9 นิสัยที่ติดตัวมาจากญี่ปุ่น
9 นิสัยที่ติดตัวมาจากญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)
-
ลืมมองซ้าย-ขวา ขณะข้ามทางม้าลาย

ที่ญี่ปุ่น เวลาจะข้ามทางม้าลาย (แม้ไม่มีสัญญาณไฟคนข้าม) เกือบร้อยทั้งร้อย รถจะหยุดให้หมด ภาพที่ผู้คนเดินข้ามถนน โดยไม่ได้หันมองซ้ายขวาดูรถ (หรือแม้แต่ก้มหน้าเล่นมือถือ) เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ประจำ กระนั้นเชียว อุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนคนข้ามบนทางม้าลายก็มีน้อยมากๆ
-
ถ่ายรูปชู 2 นิ้ว

อันที่จริงการถ่ายรูปชู 2 นิ้วมีประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางสันติภาพด้วย แต่เดี๋ยวจะยาวเกิน เอาเป็นว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “วัฒนธรรมการโพสท่าถ่ายรูป” ของคนญี่ปุ่นไปแล้ว ด้วยเหตุผลง่ายๆ มันดูน่ารัก ดูเด็กลง เป็นกันเองดี เป็นวิธีที่น่าจะง่ายที่สุดแล้วที่ทำให้การโพสท่าถ่ายรูป “ดูมีอะไร” มากขึ้น 555 แม้คุณจะเป็นคนที่โพสท่าถ่ายรูปไม่เก่ง ขอแค่ชู 2 นิ้วและยิ้มหน่อยๆ ก็…ถือว่าผ่าน!
-
ยืนบนบันไดเลื่อน

แถบคันโต-ยืนซ้าย แถบคันไซ-ยืนขวา เราไม่รู้ว่า Unwritten Rule นี้มาจากไหน แต่ผู้คนก็ทำกันมานานแล้ว เพื่อเปิดทางให้คนที่รีบผ่านไปได้ด้วยดี (การตรงต่อเวลาที่ญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก) เมื่อยืนบนบันไดเลื่อนใน BTS/ MRT/ ARL/ ในสนามบิน/ ในห้าง ทุกที่ที่มีบันไดเลื่อน ก็พยายามจะยืนชิดฝั่งหนึ่ง ถ้ามีป้ายบอกให้ยืนฝั่งไหนก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด
-
ติดการโค้งในทุกๆ เรื่อง

ข้อนี้เชื่อว่าใครที่อยู่ญี่ปุ่นมานาน หัวต้องอ่อนลงแน่ๆ เพราะมีสถานการณ์ที่ต้องโค้งอยู่บ่อยๆ ยิ่งได้เห็นเหล่าพนักงานตามสถานที่ต่างๆ โค้งต้อนรับเราอย่างสุภาพ นานวันเข้ากลายเป็น “ภาพชินตา” และเกิดการเรียนรู้และสามารถทำตามได้ไม่ยาก ซึ่งนั่นก็กลายเป็นนิสัยที่ติดตัวไปแล้วเวลากลับมาไทยหรือไปที่อื่นๆ เวลาจ่ายเงินซื้อของกับพนักงานเซเว่นเสร็จ ก็โค้งขอบคุณเล็กน้อยก่อนไป / โค้งขอบคุณพร้อมเดินเข้าลิฟต์เมื่อมีคนกดลิฟต์รอ / ลงจากพี่วินมอไซต์ฯ ก็โค้งให้เล็กน้อย ฯลฯ กลายเป็นติดการโค้งในบริบทเหล่านี้แทนที่การ “พนมมือยกมือไหว้” (ที่อาจดูทางการไปหน่อย ^^)
-
ต่อคิวในทุกสถานการณ์

ที่ญี่ปุ่นคนเข้าคิวต่อแถวกันแทบทุกเรื่องจริงๆ ถือว่าเสียมารยาทสุดๆ หากมีใครคนหนึ่งพยายาม “แซงคิว” นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ติดตัวไปแล้วเมื่อกลับมา เช่น ต่อคิวขึ้นรถเมล์, (มองหา) คิวซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง 555, ต่อคิวขึ้นวินมอไซต์ฯ, ลงจาก BTS สยามก็ต่อคิวลงบันไดเลื่อน, บางครั้งยังเผลอต่อคิวรอข้ามทางม้าลายเลย (คือมีคนยืนรออยู่ก่อน เราต้องตามหลังเค้า 555) หลังๆ เมื่อเห็นผู้คนยืนออกันเยอะๆ สัญชาตญาณจะคอยเตือนว่า “หางแถวอยู่ไหน?” ฮ่าๆๆ

-
พับขยะก่อนทิ้ง

นอกจากคนญี่ปุ่นจะแยกขยะก่อนทิ้งแล้ว คนญี่ปุ่นมักจะ “พับ” ขยะนั้นๆ (ถ้าพับได้) ก่อนทิ้งด้วย เหตุผลก็เช่น เมื่อขยะถูกพับแล้ว จะ “กินเนื้อที่” ในถังขยะน้อยกว่า ทำให้เราสามารถทิ้งขยะได้มากขึ้นในความจุของถังขยะขนาดเท่าเดิม (ลองไปทดลองทำดูได้ครับ) อ้อ ถ้าเป็นขวดภาชนะต่างๆ เช่น ขวดนม ก็มักจะล้างน้ำข้างในขวดสักหน่อยก่อนทิ้ง เพื่อล้างกลิ่นไม่ให้แรงจนเกินไปนัก

-
เดินเร็ว (มาก)

เพราะคนญี่ปุ่นเดินกันเร็วมาก ทุกอย่างเร่งรีบ จึงต้องทำเวลาไปเสียหมด การเดินเอื่อยๆ ท่ามกลางคลื่นมวลชนที่เร่งฝีก้าว (เช่น ในสถานีรถไฟช่วงเร่งด่วน) ตัวเราอาจไปกีดขวางทางเดินคนอื่นได้ และนั่นทำให้ตัวเราต้องเดินเร็วขึ้นไปโดยปริยาย นานวันเข้าก็กลายเป็นนิสัยติดตัวที่ “เดินเร็ว…แม้จะไม่ได้รีบ!” 555
-
ไม่เดินไปกินไป

สังเกตได้ว่าทางเท้าในญี่ปุ่นนั้นสะอาดมากๆ (จนลงไปนอนได้ ฮ่าๆๆ) เหตุก็เพราะผู้คนพยายามช่วยกันรักษาความสะอาด หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการไม่เดินไปกินไป (เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ด้วยนะ) ผู้คนมักจะยืนกินหน้าร้านหรือหาจุดกินเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อกินเสร็จแล้วจึงค่อยไปต่อ เชื่อว่าเป็นนิสัยที่คนที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่นนานๆ “เคยชิน” เมื่อกลับมาก็มักจะหลีกเลี่ยงการเดินไปกินไป เช่น ซื้อผลไม้เสียบและค่อยนำกลับขึ้นมากินในออฟฟิศ / ร้านที่มีที่นั่งก็จะนั่งกินจนหมดก่อนค่อยไป / ของกิน Take Away อย่างเช่น ไอศครีม Dairy Queen ก็อาจลำบากหน่อย จนบางทีก็ตัดสินใจไม่ซื้อเพราะไม่สะดวก ฮ่าๆๆ

-
กิน Food Court เสร็จ เก็บจานเอง

ศูนย์อาหาร Food Court ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้นโยบาย “เมื่อกินเสร็จแล้ว ต้องนำภาชนะไปเก็บเอง” โดยจะมี “จุดคืนภาชนะ” ตั้งอยู่เป็นเรื่องเป็นราว มีป้ายบอก / มีที่วางชัดเจน / อาจมีก๊อกน้ำล้างมือพร้อมทิชชู่ ฯลฯ ไม่ใช่แค่ Food Court แต่ที่ญี่ปุ่นมีร้านอาการหลากหลายประเภทเลยที่เลือกใช้วิธีนี้ เช่น ร้านยืนกินทั่วไป/ ร้านขนมปัง/ Doutor/ Starbucks/ Sukiya/ และ McDonald’s & KFC นี่ก็ชัดเจนที่ต้องเก็บเอง ทำให้เราติดนิสัย “ช่วยตัวเอง” ณ ฟู้ดคอร์ทต่างๆ เมื่อกินเสร็จ จะพยายามหาจุดคืนภาชนะหรือแม่บ้านที่เข็นรถมาเก็บ ^^













