ชิลยันดึกกับ 10 อิซากายะตามแนวรถไฟฟ้า

เย็นย่ําก็ถึงเวลาสังสรรค์ ว่าแต่จะปักหมุดกันที่ไหนให้ได้เอ็นจอยทั้งเครื่องดื่มและสารพัดเมนูอาหารกินเล่นยันจริงจังถ้าไม่ใช่อิซากายะ ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์กินดื่มบรรยากาศสุดคึกคักที่เปิดต้อนรับชาวแก๊งได้มาเฮฮาปาร์ตี้กัน โดย 10 ร้านอิซากายะที่คิจิคัดสรรมาแนะนำในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะครบถ้วนไปด้วยความเป็นอิซากายะ ข้อดีอีกอย่างก็คือโลเคชั่นไปง่ายกลับสะดวกด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ละแวกเดียวกับรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT ว่าง่ายๆ ก็คือชิลยันดึกได้ไม่มีปัญหาแค่กะเวลาให้ทันรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายก็พอ!

 

BTS สถานีอารีย์

01 Ori Izakaya & Sushi Bar

ว่ากันด้วยบรรยากาศก็เหมาะสำหรับการสังสรรค์หลังเลิกงาน ฟิลลิ่งแต่ละโซนของร้านยังให้อารมณ์ที่แตกต่าง เช่นส่วนด้านหน้ามู้ดแอนด์โทนเป็นอะไรที่ควรพาทั้งครอบครัวมากินข้าว ไม่เหมือนกับอีกโซนที่บันเทิงตั้งแต่ภาพเพ้นท์ผนัง ยิ่งคืนไหนที่มีศึกบิ๊กแมตช์ บริเวณนั้นคือพื้นที่ของเหล่าคอบอลเขาเลยล่ะ

ในส่วนของรายการอาหารใช่ว่าทางร้านจะเสิร์ฟแค่จานกินเล่นแกล้มกับเครื่องดื่ม เพราะเมนูกินจริงจังอื่นๆ เขาก็มีให้เลือกสั่งอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็นประเภทปิ้งย่างอย่างเนื้อวากิวเกรดคุณภาพหรือเมนูยากิโทริที่ก็ขายดีปิ้งไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญคือเชฟจะย่างใหม่ๆ แบบไม้ต่อไม้ ไม่มีการย่างทิ้งไว้แล้วเอามาอุ่นใหม่ชัวร์

อ่านรีวิวร้าน Ori Izakaya & Sushi Bar ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ori-izakaya-sushi-bar/

INFO
Tel: 02-619-5330 
Address: 52/1 ซ.พหลโยธิน7 ถ.พหลโยธิน
Opening Hours: 17:00-24:00 น. 
Holiday:
Facebook URL: Ori Izakaya & Sushi Bar

 

BTS สถานีสีลม

02 Aburi Yatai

เราขอเรียกว่าอิซากายะในซอยลึกลับขนาดที่เดินผ่านหน้าร้านก็ยังหาไม่เจอ! แต่เชื่อเถอะว่าหากคุณผ่านด่านแรกและหาทางเข้าเจอแล้ว คุณจะไม่เสียใจที่คุณเดินหลงเมื่อกี้เลยล่ะ และยิ่งแอบรู้มาว่าเมื่อถึงเวลาเปิดร้านจะมีลูกค้าทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยทยอยเข้ามาแบบไม่ขาดสาย ด้วยเพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสบายชวนผ่อนคลาย แถมราคายังสบายกระเป๋าอีกด้วย

ร้านนี้มีทั้งอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและแบบฟิวชั่นที่ปรับเปลี่ยนให้ถูกปากคนไทย เป็นต้นว่า Hamachi Sashimiปลาฮามาจิเนื้อแน่นชิ้นโตเรียงรายมาสวยงาม ก่อนท็อปด้วยซอสวาซาบิดองรสจัดจ้าน หรือหากใครต้องการความกรุบกรอบเราขอแนะนำ Geso Karaage ปลาหมึกชิ้นพอดีคำนำไปทอดอย่างดี จนได้สีเหลืองนวล ราดด้วยซอสโอโคโนมิยากิรสหวานกลมกล่อม จานนี้เคี้ยวสนุกจริงๆ

อ่านรีวิวร้าน Aburi Yatai ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/aburi-yatai/

INFO
Tel: 02-023-5097 
Address: 9/34 ซ.ธนิยะ ถ.พระรามที่ 4 
Opening Hours: 17:00 น.-LATE
Holiday:
Facebook URL: AburiYatai あぶり屋台

 

BTS สถานีอโศก

03 Kiraku Izakaya

สำหรับอิซากายะแห่งนี้นอกจากจะเสิร์ฟอาหารอร่อยๆ รสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ กว่า 150 รายการ ฟิลลิ่งของร้านยังสบายๆ เหมาะที่จะมาผ่อนคลายหลังเลิกงานได้ทุกวัน ทั้งพื้นที่กว่า 4 ชั้นของร้านแบ่งเป็นที่สร้างสรรค์อาหาร โต๊ะรับรองลูกค้า และห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ ในทุกๆ เย็นจะมีซาลารี่แมนมาทานอาหารเบาๆ ไปจนถึงหนัก บ้างก็จับจองไมค์ฝึกร้องเพลงภาษาไทยที่ชั้นบนสุด สำหรับค่าใช้จ่ายทางร้านก็คิดง่ายๆ ต่อคน 400 บาท ถึงจะร้องยันร้านปิดก็ไม่มีคิดเงินเพิ่ม

ที่ขายดีอันดับต้นๆ ต้องสั่งทุกโต๊ะก็มี Gyu Dote Ni เนื้อตุ๋นหอมมิโซะสไตล์นาโกย่าที่ทางร้านตั้งหม้อตุ๋นอย่างพิถีพิถันนานกว่า 3 ชั่วโมง ส่วน Kiraku no Karaag คือจานทอดที่ใครต่อใครเห็นตรงกันว่าอร่อยสุดๆ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ทางร้านได้เลือกใช้ส่วนน่องติดสะโพกของไก่มาทอดทั้งชิ้น สัมผัสกรอบนอกฉ่ำใน ยิ่งถ้าบีบมะนาวใส่ก่อนชิมหรือกินกับเครื่องจิ้ม บอกได้เลยว่ายังไงๆ ก็มีต่อจานที่สองชัวร์!

อ่านรีวิวร้าน Kiraku Izakaya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kiraku-izakaya/

INFO
Tel: 02-061-9415
Address: 24/7 ซ.สุขุมวิท 23 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 17:00-LATE
Holiday:
Facebook URL: Kiraku Izakaya

 

04 Kenshin Izakaya

คนแน่นร้านทุกวันจริงๆ สำหรับร้านกิน-ดื่มสไตล์ญี่ปุ่นริมถนนสุขุมวิท Kenshin Izakaya ด้วยการตกแต่งที่โดดเด่นราวกับอยู่ญี่ปุ่น ให้อารมณ์อิซากายะอย่างครบถ้วน แถมบรรยากาศก็ดูคึกคักสนุกสนาน ด้วยการตกแต่งอย่างโคมไฟเทศกาล ภาพโปสเตอร์สไตล์วินเทจ ธงลวดลายต่างๆ ลังเครื่องดื่มที่นำมาดัดแปลงเป็นชุดเก้าอี้ รวมถึงขนาดร้านที่กว้างขวางทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ยิ่งบวกกับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่เยอะแยะมากมายพร้อมจัดโปรโมชั่นอยู่บ่อยๆ ทำให้อิซากายะเจ้านี้กลายเป็นร้านโปรดของใครหลายๆ คนไปแล้ว

อย่างที่บอกว่าเมนูอาหารของร้านนี้เยอะมาก อาจจะงงๆ ไม่รู้เริ่มจากตรงไหนดีคิจิขอแนะนำให้ประเดิมด้วยเมนูขายดีของร้าน Aburi Chimesaba ปลาซาบะดองชิ้นใหญ่โตเสิร์ฟบนไม่ไผ่ ลนไฟโชว์กันถึงที่โต๊ะใช้เวลาประมาณครึ่งนาที ก็พร้อมส่งกลิ่นหอมอบอวลจนโต๊ะข้างๆ ต้องแอบชำเลืองมอง กับ Gyu Tataki Sushi เมนูพิเศษกับซูชิเนื้อวัวดิบชิ้นอย่างใหญ่ ลนไฟบางๆ บริเวณรอบนอกให้เหลือความนุ่มชุ่มฉ่ำในส่วนตรงกลาง ก่อนราดด้วยซอสเทอริยากิอีกชั้น อร่อยหวานนุ่มเต็มๆ ปาก และ Tsukune ไก่บดปรุงรสเสียบไม้ กินคู่กับไข่ดิบได้รสชาติที่นุ่มเข้ากันเป็นอย่างดี

อ่านรีวิวร้าน Kenshin Izakaya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kenshin-izakaya/

INFO
Tel: 02-058-0248
Address: ระหว่างซ.สุขุมวิท 31 กับ 33 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 11:30 – 24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: Kenshin Izakaya

 

05 Sanriku Sushi Kyodoizakaya

ดำเนินกิจการมายาวนานตั้งแต่ปี 2016 กับร้าน Sanriku Sushi Kyodoizakaya ที่พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เมนูซูชิ ซาชิมิ หม้อไฟ จนไปถึงสไตล์อิซากายะ ส่วนชื่อร้านมาจากคำว่า San ในภาษาญี่ปุ่น คือ เลข 3 และ riku ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า แผ่นดิน  เป็นการรวมอาหารพื้นเมืองของแต่ละจังหวัด ได้แก่ อิวาเตะ อะคิตะ และมิยากิ ซึ่งภูมิภาคนี้นอกจากส่วนใหญ่จะเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของอาหารทะเลเป็นอย่างมาก ฉะนั้นรับประกันความสดใหม่ของวัตถุดิบที่นำมาเสิร์ฟได้เลย

เมนูแรกที่อยากแนะนำคือ Omakase Nigiri Nami 5 Kanโอมากาเสะซูชิ 5 อย่าง เมนูที่ร้านจะคัดวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวันมาให้ อย่างเช่นวันนี้มีทั้งปลาซูซูกิ, มาได, คินเมได, บุรี และอะกามิ หรือใครที่ชอบกิน Sashimi มากกว่าขอผายมือซาซิมิ 5 อย่าง ที่จะเสิร์ฟกันสดๆ กับวัตถุดิบที่ดีของวันเช่นกัน จัดวางมาสวยงามมาทั้งปลาคินเมได, โฮโบ, อาจิ, ฮามาจิ และแซลมอน

อ่านรีวิวร้าน Sanriku Sushi Kyodoizakaya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/sanriku-sushi-kyodoizakaya/

INFO
Tel: 097-237-5125
Address: ซ.สุขุมวิท 19 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 17:00 น.- LATE 
Holiday:
Facebook URL: Sanriku Sushi Kyodoizakaya

 

BTS สถานีพร้อมพงษ์

06 Ebisu Shoten

อร่อยกันตั้งแต่เที่ยงวันทั้งราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ สำหรับ Ebisu Shoten อิซากายะหน้าใหม่ในบ้านเราทว่าที่ซัปโปโรนั้นคือเจ้าเก่าทั้งยังได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่น สำหรับสาขาที่ประเทศไทย Ebisu Shoten ปักหลักในซอยสุขุมวิท 26 ด้านพื้นที่ก็เรียกได้ว่ากว้างขวางขนาด 2 ชั้น หนำซ้ำไทป์ของที่นั่งยังครบทุกความต้องการ เป็นต้นว่าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับท่านที่มาคนเดียว โต๊ะเดี่ยวที่รับรองได้เป็นกลุ่ม ไปจนถึงที่นั่งแบบหย่อนขาเต็มฟิลลิ่งญี่ปุ่น เอาเป็นว่าชอบแบบไหนก็จับจองได้เลยตามถนัด

อาหารของที่นี่ก็มีมากมายหลายประเภทให้เลือกสั่ง ตั้งแต่ Kushikatsu เมนูเสียบไม้ทอด ราคาต่อไม้เริ่มต้นที่ 18 บาท Tonpeiyaki หมูสามชั้นพันด้วยไข่นุ่มๆ กินคู่กับมายองเนสและซอสสูตรเฉพาะนี่ก็รสชาติอิมพอร์ตจากโอซาก้า ส่วนนานาเมนูของทอด Agemono ที่ทางร้านได้หยอดมุกตลกไว้บนแพ็กเกจเรียกเสียงหัวเราะ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดคาราอาเกะ EFC, ทาโกะยากิ DO-DACO เรื่อยไปจนถึงมันฝรั่งทอด Ebisu Shoten Tasty Fries ที่เหมาะจะสั่งมากินสร้างความบันเทิงระหว่างมื้อ

อ่านรีวิวร้าน Ebisu Shoten ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ebisu-shoten/

INFO
Tel: 02-006-9439
Address: 12/14-16 ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท 
Opening Hours: 11:30-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: Ebisu Shoten

 

BTS สถานีทองหล่อ

07 TOBAN Dining 18

จุดเด่นของร้านคือการเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นในกระทะร้อน ตัวร้านสังเกตง่ายด้วยป้ายขนาดใหญ่ติดบนประตูทางเข้าร้าน พร้อมโคมไฟสีแดงเรียงรายน่ารัก ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ 1 รับรองด้วยโต๊ะเดี่ยว 2 โต๊ะ ที่พื้นที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ขนาบตัวร้าน ชั้นที่ 2 เป็นเหมือนชั้นลอย รับรองด้วยโต๊ะเดี่ยวนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่นประมาณ 20 ที่นั่ง และชั้นที่ 3 รับรองด้วยโต๊ะนั่งห้อยขาสไตล์ญี่ปุ่นประมาณ 25 ที่นั่ง

ที่นี่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่น มาสังสรรค์ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ภายในร้านจึงมีเมนูอาหารที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นเกือบหมด และยังมีเมนูแนะนำประจำวันที่จะเปลี่ยนไปทุกๆ วันอีกด้วย ส่วนเมนูเราขอนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Yaki Gyu Donเนื้อวัวไทยเฟรนช์ ส่วนสันนอกนำมาย่างให้ได้ความสุกระดับมีเดียมแรร์และราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน เสิร์ฟมาพร้อมผักต่างๆ รสชาติเข้ากันดีมากกับข้าวญี่ปุ่นร้อน เสิร์ฟมาบนกระทะจิ๋วที่ทำหน้าที่รักษาความร้อนได้ดี ทำให้อาหารอุ่นร้อนตลอดเวลา หรืออีกจาน Poteto Cheese Gratin ก็น่ารับประทาน มันฝรั่งบดเนื้อเนียนละเอียด คลุกเคล้ามากับเบคอนและชีส นำไปย่างให้สุกได้ที่ก่อนโรยด้วยใบพาสลีย์ปิดท้าย เป็นเมนูที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตั้งแต่ในครัว

อ่านรีวิวร้าน TOBAN Dining 18 ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/toban-dining-18/

INFO
Tel: 02-117-3660
Address: 2/8 ซ.สุขุมวิท 34 ถ.สุขุมวิท 
Opening Hours: 17:00-24:00 น. 
Holiday:
Facebook URL: TOBAN Dining 18

 

08 Ikuze

ร้านอิซากายะที่มีทั้งความสนุกและอร่อยในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม เด่นสะดุดตาด้วยภาพซาราลี่แมนในท่าทางของป้ายไฟกูลิโกะในย่านโดทงโบริ (Dotonbori) การใช้แสงสีสดใสตัดกับท้องฟ้าในยามค่ำคืน และการตกแต่งที่ยกความเป็นอิซากายะญี่ปุ่นมาทุกอย่าง ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ เรื่อยไปถึงของภาพภ่ายและของตกแต่ง เหมือนนั่งอยู่ในร้านอิซากายะที่ญี่ปุ่นจริงๆ และด้วยความหมายของ “Ikuze” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ไปกันเถอะ!” เป็นการเชิญชวนให้มาสนุกกันได้อย่างเห็นภาพ ยิ่งสนุกไปพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ทำให้อดใจรอเวลาเลิกงานแทบไม่ไหว

เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น รสชาติจะออกไปทางคันไซ ตั้งแต่เมนูเสียบไม้ย่างเรื่อยไปจนถึงหมูกระทะที่เป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าลักษณะการรับประทานจะเป็นหมูกระทะแบบไทย แต่วัตถุอย่างน้ำซุปทางร้านใช้น้ำซุปดาชิรสกลมกล่อมและยังมีน้ำจิ้มพอนสึให้กลิ่นอายญี่ปุ่นผสมไทยได้แบบลงตัว ในเซ็ตของร้านจะเสิร์ฟกระทะทองเหลืองขนาดกำลังดี ที่มีใบมะกรูด ขึ้นฉ่าย และตะไคร้ นอนรอพร้อมให้กลิ่นหอมทันทีที่เทน้ำซุปดาชิลงไป มาพร้อมหมูสไลด์และสันคอหมู อย่างละ 5 ชิ้น (หากสั่งเพิ่มสามารถดูราคาได้ในเมนูในเล่ม) ชุดผัก และเซ็ตน้ำจิ้ม 2 ชุด

อ่านรีวิวร้าน Ikuze ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ikuze/

INFO
Tel: 082-424-5966 
Address: 64 ใกล้ ซ.ทองหล่อ 2 ถ.ทองหล่อ
Opening Hours: 17:00-LATE
Holiday:
Facebook URL: 行くぜ IKUZE Thonglor

 

09 Kenji’s Lab

แม้ร้านจะเปิดให้บริการมาเข้าปีที่ 7 ทว่าทุกวันนี้เชฟนากายามะ เคนจิ ผู้ที่ควบตำแหน่งทั้งหัวหน้าพ่อครัวและเจ้าของร้านก็ยังคอยคิดค้นรวมถึงพัฒนาสูตรอาหารใหม่ๆ อยู่ไม่ขาด โดยจะเห็นได้จากลิสต์จานสเปเชียลประจำวันที่มีให้เลือกสั่งยาวเต็มหน้ากระดาษ A4 นี่ยังไม่นับรวมเมนูอาหารในเล่มที่ทางร้านยินดีเสิร์ฟอยู่ตลอดอีกกว่า 100 รายการ ครบตั้งแต่จานออเดิร์ฟยันเมนูกินเอาอิ่มอีกทั้งของหวานหนึ่งเดียวอย่างไอศกรีมมัทฉะกับถั่วแดงกวน

และถึงจะเป็นร้านแนวอิซากายะ แต่กลับไม่ได้เสิร์ฟเฉพาะอาหารญี่ปุ่น ด้วยที่นี่ยังมีเมนูแนวลูกผสมซึ่งเชฟได้หยิบเอาวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นมามิกซ์เข้ากับเทคนิคการปรุงในแบบตะวันตก ซึ่งก็มีทั้งแนวญี่ปุ่นจ๋าไปจนถึงจานอิตาเลียนใส่อินกรีเดียนท์ถูกปากคนญี่ปุ่นอย่างเมนไทโกะ อาทิ Smoked Samma ที่เชฟต้องนำปลาซัมมะล้างสะอาดไปหมักนานข้ามคืนในน้ำปรุงสูตรเฉพาะ ก่อนจะเอาไปตากแดดให้แห้งสนิทแล้วจับไปรมควันอยู่ 2-3 ชั่วโมงให้สุกหอมด้วยไม้ซากุระ สำหรับจานนี้ทางร้านจะเสิร์ฟแบบเย็นมอบรสชาติเค็มบางๆ และคิดมาแล้วว่ากินคู่กับผักชีลาวเป็นอะไรที่เข้ากั๊นเข้ากันที่สุด!

อ่านรีวิวร้าน Kenji’s Lab ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kenji%e2%80%99s-lab/

INFO
Tel: 080-449-3883
Address: 808/13 ซ.ธารารมณ์ 2 ถ.ทองหล่อ
Opening Hours: จ.-ส. 18:00-LATE
Holiday: วันอาทิตย์ 
Facebook URL: Kenji’s Lab

 

MRT สถานีกำแพงเพชร

10 Ik-ki Izakaya

ร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นในบรรยากาศแปลกตา เพราะตัวร้านตั้งอยู่ในตู้รถไฟเก่าที่จำลองบรรยากาศ ให้อารมณ์วินเทจเหมือนในยุคดั้งเดิมของญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยภาพศิลปะญี่ปุ่นร่วมสมัย พร้อมเสิร์ฟอาหารรสชาติกลมกล่อมที่มีให้เลือกหลากหลาย หากใครพร้อมที่จะออกเดินทางโดยรถไฟสายอิซากายะและเคล้าคลอความอร่อยไปในยามค่ำคืนแล้วล่ะก็ ตามเรามาได้เลย!

เรื่องอาหารของที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร เรียกว่าถ้าขาดไปบรรยากาศในค่ำคืนนี้คงไม่สมบูรณ์ เช่นเมนู Miso Ramenเส้นราเมนเหนียวนุ่มเสิร์ฟมาในซุปไก่ผสมหมูที่เคี่ยวนานกว่า 3-4 ชั่วโมง จนได้ความเข้มข้นกลมกล่อม เหมาะกับการซดร้อนๆ คล่องคอ ก่อนท็อปด้วยหมูโทบันจันผัดกับมิโซะ ไข่ที่ดองด้วยดาชิและโชยุ ก่อนปิดท้ายด้วยสาหร่ายแผ่นใหญ่ หรือกับ Gyudonข้าวหน้าเนื้อโคขุน ผัดมาอย่างดีให้กลมกล่อมหอมกรุ่น รสชาติเนื้อนุ่มละมุนอยู่ในปาก เสิร์ฟมาพร้อมไข่ออนเซนและข้าวสวยร้อนๆ ด้วยความที่ร้านใส่ใจในคุณภาพของอาหาร ทำให้แต่ละเมนูมีความอร่อย รสชาติดี เข้ากันกับเครื่องดื่มแก้วโปรดของคุณได้อย่างดีเลย เป็นความอร่อยที่ทุกคนสัมผัสได้จริงๆ

อ่านรีวิวร้าน Ik-ki Izakaya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ik-ki-izakaya/ 

INFO
Tel: 098-865-6698
Address: 565 ซ.กำแพงเพชร 1 ถ.กำแพงเพชร 
Opening Hours: 16:30-24:00 น. 
Holiday: X
Facebook URL: Ik-ki Izakaya