• Bookmark
  • Share

Midori (มิโดริ)

  • Bookmark
  • Share
  • Budget
    Budget (ราคาโดยเฉลี่ย/คน)
    ต่ำกว่า 500 บาท
    หมายเหตุ : ราคาอาหารมื้อเย็น ที่ไม่รวมเครื่องดื่ม
  • Imports
    Imports (จำนวนวัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่น)
    ปลา = มาก
    เนื้อวัว = ปานกลาง
    ผัก = มาก
  • Japanese
    Japanese (ปริมาณลูกค้าชาวญี่ปุ่น)

    มาก
  • Special
    Special
    มีเชฟญี่ปุ่น
    มีสาเกมากกว่า 10 ชนิด
    มีโชจูมากกว่า 10 ชนิด

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์  Japanese Modern Twist
โดยเชฟจากรายการเชฟกระทะเหล็กไทยแลนด์ อาหารญี่ปุ่น ปี 2018 

 

Midori (มิโดริ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า สีเขียว สีแห่งความสบายตาที่สุดสีหนึ่งที่มนุษย์สัมผัสได้ เมื่อสีเขียวจับคู่กับอะไรสิ่งนั้นย่อมมีความสบายใจส่งออกมาด้วยเสมอ เหมือนกับที่มาจับคู่กับร้านอาหารญี่ปุนร้านนี้ที่โดดเด่นเรื่องการผสมรวมอาหารหลายสัญชาติครีเอทออกมาเป็นเมนูที่หลากหลาย รังสรรค์โดยเชฟมิจิ คาโดตะ (Michi Kadota)  ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสไตล์ Japanese Modern Twist และยังเป็นผู้ชนะในรายการเชฟกระทะเหล็กไทยแลนด์ อาหารญี่ปุ่น ปี 2018 อีกด้วย

ร้านนี้แทรกตัวอยู่ด้านในซอยสุขุมวิท 28 ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ ในซอยสองข้างทางโอบล้อมด้วยความร่นรื่นของต้นไม้ใหญ่ ด้วยความที่หน้าร้านไม่ได้สะดุดตาด้วยป้ายชื่อขนาดใหญ่อย่างที่เราเคยเห็นทั่วไป หากแต่เป็นเพียงผนังบานกระจกใสที่สามารถกั้นความวุ่นวายของภายนอกได้สงัด เป็นความเรียบง่ายที่เชื้อเชิญให้เราเข้าไปด้านในได้อย่างไม่เคอะเขิน ภายในร้านตกแต่งด้วยสีเขียวแซมสีเหลืองและน้ำตาลอ่อนอย่างอบอุ่นเป็นมิตร มีที่นั่งรับรองเรียงรายกระจายอยู่รอบร้านทั้งในโซนเคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะเดี่ยว และด้านในสุดมีห้องส่วนตัวไว้รับรองหากมาเป็นหมู่คณะหรือมีกิจกรรมสังสรรค์ร่วมกันกับกลุ่มเพื่อน 

Midoriบรรยากาศด้านหน้าร้าน
Midoriบรรยากาศเมื่อเดินเข้ามาข้างใน
ด้านหน้ามีทั้งโต๊ะเดี่ยวและเคาน์เตอร์บาร์รับรอง
ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวทั้งด้วยต้นไม้และภาพวาด

Midori

ด้านในสุดมีห้องกึ่งส่วนตัวไว้บริการ รับรองได้ 20 กว่าที่นั่ง

เมนูของร้านส่วนใหญ่โดดเด่นเรื่องดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาชูรสได้เป็นอย่างดี โดยใช้เทคนิคปรุงอาหารหลากหลายสัญชาติตามความประทับใจและประสบการณ์ของเชฟชาวญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์การทำร้านอาหารเล็กๆ ในโตเกียว และต่อยอดเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นที่ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลากว่า 10 ปี ทำให้อาหารของร้านนี้มีความหลากหลายของรสชาติ หน้าตาและวัตถุดิบ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเรียบง่ายในรสชาติของอาหารญี่ปุ่นไว้ได้เป็นอย่างดี อย่างเมนูที่เราอยากแนะนำในวันนี้เรียกว่าแต่ละเมนู มีความโดดเด่นในตัวเองทั้งรสชาติและรสสัมผัส เริ่มที่ Midori Crispy Juicy Teriyaki Chicken เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ผสมทั้งไก่ย่างหนังกรอบแต่เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ ราดด้วยซอสเทอริยากิเข้มข้นมีส่วนผสมจากน้ำผึ้งถึง 5 ชนิด และเพิ่มรสสดชื่นของผลไม้อย่างแอปเปิ้ลและสับปะรด ก่อนท็อปมาด้วยราดบัวทอดชิ้นพอดีคำ ส่วนซอสสีขาวด้านข้างเนื้อไก่นี่เราขอแนะนำว่าต้องลอง เจ้าสิ่งนี้คือเพียวเรดอกกะหล่ำ (Cauliflower Puree) ทำจากดอกกะหล่ำต้มให้สุกและบดละเอียดปรุงรสอีกนิดหน่อย รสหวานหอมของของเทอริยากิที่ได้รสกลมกล่อมของเพียวเรดอกกะหล่ำปิดท้ายเป็นรสชาติที่เข้ากันมากจริงๆ

MidoriMidori Crispy Juicy Teriyaki Chicken (380 บาท)

ต่อกับเมนูต่อไป Ebi Filo เมนูนี้มองไกลๆ ก็คงคิดว่านี่คือกุ้งเทมปุระทอด ถ้าคิดแบบนี้จะถูกแค่ครึ่งเดียวเพราะด้านนอกที่ห่อตัวกุ้งอยู่ไม่ใช่แป้งเทมปุระอย่างที่เคยเห็นแต่เป็นแป้งฟิลโล (Filo) แป้งที่นิยมนำมาทำพาย ขนมต่างๆ จึงได้สัมผัสที่นุ่มและกรุบกรอบในคราวเดียวกัน โดยนำมาทำเป็นแผ่นบางและซอยให้เป็นเส้นเล็กยาวพันตัวกุ้งให้สวยงามก่อนจะนำไปทอดให้ได้สีเหลืองสวย เมื่อกัดลงไปผ่านชั้นแป้งจะพบกับกุ้งเนื้อแน่นตัวโตที่ซ่อนอยู่ด้านใน กินคู่กับ Tartar Sauce และ Tomato Salsa  ความเปรี้ยวของซอสทำงานกับรสชาติของทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

MidoriEbi Filo (350 บาท)

อีกหนึ่งเมนูที่ผสมความเป็นไทยได้อย่างลงตัวกับ Yum “Thai Style” Salmon Wasabi Salad แซลมอนหั่นเต๋าขนาดจิ๋วรสชาติเข้มข้นแบบยำสไตล์ไทย ปาดซอสวาซาบิมาด้านข้าง สัมผัสหลากมิติทั้งความนุ่มเด้งของแซลมอนผสมรสเผ็ดร้อนกำลังดีของน้ำยำ มีความเปรี้ยวของยูซุและความหวานเย็นกรุบกรอบของแตงกวารวมกัน

MidoriYum “Thai Style” Salmon Wasabi Salad (380 บาท)

หากหิ้วท้องมาตอนเที่ยงยังมีชุดอาหารกลางวันให้สั่งด้วยเช่นเมนู Nanban Chicken ไก่ทอดกรุบกรอบราดมาด้วยซอสนัมบังรสกลมกล่อมนวลๆ มาพร้อมกับเครื่องเคียงที่เชฟจะเป็นคนคัดสรรและเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน ในชุดนี้มาพร้อมข้าวและซุปมิโซะด้วย 

MidoriNanban Chicken (240 บาท)

ต่อกับอีกหนึ่งเมนู Hiroshima Oyster and Baby Octopus Ajillo เมนูนี้เป็นเมนูลูกครึ่งสเปนนิชและญี่ปุ่น เสิร์ฟมาทั้งหอยนางรมจากฮิโรชิมา หนวดปลาหมึก เห็ดออริจิน นำมาต้มในน้ำมันมะกอกและผสมมิโซะลงไปด้วยจึงได้รสที่หอมหวาน กินคู่กับขนมปังมันม่วงสัมผัสเหนียวนุ่มท็อปด้วยสาหร่ายและกระเทียมสับ

MidoriHiroshima Oyster and Baby Octopus Ajillo (260 บาท)

หากใครที่ชอบรับประทานสลัดเราขอแนะนำเมนู Mixed Beans Salad with Grilled Chicken ความพิเศษของเมนูนี้คือด้านในจะมีถั่วหลากชนิด ผสมรวมกับใบชาเขียวหมัก และผักสลัดอีกนานาชนิดก่อนท็อปด้วยไก่ย่างหั่นพอดีคำ เมนูนี้เชฟได้ไอเดียมาจากประเทศพม่า คนพม่าชอบกินถั่วทอดกับใบชาเขียว เชฟเลยนำมาประยุกต์เป็นสลัด มาพร้อมน้ำสลัดอย่าง Tomato Salsa รสชาติติดเปรี้ยวกำลังพอดี

Mixed Beans Salad with Grilled Chicken (280 บาท)

ปิดท้ายมื้อนี้กันด้วยของหวานสักหน่อย เริ่มที่ของโปรดของใครหลายคนอย่างไอศกรีมที่เสิร์ฟมาทั้ง Green Tea Ice-Cream & Red Bean ไอศกรีมชาเขียวมาพร้อมถั่วแดงและ Black Sesame Ice-Cream และไอศกรีมงาดำ ทั้งยังมี YUZU Orange Cheese Cake With YUZU emulsion ชีสเค้กเนื้อนุ่มหนึบด้วยความที่ใส่ยูซุเข้าไปด้วย จึงได้รสเปรี้ยวนิดๆ ที่ปลายลิ้น และสุดท้ายกับ Black Sesame Creme Brulee แครมบรูว์เลงาดำด้านในเป็นเนื้อคัสตาร์ดงาดำสัมผัสนวลเนียน ด้านบนเป็นคาราเมลแข็งกรอบแผ่นบาง หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้อ่อนๆ คละคลุ้งไปทั้งปาก

Green Tea Ice-Cream & Red Bean (90 บาท)
Black Sesame Ice-Cream (90 บาท)
YUZU Orange Cheese Cake With YUZU emulsion (150 บาท)
Black Sesame Creme Brulee (90 บาท)

เราว่า Midori เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็น Hidden Place กลางเมืองหลวง ซ่อนความลงตัวไว้อย่างดีทั้งบรรยากาศและอาหาร หากอยากสัมผัสอาหารฝีมือเชฟชาวญี่ปุ่นที่เก่งกาจหรือมีโอกาสเดินทางมาแถวนี้เราว่าต้องมาร้านนี้ให้ได้เลยนะทุกคน!

Map