ไปฟุกุโอกะ (Fukuoka) กันแล้วหรือยัง? รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้สามารถบินไปฟุกุโอกะจากกรุงเทพฯ ได้ง่ายมากๆ แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักว่าฟุกุโอกะเป็นจังหวัดแบบไหน อยู่ส่วนไหนของญี่ปุ่น ที่นี่มีอะไรดี มีอะไรให้ทำบ้าง มาแล้วต้องกินอะไร วันนี้ KIJI จะมาแนะนำ สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยว จุดถ่ายรูปสวย อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของฟุกุโอกะ จุดช็อปปิ้ง 10 checklist ครบจบในบทความเดียว

สามารถศึกษาวิธีการเดินทางได้ที่นี่

 

สายการบินที่ต้องนั่ง

รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้มีสายการบินโลว์คอส (LCC) อย่างไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) เปิดรูทบินตรงจากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport) ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับ แบบที่ไม่ต้องเสียเวลาแวะเปลี่ยนเครื่องแล้วนะ

 

เที่ยวบินขาไปเวลาดีออกจากสนามบินดอนเมืองราวๆ 5 ทุ่ม ถึงฟุกุโอกะแบบพร้อมเที่ยวคือ 7 โมงเช้า ส่วนเที่ยวบินขากลับอาจจะต้องสแตนบายเร็วสักหน่อยด้วยความที่ไฟลท์ 8 โมงเช้า แต่เมื่อเทียบกับราคาก็ถือว่าว้าวเลยล่ะ ส่วนระยะเวลาทั้งขาไปและกลับก็ไม่นานเพียง 5 ชั่วโมงกว่าๆ นั่นเท่ากับว่าคุณมีเวลาเที่ยวแบบเหลือเฟือ! เช็คตารางเวลาและเที่ยวบินได้ ที่นี่

 

 

ได้ข้อมูลการเดินทางกันไปแล้ว ก็บินไปกันเลย!

 

แลนด์มาร์กที่ต้องไป

จังหวัดฟุกุโอกะมีสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวมากมาย และยังมีจุดเด่นตรงที่สนามบินนั้นอยู่ใกล้ตัวเมืองมาก สามารถนั่งรถไฟใต้ดินและลอยฟ้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งสถานที่ไหนน่าไปบ้าง เราได้รวบรวมมาไว้ให้แล้ว

01 ฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)

 

 

ฟุกุโอกะทาวเวอร์ หอคอยสูงเพรียวที่เพิ่งฉลองครบรอบ 30 ปีไปเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมีการปรับปรุงใหม่ในคอนเซ็ปต์ท้องฟ้าและทะเล ภายในมีทั้งหอชมวิว จุดถ่ายรูป คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูง 234 เมตร

 

 

SKY View 123 ที่อยู่ด้านบนของหอคอยถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของฟุกุโอกะไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับหาดทรายสีขาวที่สวยและสะอาดมากๆ ทำให้ด้านหนึ่งสามารถชมวิวชายหาดและทะเล เมื่อกลับหลังหันจะเห็นเมืองฟุกุโอกะที่มีความเจริญ ในขณะเดียวกันก็สามารถชื่นชมทิวทัศน์ทั้งเมือง หาดทราย และทะเลพร้อมกันได้

INFO
Fukuoka Tower
Open Hours : 9:30-22:00 น.
Holiday :
Entrance Fees : ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 800 เยน, เด็ก (6-15 ปี) 500 เยน, เด็กเล็ก (4-5 ปี) 200 เยน
Access : นั่ง Nishitetsu Bus สาย 306 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 6 Hakata Bus Terminal ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
Location : Momochihama, Sawara, Fukuoka, Fukuoka
More Information : www.fukuokatower.co.jp/en/
Google map

 

02 อุมิโนะนากามิจิซีไซด์พาร์ค (Uminonakamichi Seaside Park)

 

 

แม้สวนอุมิโนะนากามิจิซีไซด์พาร์คจะชื่อยาวจำยากมากแต่เราก็อยากให้เก็บความสวยงามนี้ไว้ในความทรงจำ เพราะที่นี่เป็นสวนสาธารณะริมทะเลขนาดใหญ่ที่มีมุมถ่ายรูปที่ดีงามมาก นั่นก็คือสวนดอกไม้ประจำฤดูกาลพร้อมฉากหลังเป็นชิงช้าสวรรค์นั่นเอง

 

 

ถ้าไปตอนหน้าหนาว คุณจะได้ชมทุ่งดอกนาร์ซิสซัสสีขาว แต่ถ้าไปช่วงฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ทิวลิป เนโมฟีลา กุหลาบหลากสีสัน ฯลฯ ซึ่งนอกจากดอกไม้ก็ยังมีมุมถ่ายรูปอีกมากมายที่รับรองว่าไปแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอน

INFO
Uminonakamichi Seaside Park
Open Hours : 9:30-17:30 น.
Holiday : 31 ธันวาคม-1 มกราคม, วันจันทร์และอังคารแรกของเดือนกุมภาพันธ์
Entrance Fees : ผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป) 450 เยน, ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 210 เยน, เด็ก (ต่ำกว่า 14 ปี) ฟรี
Access : เดินจากสถานี Uminonakamichi 16 นาที (1.3 กิโลเมตร)
Location : 18-25 Saitozaki, Higashi-ku, Fukuoka-shi, Fukuoka-ken
More Information : www.uminaka-park.jp/thai/
Google map

 

03 มารีนัวซิตี้ (Marinoa City)

มาเที่ยวทั้งที ไม่มีแหล่งช็อปปิ้งได้ยังไง สายช็อปมาทางนี้เลย

 

 

มารีนัวซิตี้เป็นเอาท์เล็ท (outlet) ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะคิวชู รวมร้านค้ากว่า 160 ร้านไว้ที่นี่ ไม่ใช่แค่แบรนด์ญี่ปุ่น แต่แบรนด์ดังๆ ระดับโลกก็มีให้จับจ่ายกันนะ เรียกว่าช็อปกันอย่างจุใจครบจบที่เดียว ไหนจะโลเคชั่นติดอ่าว ทำให้การมาแวะที่มารินัวซิตี้ ไม่ใช่แค่การช็อปปิ้ง แต่ยังได้ชมทิวทัศน์สวยๆ ถ่ายรูปปังๆ เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศดีๆ และยังมีอาหารอร่อยให้เลือกมากมายอีกด้วย

INFO
Marinoa City
Open Hours : ร้านค้า 10:00-21:00 น., ร้านอาหาร 11:00-23:00 น.
Holiday : ไม่มี (ร้านค้าและร้านอาหารแต่ละร้านมีวันหยุดแตกต่างกัน)
Access : เดินจากสถานี Hakata 13 นาที (950 เมตร)
More information: www.marinoacity.com/english/
Location : Sumiyoshi, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
Google map

 

04 อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสวนคาวาจิ (Kawachi Fuji Garden)

 

 

อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เป็นที่ถูกใจนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยก็คืออุโมงค์ดอกวิสทีเรีย หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ

 

 

โดยที่สวนคาวาจิฟูจิ ในเมืองคิตะคิวชู (Kitakyushu) แห่งนี้ เต็มไปด้วยดอกวิสทีเรียบานสะพรั่ง ย้อยลงเป็นช่อสวยปกคลุมทั่วเกิดเป็นอุโมงค์สีม่วง ชมพู และขาว บรรยากาศน่ารักๆ จนอดใจไม่ไหวที่จะยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้

INFO
Kawachi Fuji Garden
Open Hours : 8:00-18:00 น.
Wisteria Period : กลางเมษายนถึงกลางพฤษภาคม
Ticket Price : ช่วงเริ่มบาน/ช่วงเริ่มร่วง 500 เยน, ช่วงบานปานกลาง 1,000 เยน. ช่วงพีค 1,500 เยน นักเรียนทุกระดับชั้น ฟรี
Access: นั่งรถ Shuttle Bus ฟรีที่หน้าสถานียาฮาตะ (Yahata Station) หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 3,100 เยน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
Location : Kawachi Nichome, Yahatahigashi, Kitakyushu, Fukuoka
Website: www.kawachi-fujien.com/
Google map

 

05 ท่าเรือโมจิ (Mojiko Port)

ในอดีตเป็นจุดทำการค้าและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ใหญ่โตของเกาะคิวชู ทำให้มีอาคารสไตล์ยุโรปโบราณมากมายในละแวกนี้ แต่ปัจจุบันไม่ได้มีการขนส่งสินค้าแล้ว ทำให้ที่นี่จึงเป็นจุดท่องเที่ยวและมุมถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว

 

 

และที่นี่ยังมีเมืองย้อนยุคแห่งท่าเรือโมจิ (Mojiko Retro Town)ให้เดินเที่ยวชมกัน ด้วยความสวยงามของตัวตึกและบรรยากาศที่เหมือนกับเดินย้อนเข้าไปในยุโรปยุคเก่า ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมกัน

INFO
Mojiko Port
Open Hours: 24 Hours
Access: นั่งรถไฟ JR Kagoshima Line จากสถานี Kokura มาที่สถานี Mojiko 280 เยน ใช้เวลาประมาณ 18 นาที
Location : Moji, Kitakyushu, Fukuoka
More information : www.mojiko.info
Google Map

 

06 ไร่ชายาเมะ (Yame Central Tea Garden)

บนพื้นที่กว่า 700,000 ตารางเมตรแห่งนี้ ไร่ชาเขียวยาเมะ (Yamecha) ซึ่งเป็นชาพันธุ์ที่ขึ้นชื่อของฟุกุโอกะ มีคุณภาพดี ทั้งกลิ่น สี และที่สำคัญคือรสชาติ

 

 

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ไร่ชาแห่งนี้ ก็จะเห็นไร่ชาสีเขียวสดใสรอต้อนรับ มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังมีคอร์สนำเที่ยวและดื่มชาด้วยนะ จะมาดื่มชาก็ได้ ถ่ายรูปสวยๆ ก็ดีไม่แพ้กัน ใครที่ชอบดื่มชา ใช้เวลาอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ เราขอแนะนำที่นี่เลยINFO
Yame Central Tea Garden
Location : Motomachi, Yame, Fukuoka
More information : http://www.city.yame.fukuoka.jp/kanko/3/1457320346856.html

 

07 ล่องเรือที่แม่น้ำยานะกาว่า (Yanakawa kawakudari)

ที่เมืองแห่งสายน้ำ เมืองยานากาว่า (Yanakawa)

 

 

เรือดงโกะ (Donko-bune) จะพาคุณล่องไปตามแม่น้ำยานากาว่า ที่มีความสวยงามของเมืองที่อยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน

 

 

ระหว่างที่ล่องเรือไปนั้น สองฝั่งข้างทางก็จะมีดอกไม้ต่างๆ บานสะพรั่งตามฤดูกาล ดอกไอริส (Hanashobu) ในช่วงต้นฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง คอร์สการนั่งเรือ รวมๆ แล้วก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เต็มอิ่มกันไปเลย

 

 

ในฤดูหนาวก็ไม่ใช่ว่าไม่มีการล่องเรือนะ ถึงแม้จะหนาว แต่ที่นี่ยังมีเรือโคทะสึ (Kotatsu Boat) ที่มีโคทะสึ (Kotatsu) โต๊ะอุ่นขาทำความร้อนแบบญี่ปุ่นติดอยู่ที่กลางเรือ เพราะอย่างนี้เวลาล่องเรือไปก็จะไม่รู้สึกหนาว ชมธรรมชาติได้อย่างมีความสุข!

INFO
Yanakawa Kudari
Operation Hours : 9:00-16:30 น.
Price : ประมาณ 1,500 เยน/คน
More Information : www.kawakudari.com/couese

08 โรงละครคาโฮ (Kaho Theatre)

โรงละครคาโฮเป็นโรงละครเก่าแก่แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมจิ ในเมืองอิสึกะ (Iizuka) และยังเป็นเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น แต่เดิมบริเวณแถบนี้มีโรงละครมากมายแต่โรงละครคาโฮแห่งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่แห่งยังดำเนินกิจการและเปิดให้เข้าชมได้อยู่

 

 

เมื่อก้าวสู่ภายในโรงละคร ก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ราวกับหลุดเข้าไปในยุคสมัยก่อน ทั้งการตกแต่ง ประดับประดาด้วยสิ่งของจากสมัยอดีตและสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ นอกจากการดูละครแล้วยังมีพื้นที่อื่นๆ ในแบบย้อนยุค ในส่วนอื่นๆ ของโรงละคร เปิดให้เข้าไปเดินชมกันได้อีก และยังมีซุ้มขายของที่ระลึก น่ารักๆ ให้ซื้อกลับอีกด้วย

INFO
Kaho Theater
Open Hours : 9:00-17:00 น.
Holiday : วันพุธ
Location : Iizuka, Fukuoka
More Information : www.kahogekijyo.com/
Google map

 

09 รถไฟโคโตโคโตะ (Cotocoto Train)

รถไฟแห่งความอร่อย

รถไฟโคโตโคโตะ สีแดงเลือดหมู ที่ดูภายนอกแล้วธรรมดาๆ เหมือนรถไฟทั่วไปในญี่ปุ่น แต่คิจิของบอกเลยนะว่า รถไฟที่ญี่ปุ่นถึงจะดูหน้าตาเหมือนๆ กันแต่ความเฉพาะตัวของแต่ละขบวนทำให้เราพลาดไม่ได้

 

 

โดยรถไฟขบวนนี้จะวิ่งจากสถานีโนกาตะ (Nogata Station) ถึงสถานียูคุฮาชิ (Yukuhashi Station) ซึ่งระหว่างทาง ก็จะมีทิวทัศน์ให้ชมกันได้ไม่มีเบื่อ และยังเพลิดเพลินกับอาหารที่จัดมาเป็นคอร์สแบบฝรั่งเศสที่การันตีความอร่อยอีกด้วย

INFO
Cotocoto Train
Operation : 21 มีนาคม – 29 กันยายน 2019
Price : 14,800 เยน / เด็กต่ำกว่า 6 ขวบ ฟรี
More Information : www.heichiku.net/cotocoto_train/

เมนูที่ต้องกิน

10 ราเมนฮากาตะ (Ramen Hakata)

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ราเมนฮากาตะ เป็นราเมนซุปกระดูกหมูที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งอิปปุโดะราเมนที่มีสาขาในประเทศไทยก็มีต้นกำเนิดมาจากฟุกุโอกะเช่นกัน

 

 

จุดเด่นอยู่ที่ตัวเส้นเล็กและนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมู (Tonkotsu) เข้ากันได้ดีมากๆ เป็นเมนูที่ไม่ว่าใครที่ไปฟุกุโอกะก็ต้องลิ้มลองกันสักตั้ง

 

   ยะไต (Yatai)

ไม่เพียงเท่านั้น อีกเสน่ห์ของเขตฮากาตะในฟุกุโอกะที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ ซุ้มขายอาหารหลากหลายประเภท หรือ ยะไต

 

 

อย่างที่เราเห็นได้ตามละครหรือซีรีส์ญี่ปุ่น ถ้าอยากจะได้ประสบการณ์การกินแบบญี่ปุ่นแท้ๆ กินของอร่อยประจำท้องถิ่นนั้นๆ ก็ลองแวะยะไตดูนะ

 

   มตสึนาเบะ (Motsunabe)

เป็นอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของฟุกุโอกะ หม้อไฟเครื่องใน หรือ มตสึนาเบะ มีรสชาติอร่อยจากน้ำซุปเข้มข้น

 

 

แต่ขอบอกว่าเป็นเมนูที่นอกจากอร่อยแล้วยังมีคอลลาเจนสูง แต่แคลอรีต่ำ! นอกจากนี้ยังมีผักต่างๆ เติมเข้ามาอีก ครบ 5 หมู่ตามโภชนาการจริงๆ แต่ร้านต่างๆ ก็มีรสชาติที่เฉพาะตัวต่างกันไป ไม่ลองกินไม่ได้แล้วนะ

สำหรับ 10 สิ่งในฟุกุโอกะนี้ คิจิขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ควรพลาดจริงๆ ! ไปตามเก็บกันให้ครบ แต่ถ้าไม่ครบก็มาใหม่ได้ ฟุกุโอกะเมืองน่ารักๆ ที่มีทุกอย่างครบแบบนี้รอต้อนรับคุณอยู่เสมอ

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ