Tag "beef"

Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ)
ร้านแรกของโลกที่นำเข้าเนื้อวัวยูกิฟูริจากประเทศญี่ปุ่น! Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) ร้านยากินิกุแบบฉบับพรีเมียม ร้านแรกของโลกที่นำเข้าเนื้อวัวยูกิฟูริ จากจังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมสัมผัสรสชาติของเนื้อวากิวและซอสหมักได้อย่างเข้มข้นโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม  และที่สำคัญยังมีเมนูพิเศษที่เปลี่ยนวิธีการรับประทานจากต้มสู่ย่างทั้งเมนูวากิวสุกี้ยากิ และเมนูวากิวชาบู ความพิเศษของร้านยังไม่หมดแค่นี้นะ ตามคิจิมาเราจะพาคุณไปล้วงลึกถึงความสุดยอดของร้านนี้กัน เราเดินทางมาที่โรงแรม โรงแรม Nikko Bangkok เดินทางง่ายมากเพราะตัวโรงแรมห่างจากสถานี BTS ทองหล่อ เพียง 200 เมตร เท่านั้น จากนั้นตรงขึ้นไปชั้น 3 เมื่อเห็นหน้าร้านที่โดดเด่นด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนตั้งตระหง่านชัดเจน ดูสวยงามด้วยแผงไม้โค้งตกแต่งบริเวณผนังกระจก แสดงว่าคุณได้มาถึง Sabu Yakiniku เรียบร้อยแล้วล่ะ เราแนะนำว่าควรสำรองที่นั่งไปล่วงหน้าด้วยจะดีมากเพื่อการันตีว่าอย่างไรวันนี้เราก็จะไม่พลาดความอร่อยตรงหน้านี้แน่ๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนสลับเข้ม ใช้โทนสีน้ำตาล-ดำเป็นหลัก ดีไซน์เพิ่มลูกเล่นด้วยไม้เส้นตรงเรียงเป็นซี่สร้างความอบอุ่นสไตล์โมเดิร์นเจแปนนีส ทั้งยังมีที่นั่งรับรองทั้งแบบโต๊ะเดี่ยวขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และโต๊ะนั่งห้อยขาสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย หากใครสงสัยว่าแล้วร้านนี้พิเศษอย่างไร? ล้อมวงกันเข้ามา เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง หากใครเป็นสายเนื้อ รักในการกินยากินิกุเป็นชีวิตจิตใจคงต้องเคยได้ยินชื่อของเนื้อวัวสายพันธ์ุต่างๆ มาบ้างแล้ว ทั้งเนื้อโกเบ เนื้อมัสซึซากะ และอีกมากมาย แต่ร้านนี้ใช้เนื้อที่คุณไม่เคยลิ้มลองในประเทศไทยแน่นอน นั่นคือ “เนื้อยูกิฟูริ” จากเมืองโอบานาซาว่า จังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ร้าน […]
Hinoki Sushi (ฮิโนกิซูชิ)
ร้านอาหารญี่ปุ่น Hinoki Sushi เสิร์ฟความสดใหม่พร้อมบรรยากาศดีๆ และการันตีว่าอาหารทุกจานของที่นี่ “มากกว่าความอร่อย คือ ความประณีต”
Mo-Mo-Paradise (โม โม พาราไดซ์)
ขึ้นสวรรค์ชาบู-ชาบูและสุกี้ยากี้แบบ All-You-Can-Eat ร้านชาบู-ชาบูและสุกี้ยากี้ระดับคุณภาพจากกรุงโตเกียวที่ตกแต่งร้านในบรรยากาศที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์โมเดิร์นออเรนทอล ให้ความรู้สึกอบอุ่น แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นแบบร่วมสมัยที่ลูกค้าทุกคนสามารถสัมผัสได้เมื่อเข้ามานั่งภายในร้านแต่ละสาขา สำหรับร้านสาขาแรกในประเทศไทย เปิดร้านตั้งแต่ปีค.ศ. 2008และจนทุกวันนี้ร้าน Mo-Mo-Paradise ได้เปิดสาขาเพิ่มจนมีมากถึง 14 สาขาด้วยกันแล้ว และก็เป็นร้านที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้เป็นสรวงสวรรค์ของคนชอบกินเนื้อ เพราะมีทั้งเนื้อวัวสายพันธุ์ญี่ปุ่นนำเข้าเกรดคัดพิเศษจากประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา เนื้อหมูคุโรบุตะส่วนสันคอและส่วนท้อง เนื้อเป็ดอนามัยจากฟาร์มที่ถูกสุขลักษณะ และเมนูไก่ไม้ไผ่หรือเนื้อไก่ทรงเครื่องที่นำเอาเนื้อไก่สดไปบดรวมกับเอ็นแก้วของไก่  นอกจากนั้นยังมีไข่ไก่คัดพิเศษที่สามารถรับประทานดิบได้อย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้นคุณมั่นใจได้เลยว่าไข่ไก่ที่เสิร์ฟคู่กับซุปสุกี้ยากี้เป็นไข่ไก่ที่สด สะอาดได้รับการรับรองมาตรฐานด้านอนามัย และอุดมด้วยคุณประโยชน์ทุกฟอง อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการกินชาบู-ชาบูและสุกี้ยากี้คือผักสด ทางร้านยังมีผักสดนานาชนิดกว่า 20 ชนิดที่เตรียมเอาไว้บริการลูกค้าทุกคน ไม่เพียงเท่านั้นลูกค้าทุกคนยังสามารถอิ่มเอมไปกับของหวานและเครื่องดื่มได้พร้อมๆ กันในราคาเดียวกับบริการในแบบ All-You-Can-Eat ในเวลา 100 นาทีเต็ม มีน้ำซุปให้เลือก 2 ซุป จาก 4 รสชาติได้แก่ ซุปชาบูรสชาติต้นตำรับ ซุปสุกี้ยากี้จากวัตถุดิบคุณภาพ ซุปคารามิโสะที่มีรสชาติเผ็ดเล็กน้อยกำลังดี และซุปทงคตสึเคี่ยวจากกระดูกหมูแท้ๆ รับประทานคู่กับไข่ไก่สดหรือน้ำจิ้มสูตรลับเฉพาะ ที่จะแตกต่างกันไปตามชนิดของน้ำซุปที่คุณเลือก เคล็ดไม่ลับกับการกินชาบู-ชาบูให้อร่อยสไตล์ร้าน Mo-Mo-Paradise  รอน้ำซุปในหม้อเดือดได้ที่  ใช้ตะเกียบคีบเนื้อขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วจุ่มลงในหม้อ แกว่งเนื้อไปมาเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อสุกทั่วกัน แต่ไม่ควรจุ่มเนื้อไว้ในหม้อนาน เพราะหากสุกเกินไป อาจจะทำให้เนื้ออร่อยน้อยลงไป […]
Umai by Tohkai (อูมัย บาย โตไก)
Umai by Tohkai จัดเต็มทุกเมนูกับปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม Umai by Tohkai ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ในเครือแบรนด์พรีเมียมจากโตไก (Tohkai) พร้อมเสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพสูงและเครื่องปรุงที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น หลากหลายความอร่อยและความคุ้มค่าในราคาที่คุณสัมผัสได้  วันนี้คิจิพาทุกคนเดินทางมาที่ ชั้น 4 สาขาเกตเวย์ บางซื่อ ตัวร้านโปร่งโล่งด้วยผนังกระจกรอบร้าน มีโต๊ะรับรองลูกค้าหลากแบบหลายสไตล์ ที่สำคัญรายการเมนูของร้านนั้นเราอยากบอกว่าจัดเต็มและเยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ในส่วนของบุฟเฟ่ต์มีทั้งหมด 2 ราคา คือ  385 บาท (ไม่รวมเมนูซีฟู้ด) และ 435 บาท (รวมเมนูซีฟู้ด) ในส่วนเมนูอะลาคาร์ทนั้นเริ่มต้นเพียง 70 บาทเท่านั้น! แถมยังอร่อยกันให้เต็มที่ถึง 1.30 ชั่วโมง ความพิเศษอีกอย่างที่ประทับใจคือ การสั่งอาหารผ่าน QR CODE โดยเราสามารถเลือกสั่งอาหารทุกเมนูที่เราต้องการได้โดยไม่ต้องยกมือเรียกพนักงาน หากอยากเพิ่มลดส่วนผสมใดก็สามารถเขียนกำกับไว้ได้จากนั้นก็นั่งรอความอร่อยที่จะมาเสิร์ฟถึงโต๊ะได้เลย สะดวกสบายมากๆ ส่วนเมนูที่คิจิมาแนะนำในวันนี้อยู่ในบุฟเฟ่ต์ราคา 385 บาท หากอยากรู้แล้วว่ามีเมนูอะไรบ้างเตรียมท้องให้พร้อมแล้วก็กดสั่งอาหารกันเลย เสิร์ฟมาเรียกน้ำย่อยกับ เมนูทานเล่น ที่มีทั้ง ลูกชิ้นปลาแซลมอนทอด, เกี๊ยวซ่า, มันฝรั่งทอด, ยำสไปซี่ปูอัด, เนื้อ/หมูผัดซอสกระทะร้อน, ยำไทยเนื้อ เป็นต้น หรือจะเป็น เมนูข้าว […]
Ibushi Ginjiro (อิบูชิ กินจิโร)
Ibushi Ginjiro ร้านอาหารญี่ปุ่นส่งตรงจากเมืองโอกินาว่า ตกแต่งร้านจากกวัฒนธรรมการกินของชาวประมงญี่ปุ่นดั้งเดิมผสานกับสไตล์โรบะตะยากิแบบร่วมสมัย
Omi Beef Okaki (โอมิ บีฟ โอคาคิ)
Omi Beef Okaki ยากินิกุบรรยากาศคาเฟ่ เล่าขานความอร่อยมานักต่อนักกับร้าน Omi Beef Okaki ที่นำเข้าเนื้อวัวโอมิจากฟาร์มในจังหวัดชิกะ ด้วยการเลี้ยงดูอย่างดีและพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่ละมุนลิ้น และละเอียดอ่อน ทำให้ได้เนื้อคุณภาพพรีเมียม และเป็นเนื้อวัวที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน นอกจากเนื้อโอมิที่เลื่องชื่อแล้ว การตกแต่งร้านยากินิกุแบบสไตล์คาเฟ่อเมริกัน พร้อมบรรเลงเพลงแจ๊สยุค 80’s ก็ดึงดูดผู้คนได้ไม่น้อยเชียวล่ะ  ก่อนจะเปิดเมนูสั่งอาหารเราขอเล่าเรื่องราวของเจ้าวัวสายพันธุ์นี้ให้ฟังก่อน แล้วจะรู้ว่าทำไมร้านนี้ถึงต้องใช้เนื้อวัวสายพันธุ์นี้เท่านั้น เพราะด้วย “วัวโอมิ” เป็นวัวที่ถูกเลี้ยงใน จังหวัดชิกะ โดยอยู่สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ มีทะเลสาบที่กว้างใหญ่ชื่อว่า “บิวะ” ซึ่งทะเลสาบนี้มีแหล่งน้ำสะอาดจากภูเขาล้อมรอบอยู่ แถมยังมีแหล่งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีคุณค่าทางอาหารของสัตว์อยู่เต็มเปี่ยมอีกด้วย นั่นคือสิ่งที่ทำให้เนื้อมีคุณภาพดี รสชาติละเอียดอ่อน นอกจากจะเข้ากันกับอาหารญี่ปุ่นแล้วยังเข้ากันดีกับอาหารอีกหลากหลาย เนื้อโอมิจึงถูกนำมาใช้ประกอบอาหารในร้านอาหารมากมายทั้งในและนอกประเทศ แต่ถูกส่งออกขายในจำนวนที่น้อยมากต่อปี เพราะว่าต้องการรักษาคุณภาพของเนื้อที่ผ่านการรับรองมาตรฐานให้อยู่ในระดับสูงนั่นเอง สิ่งที่เรารู้แล้วต้องร้อง ว้าว! นั่นคือ ร้านนี้คือเจ้าของฟาร์มโอคาคิ จากจังหวัดชิกะ เลี้ยงวัวเอง นำเข้ามาเอง และมาเปิดร้านเองอีกด้วย ฉะนั้นคุณภาพทุกอย่างจึงมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่การเลี้ยง การนำเข้ามาแบบไม่แช่แข็ง จนถึงวิธีการย่างที่ย่างอย่างไรถึงอร่อย! ทากะฮิโระ โอคุซากิ และ โยสุเกะ ยอนเบ (Manager & Co-Founder) เนื้อจะอร่อยหรือไม่ […]
Miyazaki Teppanyaki (มิยาซากิ เทปปันยากิ)
เมนูเนื้อชั้นดีและลีลาการปรุงชั้นยอด สไตล์เทปปันยากิ   Miyazaki Teppanyaki ร้านอาหารสไตล์เทปปันยากิที่ปรุงอาหารบนแผ่นกระทะร้อนสไตล์ญี่ปุ่น ในเครือร้าน MK Restaurant นอกจากจะอร่อยนุ่มลิ้นไปกับเนื้อคุณภาพดีเยี่ยมแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับลีลาโชว์ทำอาหารของเชฟที่พกมาทั้งความชำนาญ ความคล่องแคล่ว และความประณีต แถมยังเสิร์ฟร้อนๆ จานต่อจานกันเลยทีเดียว ร้าน Miyazaki Teppanyaki ปัจจุบันกระจายความอร่อยในประเทศไทยทั้งหมด 22 สาขา และประเทศลาว 1 สาขา ซึ่งมีโลโก้เป็นสัญลักษณ์เป็นตะหลิวที่ใช้ผัดบนกระทะร้อน 5 ด้าม ประกอบกันเป็นดาวแดงจดจำง่าย และสื่อว่าที่นี่แหละที่คุณจะพบกับประสบการณ์ยอดเยี่ยมของการรับประทานอาหารสไตล์เทปปันยากิ! วันนี้เราเดินทางไปยัง สาขาเอกมัย จากปากซอยเข้าไปไม่ไกลนักก็พบอาคารไม้สีขาวตั้งตระหง่านใหญ่โต ภายในอาคารถูกแบ่งเป็น 2 ร้าน อาคารด้านซ้ายมือคือ MK Gold และอาคารด้านซ้ายมือที่คือจุดหมายของเรานั่นเอง ภายในร้านตกแต่งด้วยสีดำ-แดง พร้อมลวดลายที่เหมือนเรานั่งอยู่ในร้านอาหารที่ญี่ปุ่น แบ่งเป็น 3 ห้อง มีกระทะเหล็กแบนเรียบสำหรับเชฟปรุงอาหารทั้ง 3 ห้อง ต่างกันที่จำนวนที่นั่งเท่านั้น นอกจากนี้บรรยากาศยังมีความโปร่งโล่งสบายด้วยกระจกใสและวิวสีเขียวชุ่มช่ำของต้นไม้ด้านนอกอาคารอีกด้วย หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพี่ๆ พนักงาน เราก็แอบกระซิบถามว่ามุมไหนของโต๊ะที่จะเห็นเชฟควงตะหลิวโชว์ลีลาได้ชัดที่สุด และได้คำตอบมาว่า “ไม่ว่าจะนั่งมุมไหนของโต๊ะก็จะเห็นการโชว์ของเชฟได้รอบด้านเลยเพราะรูปแบบของโต๊ะที่ออกแบบการนั่งมาเป็นตัวยู (U) […]
Yakiniku Kirabi (ยากินิกุ คิราบิ)
Yakiniku Kirabi เสิร์ฟแต่สิ่งดีๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ ทั้งเนื้อวัว วัตถุดิบต่างๆ และยังมีห้องส่วนตัวเพื่อให้ลูกค้าได้กินไปคุยไป เพิ่มอรรถรสในการกินมากยิ่งขึ้น
Sanriku Sushi Kyodoizakaya (ซานริคุ ซูชิ เกียวโดอิซากายะ)
ร้านอาหารญี่ปุ่นจากโทโฮคุ ที่มีให้เลือกกว่า 300 เมนู! ดำเนินกิจการมายาวนานตั้งแต่ปี 2016 กับร้าน Sanriku Sushi Kyodoizakaya (ซานริคุ ซูชิ เกียวโดอิซากายะ) ที่พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เมนูซูชิ ซาชิมิ หม้อไฟ จนไปถึงสไตล์อิซากายะ ส่วนชื่อร้านมาจากคำว่า San ในภาษาญี่ปุ่น คือ เลข 3 และ riku ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า แผ่นดิน  เป็นการรวมอาหารพื้นเมืองของแต่ละจังหวัด ได้แก่ อิวาเตะ อะคิตะ และมิยากิ ซึ่งภูมิภาคนี้นอกจากส่วนใหญ่จะเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของอาหารทะเลเป็นอย่างมาก ฉะนั้นรับประกันความสดใหม่ของวัตถุดิบที่นำมาเสิร์ฟได้เลย ตัวร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น ชั้นล่างมีทั้งเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะเดี่ยวนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งผนังด้วยสีแดงเข้มและประดับประดาด้วยผลงานศิลปะญี่ปุ่นทั่วทุกมุมร้านรองรับกว่า 40 ที่นั่ง  ชั้นบนตกแต่งผนังด้วยสีเขียว รับรองด้วยโต๊ะเดี่ยวนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่นเช่นกัน มีทั้งหมด 20 ที่นั่ง บรรยากาศบริเวณชั้นล่าง บรรยากาศบริเวณชั้นล่าง บรรยากาศบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ชั้นล่าง บรรยากาศบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ชั้นล่าง บรรยากาศบริเวณชั้นบน บรรยากาศบริเวณชั้นบน […]
Ebisu Sushi (เอบิสึ ซูชิ)
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่พาเราย้อนกลับไปสู่บรรยากาศใน “ยุคโชวะ” Ebisu Sushi ร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะชวนทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศคล้าย “ยุคโชวะ” หรือยุคเปลี่ยนผ่านของประเทศญี่ปุ่น ที่มีแต่ความสนุกสนานให้ไปลองสัมผัส ถ้าคุณเห็นเจ้าก็อตซิลล่าตัวโตถือป้ายแนะนำเมนูอยู่หน้าร้านล่ะก็นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณได้มาถึง Ebisu Sushi เป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ ตัวร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างมีทั้งโต๊ะเดี่ยว และโต๊ะกึ่งไพรเวท มีความพิเศษที่เก้าอี้สามารถเปิดเก็บของได้ ส่วนชั้นบนเป็นที่นั่งแบบนั่งพื้น ด้วยความที่พื้นที่ด้านบนเปิดโล่งเลยทำให้ไม่อึดอัด และด้วยความใส่ใจในลายละเอียดของการตกแต่งร้าน ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังนั่งอยู่ในตรอกเล็กๆ ของประเทศญี่ปุ่นอย่างไรอย่างนั้น ทั้งบรรยากาศที่คล้ายหนังญี่ปุ่นในดวงใจหลายคนอย่าง “Always Sunset on Third Street: ถนนสายนี้ หัวใจไม่เคยลืม” จำลองบรรยากาศบ้านไม้เก่า ที่โอบล้อมด้วยร้านรวงเรียงรายเป็นเอกลักษณ์ ทั้งภาพเขียนถ้อยคำให้กำลังใจในภาษาญี่ปุ่น ภาพวาดศิลปะ เสาไฟฟ้าที่ยกมาตั้งในร้าน หรือด้านในสุดที่สร้างเป็นเพิงไม้ออกมาเป็นร้าน “ซูชิ” แต่ก่อนร้านนี้เริ่มมาจากร้านซูชิร้านเล็กๆ ทว่าอบอุ่น จนถึงประจวบเหมาะที่จะจัดแจงปรับคอนเซ็ปต์ให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูอาหารหลากหลายไปจนถึงสไตล์อิซากายะ แต่ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ “ซูชิ” ไว้ได้ดีคงเดิม ไม่รอช้ามาดูเมนูแนะนำในวันนี้กันดีกว่า เมนูแรกที่อยากให้ลองคือเมนู Jumbo Set เซ็ตรวมพลปลาไหลย่างและแซลมอนที่ยาวถึง 25 เซนติเมตร!  เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีโฮตาเตะเนื้อเด้ง โรลปูอัด และซูชิหน้ากุ้งหวาน เหมาะแก่การมารับประทานกับคนในครอบครัวมากๆ หรือจะมาแย่งกับคีบกับผองเพื่อนก็สนุกใช่เล่น […]
Sakura Yakiniku & Shabu (ซากุระ ยากินิกุแอนด์ชาบู)
Sakura Yakiniku & Shabu ร้านบุฟเฟ่ต์ยากินิกุ ชาบู และเมนูอาหารเซ็ต สดใหม่ พรีเมียม คุณภาพดีพร้อมเสิร์ฟความอร่อยมานานกว่า 30 ปี!
Koyama Yakiniku (โคยามะ ยากินิกุ)
บุฟเฟ่ต์ อาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นร้าน Koyama Yakiniku กับความสุขในเวลา 1.45 ชั่วโมง ใน 3 ราคาให้เลือกสั่งตามความพรีเมียมของเนื้อและวัตถุดิบที่ต่างกัน
Yakiniku Joeng (ยากินิกุ โจเอง)
Yakiniku Joeng ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นในซอยธนิยะ โดดเด่นด้วยเนื้อคุณภาพดีในบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า พร้อมที่นั่งรับรองทั้งโต๊ะเดี่ยวและห้องส่วนตัว
ChouNan (โชนัน)
เพื่อนแท้…เวลาหิว หลายคนคงคุ้นตากับร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุมโทนร้านสีเหลืองสดสะดุดตา พบเจอได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อีกอย่างที่คุ้นตาคือ โลโก้ร้านที่มีรูปชามข้าวแบบญี่ปุ่นวางอยู่บนพื้นดำตัดกับพื้นหลังสีเหลืองพร้อมตัวอักษรที่เขียนว่า Chounan (โชนัน) และนี่คือร้านอาหารญี่ปุ่นที่พร้อมจะมาเป็นเพื่อนคุณในเวลาหิวได้ทุกวัน วันนี้เราเดินทางมาที่สาขาเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ตัวร้านมีพื้นที่ให้เลือกนั่งทั้งในและนอกร้านตามแต่ชอบ ภายในร้านตกแต่งโดยใช้โทนสีสดใสอย่างสีเหลืองตัดกับสีดำ เพิ่มความโมเดิร์นเป็นกันเองเข้ามาด้วยสีเทาของแผ่นสังกะสีเงาวับ ใส่ความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน เรียกว่าเริ่มต้นมื้อด้วยความเฟรนด์ลี่ของตัวร้านและการใส่ใจในการบริการของพนักงาน แค่นี้ก็อิ่มเอมหัวใจไปครึ่งหนึ่งแล้ว นี่ยังไม่รวมบรรดาเมนูอาหารที่พร้อมยกทัพมาเสิร์ฟอย่างหลากหลาย สาขานี้พิเศษตรงที่มีมุม ChouNan Sushi Corner ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูซูชิ ซาซิมิ และดงบุริหลากเมนู สดใหม่ตลอดทั้งวันอีกด้วย  หากใครที่หอบหิ้วความหิวมาจนถึงช่วงเที่ยง ต้องการเลือกสักร้านที่ตอบโจทย์ความรวดเร็ว คุ้มค่า และราคาน่ารัก หรือจะมารับประทานแบบชิลๆ แบบเต็มอิ่มในช่วงเย็น เราว่า “โชนัน” ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้ทุกจุด เรียกว่าเป็น Japaneses Comfort food อาหารญี่ปุ่นที่รับประทานง่ายได้ทุกวัน รู้ใจกันขนาดนี้ ยกตำแหน่งเพื่อนแท้ให้เลย Fast | Comfort | Value for money ร้านนี้ใช้เวลาปรุงเมนูข้าวหน้าเนื้อซิกเนเจอร์ออเดอร์ละไม่เกิน 5 นาที เต็มอิ่มด้วยอาหารหลากหลายทั้ง Rice Bowl และ Noodle […]
Kobe Steakhouse (โกเบ สเต็กเฮ้าส์)
เปิดตำนานความเก๋าที่มีเรื่องเล่ายาวนานกว่า 40 ปี จากโลโก้วัวสีแดงถือช้อนส้อมสีขาวบนคำว่า KOBE Steakhouse สู่ยุคของการตัดทอนแบบสมัยใหม่ที่เพิ่มความโมเดิร์นมาอยู่ทั้งในชื่อและบรรยากาศร้าน แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือความพิถิพิถันในแต่ละจานสไตล์เทปันยากิแบบดั้งเดิมที่คงไว้มานานกว่า 40 ปี สยามสแควร์เมื่อ 40 ปีก่อน เป็นที่ตั้งสาขาแรกของ Kobe Steakhouse จุดเริ่มต้นของร้านสเต็กเนื้อพรีเมียมและเป็นร้านสเต็กแบบญี่ปุ่นร้านแรกของประเทศไทย จนถูกเล่าขานกันปากต่อปากว่าเป็น “หนึ่งในตำนานร้านอาหารแห่งสยามสแควร์” ที่วัยรุ่นสมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จักเพราะด้วยคุณภาพเกินราคาของเนื้อพรีเมียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ทำให้ใครที่ได้ลองก็ติดอกติดใจได้ไม่ยาก แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนการปรับตัวก็ตามมาทั้งเมนูอาหารที่ปรับเป็นเซ็ตมากขึ้นหรือมีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือกเรียนรู้ความแตกต่างของเนื้อมากขึ้นด้วยนั่นเอง ปัจจุบัน KOBE Steakhouse  ได้กระจายความพรีเมียมไปสู่ทั้ง 4 สาขา ได้แก่สาขาสยาม (อาคารสยามกิตติ์), สาขาถนนเพชรบุรี, สาขาเซนทรัลปิ่นเกล้า และสาขาเซนทรัลพระราม 3 วันนี้เราจะพาทุกคนไปยังสาขาเซนทรัลพระราม 3 หลังจากเข้าไปในร้านก็พบกับบรรยากาศร้านที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยสีโทนอุ่นของไม้ทั้งความสุขุมนุ่มลึกของสีดำบนผนังและการตกแต่งเพดานด้วยโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มีทุกสาขา พร้อมมีห้องส่วนตัวสำหรับมาเป็นหมู่คณะอีกด้วย หากท้องเริ่มร้องแล้วเรามาดูเมนูอาหารกันบ้างดีกว่า เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูดั้งเดิมและเพิ่มเติมประเภทของอาหารญี่ปุ่นให้หลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงความพรีเมียมที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ อย่างเมนูแรกยอดฮิตมากว่า 40 ปี กับ Beef Steak Set ชุดสเต็กเนื้อไทยหั่นเป็นลูกเต๋าพอดีคำ ปรุงบนกระทะแผ่นเรียบ (สไตล์เทปันยากิ) เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติเข้มข้น มาพร้อมกับผัดผักกับกระเทียม เสิร์ฟคู่กับข้าวร้อนๆ และจัดเต็มกับเครื่องเคียงหลากหลายทั้งเห็ดฟาง […]
Sloth Sukiyaki (สล็อธ สุกี้ยากี้)
Sloth Sukiyaki บุฟเฟ่ต์สุกี้ยากี้ ชาบูชาบู ที่คุ้มเกินคุ้ม! ถ้าชีวิตช่วงนี้รีบเร่งนัก มาใช้ชีวิตแบบช้าๆ กันที่ Sloth Sukiyaki กันหน่อยดีกว่า ทุกคนรู้ดีว่า “เจ้าสล็อธ” ตัวกลม กรงเล็บยาว หน้าตาน่ารักนี้มีความเชื่องช้าขนาดไหน ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน ห้อยโหน และจะทำกิจกรรมทุกอย่างบนต้นไม้ แต่รู้ไหมว่าเจ้าสล็อธเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดได้อย่างน่าทึ่ง วันนี้เราจะมาโคฟเวอร์เป็นเจ้าสล็อธตัวนี้กัน ชวนทุกคนมาเอาตัวรอดจากความหิว นั่งกินอย่างช้าๆ ละเมียดรสชาติอาหารที่หลากหลายทั้งสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น ชาบูชาบู ซูชิ และซาชิมิอีกมากมายเชียวล่ะ และด้วยสีสันการตกแต่งของร้านเรียกว่าน่ารักมากๆ ได้ฟีลบ้านต้นไม้ของเหล่าเจ้าสล็อธสุดๆ ทั้งตุ๊กตาและภาพวาดที่แอบอยู่ทุกมุมร้านเหมือนเชิญชวนให้เราถ่ายรูปเก็บความน่ารักก่อนมื้ออาหารได้ดีทีเดียว ส่วนของบุฟเฟ่ต์ ที่นี่มีทั้งหมด 2 ราคา คือ 495 บาท/คน และ 795 บาท/คน อิ่มอร่อยกันยาวๆ 2 ชั่วโมง ดูจากรายการอาหารแล้ว วันนี้เราขอจัดเต็มในราคา 795 บาท เพราะสามารถสั่งได้ทุกเมนูในร้านทั้งของคาวของหวาน ครบ! จากนั้นพนักงานจะให้เราเลือกว่าจะให้ตั้งเป็น “กระทะสุกี้ยากี้” หรือ “หม้อชาบูชาบู” หากมา […]
Sumibiyaki Kura (สุมิบิ ยากินิกุ คุระ)
Sumibiyaki Kura คัดสรรเนื้อวากิวเกรดพรีเมี่ยม พร้อมวัตถุดิบอื่นๆ จากประเทศญี่ปุ่น อีกหนึ่งร้านที่ Wagyu lover ไม่ควรพลาด
Sushi Tama (ซูชิ ทามะ)
ซูชิ ซาชิมิ และข้าวหน้าปลาดิบที่หลากหลาย ความหลากหลายและความสดใหม่ของวัตถุดิบเรียกว่าเป็นจุดเด่นของ Sushi Tama เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ทางร้านนำเข้าวัตถุดิบทุกอย่างเองโดยตรง ความจริงจังและจริงใจส่งผ่านคุณภาพชั้นเยี่ยมของแต่ละวัตถุดิบผสมรวมกับความพิถีพิถันในการปรุงอาหาร ก่อนจะมาเสิร์ฟตรงหน้าให้เราลิ้มลองได้ในราคาสบายกระเป๋า เมนูขึ้นชื่อของร้านที่ไม่ควรพลาดมีตั้งแต่หอยนางรมนำเข้าจากฮอกไกโด มากุโร่ที่มีให้เลือกทั้งส่วนอากามิ ชูโทโร่ และโอโทโร่ เอ็นกาวะเนื้อนุ่ม ซูชิหลากหลายหน้าตา รวมถึงข้าวหน้าปลาดิบที่มีให้เลือกอีกหลายเมนู ตัวร้านตกแต่งเป็นซูชิบาร์แบบเปิดโล่งทำให้เราสามารถส่องสายตามองดูเชฟแล่ปลาหรือปั้นซูชิได้อย่างไม่เคอะเขิน นอกจากจะเห็นวัตถุดิบสดๆ ที่วางโชว์อยู่ข้างหน้าแล้ว หากอยากพูดคุยเกี่ยวอาหารญี่ปุ่นหรืออยากสั่งซูชิกับเชฟก็สามารถคุยได้โดยตรง นอกจากโซนซูชิบาร์ ถัดไปอีกฝั่งยังมีโต๊ะเดี่ยวไว้บริการด้วยนะ เวลาเดินช็อปปิ้งเพลินๆ จนหิวท้องกิ่ว แวะมาฝากท้องที่นี่ได้ตลอด อย่างที่บอกว่าเมนูของร้านนี้มีให้เลือกหลากหลายมาก หลับตาชี้โดนเมนูไหนสั่งมาลองก็ถูกปาก อย่างเมนูที่แนะนำในวันนี้บอกเลยว่าน่าลองทั้งนั้น เริ่มที่ชุดชาซิมิรวมคุณภาพแน่น  ในเมนู Tairyou มาทั้งแซลมอน มากุโร่ ฮามาจิ โฮตาเตะ อิกะ(ปลาหมึกกล้วย) ซาบะ และฮอกกิไก (หอยปีกนก) รวมความสดใหม่ทุกๆ วัตถุดิบ Tairyou (670 บาท) มากุโร่ชิ้นโต สีแดงสดสวย แซลมอนชิ้นโต เนื้อเด้ง ใครชอบแซลมอนต้องถูกใจ ต่อกับเมนูซูชิกันบ้าง ซูิชิที่นี่มีให้เลือกหลายแบบหลากราคา ส่วนที่เราคัดมาวันนี้เป็นคำเด่นๆ ที่รสชาติกลมกล่อมไม่แพ้ใคร อย่างคำแรก Tokyo […]
Date Sakaba (ดาเต้ ซาคาบะ)
Date Sakaba ร้านอาหารญี่ปุ่นจากจังหวัดมิยากิ สไตล์อิซากายะจากภูมิภาคโทโฮคุ ที่ปรุงแต่งโดยเชฟชาวญี่ปุ่นมากฝีมือจนกลายเป็นอาหารที่มีรสชาติและบรรยากาศเฉพาะตัว
Ginryu Yakiniku Kenkyujo (กินริว ยากินิกุ เคนคิวโจ)
ร้านปิ้งย่างสไตล์สนุกด้วยแนวคิดห้องทดลองยากินิกุ ด้วยบรรยากาศร้านกว้างขวางโปร่งโล่งสบายตา ด้านในสุดมีบาร์สำหรับคนที่อยากกินปิ้งย่างคนเดียวอีกด้วย!
Nikkuu Grill (นิกคุ กริลล์)
ร้านอาหารญี่ปุ่นผสานสไตล์อิตาเลียนจัดเสิร์ฟแต่ละจานโดยเชฟคุมาไก เคโซ ใช้ทั้งความชำนาญของการเคยเป็นพ่อครัวอาหารอิตาเลียนรวมกับทักษะการปรุงอาหารสไตล์ญี่ปุ่น
Ryoshi Sushi (เรียวชิ ซูชิ)
หลากอาหารญี่ปุ่นในบรรยากาศสุดผ่อนคลายที่ Ryoshi Sushi หากใครที่ร่างกายเรียกร้องอาหารญี่ปุ่นมาหลายวัน และอยากให้รางวัลตัวเองนิดๆ หน่อยๆ ด้วยการเดินเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศน่านั่ง และที่สำคัญมีอาหารอร่อยให้เลือกเยอะๆ ล่ะก็ เรามีอยู่ร้านหนึ่งที่อยากแนะนำรับรองเลยว่าถูกใจทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหารแน่นอน นั่นคือร้านอาหารญี่ปุ่น Ryoshi Sushi นั่นเอง! “เรียวชิ ซูชิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นที่กระจายความอร่อยไปทั่วกรุงเทพฯ ถึง 3 สาขา ทั้ง สาขาเกตเวย์ เอกมัย, สาขาลาซาล อเวนิว และสาขาที่เราชวนทุกคนมาวันนี้ก็คือ สาขาเกตเวย์ บางซื่อ ตัวร้านก็สังเกตเห็นง่าย ถ้าเจอร้านที่มีโลโก้รูปปลา 2 ตัว ในบรรยากาศร้านโทนสีน้ำตาลอ่อนนั่นแหละใช่แล้ว เดินเข้าไปได้เลย บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยสีโทนอุ่น แทรกต้นไม้สีเขียวคุมโทนสบายตา สาขานี้พิเศษตรงที่ ด้านในสุดของร้านมีผนังกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวภายนอกได้ไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศดีขนาดนี้ขอจองที่นั่งริมกระจกนี้เลยแล้วกันนะ ด้วยการตกแต่งที่แฝงความสบายไว้ในทุกมุมร้าน เราว่าช่วยให้ใครที่รู้สึกเหนื่อยล้าในเย็นวันศุกร์ มาผ่อนคลายด้วยอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ ได้ดีเลยทีเดียว รับรองว่าอิ่มแบบสบายใจราคาสบายกระเป๋า หิวแล้วใช่ไหมงั้นไปเปิดเมนูดูกันดีกว่า นอกจากจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ เน้นความ สดสะอาด ในทุกๆ ขั้นตอนแล้ว ร้านนี้ยังเก่งเรื่องการรังสรรค์เมนูเลือกหยิบจับวัตถุดิบมามิกซ์กันให้เกิดเป็นอาหารที่น่าคีบเข้าปากเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นเมนูแรกเมนู Salmon Foie Gras Roll โรลคำโตที่เต็มอิ่มไปด้วย แซลมอน ฟัวกราส์ […]
Kaizen Sushi & Hibachi (ไคเซน ซูชิ แอนด์ ฮิบาชิ)
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของเชฟมากฝีมือ อาทิ เชฟอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินอลและเชฟอาหารฟิวชั่นโรลจากอเมริกา จึงหลากหลายไปด้วยเมนูญี่ปุ่นแบบต้นตำรับและแบบฟิวชั่น
Izakaya En (อิซากายะ เอ็น)
อิ่มได้ตั้งแต่พักเที่ยง สังสรรค์ได้จนถึงดึกดื่นที่ Izakaya En Izakaya En ร้านอิซากายะบรรยากาศโมเดิร์นที่พร้อมเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นหลากหลาย ตั้งแต่ซูชิโรล ซาซิมิ ดงบุริ จนไปถึงเมนูเสียบไม้ต่างๆ อีกทั้งยังมีเซ็ตอาหารกลางวันให้ฝากท้องช่วงเที่ยงหรือตกเย็นจะกลับมาสังสรรค์กับผองเพื่อนก็ดีไปอีกแบบ ด้วยการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่มีใจรักในอาหารญี่ปุ่น ต่างคนต่างความถนัดทั้งด้านพ่อครัวอาหารญี่ปุ่น ด้านตกแต่งร้าน และอีกหลากความถนัดที่ต่างคนต่างลงใจช่วยกันปั้น Izakaya En (อิซากายะ เอ็น) ขึ้นมาได้สำเร็จ จนกลายเป็นอิซากายะบรรยากาศโมเดิร์นที่เราสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกเข้ามาในร้าน หลังเลื่อนปิดบานประตูกระจกที่ตกแต่งด้วยเหล็กสีดำขึงขัง ผนังปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ขัดมันเงาโดดเด่นรอบร้าน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้สีน้ำตาลเข้ม เป็นบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายและทำให้รู้สึกดีได้ง่ายๆ เมื่อมารับประทานอาหารที่ร้านนี้ ตัวร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างมีโต๊ะเดี่ยวกระจายตัวอยู่โดยรอบ โปร่งโล่งด้วยผนังกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ทั้งยังมีโซนเคาน์เตอร์บาร์รับรองสำหรับใครที่อยากคุยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารญี่ปุ่นโดยตรง ในส่วนของชั้นบนมีความกว้างขวางกว่าที่คิด ด้วยความที่เพดานสูงมากจึงทำให้ชั้นบนไม่มีความอึดอัดเลยแม้แต่น้อย อีกอย่างที่เราแอบประทับใจคือมีห้องส่วนตัวไว้รับรองด้วย 2 ห้อง เป็นห้องนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่น แต่หากมาสังสรรค์กับผองเพื่อนประมาณ 10 คน ขึ้นไป ก็สามารถเปิดเชื่อมทั้ง 2 ห้องได้สะดวกสบายแถมมีความเป็นส่วนตัวสูงอีกด้วย ขึ้นชื่อว่าอิซากายะแต่ก็ไม่ได้เปิดแค่ช่วงเย็นย่ำอย่างเดียว ร้านนี้เปิดทำการตั้งแต่ช่วงสายสำหรับใครที่ต้องการมาฝากท้องในช่วงเที่ยงหรือพนักงานออฟฟิศที่มีเวลาพักแค่หนึ่งชั่วโมง ก็สามารถมารับประทานเซ็ตอาหารกลางวันสุดคุ้มได้ที่นี่ แต่เซ็ตอาหารกลางวันจะมีแค่ช่วง 11:00-15:00 น. เท่านั้นนะ  อย่างเมนูอาหารเซ็ตแรกที่อยากแนะนำคือ Engawalava […]
Ramen HABU (ราเมน ฮาบุ)
Ramen HABU เสิร์ฟความเข้มข้นไปกับราเมน 6 น้ำซุป ต้นตำรับจากแต่ละจังหวัดของประเทศญี่ปุ่น นี่แหละที่เขาเรียกว่าแหล่งรวมคนรักราเมนที่แท้จริง!
Gyuma (กิวมะ)
Gyuma ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเด็ดพร้อมน้ำจิ้มสไตล์ญี่ปุ่น ลิ้มลองความอร่อยได้ในแบบบุฟเฟ่ต์เพียงแค่ 499 บาท / คน รวมเครื่องดื่ม เต็มอิ่มตลอด 2 ชั่วโมง!
Shichi Japanese Restaurant (ชิชิ เจแปนนีช เรสเตอร์รอง)
Shichi Japanese Restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญในการผสานความร่วมสมัยลงไปในอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ในบรรยากาศโมเดิร์นเจแปนนีสสุดพรีเมียม
Steak House HIRO (สเต็กเฮาส์ ฮิโระ)
สเต็กเนื้อฮิดะ ที่สุดของเนื้อที่ต้องลองสักครั้ง Steak House HIRO ร้านสเต็กที่โดดเด่นเรื่องเนื้อวัวชั้นดีอย่าง “เนื้อฮิดะ” (Hida Gyu) นำเข้าโดยตรงจากฟาร์มในเมืองกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น นำมารังสรรค์โดยเชฟคนญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านเอกลักษณ์ และรสสัมผัสของเนื้อจนดึงความอร่อยและรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเซ็ตอาหารกลางวันและอีกมากมายหลากเมนูที่ถูกอกถูกใจทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทย ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม Nikko Bangkok หน้าร้านตกแต่งด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนลายตารางโปร่งตา ก่อนสายตาเราจะปะทะเข้าให้กับหุ่นรูปเจ้าวัวขนาดใหญ่แต่งชุดสดใสนั่งต้อนรับอย่างเป็นมิตร และในจุดเดียวกันเรายังสามารถมองทะลุผ่านกระจกใสเห็นโซนครัวด้านในที่ถูกจัดวางอุปกรณ์เรียบร้อยดูสะอาดตา ด้านในมีที่นั่งรับรองหลากสไตล์เรียงรายอยู่รอบร้าน มีห้องส่วนตัวไซส์เล็กประมาณ 6 ที่นั่ง และห้องกึ่งส่วนตัวด้านในสุดที่สามารถปรับขนาดและฟังก์ชั่นได้ตามจำนวนลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะได้ การตกแต่งส่วนใหญ่เน้นโทนสีน้ำตาลจากไม้ผสมรวมกับสีโทนฟ้าไล่ระดับความเข้มอ่อน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียว อย่างที่บอกไว้ว่าร้านนี้นำเข้า “เนื้อฮิดะ” โดยได้รับใบรับรองจากประเทศญี่ปุ่น หากใครที่พอรู้เรื่องเกี่ยวกับเนื้อฮิดะน่าจะตาลุกวาวให้กับรสสัมผัสได้ง่ายๆ หากใครไม่ค่อยคุ้นเคยคงเกิดคำถามเกี่ยวกับความพิเศษของเนื้อชนิดนี้อยู่ใช่ไหมล่ะ ที่เนื้อฮิดะทำให้หลายคนตาลุกวาวขนาดนี้ไม่ใช่แค่ว่าเนื้อชนิดนี้หากนำมาทำอาหารแล้วได้ความนุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เนื้อชนิดนี้พิเศษตั้งแต่การเริ่มต้นเลี้ยงดูจากฟาร์มเลยนะ เนื้อฮิดะคือวัวสายพันธ์ญี่ปุ่นขนดำที่ถูกเลี้ยงมานานกว่า 14 เดือน จากเมืองฮิดะในจังหวัดกิฟุ ซึ่งเป็นวัวขนดำที่เลี้ยงอย่างดีในทุ่งหญ้า ด้วยความที่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย วัวจึงต้องมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อเก็บกักไขมันดีไว้ต่อสู้กับอากาศหนาว ซึ่งแต่ละฟาร์มก็ต้องใช้สกิลการเลี้ยงที่สูงมากทีเดียว ราคาของเนื้อชนิดนี้จึงสูงตามไปด้วย แน่นอนว่าเมนูสเต็กคือจานชูโรงของร้านนี้ เราจึงขอเริ่มด้วย Hida Beef Sirloin Steak (100 กรัม / 1,320 […]
Yoshinoya (โยชิโนยะ)
ชวนเปิดตำนานข้าวหน้าเนื้อและข้าวหน้าญี่ปุ่นต่างๆ ที่มีมานานกว่า 100 ปี!