Tokai Orange Shuttle Bus มาลงที่ป้าย Mishima Skywalk Bus Stop

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ