สารบัญ

 

แจกแพลนตามรอย ซากุระ ทั่ว โทโฮคุ แบบประหยัดด้วย
🌸 JR East Pass (Tohoku Area) 🌸
﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘﹘
Ultimate Tohoku Sakura Itinerary with JR East Pass (Tohoku Area)

 

 

JR East Pass (Tohoku Area) พาสใบเดียวที่คุ้มเกินคุ้ม

บัตรโดยสารหรือพาสรถไฟต่างๆ ของญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายแบบซะเหลือเกิน แต่ถ้าหากพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าแล้ว ไม่มีพาสไหนจะเกินหน้าเกินตาไปกว่า เจอาร์อีสต์พาส (JR East Pass) แล้ว ซึ่งพาสที่ว่าแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ แบบเน้นเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku Area) กับแบบเน้นเที่ยวจังหวัดนากาโน่และนีงาตะ (Nagano-Niigata Area) โดยคราวนี้เราขอแนะนำ JR East Pass (Tohoku Area) สำหรับนั่งชินคันเซ็นฟรีในทริป ซากุระ ในภูมิภาค โทโฮคุ แบบจัดเต็ม

ถึงชื่อของ JR East Pass (Tohoku Area) จะมีคำว่าโทโฮคุก็จริง แต่สามารถใช้นั่งรถไฟนาริตะเอ็กซ์เพรส (Narita Express) จากสนามบินนาริตะ  หรือรถไฟโตเกียวโมโนเรล (Tokyo Monorail) จากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) ได้ฟรีหมด รวมถึงรถไฟของ JR East เส้นทางอื่นในโตเกียวและจังหวัดข้างเคียงอีกด้วย ที่คุ้มสุดๆ อีกอย่างคือสามารถนั่งรถไฟจอยฟูลเทรน (Joyful Train) ได้ฟรีเกือบทุกขบวน

ที่วิเศษสุดๆ ก็คือ JR East Pass (Tohoku Area) ใช้ได้ถึง 5 วัน โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน ในระยะเวลา 14 วัน เช่น ถ้าเพื่อนๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 1-14 ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วันที่ 1 ถึง 5 รวด แต่จะใช้วันที่ 1, 3, 6, 7 และ 10 ก็ไม่มีปัญหา นั่นหมายถึงเราสามารถกำหนดว่าวันไหนอยากจะนั่งชินคันเซ็นให้คุ้มๆ ก็จะใช้พาสในวันนั้น แต่ถ้าวันไหนอยากปักหลักอยู่ที่เมืองนั้นทั้งวันไม่ไปที่ไกลๆ ก็ไม่ต้องใช้พาส ถือว่าพาสใบนี้ตอบโจทย์คนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมากๆ เลย ถ้ายังนึกภาพไม่ค่อยออกว่าคุ้มยังไง ตามมาดูกันต่อเลย

 

แพลนตามรอย ซากุระ ทั่วภูมิภาค โทโฮคุ สำหรับ 5 วัน+

 

แจกแพลนตามรอย ซากุระ ทั่ว โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area

 

ใครกำลังวางแผนเที่ยวภูมิภาค โทโฮคุ ให้ครบ ตั้งแต่จังหวัดฟุกุชิมะ มิยากิ ยามากาตะ อิวาเตะ อาคิตะ ไปจนถึงอาโอโมริ ในช่วงเดือนเมษายนที่เป็นฤดูแห่ง ซากุระ ไม่ต้องหาข้อมูลที่อื่นแล้ว เพราะเราได้รวบรวมมาครบที่นี่ แล้วทริปที่เราจัดให้ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะการเดินทางระหว่างทริปนั้นนอกจากจะได้นั่งรถไฟชินคันเซ็นแล่นฉิวแล้ว ยังได้เปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งรถไฟแปลกๆ ที่หานั่งที่อื่นไม่ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าเที่ยวตามนี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวโทโฮคุได้แบบเต็มอิ่มแถมประหยัดสุดๆ เลย

 

เที่ยว โทโฮคุ ซากุระ JR East Pass Tohoku Area

 

สำหรับแพลนครั้งนี้ขั้นต่ำอยู่ที่ 5 วัน ซึ่งเหมาะแก่การใช้ JR East Pass (Tohoku Area) อีกทั้งยังสามารถแทรกตารางเที่ยวเพิ่มระหว่างทริปได้ง่ายๆ เพราะอย่าลืมว่าพาสนี้ไม่ต้องใช้ติดต่อกัน 5 วันรวด โดยเน้นเที่ยวจุดชมซากุระสวยๆ สลับกับชมสถาปัตยกรรมสวยๆ แวะกินอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ โดยเราได้ไล่เรียงวันที่แนะนำให้ใช้พาสทั้ง 5 วัน ตามเส้นทางต่อไปนี้

 

วันที่ 1 : โตเกียว ซากุระน้ำตกมิฮารุ สวนฮานามิยามะ  เซนได

 

🌸 ซากุระน้ำตกมิฮารุ (Miharu Takizakura : 三春滝桜)

ต้นซากุระพันปีที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

 

ซากุระน้ำตกมิฮารุ (Miharu Takizakura : 三春滝桜)

 

สตาร์ททริปจากโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็นมุ่งหน้าสู่โคริยามะ (Koriyama) จังหวัดฟุกุชิมะ จากนั้นนั่งรถไฟสายบังเอ็ตสึอีสต์ (Ban’etsu East Line) มาลงที่สถานีมิฮารุ (Miharu Station) ก็จะสามารถนั่งรถบัสที่ให้บริการเฉพาะช่วงเทศกาลซากุระมาลงที่จุดชม ซากุระ แห่งแรกของทริปเที่ยว โทโฮคุ

 

ซากุระ น้ำตกมิฮารุ โทโฮคุภาพ : kita-land.com

 

ที่นี่คือซากุระน้ำตกมิฮารุ ต้นซากุระเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี ลำต้นสูง 12 เมตรมาพร้อมกิ่งก้านทรงย้อยที่แผ่ขยายไปกว่า 20 เมตร ราวกับว่าดอกซากุระนั้นไหลลงสู่ที่ต่ำจนเห็นเหมือนน้ำตกสีชมพู นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ ทาคิซากุระ ซึ่งหมายถึงซากุระน้ำตกนั่นเอง

 

ซากุระน้ำตกมิฮารุ

 

ด้วยความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ คนญี่ปุ่นจำนวนมากยกให้ต้นซากุระต้นนี้เป็นซากุระที่สวยอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 ซากุระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและ 1 ใน 3 ต้นซากุระที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

Info
ซากุระน้ำตกมิฮารุ (Miharu Takizakura : 三春滝桜)
Address : 115 Sakurakubo, Taki, Miharu-machi, Tamura-gun, Fukushima-ken
Hours : 6:00-18:00 น. (ช่วงที่จัดไลท์อัพเปิดถึง 20:30 น.)
Period : กลางถึงปลายเมษายน
Admission : 300 เยน
Nearest station : สถานีมิฮารุ (JR Miharu Station)
Access : นั่งรถบัส 20 นาทีจากสถานีมิฮารุ (JR Miharu Station)

 

🌸 สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Park : 花見山公園)

อุทยานดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิหลากสายพันธุ์

 

ซากุระ ที่ สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Park) ใน โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area

 

ย้อนกลับไปที่โคริยามะ นั่งรถไฟชินคันเซ็นไปที่สถานีฟุกุชิมะ (Fukushima Station) แล้วต่อรถบัสอีกนิดก็จะถึงสวนฮานามิยามะ อุทยานธรรมชาติกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ชมตัวชูโรงอย่างดอกซากุระทั่วเนินเขา จากมุมสูงยังสามารถชมวิวบ้านเรือนในฟุกุชิมะและเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขาได้อีกด้วย

 

ซากุระ ที่ สวนฮานามิยามะ ใน โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area

 

นอกจากซากุระแล้วในขณะเดียวกันก็จะได้ชมดอกไม้อีกหลายชนิดที่ส่วนใหญ่เป็นดอกสีชมพูและเหลือง บอกเลยว่ามาที่นี่คุ้มมากๆ เตรียมแต่งตัวให้แมทช์กับสีดอกไม้ด้วยนะInfo
สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Park : 花見山公園)
Address : Watari, Fukushima-shi, Fukushima-ken
Period : ตลอดเดือนเมษายน
Admission : ฟรี
Nearest station : สถานีฟุกุชิมะ (JR Fukushima Station)
Access : นั่งรถบัสจากสถานีฟุกุชิมะ (JR Fukushima Station) (มีเฉพาะช่วงเทศกาลซากุระ) มาลงที่ป้ายทางเข้าสวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Iriguchi) จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 15 นาที

 

ถ้าเก็บภาพจนหนำใจแล้วนั่งย้อนกลับไปที่สถานีฟุกุชิมะ จากนั้นนั่งชินคันเซ็นไปที่สถานีเซนได (Sendai Station) แล้วพักโรงแรมที่เมืองเซนได (Sendai) กันเถอะ

 

ทริปเสริม 1-2 วันที่เมืองเซนได

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของเมืองเซนไดในจังหวัดมิยากิกันมาบ้างแล้ว ซึ่งเราแนะนำให้แวะเที่ยวที่นี่เพิ่ม 1-2 วันหากมีเวลา เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้งดีๆ มากมาย รวมไปถึงอาหารท้องถิ่นที่จัดว่าดีเลิศ

 

📸 สุสานซุยโฮเด็ง (Zuihoden Mausoleum : 瑞鳳殿)

 

สุสานซุยโฮเด็ง (Zuihoden Mausoleum : 瑞鳳殿)ภาพ : www.yunphoto.net

 

สุสานซุยโฮเด็ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่ฝังร่างของดาเตะ มาซามุเนะ (Masamune Date) ผู้ปกครองเมืองเซนไดคนแรก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1637 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมสมัยโมโมยามะ (Momoyama Period) บริเวณใกล้เคียงก็มีร้านขายของที่ระลึกและพิพิธภัณฑ์ให้ได้สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เช่นกัน

Info
สุสานซุยโฮเด็ง (Zuihoden Mausoleum : 瑞鳳殿)
Address : 23-2 Otamayashita, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
Hours : 1 กุมภาพันธ์ถึง 30 พฤศจิกายน 9:00-16:50 น., 1 ธันวาคมถึง 31 มกราคม 9:00-16:20 น.
Holiday : 31 ธันวาคม
Admission : ผู้ใหญ่ 550 เยน, นักเรียนชั้นมัธยมปลาย 400 เยน, นักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้น 200 เยน
Nearest station : สถานีโอมาจินิชิโคเอ็น (Omachi Nishi-koen Station)
Access : นั่งแท็กซี่จากสถานีเซนได (JR Sendai Station) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือเดินจากสถานีโอมาจินิชิโคเอ็น (Omachi Nishi-koen Station) ใช้เวลาประมาณ 18 นาที
Website : www.zuihoden.com

 

📷 ยามาเดระ (Yamadera : 山寺)

 

ยามาเดระ (Yamadera : 山寺)

 

ยามาเดระ หรือ วัดริชาคุจิ (Rissyakuji Temple) วัดสวยๆ ที่ตั้งอยู่บนเขาในจังหวัดยามากาตะ โดยจะต้องไต่บันไดหินประมาณ 1,000 ขั้นเพื่อขึ้นไปชมทิวทัศน์อันแสนงดงามได้ ต้องบอกว่าสวยคุ้มเหนื่อยจริงๆ สามารถนั่งรถไฟท้องถิ่นจากเซนไดในราคาเที่ยวละ 840 เยน ใช้เวลาราว 50 นาที โดยตัวสถานียามาเดระ (Yamadera Station) จะอยู่ใกล้มาก ถือว่าเป็นจุดชมวิวชั้นเลิศที่เดินทางสะดวก

Info
ยามาเดระ (Yamadera : 山寺)
Address : 4456-1 Yamadera, Yamagata-shi, Yamagata-ken
Hours : 8:00-17:00 น.
Holiday : 31 ธันวาคม
Admission : ผู้ใหญ่ 300 เยน, นักเรียนชั้นประถม 200 เยน, เด็กเล็ก 100 เยน
Nearest station : สถานียามาเดระ (JR Yamadera Station)
Access : เดินจากสถานียามาเดระ (JR Yamadera Station) ใช้เวลาประมาณ 4 นาที
Website : www.rissyakuji.jp

 

🚢 มัตสึชิมะ (Matsushima : 松島)

 

มัตสึชิมะ (Matsushima : 松島)

 

มัตสึชิมะ เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง โดยเฉพาะหมู่เกาะที่รวมเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะซึ่งล้วนแต่มีต้นสนปกคลุม ความสวยงามนั้นถึงระดับที่จัดให้เป็น 1 ใน 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยด้วย โดยจะต้องซื้อทัวร์ล่องเรือเพื่อชมในระยะใกล้ๆ แต่ถ้าอยากเซฟเงินก็สามารถเดินเล่นชมบรรยากาศริมทะเล ไม่ก็แวะวัดซุยกันจิ (Zuiganji) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดนิกายเซนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ

Info
มัตสึชิมะ (Matsushima : 松島)
Address : Matsushima-cho, Miyagi-ken
Nearest station : สถานีมัตสึชิมะ (JR Matsushima Station)
Access : นั่งรถไฟสายโทโฮคุ (Tohoku Line) จากสถานีเซนได (JR Sendai Station) มาลงที่สถานีมัตสึชิมะ (JR Matsushima Station) ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ราคา 420 เยน

 

🛍 มิตซุยเอาท์เล็ตพาร์ค เซนไดพอร์ท (Mitsui Outlet Park Sendai Port : 三井アウトレットパーク仙台港)

 

มิตซุยเอาท์เล็ตพาร์ค เซนไดพอร์ท (Mitsui Outlet Park Sendai Port)ภาพ : f.hatena.ne.jp

 

มิตซุยเอาท์เล็ตพาร์ค เซนไดพอร์ท เป็นเอาท์เล็ตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ด้านในมีร้านอาหารและร้านค้าทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและต่างประเทศกว่า 120 ร้าน แน่นอนว่ามีร้านค้าที่สามารถซื้อในราคาปลอดภาษีอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งมี Free Wi-Fi ให้บริการ เดินทางสะดวกจากเซนไดด้วยรถไฟ JR สายเซนเซกิ (Senseki Line)
Info
มิตซุยเอาท์เล็ตพาร์ค เซนไดพอร์ท (Mitsui Outlet Park Sendai Port : 三井アウトレットパーク仙台港)
Address : 3 Chome-7-2 Nakano, Miyagino-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
Hours : 10:00-20:00 น.
Holiday : ไม่แน่นอน
Nearest station : สถานีนากาโนะซากาเอะ (JR Nakanosakae Station)
Access : นั่งรถไฟสายเซนเซกิ (Senseki Line) จากสถานีเซนได (JR Sendai Station) มาลงที่สถานีนากาโนะซากาเอะ (JR Nakanosakae Station) ราคา 200 เยน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นนั่งแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 6 นาที หรือเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 14 นาที
Website : mitsui-shopping-park.com

 

🛍 ดาวน์ทาวน์เซนได (Downtown Sendai : 仙台市内)

 

ดาวน์ทาวน์เซนได (Downtown Sendai)ภาพ : machi-kuru.com

 

บริเวณด้านนอกทางออกทิศตะวันตกของสถานีเซนไดเป็นย่านที่เรียกกันว่าดาวน์ทาวน์เซนได ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารมากมาย อีกทั้งเป็นส่วนที่จัดงานเทศกาลต่างๆ เรียกได้ว่าถ้าแวะเวียนมาถึงเมืองเซนไดแล้วก็ต้องมาช็อปชิมที่นี่กันสักหน่อย

Info
ดาวน์ทาวน์เซนได (Downtown Sendai : 仙台市内)
Address : Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
Nearest station : สถานีเซนได (JR Sendai Station)
Access : อยู่ติดกับสถานีเซนได (JR Sendai Station) ฝั่งทางออกทิศตะวันตก (West Exit)

 

 จุดชมวิวอาเอรุ (AER Observation Terrace : AER 展望テラス)

 

จุดชมวิวอาเอรุ (AER Observation Terrace)ภาพ : japan-videography.com

 

ฟ้าเริ่มมืดก็ได้เวลาชมวิวเมืองเซนไดจากมุมสูง ขอแนะนำจุดชมวิวอาเอรุภายในอาคาร AER เพราะไม่เพียงแต่ใกล้สถานีรถไฟ แต่ค่าเข้าก็ไม่ต้องเสีย วิวที่มองเห็นก็ดีงามสุดๆ เรียกได้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ขึ้นไปชมวิวที่นี่

Info
จุดชมวิวอาเอรุ (AER Observation Terrace : AER 展望テラス)
Address : ชั้น 31 1 Chome-3-1 Central, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
Hours : 10:00-20:00 น.
Holiday : 1 มกราคม
Admission : ฟรี
Nearest station : สถานีเซนได (JR Sendai Station)
Access : เดินจากสถานีเซนได (JR Sendai Station) ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
Website : www.sendai-aer.com

 

🐚 เมนูเด็ดเมืองเซนได

 

เมนูเด็ด เมืองเซนได

 

ที่เมืองเซนไดมีเมนูอาหารขึ้นชื่อมากมายอย่างเพรียงหัวหอม หรือเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า โฮยะ (Hoya) นิยมกันทั้งแบบย่างหรือสด ว่ากันว่าคำแรกที่เคี้ยวจะขม แต่เคี้ยวไปเคี้ยวมาจะออกรสหวานอร่อย

 

อาหารข้นชื่อ เซนได

 

กินคาวแล้วอยากกินหวาน ขอแนะนำซุนดะโมจิ (Zundamochi) ขนมที่ทำจากถั่วแระญี่ปุ่นผสมกับน้ำตาลเกิดเป็นของหวานที่มีกลิ่นถั่วแระญี่ปุ่นอบอวล

 

ลิ้นวัว เซนได

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูอีกมากมายน่าลองไม่ว่าจะเป็นลิ้นวัว (Gyutan) หอยนางรม ฯลฯ

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าสนใจอยากแวะเที่ยวเซนไดระหว่างทริป ขอแนะนำ เซนไดแอเรียพาส (Sendai Area Pass) ซึ่งใช้นั่งรถไฟใต้ดินและรถประจำทางทั่วเมืองเซนไดได้ไม่อั้นภายใน 1 วัน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ sendaitravelpass.jp

 

วันที่ 2 : เซนได โทเรยุสึบาสะ สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ / ริมแม่น้ำชิโรอิชิ  โมริโอกะ

 

🚈 โทเรยุ สึบาสะ (Toreiyu Tsubasa)

 

จุดชม ซากุระ ใน โทโฮคุ - โทเรยุ สึบาสะ (Toreiyu Tsubasa)

 

เปิดวันที่ 2 ด้วยการนั่งรถไฟจอยฟูลเทรนที่มีชื่อว่าโทเรยุ สึบาสะ ขบวนรถไฟที่จะมอบประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือบ่อน้ำอุ่นสำหรับแช่เท้าบนรถไฟ โดยลำดับแรกให้นั่งรถไฟโทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) จากเซนไดไปที่สถานีฟุกุชิมะ จากนั้นก็จะสามารถขึ้นโทเรยุ สึบาสะได้ (ขบวนเป็นแบบต้องจองล่วงหน้า)

 

โทเรยุ สึบาสะ (Toreiyu Tsubasa)ภาพ : Carissa (East Japan Railway Company)

 

ภายในขบวนตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่นด้วยเสื่อทาทามิ และมีบาร์สามารถสั่งน้ำผลไม้และเครื่องดื่มท้องถิ่นของจังหวัดยามากาตะมาดื่มพลางชมวิวสวยๆ ผ่านหน้าต่างรถไฟได้ ส่วนบ่อแช่เท้าเป็นระบบมาก่อนได้ก่อน ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้บริการคนละ 450 เยน ต่อการแช่ 15 นาที และจะได้รับผ้าสำหรับทำความสะอาดหลังแช่ด้วย ขอเน้นเลยว่าประสบการณ์ดีๆ แบบนี้หาที่อื่นไม่ได้แล้วจริงๆ

Info
โทเรยุ สึบาสะ (Toreiyu Tsubasa)
Route : ระหว่างสถานีฟุกุชิมะ (Fukushima Station) กับสถานีชินโจ (Shinjo Station)

 

ถ้ามี JR East Pass Tohoku Area นอกจากจะขึ้นรถไฟสนุกๆ ขบวนนี้ และอีกหลายขบวนฟรีแล้ว ยังสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ สามารถอ่านวิธีจองรถไฟจอยฟูลเทรนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

🌸 สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ (Funaoka Joshi Park : 船岡城址公園)

รถรางย้อนยุคลอดอุโมงค์ซากุระ

 

จุดชม ซากุระ ใน โทโฮคุ - สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ (Funaoka Joshi Park)ภาพ : sq.do

 

จากสถานีเซนไดสามารถใช้รถไฟสายหลักของโทโฮคุ (Tohoku Main Line) นั่งมาลงที่สถานีฟุนะโอกะ (Funaoka Station) ก็จะสามารถเดินเท้าไปยังจุดชม ซากุระ ชื่อดังของ โทโฮคุ ถึง 2 แห่ง สำหรับที่แรกก็คือสวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ

 

เที่ยว สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ โทโอคุ

 

สวนแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของซากปราสาทโบราณซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสวยงามของธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิดอกซากุระสีชมพูจะบานสะพรั่งปกคลุมทั่วพื้นที่ ในช่วงกลางเดือนเมษายนก็จะมีการจัดเทศกาลซากุระชิบาตะ (Shibata Sakura Matsuri)

 

จุดชม ซากุระ ใน โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะภาพ : かがみ~ Flickr จาก Compfight cc

 

ไฮไลท์จะอยู่ที่รถรางย้อนยุคที่สามารถนั่งลอดอุโมงค์ซากุระขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนเพื่อชมบรรยากาศโดยรอบได้แบบพาโนรามา และยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสูง 24 เมตร อาจไปกราบไหว้เพื่อความเป็นศิริมงคลก็ดีเหมือนกัน

Info
สวนปราสาทเก่าฟุนะโอกะ (Funaoka Joshi Park : 船岡城址公園)
Address : 95-1 Tateyama Funaoka, Shibata-machi, Shibata-gun, Miyagi-ken
Hours : 9:00-17:00 น.
Period : ต้นถึงกลางเมษายน
Holiday : วันจันทร์
Admission : ฟรี
Nearest station : สถานีฟุนะโอกะ (JR Funaoka Station)
Access : เดินจากสถานีฟุนะโอกะ (JR Funaoka Station) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

 

🌸 ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ (Hitome Senbonzakura : 一目千本桜)

เงาสะท้อนซากุระพันต้นบนผืนน้ำใสดุจกระจก

จุดชม ซากุระ ใน โทโฮคุ - ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ

 

ไม่ไกลจากสถานีฟุนะโอกะ เป็นจุดชมซากุระชื่อดังที่สามารถชมทิวต้นซากุระนับพันต้นที่เรียงรายริมแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River) ราว 8 กิโลเมตรตลอดสองฟากฝั่ง เรียกว่า ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระซึ่งหมายถึงการมองเห็นต้นซากุระ 1,000 ต้นเพียงชำเลืองมอง

 

ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ (Hitome Senbonzakura)ภาพ : japantravel.navitime.com

 

ยามค่ำคืนจะมีการจัดไลท์อัพหรือเปิดสปอร์ตไลท์ส่องทิวต้นซากุระ ฉะนั้นถ้ามาถึงหลังฟ้ามืดก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะก็ได้บรรยากาศที่สวยไปอีกแบบ แถมยังมีซุ้มเกมและเปิดท้ายขายอาหารสไตล์ยะไตมากมายอีกด้วย

 

จุดชม ซากุระ ใน โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ (Hitome Senbonzakura)ภาพ : miyagidmo.jp

 

มุมที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุดก็ต้องหามุมที่มองเห็นภูเขาซาโอะ (Mt. Zao) เป็นฉากหลัง ทิวต้นซากุระเรียงอยู่ตรงกลาง และด้านหน้าเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านฝายกันน้ำคล้ายน้ำตกพร้อมกับซากุระต้นใหญ่ๆ ถ้าจังหวะดีก็จะมองเห็นเรือข้ามแม่น้ำอีกด้วย

Info
ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ (Hitome Senbonzakura : 一目千本桜)
Address : Funaoka, Shibata-machi, Shibata-gun, Miyagi-ken
Period : ต้นถึงกลางเมษายน
Nearest station : สถานีฟุนะโอกะ (JR Funaoka Station)
Access : เดินจากสถานีฟุนะโอกะ (JR Funaoka Station) ใช้เวลาประมาณ 9 นาที

 

ได้เวลาโบกมือบ๊ายบายให้กับจังหวัดมิยากิแล้ว จุดหมายต่อไปคือเมืองโมริโอกะ (Morioka) เมืองใหญ่ในจังหวัดอิวาเตะ โดยเราจะต้องนั่งรถไฟย้อนกลับไปที่เซนไดก่อน จากนั้นนั่งโทโฮคุชินคันเซ็นมุ่งหน้าไปที่สถานีโมริโอกะ (Morioka Station) ถึงแล้วก็พักผ่อนที่นี่

 

ทริปเสริม 1-2 วันที่เมืองโมริโอกะ

ไหนๆ ก็เดินทางมาถึงโมริโอกะทั้งที ถ้ามีเวลาก็แนะนำให้อยู่เที่ยวแถวนี้สักวันสองวันโดยไม่ต้องใช้พาส เพราะในจังหวัดอิวาเตะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดีๆ อีกทั้งเป็นแหล่งรวมอาหารประเภทเส้นอันโด่งดังอีกด้วย

 

📷 ฮิระอิซุมิ (Hiraizumi : 平泉)

 

จุดชม ซากุระ โทโฮคุ - ฮิระอิซุมิ (Hiraizumi)ภาพ : Twitter @TokyoTweetBird

 

ฮิระอิซุมิเป็นศูนย์รวมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอุทยานธรรมชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกเชิงวัฒนธรรมจากยูเนสโกเป็นแห่งแรกในภูมิภาคโทโฮคุ มีวัดวาอารามมากมาย เช่น วัดโมสึจิ (Motsuji Temple) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนนิกายโจโดที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก หรือวัดชูซอนจิ (Chusonji Temple) ที่มีวิหารสีทองอร่ามทั้งหลัง

Info
ฮิระอิซุมิ (Hiraizumi : 平泉)
Address : Hiraizumi-cho, Nishiiwai-gun, Iwate-ken
Hours : แต่ละจุดแตกต่างกันออกไป
Holiday : ไม่มี
Admission : แต่ละจุดแตกต่างกันออกไป
Nearest station : สถานีฮิระอิซุมิ (JR Hiraizumi Station)
Access : เดินจากสถานีฮิระอิซุมิ (JR Hiraizumi Station) ใช้เวลาประมาณ 14 นาที
Website : hiraizumi.or.jp

 

🍜 เมนูเด็ดเมืองโมริโอกะ

 

3 สุดยอดเส้นแห่งโมริโอกะ (Morioka Sandaimen) คือ อาหารประเภทเส้น 3 ชนิดซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของเมืองโมริโอกะ แต่โด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น ได้แก่ วังโกะโซบะ โมริโอกะเรเมน และโมริโอกะจาจาเมน

 

เมนูเด็ดเมืองโมริโอกะภาพ : iwatetabi.jp

 

วังโกะโซบะ (Wanko Soba) เป็นเมนูให้อารมณ์คล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเรือของไทย จะเสิร์ฟเส้นโซบะในถ้วยขนาดเล็ก ซึ่งทำให้เราสามารถลองปรุงรสแต่ละชามให้เกิดรสชาติที่แตกต่างกันได้ด้วยตนเอง

 

วังโกะโซบะ (Wanko Soba)

 

โมริโอกะเรเมน (Morioka Reimen) เมนูที่เย็นทั้งเส้น ทั้งซุป ทั้งท็อปปิ้ง จะกินฤดูไหนก็อร่อยไม่ต้องรอถึงหน้าร้อน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือท็อปปิ้งผลไม้ตามฤดูกาล

 

โมริโอกะเรเมน (Morioka Reimen)

 

โมริโอกะจาจาเมน (Morioka Jajamen) โดดเด่นด้วยอุด้งเส้นใหญ่เรียบแบนที่ต้องคลุกเคล้ามิโซะ วัตถุดิบต่างๆ และเครื่องปรุงรสให้เข้ากัน ในตอนแรกจะกินแบบแห้ง พอกินไปเกือบหมดแล้วราดซุปไข่ลงบนเส้นทำให้ได้รสชาติที่เปลี่ยนไปอีกแบบ

Info
3 สุดยอดเส้นแห่งโมริโอกะ (Morioka Sandaimen : 盛岡三大麺)
Website : moriokasandaimen.com

 

วันที่ 3 : โมริโอกะ สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ หุบเขาเกบิเค  รถไฟโปเกมอนวิธยู อาคิตะ

 

🌸 สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Park : 北上展勝地)

กิจกรรมสนุกๆ ท่ามกลางดอกซากุระ

 

จุดช ซากุระ โทโฮคุ - สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Park)ภาพ : sq.do

 

เริ่มต้นวันใหม่นั่งรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานีคิตะคามิ (Kitakami Station) แล้วเดินอีกนิดหน่อยมาจนถึงบริเวณใกล้กับแม่น้ำคิตะคามิ (Kitakami River) ก็จะพบกับสวนคิตะคามิ เท็นโชจิซึ่งมีต้นซากุระจำนวนกว่า 10,000 ต้น มากถึง 150 สายพันธุ์ เป็นทิวแถวยาวราว 2 กิโลเมตร สวยงามจนติดอันดับจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยด้วย

 

จุดช ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Park)ภาพ : www.nippon.com

 

ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่ของอุทยาน ที่นี่จึงมีกิจกรรมมากมายที่เสริมให้การชมดอกซากุระนั้นพิเศษกว่าที่อื่น ที่แนะนำเลยก็คือการนั่งรถม้าช้าๆ ชมอุโมงค์ซากุระ โดยผู้ใหญ่ราคาคนละ 500 เยน เด็กเพียง 300 เยน รอบละประมาณ 20 นาที

 

สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Park)ภาพ : sq.do

 

ในช่วงเทศกาลซากุระก็จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาออกบูธขายอาหาร แล้วพอพลบค่ำที่นี่ก็ไม่ได้ถูกปล่อยให้มืดมิด เพราะมีการจัดแสงไฟสาดส่องแนวต้นซากุระตลอดเส้นทาง ถ้ารู้สึกเหนื่อยกับการถ่ายรูปกับซากุระอย่างไรไม่ให้ติดคนอื่นแล้วล่ะก็ที่นี่ทำได้ง่ายมาก

Info
สวนคิตะคามิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Park : 北上展勝地)
Address : 10 Chiwari Tachibana, Kitakami-shi, Iwate-ken
Hours : เปิด 24 ชั่วโมง
Period : กลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
Admission : ฟรี
Nearest station : สถานีคิตะคามิ (JR Kitakami Station)
Access : นั่งเรือ 5 นาที หรือเดิน 20 นาทีจากสถานีคิตะคามิ (JR Kitakami Station)
Website : kitakami-kanko.jp

 

🚢 หุบเขาเกบิเค (Geibikei Gorge : 猊鼻渓)

 

หุบเขาเกบิเค (Geibikei Gorge)

 

นั่งชินคันเซ็นไปที่สถานีอิจิโนะเซกิ (Ichinoseki Station) แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสายโอฟุนาโตะ (Ofunato) มาที่สถานีเกบิเค (Geibikei Station) แล้วเดินต่ออีกสักนิดก็จะพบกับหุบเขาเกบิเค สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอิวาเตะ

 

จุดช ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - หุบเขาเกบิเค (Geibikei Gorge)ภาพ : www.pakutaso.com

 

เราสามารถล่องเรือราว 90 นาที เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างแม่น้ำและเทือกเขาที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละฤดู ว่ากันว่าถ้าโยนหินเสี่ยงทายเข้าช่องอธิษฐานหน้าผาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ละก็ดวงจะมหาเฮงเลยล่ะ

Info
หุบเขาเกบิเค (Geibikei Gorge : 猊鼻渓)
Address : 467 Nagasaka, Higashiyama-cho, Ichinoseki-shi, Iwate-ken
Hours : 9:30-16:30 น. (แตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล)
Admission : ค่าบริการล่องเรือตรวจสอบที่เว็บไซต์ด้านล่าง
Nearest station : สถานีเกบิเค (JR Geibikei Station)
Access : เดินจากสถานีเกบิเค (JR Geibikei Station) ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
Website : www.geibikei.co.jp

 

🚈 รถไฟโปเกมอนวิธยู (POKÉMON with YOU Train)

 

รถไฟโปเกมอนวิธยู (POKÉMON with YOU Train)ภาพ : Carissa (East Japan Railway Company)

 

ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถไฟจอยฟูลเทรนน่ารักๆ กลับไปสถานีอิจิโนะเซกิ นี่ก็คือรถไฟโปเกมอนวิธยูที่เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 เพื่อส่งมอบรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 2011

 

POKÉMON with YOU Train รีวิวภาพ : Carissa (East Japan Railway Company)

 

รถไฟขบวนนี้มีการปรับโฉมใหม่ในปี ค.ศ. 2017 เพิ่มความสดใสให้กับพิคาชูในตู้โดยสารไปอีกขั้น และยังมีตู้ที่จัดเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับเล่นกับตุ๊กตาพิคาชูจนหนำใจ จะเด็กจะผู้ใหญ่ก็สนุกได้เต็มที่ ผู้โดยสารทุกคนยังได้รับเข็มกลัดเป็นที่ระลึกอีกด้วย

Info
รถไฟโปเกมอนวิธยู (POKÉMON with YOU Train)
Route : ระหว่างสถานีอิจิโนะเซกิ (Ichinoseki Station) กับสถานีเคเซ็นนุมะ (Kesennuma Station)

 

หลังจากสนุกกับปิกะจูจนเต็มอิ่มแล้ว ได้เวลานั่งชินคันเซ็นกลับไปที่โมริโอกะ แล้วมุ่งหน้าไปสถานีอาคิตะ (Akita Station) ด้วยรถไฟอาคิตะชินคันเซ็น (Akita Shinkansen) ก็จะถึงจังหวัดอาคิตะ

 

ทริปเสริม 1-2 วันที่อาคิตะ

 

อาคิตะจัดว่าเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมากไม่น้อยไปกว่าจังหวัดใดๆ ในภูมิภาคโทโฮคุเลย เพราะมีทั้งวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว อุตส่าห์มาถึงที่นี่ก็อยากให้แวะเที่ยวกันซะหน่อย ดังนั้นถ้ามีเวลาเราขอแนะนำให้เที่ยวที่อาคิตะเพิ่มอีกสักวันสองวัน

 

👹 พิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ (Namahage Museum : なまはげ館)

 

พิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ (Namahage Museum)ภาพ : www.tohokukanko.jp

 

หนึ่งในตำนานท้องถิ่นของอาคิตะที่มีชื่อเสียงมากก็คือเทพนามาฮาเงะ (Namahage) ที่หน้าตาเหมือนยักษ์ ซึ่งถ้าอยากเห็นหน้าค่าตากันชัดๆ แนะนำให้ไปที่พิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ เพราะที่นี่เราสามารถลองแต่งตัวเป็นนาฮามาเงะได้อีกด้วย นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมานั้น พิธีกรรมไรโฮชิน (Raiho-shin) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเทพนามาฮาเงะได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อีกด้วย

Info
พิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ (Namahage Museum)
Address : Mizukuisawa Kitaurashinzan, Oga-shi, Akita-ken
Hours : 8:30-17:00 น.
Admission : ผู้ใหญ่ 550 เยน, เด็ก 495 เยน (รวมภาษี)
Nearest station : สถานีฮาดาจิ (JR Hadachi Station)
Access : นั่งแท็กซี่จากสถานีฮาดาจิ (JR Hadachi Station) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
Website : www.namahage.co.jp

 

📷 ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa : 田沢湖)

 

จุดช ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)

 

ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น  รายล้อมด้วยเทือกเขาและป่าไม้ที่สวยงาม แต่กลับไม่เป็นแผ่นน้ำแข็งในฤดูหนาวที่หนาวจัด มีชื่อเสียงจากตำนานของหญิงสาวที่ชื่อทัตสึโกะซึ่งอธิษฐานให้ความสวยของตนเองคงอยู่นิจนิรันดร์ แต่เธอกลับกลายเป็นมังกรและสถิตอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้ บริเวณใกล้ๆ มีรูปปั้นของเธอเป็นสีทองอร่ามตั้งอยู่อีกด้วย

Info
ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)
Address : Semboku-shi, Akita-ken
Nearest station : สถานีทาซาวาโกะ (JR Tazawako Station)
Access : นั่งแท็กซี่จากสถานีทาซาวาโกะ (JR Tazawako Station) ใช้เวลาประมาณ 11 นาที

 

 หมู่บ้านออนเซ็นนิวโต (Nyuto Onsenkyo : 乳頭温泉郷)

 

จุดช ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - หมู่บ้านออนเซ็นนิวโตภาพ : www.nyuto-onsenkyo.com

 

นิวโตออนเซ็น หรือ หมู่บ้านออนเซ็นนิวโต เป็นศูนย์รวมบ่อน้ำพุร้อน 7 แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกของเมืองเซมโบกุ (Semboku) ซึ่งสามารถแวะไปพักผ่อนแบบวันเดย์ทริปได้ หรือถ้าชื่นชอบการแช่ออนเซ็นก็แนะนำให้ค้างที่เรียวกังสักคืน โดยที่โรงแรมก็จะมีตั๋วชุดสำหรับแช่บ่อน้ำพุร้อนครบทุกบ่อจำหน่ายอีกด้วย

Info
หมู่บ้านออนเซ็นนิวโต (Nyuto Onsenkyo : 乳頭温泉郷)
Address : Komagatake Tazawako Obonai, Semboku-shi, Akita-ken
Hours : แตกต่างกันไปตามแต่ละบ่อ
Admission : แตกต่างกันไปตามแต่ละบ่อ
Nearest station : สถานีทาซาวาโกะ (JR Tazawako Station)
Access : นั่งแท็กซี่จากสถานีทาซาวาโกะ (JR Tazawako Station) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
Website : ryokan.glocal-promotion.com

 

🍲 เมนูเด็ดอาคิตะ

 

อาหารขึ้นชื่อ อาคิตะ

 

มาอาคิตะแล้วจะเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะอาหารพื้นบ้านน่ารับประทานหลากหลายเมนูรอทุกคนอยู่ตลอดปี ที่ดังสุดๆ ก็ต้องข้าวจี่หน้าตาคล้ายลูกชิ้นปลาหลอดเรียกว่า คิริทัมโปะ (Kiritanpo / Kiritampo) ซึ่งด้วยความที่อาคิตะอากาศค่อนข้างหนาวเย็นตลอดปี ผู้คนจึงนิยมนำคิริทัมโปะไปใส่ในหม้อไฟ เกิดเป็นเมนู คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritanpo Nabe)

 

อาหารอร่อย อาคิตะ - คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritanpo Nabe)

 

เนื้อไก่บ้านฮิไน หรือ ฮิไนจิโดริ (Hinai Jidori) เป็นเนื้อที่ได้จากไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยให้เดินตามอิสระบริเวณทางตอนเหนือของอาคิตะมาตั้งแต่สมัยโบราณ นับเป็น 1 ใน 3 ไก่รสเลิศที่สุดในญี่ปุ่นเลยด้วย

 

อาหารอร่อย อาคิตะ - ฮิไนจิโดริ (Hinai Jidori)

 

อีกหนึ่งเมนูสำหรับคนรักสุขภาพคือ อิบุริกักโกะ (Iburigakko) ซึ่งก็คือหัวไชเท้าดองปรุงรสที่เกิดจากวิธีถนอมอาหารของชาวอาคิตะไม่ให้วัตถุดิบกลายเป็นน้ำแข็งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

 

วันที่ 4 : อาคิตะ หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ แม่น้ำฮิโนกิไน  รถไฟรีสอร์ทชิราคามิ สวนปราสาทฮิโรซากิ

 

🌸 หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai Residences : 角館武家屋敷)

หมู่บ้านซามูไรโบราณท่ามกลางซากุระ

 

จุดชม ซากุระ โทโฮคุ - หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะภาพ : photo.tazawako-kakunodate.com

 

ตื่นเช้ารับอากาศแจ่มใสก็ได้เวลานั่งอาคิตะชินคันเซ็นไปที่สถานีคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Station) เดินต่ออีกนิดก็จะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาตินั่นก็คือหมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ

 

ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะภาพ : www.pakutaso.com

 

บ้านโบราณเหล่านี้ล้วนแต่เคยเป็นที่อยู่อาศัยจริงของนักรบญี่ปุ่นที่มีอันจะกินในสมัยก่อน ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต้นชิดาเระซากุระ (ซากุระสายพันธุ์กิ่งย้อย) ที่เรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้านก็จะบานสะพรั่ง ใครที่อยากถ่ายรูปซากุระคู่กับบ้านซามูไรที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai Residences)

 

สำหรับคนที่อยากชมซากุระแบบสบายๆ หรือพาผู้สูงวัยไปด้วย ขอแนะนำให้ลองใช้บริการรถลากสองล้อซึ่งจะมีหนุ่มญี่ปุ่นลากเราวนรอบหมู่บ้าน หรือถ้าไปตอนมืดแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้ดู เพราะในช่วงฤดูซากุระก็จะมีการเปิดสปอร์ตไลท์เป็นจุดๆ สร้างบรรยากาศให้โรแมนติกไปอีกแบบ

Info
หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai Residences : 角館武家屋敷)
Address : Kakunodate, Semboku-shi, Akita-ken
Period : ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
Nearest station : สถานีคาคุโนะดาเตะ (JR Kakunodate Station)
Access : เดินจากสถานีคาคุโนะดาเตะ (JR Kakunodate Station) ใช้เวลาประมาณ 16 นาที

 

🌸 แม่น้ำฮิโนกิไน (Hinokinai River : 桧木内川)

จุดปิกนิกบรรยากาศดีริมแม่น้ำ

 

จุดชม ซากุระ โทโฮคุ - แม่น้ำฮิโนกิไน (Hinokinai River)

 

เดินจากหมู่บ้านซามูไรมาแค่ไม่กี่ก้าวก็จะพบกับแม่น้ำฮิโนกิไน บริเวณริมแม่น้ำใหญ่สายนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระที่ดีที่สุดในจังหวัดอาคิตะ ด้วยพื้นที่กว้างขวางจึงสามารถถ่ายรูปได้จนหนำใจ

 

ซากุระ โทโฮคุ - แม่น้ำฮิโนกิไน (Hinokinai River)

 

บนเนินใกล้แม่น้ำมีต้นซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะสีชมพูระเรื่อราว 400 ต้น เรียงเป็นทิวแถวยาวตลอด 2 กิโลเมตร ต่างจากซากุระที่หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะที่เป็นสายพันธุ์แบบห้อยย้อย นอกจากนี้ยังมีพุ่มดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองที่จะบานในช่วงเวลาเดียวกัน

 

แม่น้ำฮิโนกิไน (Hinokinai River)

Info
แม่น้ำฮิโนกิไน (Hinokinai River : 桧木内川)
Address : Kakunodate, Semboku-shi, Akita-ken
Period : ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
Nearest station : สถานีคาคุโนะดาเตะ (JR Kaknodate Station)
Access : เดินจากสถานีคาคุโนะดาเตะ (JR Kaknodate Station) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

 

🚈 รถไฟรีสอร์ทชิราคามิ (Resort Shirakami Train)

 

Resort Shirakami Trainภาพ : Carissa (East Japan Railway Company)

 

เมื่อกลับมาที่สถานีอาคิตะก็ได้เวลานั่งรถไฟสวยๆ อีกครั้ง คราวนี้ได้เวลาของรถไฟรีสอร์ทชิราคามิ บนสายโกะโน (Gono Line) มุ่งหน้าสู่เมืองฮิโรซากิ (Hirosaki) จังหวัดอาโอโมริ ซึ่งมีด้วยกัน 3 ดีไซน์ ครั้งนี้ขอแนะนำขบวนบุนะ (Buna) ใหม่ล่าสุดซึ่งมาพร้อมที่นั่งสีสันสดใส

 

รถไฟรีสอร์ทชิราคามิ (Resort Shirakami Train)ภาพ : East Japan Railway Company

 

ความดีงามของรถไฟขบวนนี้ไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋ๆ แต่ระหว่างทางผู้โดยสารทุกคนจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่แสนสวยงามริมหน้าต่างบานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลญี่ปุ่นและที่ราบสูงชิราคามิซันจิ (Shirakami Sanchi) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลก

 

รถไฟรีสอร์ทชิราคามิภาพ : Carissa (East Japan Railway Company)

 

ภายในตู้โดยสารยังมีโชว์การแสดงพื้นเมือง เช่น เชิดหุ่นกระบอก บรรเลงชามิเซ็น เล่านิทานพื้นบ้าน ฯลฯ เรียกได้ว่าสนุกตลอดทริป อีกทั้งยังใจดีแวะจอดหลายครั้งให้เราแวะลงไปเก็บภาพสวยๆ ด้วย

Info
รถไฟรีสอร์ทชิราคามิ (Resort Shirakami Train)
Route : ระหว่างสถานีอาโอโมริ (Aomori Station) กับสถานีอาคิตะ (Akita Station)

 

🌸 สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park : 弘前城公園) – PART 1

จุดชมซากุระที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

 

จุดชม ซากุระ โทโฮคุ - สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park)

 

เมื่อมาถึงฮิโรซากิแล้วนั่งรถบัสไปที่สวนปราสาทฮิโรซากิ ซึ่งคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เพราะสวนแห่งนี้นับว่าเป็นจุดชมซากุระชั้นเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะใจกลางสวนเป็นที่ตั้งปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle) รายล้อมด้วยคูน้ำและแนวต้นซากุระกว่า 2,600 ต้น

 

สถานที่ชม ซากุระ โทโฮคุ - สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park)

 

หลังจากซากุระบานสะพรั่งแล้ว กลีบดอกก็จะเริ่มร่วงโรยสู่ผิวน้ำของคูน้ำรอบปราสาทจนเห็นคล้ายพรมสีชมพูผืนใหญ่ บอกเลยว่าช็อตนี้ไม่ควรพลาดที่สุดในทริป ซากุระ ที่ โทโฮคุ

 

สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park)

 

นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลซากุระยังมีความน่าสนใจอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูปกับอุโมงค์ซากุระ ชมการจัดไลท์อัพในช่วงกลางคืน หรือจะเป็นพายเรือในสระพลางชมซากุระจากมุมมองที่แตกต่าง และยังมีอีกมากมายให้ทุกคนสัมผัสความสวยงามด้วยตนเอง

Info
สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park : 弘前城公園)
Address : 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki-shi, Aomori-ken
Period : ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
Admission : ฟรี
Nearest station : สถานีฮิโรซากิ (JR Hirosaki Station)
Access : นั่งรถบัสจากฮิโรซากิ (JR Hirosaki Station) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือเดินประมาณ 30 นาที
Website : www.hirosakipark.jp

 

ทริปเสริม 1-2 วันที่เมืองฮิโรซากิและอาโอโมริ

 

ตอนนี้เราเดินทางมาถึงจังหวัดเหนือสุดของเกาะฮอนชูแล้ว ถ้ายังพอมีเวลาแนะนำให้แวะเที่ยวเพิ่มอีกสักวันสองวัน เพราะจากสถานที่ท่องเที่ยวจะมีมากมายแล้ว ยังมีเมนูอาหารทะเลอร่อยๆ สดใหม่ส่งตรงจากอ่าวมุตสึ (Mutsu Bay) ได้เวลาเติมความสุขด้วยการกินของดีๆ ก่อนปิดทริปแล้วแหละ

 

🐠 เมนูเด็ดอาโอโมริ

 

อาหารอร่อย อาโอโมริ

 

ปลาทูน่าโอมะ หรือ ปลาโอมะมากุโร่ (Oma Tuna) เป็นมากุโร่ชั้นเลิศที่ติดมันเยอะมากและมีรสหวานมันอร่อยสุดๆ ถือเป็นของดีจากหมู่บ้านโอมะ (Oma) ในจังหวัดอาโอโมริที่อยากแนะนำให้ลอง

 

ปลาโอมะมากุโร่ (Oma Tuna)

 

นอกจากนี้ยังมีของดีจากทะเลอีกหลากหลายชนิดที่รับประกันความสดใหม่ อย่างหอยเชลล์หรือโฮตาเตะก็ตัวโตเนื้อเนียนเต็มปากเต็มคำสุดๆ ถ้าคุณรักอาหารทะเล อาโอโมรินี่แหละคือสรวงสวรรค์

 

วันที่ 5 : สวนปราสาทฮิโรซากิ พิพิธภัณฑ์เนบูตะ ตลาดอาหารทะเลฟุรุคาวะ  เอแฟคทอรี โตเกียว

 

🌸 สวนปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle Park : 弘前城公園) – PART 2

เก็บความประทับใจระลอกสุดท้ายก่อนกลับบ้าน

 

ที่เที่ยวชม ซากุระ โทโฮคุ JR East Pass Tohoku Area - สวนปราสาทฮิโรซากิภาพ : chinnian Flickr จาก Compfight cc

 

วันสุดท้ายแล้ว อยากให้แวะไปที่สวนปราสาทฮิโรซากิอีกสักครั้งในช่วงเช้า เพื่อที่จะได้ชื่นชมซากุระอย่างเต็มอิ่มในช่วงที่คนยังไม่คับคั่ง ถึงเวลาเก็บตกจุดต่างๆ ที่วันก่อนไม่ได้แวะเวียนไปให้ครบ

 

👹 พิพิธภัณฑ์เนบูตะ (Nebuta Warasse : ねぶたの家 ワ・ラッセ)

 

พิพิธภัณฑ์เนบูตะ (Nebuta Warasse)ภาพ : campra Flickr จาก Compfight cc

 

เทศกาลอาโอโมริเนบูตะ (Aomori Nebuta Matsuri) เป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งเนบูตะที่ว่านั้นก็คือโคมไฟกระดาษที่มีสีสันสวยสดงดงามขึงอยู่บนโครงไม้ไผ่รูปทรงต่างๆ อันได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครในตำนานหรือเทพนิยาย โดยที่พิพิธภัณฑ์เนบูตะนั้นเราจะสามารถชมเนบูตะได้ตลอดปี บางวันก็จะมีการจัดกิจกรรมให้เราสามารถเข้าร่วมตีกลองไทโกะหรือเต้นระบำเหมือนกับได้อยู่ในงานเทศกาลจริงๆ

Info
พิพิธภัณฑ์เนบูตะ (Nebuta Warasse : ねぶたの家 ワ・ラッセ)
Address : 1 Chome-1-1 Yasukata, Aomori-shi, Aomori-ken
Hours : พฤษภาคมถึงสิงหาคม 9:00-19:00 น., กันยายนถึงเมษายน 9:00-18:00 น.
Holiday : 31 ธันวาคม, 1 มกราคม, 9-10 สิงหาคม
Admission : ผู้ใหญ่ 620 เยน, นักเรียนชั้นมัธยมปลาย 460 เยน, นักเรียนชั้นประถมถึงมัธยมต้น 260 เยน
Nearest station : สถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station)
Access : เดินจากสถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station) ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
Website : www.nebuta.jp

 

🐟 ตลาดอาหารทะเลฟุรุคาวะ (Furukawa Seafood Market : 古川市場・青森魚菜センター)

 

ตลาดอาหารทะเลฟุรุคาวะ (Furukawa Seafood Market)ภาพ : M.Murakami Flickr จาก Compfight cc

 

ถัดมาไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์เนบูตะเป็นที่ตั้งของ ตลาดอาหารทะเลฟุรุคาวะหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า อาโอโมริเกียวไซเซ็นเตอร์ (Aomori Gyosai Center) ที่นี่มีเมนูเด็ดที่อยากให้ลองคือ นกเกะด้ง (Nokke Don) ซึ่งเป็นข้าวหน้าปลาดิบแบบ DIY ที่เราสามารถกำหนดได้เองทั้งหมดว่าต้องการอาหารทะเลชนิดใดท็อปอยู่บนชามข้าว จนกลายเป็นชามรวมของโปรดของตัวเองล้วนๆ

Info
ตลาดอาหารทะเลฟุรุคาวะ (Furukawa Seafood Market : 古川市場・青森魚菜センター)
Address : 1 Chome-11-16 Furukawa, Aomori-shi, Aomori-ken
Hours : พ.-จ. 7:00-16:00 น.
Holiday : วันอังคาร
Nearest station : สถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station)
Access : เดินจากสถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station) ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
Website : nokkedon.jp

 

🍎 เอแฟคทอรี (A-FACTORY)

 

เอแฟคทอรี (A-FACTORY)ภาพ : www.scn-aomori.com

 

ก่อนกลับโตเกียว แวะซื้อของฝากเป็นของขึ้นชื่อของอาโอโมริกันสักหน่อย นั่นก็คือแอปเปิ้ลนั่นเอง ที่เอแฟคทอรีนี้มีสินค้าเกี่ยวกับแอปเปิ้ลจำหน่ายแทบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอปเปิ้ลคั้นสด พายแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลอบกรอบ แอปเปิ้ลอบแห้ง คุกกี้แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลไซเดอร์ เยลลี่แอปเปิ้ล หรือจะเป็นผ้าเช็ดมือลายแอปเปิ้ลก็มีด้วย

Info
เอแฟคทอรี (A-FACTORY)
Address : 1 Chome-4-2 Yanakawa, Aomori-shi, Aomori-ken
Hours : 9:00-20:00 น. (ร้านอาหารเปิด 11:00 น.)
Holiday : ไม่มี
Nearest station : สถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station)
Access : เดินจากสถานีอาโอโมริ (JR Aomori Station) ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
Website : www.jre-abc.com

 

หมดเวลาสนุกแล้วสิ! หมดเวลาสนุกแล้วสิ!

ได้เวลามุ่งหน้ากลับโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็น ทริปนี้อิ่มท้องและอิ่มใจ รอบนี้มาเที่ยวชม ซากุระ ในฤดูใบไม้ผลิ ครั้งหน้าลองกลับมาตอนช่วงฤดูอื่น รับรอง โทโฮคุ ยังสร้างความประทับใจให้ทุกคนไม่รู้จบเลยแหละ

 

เส้นทางชม ซากุระ ที่ โทโฮคุ แบบคุ้มสุดๆ

ถ้ายังมองภาพไม่ออกว่าซื้อ JR East Pass (Tohoku Area) แล้วคุ้มขนาดไหน เราได้แจกแจงตามตารางเที่ยว 5 วันไว้แบบละเอียดที่นี่แล้ว

 

วันที่ใช้พาสเส้นทางรถไฟราคาตั๋วแบบเที่ยวเดียว
วันที่ 1โตเกียว → โคริยามะ → มิฮารุ8,140 เยน
มิฮารุ → ฟุกุชิมะ3,190 เยน
ฟุกุชิมะ → เซนได3,540 เยน
วันที่ 2เซนได → ฟุกุชิมะ3,740 เยน
ฟุกุชิมะ → ยามากาตะ (นั่งรถไฟโทเรยุ สึบาสะ)3,250 เยน
ยามากาตะ → เซนได → ฟุนาโอกะ1,690 เยน
ฟุนาโอกะ → เซนได → โมริโอกะ7,120 เยน
วันที่ 3โมริโอกะ → คิตะคามิ3,260 เยน
คิตะคามิ → อิจิโนะเซกิ → เกบิเค3,670 เยน
เกบิเค → อิจิโนะเซกิ (นั่งรถไฟโปเกมอนวิธยู)1,040 เยน
อิจิโนะเซกิ → โมริโอกะ → อาคิตะ8,150 เยน
วันที่ 4อาคิตะ → คาคุโนะดาเตะ3,070 เยน
คาคุโนะดาเตะ → อาคิตะ3,070 เยน
อาคิตะ → ฮิโรซากิ (นั่งรถไฟรีสอร์ทชิราคามิ)4,600 เยน
วันที่ 5ฮิโรซากิ → อาโอโมริ → ชินอาโอโมริ → โตเกียว18,520 เยน
รวม :76,050 เยน
ราคา JR East Pass (Tohoku Area) :19,350 เยน
ประหยัด :56,700 เยน
(ประมาณ 15,500 บาท)

 

ที่มา www.hyperdia.com

 

เมื่อมีพาสอยู่ในมือก็จะสามารถสามารถนั่งชินคันเซ็นไม่อั้นฟรี 5 เส้นทาง ได้แก่ โทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) อาคิตะชินคันเซ็น (Akita Shinkansen) ยามากาตะชินคันเซ็น (Yamagata Shinkansen) โจเอ็ตสึชินคันเซ็น (Joetsu Shinkansen) และ โฮกุริกุชินคันเซ็น (Hokuriku Shinkansen) 

อีกทั้งใช้ได้ถึง 5 วัน ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน ภายในระยะเวลา 14 วันนับจากออกบัตรตามที่ได้กล่าวไว้ในช่วงแรก ราคาผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป) เพียง 19,350 เยน เด็ก (6-11 ปี) เพียง 9,670 เยน หากราคาที่ซื้อในไทยก็จะราคาถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่นถึง 1,000 เยนเลยด้วย เห็นแบบนี้แล้วทริปหน้าต้องซื้อ JR East Pass (Tohoku Area) แล้วล่ะ

 

เที่ยว โทโฮค ใน ฤดูใบไม้ผลิ ซากุระ ด้วย JR East Pass Tohoku Area

 

 

เราขอแนะนำวิธีซื้อ JR East Pass แบบง่ายที่สุด ก็คือซื้อผ่านเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้แก่ Wendy Tour, HIS และ JTB สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้โดยกดที่รูปภาพด้านล่าง

 

Wendy Tour

โทร.02-214-1763

 

Wendy Tour

 

HIS

โทร.02-022-0933

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

JTB

โทร.02-344-4688 / 02-344-4600

JTB

ที่มาภาพ : www.photo-ac.com

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ