อร่อยกับ 17 ร้านอาหารญี่ปุ่นรุ่นเก๋า ดีกรีความเก่าเกิน 10 ปี!

นึกอยากกินอาหารญี่ปุ่นทั้งที เปิดดูรีวิวก็ไม่รู้จะเชื่อได้มั้ย

แน่นอนล่ะ ของแบบนี้คงต้อง “ลิ้นใครลิ้นมัน” อร่อยของเขาแต่กับเรามันไม่ใช่ แบบนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากแต่คราวนี้ความอร่อยไม่ได้ถูกรับประกันเพียงแค่ลิ้นของใครคนหนึ่งเท่านั้น แต่การันตีด้วยระยะเวลาของความรัก ความตั้งใจ ในการรังสรรค์ทุกๆ เมนูอาหาร ตลอดระยะเวลานานกว่า 10 ปี

ส่วนใหญ่แล้วร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรา หลายๆ ร้านมักเป็นร้านดั้งเดิมเก่าแก่หลายสิบปีจากญี่ปุ่น มาจากจังหวัดโน้นบ้าง เมืองนี้บ้าง เดินทางเข้ามาขยับขยายเปิดสาขาในไทย

แต่คราวนี้คิจิขอคัดเอาเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดบริการในบ้านเรามาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ด้วยตัวเลขนี้คิดว่าคงรับประกันความอร่อยที่ถูกปากชาวไทยมายาวนาน บางร้านเปิดมาเกือบ 50-60 ปีเลยเชียวนะ

ก็อย่างว่าล่ะนะ – ถ้าไม่อร่อย ขายไม่ดี เขาคงปิดไปนานแล้วว

• • • • • •

1. Shogun Japanese Restaurant

เปิดด้วยตำนานภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นที่ครองใจคนทุกช่วงวัยมายาวนานกว่า 40 ปี กับร้าน Shogun Japanese Restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมกับความอร่อยระดับพรีเมียมและความสุดยอดของการบริการ เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เดิมทีตั้งอยู่ในโรงแรมดุสิตธานีก่อนย้ายตำนานความอร่อย พร้อมสูตรอาหารแบบดั้งเดิมมาตั้งอยู่ที่อาคารสินธร ในโซน Glass House ถนนวิทยุ

การตกแต่งภายในร้านแทบไม่แตกต่างจากที่เก่า สิ่งของหลายอย่างถูกย้ายมาอย่างทะนุถนอมเพื่อคงสภาพบรรยากาศดั้งเดิม ทั้งประตูซุ้มไม้ต้อนรับหน้าร้าน ผนังกระจกแทรกทองคำแผ่นกว้างจากญี่ปุ่นในห้องส่วนตัว หรือโครงสร้างไม้อื่นๆ บางชิ้นมีอายุถึง 40 ปี แต่ยังดูใหม่เหมือนผ่านกาลเวลามาไม่นาน

เชฟอิไมซัง-เชฟผู้บุกเบิกร้านตั้งแต่ปีแรก

เมนูสุดพิเศษที่เราแนะนำ Doban Yaki (ราคาเริ่มต้น 680 บาท) เนื้อโอมิส่วนสันใน เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนคล้ายยากินิกุที่ลูกค้าสามารถปิ้งย่างเองได้ตามชอบ พร้อมน้ำจิ้ม 2 ช่องแบบเค็มที่เคี่ยวจากสาหร่ายจนได้รสชาติที่กลมกล่อมและแบบเปรี้ยวที่ผสมไชเท้าบดและพอนสึ

อ่านรีวิวร้าน Shogun Japanese Restaurant ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/shogun-japanese-restaurant/

INFO
Tel: 02-050-5566, 086-542-6666
Address: 130-132 อาคารสินธร ถ.วิทยุ
Opening Hours: 11:30-14:30, 17:30-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/Shogun56/

 

2. KOBE Steakhouse

ย้อนไปสยามสแควร์เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเป็นที่ตั้งสาขาแรกของร้าน Kobe Steakhouse จุดเริ่มต้นของร้านสเต็กเนื้อพรีเมียมและเป็นร้านสเต็กแบบญี่ปุ่นร้านแรกของประเทศไทย จนถูกเล่าขานกันปากต่อปากว่าเป็น “หนึ่งในตำนานร้านอาหารแห่งสยามสแควร์” ที่วัยรุ่นสมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนการปรับตัวก็ตามมา ทั้งเมนูอาหารที่ปรับเป็นเซ็ตมากขึ้นหรือมีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือกเรียนรู้ความแตกต่างของเนื้อมากขึ้นด้วยนั่นเอง ปัจจุบัน KOBE Steakhouse  ได้กระจายความพรีเมียมไปสู่ทั้ง 4 สาขา ได้แก่สาขาสยาม (อาคารสยามกิตติ์), สาขาถนนเพชรบุรี, สาขาเซนทรัลปิ่นเกล้า และสาขาเซนทรัลพระราม 3

แนะนำเมนูยอดฮิตมากว่า 40 ปี กับ Beef Steak Set (229 บาท) ชุดสเต็กเนื้อไทยหั่นลูกเต๋าพอดีคำ ปรุงบนกระทะแผ่นเรียบ (สไตล์เทปันยากิ) เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติเข้มข้น มาพร้อมกับผัดผักกับกระเทียม เสิร์ฟคู่กับข้าวร้อนๆ และจัดเต็มกับเครื่องเคียงหลากหลายทั้งเห็ดฟาง หน่อไม้ฝรั่งและกุ้งตัวโตกริลล์บนกระทะ ขาดไม่ได้กับน้ำจิ้มสามช่องในตำนานที่มีทั้ง ซอสมาโยรสนุ่มกลมกล่อม หัวไชเท้าสับ และหอมสับที่เชฟสับเองกับมือทำให้ได้สัมผัสที่ไม่ละเอียดเกินไปและดึงรสชาติของต้นหอมได้เต็มที่ พร้อมน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม

อ่านรีวิวร้าน Kobe Steakhouse ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kobe-steakhouse/

INFO
สาขาเซนทรัลพระราม 3

Tel: 082-946-8492
Address: ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าเซนทรัล พระราม 3 ถ.สาธุประดิษฐ์
Opening Hours: 10:00-22.00 น. (L.O. 21:00 น.)
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/kobesteakhousesince1978/

 

3. Carnival Yakiniku

การหาร้านเนื้อย่างสักร้านในกรุงเทพฯ อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่พูดถึงร้านที่ช่ำชองและรู้ลึกด้านเนื้ออย่างแท้จริง ร้าน Carnival Yakiniku เป็นหนึ่งในนั้นที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะให้บริการเนื้อย่างสูตรต้นตำรับญี่ปุ่นในไทยมากว่า 25 ปี และยืนยันเต็มเสียงว่าการคัดสรรเนื้อแต่ละส่วนนั้นพิถีพิถันยิ่งกว่าร้านใด ภายใต้ปรัชญาว่าไม่ใช่เนื้อทุกส่วนที่รับกับการปิ้งย่าง เนื้อที่คัดสรรมาจึงเหมาะกับยากินิกุอย่างแท้จริง ไม่ว่าเนื้อราคาสูงอย่างวากิวหลากประเภท หรือเนื้อชั้นดีราคารองลงมาอย่างไทยเฟรนช์

การคัดสรรเนื้อนั้นเป็นหน้าที่ของเชฟชาวไทยผู้มากฝีมือที่ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์มากับร้านตั้งแต่แรกเริ่มกว่า 20 ปี บ่มเพาะเป็นความเชี่ยวชาญและความแม่นยำในการคัดเลือกเนื้อวัวชั้นดี จัดสรรเนื้อหลากหลายชนิดมาเพื่อรองรับนักชิม โดยคุณสมบัติจะแตกต่างกันไปตามประเภท ทั้งปริมาณไขมันแทรก รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น เมนูเรียงรายทั้งเนื้อวากิวชั้นเลิศ ไม่ว่าโกเบ คาโกชิม่า ซากะ และโอมิ หรือจะเป็นเนื้อคารูบิและโรสต์ที่ราคารองลงมา สำหรับผู้ที่นิยมเนื้อหมูก็มีเมนูรองรับหลายรายการเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถลิ้มรสเนื้อชั้นดีในรูปแบบชาบูชาบูได้อีกด้วย

อ่านรีวิวร้าน Carnival Yakiniku ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/carnival-yakiniku/

INFO
Tel: 02-713-8312, 085-145-1722
Address: ชั้น 2 Eight Thonglor ซ.ทองหล่อ 8
Opening Hours: จ.-ศ. 11:30-14:00 น., 18:00-22:30 น.,
ส.-อา. 11:30-22:00 น
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/Sushicyu-Carnival-Yakiniku-8-Thonglor-399765696861538

 

4. Momotarou Ramen

ตำนานราเมน 23 ปี ในซอยธนิยะติดฝั่งถนนสุรวงศ์ ถือเป็นร้านราเมนเจ้าแรกๆ ในย่านนี้เลยก็ว่าได้ ที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปสักกี่สิบปี ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นก็ยังแวะเวียนไปฝากท้องกันแน่นร้านอยู่เป็นประจำ กับความหลากหลายของราเมนที่มีให้เลือกเกือบ 20 ชนิดรวมถึงเมนูอิ่มท้องอื่นๆ ในบรรยากาศเรียบง่าย นั่งกินสบายๆ ไม่ต้องเคอะเขิน แถมการบริการของพนักงานร้านนี้เข้าขั้นยอดเยี่ยมและเป็นกันเองอีกด้วย

แนะนำราเมนซิกเนเจอร์ของร้าน Shoyu Ramen (190 บาท) ราเมนรสซีอิ๊วญี่ปุ่น หอมกลมกล่อมเค็มกำลังดี น้ำซุปแม้จะดูใสแต่กลับให้รสเข้มข้นเพราะเคี่ยวนานถึง 6 ชั่วโมง เข้ากันกับเส้นราเมนขนาดกลางที่ลวกมาแบบนุ่มๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูให้เลือกสั่งอย่าง ข้าวผัดหน้าต่างๆ ข้าวแกงกะหรี่ ข้าวห่อไข่ สลัด ของกินเล่น นับรวมๆ แล้วเยอะใช้ได้ รับประกันความอร่อยแบบออริจินัล 23 ปี ไม่เคยเปลี่ยน

อ่านรีวิวร้าน Momotarou Ramen ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/momotaro-ramen/

INFO
Tel: 02-235-0108
Address: ซ.ธนิยะ ถ.สุรวงศ์
Opening Hours: 11:00-LATE
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/momotarouramen/

 

5. Miraku

อีกหนึ่งร้านอาหารเก่าแก่ย่านสีลมที่อายุอานามในปีนี้ก็ร่วม 23 ปี เข้าไปแล้ว สำหรับร้าน “มิระกุ” ร้านยากินิกุสไตล์ญี่ปุ่นแบบติดกลิ่นเกาหลีนิดๆ ในบรรยากาศการตกแต่งร้านที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง โดยต้องบอกว่านี่ถือเป็นร้านปิ้งย่างในยุคแรกๆ ละแวกสีลมเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าจุดเด่นของร้านนี้อยู่บรรดาเนื้อส่วนต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเนิื้อโกเบจากญี่ปุ่น เนื้อจากออสเตรเลียและอเมริกา รวมถึงเนื้อโคขุนของไทย ตัวเด็ดๆ ที่คิจิไม่อยากให้พลาดเลยเช่น เนื้อสันใน (200 บาท) เนื้อติดมัน (280 บาท) เนื้อสะโพก (220 บาท) เนื้อลาย (280 บาท) หางวัว (280 บาท) ส่วนเนื้อหมูหรือซีฟู้ดก็มีให้เลือกเยอะตามความคล่องของกระเป๋าสตางค์ทั้งแบบอะลาคาร์ทและเซ็ต ที่จะเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงอย่างข้าว ซุปเต้าหู้ สลัดผัก เครื่องดื่ม และไอศกรีม

นอกเหนือจากเซ็ตปิ้งย่าง อีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวออฟฟิศทั้งไทยและญี่ปุ่น นั่นคือเมนูเซ็ตอาหารกลางวันราคาประหยัดที่มีให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งชุดปิ้งย่าง ชุดสเต๊ก ชุดของทอด แม้แต่โซบะก็ยังมี ช่วงมื้อเที่ยงบอกเลยว่าลูกค้าแน่นร้านแทบทุกวัน

เซ็ตมื้อกลางวันราคาประหยัด กับชุดปลาซาบะย่าง (200 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Miraku ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/miruku/

INFO
Tel: 02-231-2219
Address: ชั้น 2 อาคารธนิยะ พลาซ่า ซ.ธนิยะ ถ.สีลม
Opening Hours: 11:00-14:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/mirakuyakiniku/

 

6. Torajiro

ชื่อเสียงเรียงนามยาวนานไม่เป็นรองใครเหมือนกัน สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ Torajiro ที่เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี ย้อนวันเวลาจากสถานที่ตั้งแรกเริ่มย่านทองหล่อ สู่ที่ตั้งแห่งใหม่ภายในอาคารซอยสุขุมวิท 39 และอีก 2 สาขา ในโครงการ Nihonmachi สุขุมวิท 26 และสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่

ในส่วนของเมนูต่างๆ เรียกได้ว่าค่อนข้างครบทุกเมนูยอดนิยม ด้วยวัตถุดิบคุณภาพทั้งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและภายในประเทศ ทั้งซูชิยอดนิยม เมนูสไตล์กับแกล้มต่างๆ อาหารทะเล ดงบุริ ยากิโทริ ชุดหม้อไฟต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่หลากหลาย ที่สามารถนั่งได้ยาวๆ ตลอดทั้งคืน เริ่มด้วย Kaisen Bara Chirashi (299 บาท) ข้าวหน้าปลาดิบรวมคุณภาพคับชาม ทั้งมากุโร่ แซลมอน ไข่ปลาแซลมอน หอยเชลล์ ปลาหมึก ไข่หวาน และแตงกวา เสิร์ฟแบบแน่นๆ แทบมองไม่เห็นข้าว ราดด้วยซอสโชยุนิดหน่อย เพิ่มความหอมอร่อยยิ่งขึ้น

และที่ขาดไม่ได้คือ Kushi Mori L 9 Hon (299 บาท) ชุดรวมยากิโทริวางเรียงรายสวยงามทั้ง เนื้อไก่ ตับไก่ ข้อไก่ หัวใจ ปีก สะโพก ลูกชิ้นไก่บด ไส้กรอกรมควัน เสิร์ฟพร้อมมะนาวและซอสมิโซะรสหวาน ปิ้งย่างกันสดๆ ตามออเดอร์แบบไม้ต่อไม้

อ่านรีวิวร้าน Torajiro ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/torajiro/

INFO
สาขาสุขุมวิท 39
Tel: 02-261-5351
Address: ซ.พร้อมศรี 1 สุขุมวิท 39 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ส.17:30-LATE., อา.16:30-LATE
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/Torajiro-Japanese-Restaurant-Sukhumvit-Soi-39-208100092570009/

 

7. Kisso

ห้องอาหารญี่ปุ่น Kisso ตั้งอยู่ในโรงแรม The Westin Grande Sukhumvit, Bangkok คอยสร้างความประทับใจให้นักเดินทางมาตลอด 20 กว่าปี การันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมายและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

บรรยากาศภายในตกแต่งอย่างหรูหรามีดีไซน์ มีที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์หน้าครัว ห้องเสื่อทาทามิ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ห้องส่วนตัวสำหรับประชุมธุรกิจ และโต๊ะอาหารโรแมนติกสำหรับดินเนอร์มื้อพิเศษ ให้บริการอาหารสดใหม่ที่วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นตามฤดูกาล และขั้นตอนการปรุงพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์

Wagyu Shabu-Shabu Salad (620 บาท) สลัดเย็นเนื้อวากิวกับซอสงาสูตรพิเศษ เลือกใช้เนื้อวากิวระดับ A4 แล่บางทำให้เคี้ยวง่ายและได้รสเค็มของซอสงาชัดเจน โรยหน้าด้วยพอนสึวุ้น หอมใหญ่ และพริกหวาน

อ่านรีวิวร้าน Kisso ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kisso/

INFO
Tel: 02-207-8000
Address: ชั้น 8 โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit, Bangkok ซ.สุขุมวิท 19 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 12:00-14:30 น., 18:00-22:30 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/kissobangkok

 

8. Akiyoshi

ราว 20 ปีก่อนหน้า ช่วงเวลาที่ชาวไทยส่วนมากไม่รู้จักชาบูชาบู และรู้จักแต่สุกี้แบบไทย ร้าน Akiyoshi ถือกำเนิดขึ้นในกรุงเทพฯ จากนั้นชาบูชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นของแท้จึงเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทั้งความนิยมและจำนวนร้าน ทว่าสิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นนอกจากความเป็นต้นตำรับและเอกลักษณ์รสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแล้ว คือความใส่ใจในคุณภาพและเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบชั้นดี แม้แต่ในเมนูบุฟเฟต์ก็ยังคัดสรรเนื้อคุณภาพสูงมาบริการในราคามิตรภาพ

อ่านรีวิวร้าน Akiyoshi ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/akiyoshi/

INFO
Tel: 02-714-0791
Address: ชั้น 1,2 Taisin Square (ใกล้ BTS พระโขนง) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ศ. 11:30-14:00 น., 17:30-22:00 น.
ส.-อา. 11:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/AkiyoshiRestaurant

 

9. Baan Nakatani

บ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาล 5 ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายซอย ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวชะอุ่ม ใครจะรู้ว่าที่นี่คือสวรรค์ของคนรักเนื้อที่ต้องมาลองสักครั้ง ด้วยบรรยากาศภายนอกที่ดูสบายตา และภายในที่ตกแต่งด้วยภาพวาดติดผนัง เฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความอบอุ่นเคล้าคลอของตกแต่งบ้านงานเก่าๆ ให้อารมณ์คลาสสิค ทั้งยังแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว แยกพื้นที่สำหรับปิ้งย่างยากินิกุ สุกี้ยากี้และชาบูชาบู อย่างชัดเจน

Baan Nakatani ถือว่าเป็นร้านเนื้อที่นำเข้าสุดยอดเนื้อวากิวของญี่ปุ่น สำหรับคนรักชาบูชาบู สุกี้ยากี้ และปิ้งย่างยากินิกุโดยเฉพาะ มีให้เลือกหลากหลายชนิดตามราคา แนะนำชุด ชาบูชาบู ที่มาพร้อมชุดผักและเนื้อวากิวลายสวย แต่ละจานจะตัดมาจากเนื้อก้อนเดียวกันเท่านั้น เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน

ต่อด้วยชุด สุกี้ยากี้ เนื้อสไลซ์เรียงสวยมาพร้อมชุดผักและไข่  การทำสุกี้ญี่ปุ่นจะต่างกับสุกี้ยากี้ในบ้านเรา เพราะจะต้องนำหัวหอมใหญ่ลงไปผัดก่อนจะเติมน้ำซุปลงไป ตามด้วยผักตามชอบ รอน้ำซุปเดือดปุดๆ แล้วค่อยวางเนื้อสไลซ์ลงไป น้ำซุปที่รสชาติเข้มข้นเข้ากันดีกับเนื้อสไลด์บางมากๆ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ พนักงานจะคอยบริการให้และเอาใจใส่อย่างดี

อ่านรีวิวร้าน Baan Nakatani ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/baan-nakatani/

INFO
Tel: 02-651-0550
Address: 63 ซ.สุขุมวิท 11 (ซ.ไชยยศ) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 11:30-14:00 น., 17:30-22:00 น

 

10. Okinawa Kinjo

จัดจ้านย่านพระโขนงมานานหลายปี สำหรับร้าน “โอกินาว่า คินโจ” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่าที่ดูเท่ และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างมาก กับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแบบอิซากายะและเสน่ห์แห่งเกาะโอกินาว่า

ใครมากับกลุ่มเพื่อนๆ เราแนะนำชั้นบนดีกว่า ปูเสื่อ นั่งพื้น มีเบาะรองนั่ง ยิ่งได้การตกแต่งง่ายๆ อย่างโคมไฟลูกกลมๆ ที่ห้อยอยู่กับเพดาน โปสเตอร์และภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ในเกาะโอกินาว่า ได้บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ส่วนชั้น 4 นี่คือเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของที่นี่ Livecube ห้องแสดงดนตรีสดขนาดย่อม ที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนศิลปินหลากหลายแนวดนตรี ทั้งศิลปินพื้นบ้านจากเกาะโอกินาว่า ศิลปินอินดี้ร่วมสมัยทั้งจากญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่นๆ

เริ่มด้วย ขนมโดนัทสไตล์โอกินาว่า (ชิ้นละ 10 บาท) ที่ดูง่ายๆ แต่อร่อยชะมัด ตามปกติทางร้านจะแจกให้ลูกค้าทุกคน คนละ 1 ชิ้น แต่ถ้าใครติดใจอยากสั่งเพิ่ม ที่ร้านก็ไม่ว่าอะไร ต่อด้วย Tofu Kanappe (160 บาท) เต้าหู้รวมมิตรหลากหลายหน้าตา ทั้ง หน้าปลาสร้อยดอง ปลาหมึกดำดอง และไส้ปลาดอง

ปิดท้ายด้วย Uyaki (220 บาท) โซบะโอกินาว่า เส้นแบน ไซส์ใหญ่ มีลักษณะเป็นคลื่นเกลียว เข้ากันกับซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ นานหลายชั่วโมง ท็อปมาด้วยหมูสามชั้นที่นุ่มและหอมสุดๆ ซี่โครงหมู และที่ขาดไม่ได้คือขาหมูที่ว่ากันว่า นี่คืออาหารของจักรพรรดิแห่งโอกินาว่า

อ่านรีวิวร้าน Okinawa Kinjo ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/okinawa-kinjo/

INFO
Tel: 02-711-0536
Address: 24/1 ซ.สุขุมวิท 69 ถ.สุขุมวิท ใกล้ BTS สถานีพระโขนง
Opening Hours: 11:30-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/kinjo.okinawa/

 

11. Shimi Shabu

ชวนเดินทางฝ่าแดดร้อนๆ เลี้ยวเข้าในซอยประติพัทธิ์ 19 ย่านสะพานควาย ไปกินบุฟเฟ่ต์ชาบูและปิ้งย่างราคาประหยัด กับร้านบรรยากาศดี ชื่อน่ารักๆ “ชิมิ ชาบู” ที่นี่เปิดมากว่า 10 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นร้านบุฟเฟ่ต์แรกๆ ของย่านนี้เลยก็ว่าได้ โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่มีความเป็นบ้านสูงมาก ทั้งของตกแต่งร้านหรือชุดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากร้านอื่นๆ เพราะเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ แวดล้อมด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ทั่วบริเวณ สร้างความร่มรื่นดูสบายตา

รายละเอียดบุฟเฟ่ต์ของที่นี่แยกเป็นบุฟเฟ่ต์ชาบู ราคา 389 บาท บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ราคา 439 บาท และไม่มีเซอร์วิสชาร์จใดๆ ที่สำคัญทั้งหมดนี้ สามารถนั่งรับประทานกันได้ยาวๆ ไม่มีการกำหนดเวลา ด้วยความตั้งใจของทางร้านที่อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการรับประทานอาหาร ได้นั่งสนทนาอย่างออกรส และค่อยๆ กินแบบไม่ต้องรีบร้อน และไม่ได้มีแค่เนื้อส่วนต่างๆ เท่านั้น ทั้ง 2 ชุดนี้ยังสามารถสั่งซูชิ ชุดผัก และเมนูกินเล่นอื่นๆ ได้อีกเพียบ หรือเพิ่มเงินอีก 189 บาท ก็สามารถเลือกสั่งเมนูอื่นเพิ่มเติมได้ทั้ง ซาชิมิแซลมอน, ปลาอิซุมิได, ปลากระพง, ปลาทูน่า, ปลาซาบะ รวมถึงชุดซีฟู้ดต่างๆ

อ่านรีวิวร้าน Shimi Shabu ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/shimi-shabu/

INFO
Tel: 02-357-1390
Address: 22 ซ.ประติพัทธิ์ 19 ถ.ประติพัทธิ์
Opening Hours: จ.-ศ. 11:30-14:00 น., 17:30-23:00 น.
ส.-อา. 11:30-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/shimishabu/

 

12. Jidori Cuisine Ken

Jidori แปลว่า ไก่บ้าน เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอนึกภาพกันออกแล้ว ว่าอาหารของร้านนี้โดดเด่นในเมนูอะไรบ้าง นี่คือร้าน “จิโดริ คุยซีน เคน” อิซากายะที่ครองใจชาวญี่ปุ่นในไทยมากว่า 12 ปี ด้วยเมนูอาหารที่เน้นเนื้อไก่แทบจะ 100% ของที่ร้าน โดยเฉพาะยากิโทริหรือไก่ย่างเสียบไม้ของที่นี่เรียกได้ว่าไม่มีความธรรมดาเลย เพราะความพิเศษเริ่มตั้งแต่เนื้อไก่ที่เลือกใช้ไก่บ้านจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานส่งตรงถึงร้านแบบวันต่อวัน โดยวันๆ นึงที่ร้านใช้ไก่เกือบ 30 ตัว เลยทีเดียว

ที่ร้านยังเลือกใช้ถ่านเฉพาะอย่าง “บินโจตัน” สุดยอดถ่านจากภูมิปัญญาชาวญี่ปุ่น ด้วยขั้นตอนการเผาในเตาพิเศษที่ให้ความร้อนถึง 1,000 องศาเซลเซียส จึงให้ความร้อนที่พอเหมาะและไม่เกิดเปลวไฟมาทำให้เนื้อไก่เสียรสชาติ รวมไปถึงซอส เกลือ หรือเครื่องปรุงอื่นๆ ที่ต่างคัดสรรมาอย่างดี สเปเชียลซะขนาดนี้แน่นอนว่าการันตีความยอดเยี่ยมโดยมิชลินสตาร์มาเอง

อ่านรีวิวร้าน Jidori Cuisine Ken ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/jidori-cuisine-ken-2/

INFO
Tel: 02-661-3457
Address: ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ส. 17:00-24:00 น., อา. 17:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://th-th.facebook.com/Jidoriken/

 

13. Stamina-En

ร้านยากินิกุจากโอซาก้าที่เปิดให้บริการในบ้านเรามานานกว่า 10 ปี เสิร์ฟตั้งแต่เนื้อพรีเมียมนำเข้าจากญี่ปุ่นและออสเตรเลียแต่ในขณะเดียวกันก็มีไทยวากิวให้สั่ง ส่วนข้าวก็อร่อยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วยเพราะที่ร้านใส่ใจถึงขั้นลงมือสีข้าวเอง

ขอเปิดประเดิมจานแรกด้วยเนื้อชิ้นเบ้อเริ่มอย่างสเต็กเนื้อออสเตรเลียส่วนสันคอ ความพิเศษของเขาคือเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม 3 รสชาติ เรื่อยไปตั้งแต่ซอสหอมใหญ่ (ที่ต้องเอาหัวหอมใหญ่ไปคั่วให้หอมก่อนแล้วจึงค่อยปรุงออกมาเป็นซอส), โชยุผสมเนย และซอสพอนสึ 

เป็นเนื้อสันออสเตรเลียส่วนท้องคัดพิเศษ มันแทรกเนื้อระดับที่เรียกได้ว่าหินอ่อน พูดเพียงแค่นี้สายเนื้อคงจะจินตนาการได้นะว่าสัมผัสของมันจะนุ่มฟินเพียงใด

อ่านรีวิวร้าน Stamina-En ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/stamina-en/

INFO
Tel: 02-259-5217
Address: 115 ชั้น 2 โครงการ Nihonmachi ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ศ. 17:00-23:00 น., ส.-อา. 11:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://th-th.facebook.com/staminaenthailand/

 

14. Gen Pu Kan

เปิดให้บริการในไทยมานานกว่า 11 ปีแล้วสำหรับ Gen-Pu-Kan ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวปิ้งย่าง ส่งตรงจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น การันตีความน่าไปเช็คอินจากหลายเสียงสนั่นโซเชียลเรื่องรสชาติของน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนกับที่ไหน แถมทางร้านยังเสิร์ฟมาให้ทั้งเหยือกแบบที่คุณสามารถเอาไปครีเอทรสชาติเองได้ตามชอบ

มากันที่สาขานิฮอนมาชิ ซึ่งคอนเซ็ปต์จะต่างกับ Gen-Pu-Kan ทองหล่อตรงที่สาขานี้เน้นให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์มากกว่าอะลาคาร์ท (แต่ถ้าต้องการก็สั่งได้) ที่สำคัญราคาถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ ปริมาณ รวมถึงความหลากหลายของเมนู เช่นคอร์ส 599++ บาท ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่อร่อยๆ ของเนื้อหมูนี่บอกได้ว่ามีครบ หรือลิ้นวัวเองทางร้านก็ใส่เข้ามาในรายการแบบไม่มีหวง ยังไม่นับเนื้อสไลซ์, เนื้อสันใน-สันนอก, ซีฟู้ด อีกทั้งตับวัว ขาหมู และปลาไข่ ซึ่ง 3 รายการหลังนี้ถือว่าหาได้ยากที่จะมีในไลน์บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง แต่กับ Gen-Pu-Kan นั้นต่างออกไป เพราะเขาจัดมาให้ลูกค้าได้กินกันแบบไม่อั้นกว่า 90 นาที

อ่านรีวิวร้าน Gen-Pu-Kan ฉบับเต็ม: https://th-th.facebook.com/genpukan.bangkok/

INFO
สาขา โครงการ Nihonmachi

Tel: 02-258-1568
Address: ชั้น 1 โครงการ Nihonmachi ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 16:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://th-th.facebook.com/genpukan.bangkok/

 

15. Suikin Japanese Cuisine

ด้วยทำเลที่ตั้งในโรงแรม Crowne Plaza Bangkok และความโอ่อ่าหรูหราในบรรยากาศ สร้างจินตนาการที่มีต่อร้าน “ซุยคิน” ไว้จนแทบลังเล ว่าอาหารแสนอร่อยอาจจะต้องแลกมาด้วยราคาหฤโหด แต่กลับผิดคาดเมื่อมูลค่าที่จ่ายกับสิ่งที่ได้กลับมาจากร้านอาหารแห่งนี้ ต้องเรียกได้ว่าลูกค้านั้นแทบจะได้กำไรตั้งแต่ด้านนอกจนถึงภายในร้าน ทุกตารางนิ้วตกแต่งสไตล์คลาสสิกในบรรยากาศโอ่โถงที่ทำให้นึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ในประเทศต้นแบบ 

เมนูชูโรงของที่นี่คือ เต้าหู้โฮมเมด ที่กลุ่มผู้ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นร่ำลือกันว่าต้องมาลองสักครั้ง และเมนูเส้นอย่างโซบะและอุด้ง ที่ร้านเลือกใช้เส้นสดทำเองวันต่อวัน กินคู่กับน้ำซุปที่ปรุงจากดาชิสูตรพิเศษ ไปจนถึงอาหารชุดไคเซกิที่ประกอบไปด้วยอาหารประเภทเนื้อย่างและปลาดิบระดับคุณภาพ รวมถึงเซ็ตมื้อกลางวันในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 200 บาทเท่านั้น

Tofu Mori (180 บาท) ชุดเต้าหู้ 4 อย่าง เสิร์ฟในกล่องไม้ดูหน้าตาน่ารัก ทั้งเต้าหู้สูตรต้นตำรับ, เต้าหู้นมสดวาซาบิ, เต้าหู้ถั่วลิสง และเต้าหู้งาดำ 

Kaisen Nabe (480 บาท) ชุดหม้อไฟทะเลที่รวมเอาวัตถุดิบคุณภาพทั้งขาปู กุ้ง ปลาแซลมอน และผักชนิดต่างๆ พร้อมด้วยดาชิ (น้ำสต็อกญี่ปุ่น) ที่ทำจากคัตสึโอะบูชิชนิดพิเศษที่เรียกกันว่า “Hon Karebushi” ที่ได้จากส่วนที่ดีที่สุดของปลาคัตสึโอะอย่างส่วนบริเวณท้อง พร้อมดูแลเก็บรักษาด้วยกระบวนการทางธรรมชาติในอุณหภูมิที่พอเหมาะเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี ที่เมืองมะกุระซะกิ จังหวัดคาโกชิม่า บนเกาะคิวชู บอกเลยว่าหากินได้ยากมาก แม้จะที่ญี่ปุ่นเองก็เถอะ

อ่านรีวิวร้าน Suikin Japanese Cuisine ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/suikin/

INFO
Tel: 098-257-8779
Address:  ชั้น 22 โรงแรม Crowne Plaza Bangkok ถ.พระราม 4
Opening Hours: 11:30-14:00 น., 18:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/SuikinRestaurant/

 

16. Bankara Ramen

อีกหนึ่งร้านราเมนชื่อเสียงโด่งดังทั้งในประเทศญี่ปุ่นเองและในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานและกลิ่นอายต้นตำรับทุกอย่างนับแต่รสชาติจนถึงภาชนะ บรรยากาศ ความทุ่มเทของพนักงานในการต้อนรับทุกครั้งด้วยเสียงดังฟังชัด และความเข้มข้นของน้ำซุปทงคตสึอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างไม่เหมือนใคร เนื่องจากซุปของที่นี่เน้นความเข้มข้นและหนักรส ขึ้นชื่อเรื่องความมันที่ได้จากคอลลาเจนในไขสันหลังกระดูกหมู อาจไม่คุ้นชินสำหรับชาวไทยแต่หากได้ลิ้มลองจะรู้ว่าเหตุใดลูกค้าชาวญี่ปุ่นบางรายจึงเลือกเพิ่มระดับความมันขึ้นไปอีก

แนะนำ 2 ชามที่เราชอบละกัน Chashu Men (255 บาท) ราเมนหน้าตาเรียบง่ายรสต้นตำรับประจำร้าน หอมกลมกล่อมด้วยน้ำซุปซิกเนเจอร์สูตรลับของบังคาระ ปรุงรสด้วยโชยุ เคี่ยวจนได้รสหวานเค็มกำลังดี เลือกใช้เส้นราเมนขนาดกลาง ก่อนโปะมาด้วยหมูชาชู 6 ชิ้นใหญ่ๆ Sankoichi (285 บาท) ราเมนน้ำซุปสีขาวข้นที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกหมู อุดมไปด้วยคอลลาเจนและวิตามินอีที่ดีต่อผิวพรรณ โปะเครื่องมาให้หนักๆ ทั้งหมูชาชู หมูสามชั้นตุ๋นชิ้นใหญ่ เรียงสาหร่ายมาให้อีก 4 แผ่น ก่อนโรยด้วยต้นหอมไทยอีกชุดใหญ่ ชามนี้บอกเลยว่าหน้าตาน่ากินเอามากๆ

อ่านรีวิวร้าน Bankara Ramen ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/bankara/

INFO
สาขาซ.สุขุมวิท 39

Tel: 02-662-5162
Address:  ชั้น 1 The Manor 39 ซ.สุขุมวิท 39
Opening Hours: 11:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/BankaraRamen/?fref=ts

 

17. Unagi Nakamura

สิ่งที่ทำให้ร้าน Unagi Nakamura โดดเด่น นอกจากวิธีปรุงแบบต้นตำรับญี่ปุ่นซึ่งหาได้ยากในไทยแล้ว ที่นี่ยังกำเนิดขึ้นจากความรักและความคลั่งไคล้ในเมนูปลาไหลอย่างแท้จริง นับแต่เข้าสู่วงการอาหารเมื่ออายุ 17 ปี เชฟผู้ก่อตั้งก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะยึดเมนูปลาไหลเป็นทางสายหลัก จากการฝึกฝน บ่มเพาะประสบการณ์ และรวบรวมลูกทีมคนสนิท นำมาสู่ร้านปลาไหลย่างที่หลายคนติดใจ

ร้าน Unagi Nakamura เลือกอนุรักษ์กรรมวิธีดั้งเดิมคือ การเสียบไม้ย่างด้วยเตาถ่าน ทำให้กลิ่นหอม เนื้อนุ่มและหนังด้านนอกไม่เหนียว เมื่อผสานรวมกับซอสสูตรพิเศษของร้าน จึงกลายเป็นปลาไหลย่างรสเลิศตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ทุกประการ

อ่านรีวิวร้าน Unagi Nakamura ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/unagi-nakamura/

INFO
Tel: 02-258-9762
Address: ซ.สุขุมวิท 39 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: อ.-ศ. 11:30-14:00 น., 17:30-22:00 น. ส.-อา. 11:30-15:00 น., 17:00-21:30 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: https://www.facebook.com/sukhmvit39