• Bookmark
  • Share

Iroha Yakiniku (อิโรฮะ ยากินิกุ)

Iroha Yakiniku (อิโรฮะ ยากินิกุ)
  • Bookmark
  • Share
  • Budget
    Budget (ราคาโดยเฉลี่ย/คน)
    ต่ำกว่า 1,000 บาท
    หมายเหตุ : ราคาอาหารมื้อเย็น ที่ไม่รวมเครื่องดื่ม
  • Imports
    Imports (จำนวนวัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่น)
    ปลา = ปานกลาง
    เนื้อวัว = มาก
    ผัก = ปานกลาง
  • Japanese
    Japanese (ปริมาณลูกค้าชาวญี่ปุ่น)

    ปานกลาง
  • Special
    Special
    มีห้องส่วนตัว
    มีสาเกมากกว่า 10 ชนิด
    มีโชจูมากกว่า 10 ชนิด

ครอบคลุมทุกความชอบของชาวปิ้งย่างกับร้านยากินิกุที่เปิดมานานกว่า 23 ปี

Iroha Yakiniku ร้านยากินิกุระดับตำนานในบ้านหลังใหญ่ซอยทองหล่อ 11 แห่งนี้เปิดมอบความสุขให้กับชาวปิ้งย่างรุ่นสู่รุ่นมานานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540

เดิมที Iroha Yakiniku บุกเบิกโดยสองสามี-ภรรยาชาวญี่ปุ่นก่อนจะเกษียณตัวเองในช่วงที่ร้านดำเนินกิจการได้ 16 ปี เจ้าของคนปัจจุบันเห็นว่าไม่มีใครทำต่อประกอบกับเป็นลูกค้าประจำมานานจึงรู้สึกเสียดายร้านยากินิกุดีๆ กำลังจะหายไป เลยตัดสินใจรับช่วงต่อดูแลร้านแทนมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพอได้เข้ามาทำเองแบบเต็มตัว มาตรฐานของอิโรฮะที่แต่เดิมดีอยู่แล้วก็หลากหลายมากขึ้น เช่นในพาร์ทของยากินิกุที่เคยมีแต่เนื้อเบสิกๆ มาให้ปิ้งบนเตา ก็วาไรตี้ไปอีกขั้นด้วยเนื้อโลคอลทั้งนำเข้าจากญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ส่วนใครที่ไม่ถนัดเนื้อวัวไม่ต้องน้อยใจไป เพราะทางร้านได้คัดสรรเนื้อหมูคุโรบูตะ เนื้อไก่ ไปจนถึงซีฟู้ดมาให้เลือกสั่งกันอยู่หลายรายการ

ร้าน Iroha ทองหล่อ 11ตัวร้านหาง่ายตั้งอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ซอยทองหล่อ 11

ขนาดก็เป็นอีกสิ่งที่หลายคนประทับใจ ไม่ใช่แค่เรื่องกว้างขวาง (จุรวมๆ แล้วก็ 90 ที่นั่ง) แต่เพราะที่ร้านยังมีห้องส่วนตัวสไตล์ญี่ปุ่นรับรองลูกค้าได้ก๊วนใหญ่ๆ กว่า 3 ห้อง ว่ากันด้วยบรรยากาศก็โคซี่ฟิลลิ่งครอบครัว เหมาะควรไปซะทุกทาร์เก็ตตั้งแต่แก๊งเพื่อนฝูง มนุษย์เงินเดือน ไปจนถึงเหล่าสมาชิกครอบครัวหลายช่วงอายุรวมตัวกันในวันสำคัญ อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือพื้นที่จอดรถ ที่ Iroha Yakiniku มีอาณาบริเวณเพียงพอต่อรถ 30 คัน และทราฟฟิกในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นั้นจะค่อนข้างแน่น ซึ่งใครที่ต้องการโต๊ะแนะนำให้โทรสำรองก่อน เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกกัน

บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับทุกคนในครอบครัว

แน่นอนว่ายากินิกุคือหัวใจหลักทว่าจานเคียงต่างๆ ก็ทำให้มื้อนั้นๆ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อย่าง Daikon Salad นี่ถือว่าเป็นจานที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะ สลัดหัวไชเท้าซิกเนเจอร์ขายดีของร้าน รสชาติเน้นไปทางเปรี้ยวแซมเค็ม จะเลือกให้เป็นจานออเดิร์ฟหรือกินเคียงกับปิ้งย่าง ไม่ว่าจะเป็นชอยส์ไหนก็อร่อยถูกปากทั้งนั้น

Daikon Salad (ขนาดปกติ 120 บาท)

ส่วน Namaru ผักยำ 4 อย่าง ไล่ไปตั้งแต่ผักกวางตุ้ง ถั่วงอก เห็ดหูหนู ทั้งหัวไชเท้า เราก็ไม่อยากให้คุณพลาด เพราะมันกรุบกรอบทั้งเคล้ากลิ่นหอมของน้ำมันงาจนอยากจะเคี้ยวไปนานๆ หากไม่ติดว่า Ebi Karaage กุ้งชุบแป้งทอดกรอบๆ นั้นก็กำลังรอให้เราได้ชิมด้วยเช่นกัน

Namaru (140 บาท)
Iroha Yakiniku ทองหล่อ 11Ebi Karaage (120 บาท)

หรือแม้แต่ Ninniku Fried Rice ของที่นี่ก็อร่อยไม่ธรรมดา ด้วยข้าวที่ผัดมากับกระเทียมพร้อมปรุงรสอย่างดีเสิร์ฟมาร้อนๆ บอกไว้ก่อนว่าหลายคนติดใจจนต้องขอเบิ้ลมานักต่อนัก

Ninniku Fried Rice (90 บาท)

เตาเริ่มร้อนก็ถึงเวลาอร่อยกับสารพัดเนื้อแนะนำของร้าน เริ่มจาก Korobuta เนื้อหมูคุโรบูตะย่างนุ่มๆ เต็มรสชาติซอสหมักสูตรเฉพาะที่ทางร้านปรุงแยกกันกับน้ำหมักเนื้อ ซึ่งเป็นอะไรที่แสดงออกถึงความพิถีพิถันที่อิโรฮะมีให้กับทุกๆ ดีเทลอย่างแท้จริง

ร้านยากินิกุ ทองหล่อKorobuta (280 บาท)

ด้านเนื้อไทยคัดมาแต่เฉพาะระดับพรีเมียม อย่าง Rosu และ Sirloin ก็ลายสวยละเอียด น่าละเมียดกับน้ำจิ้มไม่แพ้เนื้อญี่ปุ่นเลยทีเดียว

รีวิวร้าน Iroha YakinikuRosu (230 บาท)
Iroha Yakiniku รีวิวSirloin (230 บาท)

สำหรับเนื้อร่องซี่โครง Nakaochi Wagyu นั้นก็มาไกลจากญี่ปุ่น สัมผัสกรุบๆ รู้สึกสนุกยามได้เคี้ยว ใครก็ตามที่ได้ลองต้องมีซ้ำแน่นอน ขอการันตี

ร้าน Iroha Yakiniku รีวิวNakaochi Wagyu (350 บาท)

Hitachi Wagyu ลายหินอ่อนคือความพรีเมียมขั้นสุด คนไหนที่ชอบบริโภคเนื้อญี่ปุ่น เราขอเชียร์ฮิตาชิวากิวจากจังหวัดอิบารากิเป็นพิเศษ เหตุผลก็เพราะฉ่ำฟินพอๆ กับเนื้อโกเบในราคาที่น่ารักกว่า เอาเป็นว่าสั่งเถอะ ไม่มีผิดหวัง

ร้าน Iroha YakinikuHitachi Wagyu (1,900 บาท)

และอย่างที่บอกไปว่าที่นี่มีนานาซีฟู้ดให้ได้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาไข่ (Shishamo) เรื่อยมาจนถึงแซลมอน ทว่า Scallops Garlic Butter ที่อิมพอร์ทจากฮอกไกโดตัวโตๆ เสิร์ฟพร้อมเนยกระเทียม คืออีกรายการที่เราแนะนำว่าอย่าพลาดเลยเชียวไม่งั้นจะเสียใจ

Scallops Garlic Butter (100 บาท)

Map