ห่างจากแสงสีของเมืองหลวงอย่างโอซาก้าแค่ไม่กี่สถานีรถไฟ ยังมีพิกัดลับสุด Unseen อย่าง “หมู่บ้านอาสึกะ (Asuka-mura)” ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบในจังหวัดนารา ท่ามกลางธรรมชาติและทุ่งนาสีทองอร่าม ที่นี่คือหัวใจและจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโบราณกว่า 1,400 ปี ที่ยังคงมีลมหายใจมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสุสานหินขนาดใหญ่ วัดเก่าแก่ หรือศิลปะการแสดงดั้งเดิม… ใครที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณญี่ปุ่นที่แท้จริงที่นี่คือคำตอบ 

มารู้จัก “หมู่บ้านอาสึกะ”

หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า หมู่บ้านอาสึกะ คือเมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่น และสำคัญถึงขั้นถูกนำชื่อไปใช้เรียกยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นว่า “ยุคอาสึกะ” ช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 592–710 ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ญี่ปุ่นเริ่มวางรากฐานของประเทศอย่างจริงจัง ทั้งระบบการปกครองส่วนกลาง ความสัมพันธ์ทางการเมืองกับจีน ไปจนถึงการเข้ามาและการแพร่หลายของพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกบนหมู่เกาะญี่ปุ่น

เพราะแบบนี้หมู่บ้านอาสึกะจึงมักถูกเรียกว่าเป็น “บ้านเกิดของจิตวิญญาณญี่ปุ่น” ก่อนที่ศูนย์กลางอำนาจจะย้ายไปยังเฮโจเคียว (นารา), เฮอันเคียว (เกียวโต) และเข้าสู่ยุคของ เอโดะ (โตเกียว) ตามลำดับ แต่ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนไปกี่ยุคสมัย หากจะย้อนกลับไปหา “จุดเริ่มต้น” ของรากฐานความเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ หมู่บ้านอาสึกะคือสถานที่นั้น

นอกจากนั้น พื้นที่ทั้งหมดของหมู่บ้านยังได้รับการคุ้มครองภายใต้ “กฎหมายอาสึกะ” กฎหมายอนุรักษ์ทัศนียภาพเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่ไม่มีตึกสูงหรือป้ายโฆษณาฉูดฉาดมาบดบังสายตา รวมถึงการรักษาภาพลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการใช้ “หลังคากระเบื้องคาวาระ” กระเบื้องดินเผารูปทรงคลื่นสีเข้มที่มองไปทางไหนก็เจอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้า หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven

เมื่อเทียบกับในเมืองแล้ว บรรยากาศที่นี่จะมีความเงียบสงบกว่า ทัศนียภาพบนถนนดูสบายตาตลอดสองข้างทาง หมู่บ้านอาสึกะจึงเป็นอีกสถานที่ที่พิเศษเเละน่าสนใจมาก ๆ รอให้ทุกคนมาผ่อนคลาย เดินสำรวจ เเละย้อนเวลากลับไปสัมผัสญี่ปุ่นในวันวาน

สุสานโบราณโคฟุน (古墳)

พิกัดแรกที่คิจิอยากพาไปชมเลยก็คือ “โคฟุน” (สุสานโบราณ) สัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงอำนาจและความรุ่งเรืองของญี่ปุ่นในอดีต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมู่บ้านอาสึกะมีสุสานโบราณเป็นจำนวนมาก แต่เราจะพาไปรู้จักกับ 3 สุสานสำคัญภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติอาสึกะ (Asuka Historical National Government Park) ได้แก่ สุสานอิชิบุไต, สุสานทาคามัตสึซึกะ เเละสุสานคิโทรา

  • สุสานอิชิบุไต (Ishibutai Mounded Tomb)

มาอาสึกะทั้งที ถ้าไม่ได้แวะที่นี่คงเหมือนมาไม่ถึง หนึ่งในสุสานโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด เห็นได้จากลักษณะของสุสานที่ไม่ได้ถูกกลบด้วยดินเหมือนที่อื่น แต่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างสุสานที่สร้างจากหินขนาดใหญ่ 30 กว่าก้อน น้ำหนักรวมกว่าสองพันตันเรียงซ้อนกันอย่างอัศจรรย์ โดยเฉพาะหินที่มีลักษณะแบนราบปิดตรงส่วนบนจนดูคล้ายกับเวทีหิน ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “อิชิบุไต” นั่นเอง จะยืนชมอยู่ด้านนอกก็ดี หรือจะเข้าไปเยี่ยมชมด้านในก็อดทึ่งไม่ได้ว่าคนเมื่อพันกว่าปีก่อนเขาขนและวางหินเหล่านี้ได้ยังไงกัน?

Info
สุสานอิชิบุไต (Ishibutai Mounded Tomb)
Hours: 09:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:45 น.) 
Entrance Fee:
บุคคลทั่วไป 300 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมปลาย 100 เยน

Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: หน้าสถานนีรถไฟ Asuka นั่งรถบัสป้าย Asuka Eki ไปลงที่ป้าย Ishibutai

  • สุสานทาคามัตสึซึกะ (Takamatsuzuka Mounded Tomb)

ถัดจากสุสานแรกไปไม่ไกล คือ  “สุสานทาคามัตสึซึกะ” สุสานโบราณทรงกลมสองชั้นที่ภายนอกดูเรียบง่าย แต่ซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้ภายใน หนึ่งในนั้นคือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดังของหญิงสาวในชุดโบราณสีสันสดใส หรือ “สาวงามแห่งอาสึกะ  (飛鳥美人)” ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านมานับพันปี รายละเอียดของภาพยังคงงดงาม อ่อนช้อย และชวนให้จินตนาการถึงชีวิตผู้คนในยุคนั้น ใครอยากชมผลงานนี้แบบใกล้ชิด สามารถแวะไปดูได้ที่ Takamatsuzuka Mural Museum ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสุสานเลย เดินต่อไม่กี่ก้าวก็ถึง

ภาพจิตรกรรมฝาผนังจำลองเสมือนจริง พิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังทาคามัตสึซึกะ

ภาพ: มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์อาสึกะ เมืองหลวงเก่า 

Info
สุสานทาคามัตสึซึกะ (Takamatsuzuka Mounded Tomb)
Hours: 09:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น.) 
Holiday:
วันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, กรกฎาคม และพฤศจิกายน (ปิดทำการในวันถัดไปหากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เเละ ช่วงสิ้นปีตั้งแต่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม

Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 300 เยน/ นักเรียนประถม-มัธยมต้น 70 เยน / นักศึกษามหาวิทยาลัยและมัธยมปลาย 130 เยน
Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: สถานี Asuka เดินประมาณ 15 นาที

  • สุสานคิโทรา (Kitora Tomb)

ถัดมาสุสานที่สามเป็นสุสานโบราณทรงกลมสองชั้นที่บนเพดานภายในห้องฝังศพมีการค้นพบแผนที่ดวงดาวที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมภาพสัตว์เทพประจำทิศทั้งสี่ และนักษัตรทั้ง 12 ที่สะท้อนภูมิปัญญาด้านดาราศาสตร์ของผู้คนในยุคอาสึกะได้อย่างน่าทึ่ง เเละเช่นกันเราสามารถเข้าไปชมทั้งหมดได้ที่ Kitora Tumulus Mural Experiential Museum

Info
สุสานคิโทรา (Kitora Mounded Tomb)
Hours: 09:30 – 17:00 น. (ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 09:30 น. ถึง 16:30 น.) 
Holiday:
วันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, กรกฎาคม และพฤศจิกายน (ปิดทำการในวันถัดไปหากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เเละ ช่วงสิ้นปีตั้งแต่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม

Entrance Fee: ฟรี
Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Tsubosakayama 
Access: สถานี Tsubosakayama เดินประมาณ 16 นาที

“วัดเก่าแก่” ในหมู่บ้านอาสึกะ

จากที่ได้เล่าไปเเล้วตอนต้นว่าหมู่บ้านอาสึกะเป็นจุดเริ่มต้นของพุทธศาสนาในญี่ปุ่น ทำให้มีวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในญี่ปุ่นกระจายอยู่มากมาย เราเลยหยิบยกวัดที่ต้องไปให้ได้มา 3 แห่งด้วยกัน จะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย~!

  • วัดอาสึกะ (Asuka-dera)

ใครที่เคยไปวัดญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว อยากให้ลองหาโอกาสแวะมา “วัดอาสึกะ” สักครั้งให้ได้ เพราะที่นี่เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรกที่ถูกนำเข้ามายังญี่ปุ่นตั้งแต่ 1,400 ปีก่อน นั่นก็คือ พระพุทธรูปทองแดงชากันโยไร (มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลักและเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “อาสึกะ ไดบุตสึ” ความขลังและความงดงามขององค์ท่านบอกเลยว่าควรค่าแก่การมาชมด้วยตาตัวเองจริง ๆ

 

Info
วัดอาสึกะ (Asuka-dera)
Hours: 09:00 – 17:30 น. (เดือนตุลาคม – มีนาคม เยี่ยมชมได้ถึง 17:00 น.)
*เยี่ยมชมรอบสุดท้าย 15 นาทีก่อนเวลาปิดทำการ
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-มัธยมปลาย 300 เยน / นักเรียนประถมศึกษา 250 เยน
Website: https://yamatoji.nara-kankou.or.jp/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae ขึ้นรถบัส Asuka Loop และลงที่ป้าย Asuka Daibutsu

  • วัดทาจิบานะ (Tachibana-dera)

วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 606 โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ประสูติของ เจ้าชายโชโตคุ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังถือเป็นที่ตั้งของวัดสำหรับภิกษุณีแห่งแรกของประเทศอีกด้วย วัดทาจิบานะจึงไม่ใช่แค่วัดเก่าแก่ แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในญี่ปุ่น

Info
วัดทาจิบานะ (Tachibana-dera)
Hours: 09:00 – 17:00 น.
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน (นักเรียนประถมศึกษา-มัธยมปลาย เข้าฟรี)
Website: https://tachibanadera-asuka.jimdofree.com/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: หน้าสถานีรถไฟ Asuka นั่งรถบัสป้าย Asuka Eki ไปลงที่ป้าย Kawahara เเละเดินต่ออีก 3 นาที

  • วัดโอคะ (Oka-dera) 

ถ้าอยากขอพร สะเดาะเคราะห์ หรือปัดเป่าสิ่งไม่ดี ต้องแวะมาที่วัดสวยบนเนินเขาแห่งนี้เลย วัดแก้เคราะห์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ผู้คนให้ความเคารพศรัทธา พร้อมเครื่องรางไม้ทรงลูกแก้วอันศักด์สิทธิ์ เเละการตกแต่งรอบ ๆ วัดด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล, ร่มญี่ปุ่น (ร่มวากาสะ) และลูกแก้วหลากสี ดังนั้นใครที่อยากแก้ปีชงหรือขอพรให้สมหวังท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาที่ร่มรื่น ขอบอกเลยว่าที่นี่คือพิกัดที่ครบทั้งสายมูและสายถ่ายรูปจริง ๆ

ภาพ: Instagram (@okadera3307)

Info
วัดโอคะ (Oka-dera) 
Hours:08:30-17:00 น. (ธันวาคม-กุมภาพันธ์ 08:30-16:30 น.)
*ช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะภายในวิหารหลักคือ เดือนเมษายน-ธันวาคมของทุกปี
Holiday: ไม่อนุญาตให้เข้าสักการะในเดือนมกราคม-มีนาคม เนื่องจากมีการประกอบพิธีกรรมปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
*แม้จะเป็นช่วงที่เปิดปกติ (เมษายน-ธันวาคม) แต่อาจมีการงดให้เข้าชมชั่วคราวได้ หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมพิเศษเกิดขึ้น
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-มัธยมปลาย 400 เยน / เด็ก เข้าฟรี
Website: https://www.okadera3307.com/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae นั่งรถบัส Kashiharajingu-mae Eki Higashi-guchi ไปลงที่ป้าย Okadera-mae เเละเดินต่ออีก 12 นาที

ศิลปะการแสดงดั้งเดิม “กิงากุ” (伎楽)

นอกจากจะเป็นเมืองหลวงเก่าเเละมีวัดเก่าแก่แล้ว หมู่บ้านอาสึกะยังเป็นต้นกำเนิดของ “กิงากุ” (伎楽) ศิลปะการแสดงที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ! ย้อนไปช่วงศตวรรษที่ 7 การแสดงนี้เข้ามาพร้อมพุทธศาสนาจากจีน โดยมีคอนเซ็ปต์เป็น “ละครเงียบ” ที่นักแสดงต้องสวมหน้ากากลวดลายยักษ์หรือสัตว์ แล้วใช้ท่าทางเล่าเรื่องแทนคำพูด เพื่อให้ชาวบ้านสมัยก่อนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เข้าใจธรรมะได้ง่าย ๆ แม้จะไม่มีบทพูดแต่ด้วยเสน่ห์ของหน้ากากและชุดที่จัดเต็ม ทำให้กิงากุกลายเป็นต้นแบบให้กับการแสดงดัง ๆ ของญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้เลยล่ะ

📍 วิธีชมการแสดง “กิงากุ” ที่หมู่บ้านอาสึกะ

เมื่อปี 2024 ทางหมู่บ้านอาสึกะได้จับมือกับผู้กำกับและนักเต้น Kaiji Moriyama เปิดตัวโครงการฟื้นฟูการแสดงนี้ขึ้นมา โดยจัดเป็นงานเทศกาลประจำปี  “GIGAKU Gyodo (GIGAKU 行道) ” ขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ไฮไลท์คือการเดินขบวนพาเหรดของเหล่านักแสดงที่สวมหน้ากากและชุดย้อนยุคสีสันสดใส เดินร่ายรำไปตามจุดสำคัญของหมู่บ้าน สำหรับตารางวันเวลาหรือจุดขวนพาเหรดก็สามารถเช็คเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ทางการเลย https://www.gigaku-asuka.jp/  

ร้านอาหาร Da Terra

เที่ยวกันมาเต็มอิ่มแล้ว แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยขอชวนทุกคนไปลิ้มรสเสน่ห์ของอาสึกะผ่านร้านอาหารระดับ Michelin Guide อย่าง Da Terra

เนื่องจากสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์เเละสภาพอากาศที่เหมาะสม อาหารอาสึกะจึงให้ความสำคัญกับการดึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมาใส่ไว้ในจาน ผักของที่นี่จึงสดใหม่และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งร้าน Da Terra  ก็ได้หยิบแนวคิดนี้มาถ่ายทอดผ่านอาหารอิตาเลียน ที่ใช้ “ผักท้องถิ่น” มากกว่า 100 ชนิดเป็นตัวเอก ปรุงรสอย่างประณีตและจัดวางสวยงามราวกับงานศิลปะ เพื่อมอบประสบการณ์การกินสุดพิเศษท่ามกลางกลิ่นอายประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ใครเป็นสายกิน บอกเลยว่าต้องหาโอกาสมาลองให้ได้🍽️🌿

Info
ร้านอาหาร Da Terra
Hours: มื้อกลางวัน 12:00-15:00 น. / มื้อเย็น 18:00-22:00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย: 19:00 น.)
Holiday: วันพุธและวันพฤหัสบดี
Reservation: กรุณาจองล่วงหน้าโดยการโทรติดต่อหมายเลข 0744-41-9072
Website: https://da-terra.jp/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae นั่งรถบัส Kashiharajingu-mae Eki Higashi-guchi ไปลงป้าย Kawahara เเละเดินต่ออีก 2 นาที

การเดินทาง

เห็นหมู่บ้านอาสึกะเงียบสงบและวิวสวยขนาดนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าเดินทางมาลำบาก แต่จริง ๆ แล้วมาง่ายกว่าที่คิดมาก เพราะสามารถนั่งรถไฟ Kintetsu Railway จากโอซาก้า เกียวโต เเละนารา ใช้เวลาประมาณแค่ 1 ชั่วโมง จะแพลนไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะค้างคืนสั้น ๆ สักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศให้เต็มอิ่มก็ดีไม่แพ้กัน ส่วนใครใกล้จุดไหนหรือสะดวกเส้นทางไหน สามารถเลือกดูจากลิสต์ด้านล่างนี้แล้วเตรียมตัวออกเดินทางได้เลย~

  • จากสนามบินคันไซ (KIX)
    • 🚗 รถยนต์ : ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    • 🚆รถไฟ : สนามบินคันไซ (KIX) → (JR) สถานี Tennoji → (Kintetsu) สถานี Asuka ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • จากโอซาก้า
    • 🚆JR Osaka Station → (JR) Tennoji Station → (Kintetsu) Asuka Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
  • จากเกียวโต
    • 🚆Kintetsu Kyoto Station → Kashiharajingu-mae Station → Asuka Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • จากนารา
    • 🚆Kintetsu Yamato-Saidaiji Station → Kashiharajingu-mae Station → Asuka Stationใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

Asuka-mura Tour Package

ใครที่อาจจะยังกังวลเรื่องการวางแผนเที่ยวหรืออยากเที่ยวแบบชิลล์ ๆ ก็ไม่ต้องคิดเยอะ คิจิมี Tour Package สุดพิเศษจาก SuperTrips ที่จัดเต็มทุกกิจกรรมไฮไลท์มาบอกต่อ ! มีให้เลือกทั้งแบบวันเดียวเที่ยวครบ หรือจะนอนพักผ่อนซึมซับบรรยากาศแบบ 2 วัน 1 คืน ก็สามารถเลือกตามที่ต้องการได้เลย

📅 แพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืน (1 Night 2 Days)

วันที่ 1:

10:30 เจอกันที่สถานีอาสึกะ

11:30 ทานอาหารกลางวัน

12:45 เยี่ยมชมวัดอาสึกะ, วัดโอคะ และวัดทาจิบานะ

15:00 เช็คอินที่ BRANCHERA VILLA ASUKA

16:00 ถ่ายรูปที่สุสานหินอิชิบุไต 

19:00~ ทานอาหารเย็นที่ร้าน Da terra (MICHELIN GUIDE)

21:00 กลับถึงที่พัก

วันที่ 2:

09:00 ออกเดินทางจากโรงแรม

09:30~ เลือกทำกิจกรรมได้ตามชอบ อาทิเช่น พิธีชงชาจีน, ปั่นจักรยาน หรือนั่งรถเที่ยวชมสุสานโบราณพร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ (กิจกรรมนี้เป็นทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาแพ็คเกจทัวร์)

12:00-14:00 ทานอาหารกลางวัน

14:00  สิ้นสุดทริป

ราคาเริ่มต้น: 18,900 THB


📅 แพลนเที่ยววันเดย์ (One Day Trip)

10:30 เจอกันที่สถานีอาสึกะ

11:30 ทานอาหารกลางวันที่ร้าน Da terra (MICHELIN GUIDE)

13:00 เข้าชมวัดอาสึกะ, วัดโอคะ, วัดทาจิบานะ และสุสานหินอิชิบุไต + ถ่ายรูปที่ระลึก

18:00 สิ้นสุดทริป

ราคาเริ่มต้น: 6,200 THB

ใครชอบการดื่มด่ำเเละเที่ยวแบบชิลล์ ๆ แนะนำแบบ 2 วัน 1 คืน แต่ถ้าเวลาน้อย แต่อยากเก็บไฮไลท์ให้ครบก็แนะนำเป็นวันเดย์ทริปเลย !

ก่อนจะจบบทความนี้ คิจิเชื่อเสมอว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของการเดินทาง คือการได้พาตัวเองไปยังที่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก เพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และเรียนรู้เรื่องราวที่เราอาจไม่เคยเห็นหรือได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ซึ่งอาสึกะมีสิ่งเหล่านั้นที่รอทุกคนอยู่ คิจิเลยหวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกคนนึกถึง “หมู่บ้านอาสึกะ” ขึ้นมาในทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไป และค้นพบได้ด้วยตัวเองว่าจุดเริ่มต้นของญี่ปุ่นนั้นงดงามและน่าประทับใจแค่ไหน…

แล้วพบกันที่ “หมู่บ้านอาสึกะ”🩷

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ