15 ร้านเนื้อแนะนำสำหรับสายเนื้อที่ต้องการแต่เนื้อเน้นๆ

In Meat We Trust! ใครถือคตินี้และประกาศตนว่าเป็นสายเนื้อเลิฟเวอร์บอกเลยว่ามีเปรมแน่นอน เพราะจำนวน 15 ร้านที่ KIJI คัดสรรจานเนื้อแบบสารพัดสายพันธุ์มาให้ด้านล่าง ทุกร้านล้วนผ่านการชิมอีกทั้งการันตีมาแล้วจากชาวคิจิว่าดีจริง เอาเป็นว่าอร่อยละลายในปากฟินเวอร์ชวนให้น้ำตาไหลแน่นอน

1. Sumi Tei Yakiniku

ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น เมนูส่วนใหญ่ของร้านใช้เนื้อวากิวเกรด A5 แน่นด้วยคุณภาพของเนื้อวากิวญี่ปุ่นขนานแท้ ระดับพรีเมียม สายพันธุ์ญี่ปุ่นขนดำ (Kuroge) จากเมืองคาโกชิม่า ทางร้านดูแลคุณภาพของเนื้อตั้งแต่ต้นสายยันปลายสาย รวมถึงตระเวนหาเนื้อวัวสายพันธุ์ไทยที่มีเกรดที่ดีที่สุดในประเทศด้วยตัวเองอีกด้วย

Tokusen Bara (1,580 บาท) เนื้อวากิว A5 ส่วนท้องด้านใน เสิร์ฟมาพร้อมกับใบรับรองคุณภาพเนื้อ ที่บอกเราตั้งแต่สถานที่เลี้ยงวัว ชื่อคนเลี้ยง และบริษัทจัดส่ง มั่นใจได้เลยว่าจานนี้มาตรฐานเกรดพรีเมียมจริงๆ ไม่ต้องผ่านการปรุงมากมายก็อร่อย แต่หากอยากลองคู่กับน้ำจิ้ม ทางร้านก็มีสูตรพิเศษ 2 สูตร ให้เลือกทั้งสูตรหอมเนยและสูตรเข้มข้น แต่บอกเลยไม่ว่าสูตรไหนก็อร่อย

อ่านรีวิวร้าน Sumi Tei Yakiniku ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/sumi-tei-yakiniku/

INFO
Tel: 091-770-7747
Address: 323/3 โครงการ J-Avenue ซ.ทองหล่อ 13 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ศ. 17:00-22.00 น., ส.-อา. 11:30-14:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Sumi Tei Yakiniku

2. Nami Tepppanyaki Steakhouse

สิ่งที่ควบคู่มากับการกินอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิคือการได้ชมทักษะการปรุงอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ Nami Teppanyaki Steakhouse ที่ในทุกๆ โต๊ะจะต้องมีเชฟคอยประจำการอวดลีลาพร้อมกับปรุงอาหารแต่ละรายการตั้งแต่จานออเดิร์ฟไปจนถึงของหวาน บัญชาการโดยเชฟยูคิโอะ ทาเคดะ หัวหน้าเชฟชาวญี่ปุ่น ผู้คัดสรรวัตถุดิบที่ล้วนแล้วแต่อิมพอร์ตจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะนำทั้งหมดมาครีเอตเป็นเมนูอร่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มาเอนจอยกัน

A5 Miyazaki Sirloin Slice Usuyaki Style 100 Grams Wagyu Sauce (1,800++ บาท) คือไฮไลต์ในซิกเนเจอร์เมนูที่เชฟเลือกหยิบส่วนที่รสชาติเยี่ยมที่สุดอย่างสันนอกของเนื้อมิยาซากิระดับ A5 แล้วนำมาม้วนเข้ากับผักสมุนไพร ก่อนที่จะไปนาบกับกระทะให้พอขึ้นสี เอาเป็นว่ารสส่งเสริมกันพอดิบพอดีกับซอสวากิวที่ออกเปรี้ยว หวาน และเค็ม

อ่านรีวิวร้าน Nami Tepppanyaki Steakhouse ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/nami-teppanyaki-steakhouse/

INFO
Tel: 02-656-7700
Address: ชั้น B โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-อา. 11:30-14:30 น., 18:00-22:30 น.
Holiday: X

3. Yoshinoya

หลายคนอาจจะคุ้นกับบรรยากาศร้านของ Yoshinoya ในโทนสีส้ม – ดำ แต่ตอนนี้หลายสาขาเริ่มปรับให้มีโทนสว่างขึ้น โดยใช้ไม้สีอุ่น ตัวร้านโปร่ง น่านั่ง สบายตา เหมาะเป็นร้านอาหารจานด่วนสำหรับชั่วโมงเร่งรีบแต่อิ่มสบายท้อง และหากสังเกตโลโก้ร้านที่อยู่ตรงชามข้าวหรือหน้าปกเมนูดีๆ ล่ะก็ จะเจอรูปเขาวัวเป็นตัว Y มีเมล็ดข้าว 7 เม็ด และมีเชือกล้อม นั่นสื่อว่าเราจะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ดีตลอดสัปดาห์นั่นเอง



Beef Bowl (129 บาท) ข้าวหน้าเนื้อในตำนานที่ใช้เนื้อ U.S. Beef 100 % ตัวเนื้อนุ่มชุ่มซอสสูตรตำรับโตเกียวแท้ๆ เสิร์ฟพร้อมกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ เนื้อสไลด์บาง เคี้ยวง่าย หวานฉ่ำซอสทั่วทั้งปาก ใครอยากเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็นก็สั่งมาได้เลย

อ่านรีวิวร้าน Yoshinoya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/yoshinoya/

INFO
Tel: 02-663-3888
Address: ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.พระราม 1
Opening Hours: จ.-อา. 10:00-22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Yoshinoya Thailand

4. TokiDoki Curry

ร้านแกงกะหรี่เล็กๆ ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน น่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านที่เราสัมผัสได้ถึงความรักในการปรุงอาหาร ความตั้งใจที่จะมอบรสชาติและประสบการณ์ในการกินข้าวแกงกะหรี่ต้นตำรับแบบญี่ปุ่น

Gyuniku Curry (Size S 135 บาท) ข้าวแกงกะหรี่เนื้อสไลด์บางๆ ที่นำไปตุ๋นจนได้ความนุ่มกำลังดี แกงกะหรี่สีสันสวยงามดูเข้มข้นแต่ไม่เผ็ดมากนัก พร้อมด้วยความหอมจากกลิ่นเครื่องเทศลอยเตะจมูกชัดเจน

อ่านรีวิวร้าน TokiDoki Curry ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tokidoki-curry/

INFO
Tel: 099-346-8800, 02-054-0002
Address: 19/26 ซ.งามวงศ์วาน 62 ถ.งามวงศ์วาน
Opening Hours: 11:00-21:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: TokiDoki Curry

5. Soba Factory

นอกจากเขาจะมีจุดขายเรื่องวัตถุดิบสำคัญของโซบะอย่างบักวีตที่ส่งตรงจากแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุดอย่างเกาะฮอกไกโดแล้ว ทางโซบะ แฟคทอรี่ก็ยังมีเชฟชาวฟุกุโอกะผู้ที่คลุกคลีโซบะมายาวนานอย่าง “โทชิยูกิ โอกาเบะ” มาทำหน้าที่ในการรังสรรค์เมนูอันเอร็ดอร่อยทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เมนูโซบะเสิร์ฟแบบร้อนและเย็นที่ทำจากบักวีต 100% ยากิโทริ ที่มีให้เลือกมากกว่า 10 แบบ ไปจนถึงข้าวหน้าต่างๆ ไซด์ดิช และลันช์เซ็ตที่มากไปกว่าอิ่มท้องคือราคาสุดคุ้มค่าจนบางทีก็คิดว่านี่คือชุดอาหารกลางวันของห้องอาหารในโรงแรมติดแบรนด์แน่ใช่ไหม

Niku Soba (409 บาท) คือหนึ่งในตองอูของร้านที่ต้องจัด ยิ่งใครเป็นสายเนื้อนะคุณเอ้ยบอกเลยว่าพลาดแล้วจะต้องเสียใจ น่ากินมากไหมก็…ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้ซดน้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมพร้อมคีบเส้นโซบะเทกซ์เจอร์ดีอีกทั้งออสเตรเลียนวากิวเข้าปากมันจะฟินสักแค่ไหน ไม่พอเขายังเสิร์ฟมาพร้อมกับยูซุโคโช (Yuzu Kocho) ซึ่งส่วนตัวคิดว่าพอผสมลงไปในน้ำซุป รสชาติที่ได้กลับมาช่างเหมือนกับเปิดโลกใหม่เลยทีเดียว

อ่านรีวิวร้าน Soba Factory ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/soba-factory/

INFO
Tel: 02-059-5999
Address: ชั้นล็อบบี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22
Opening Hours: จ.-อา. 12:00-14:30 น., 17:30-22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Soba Factory

6. Shinsoko Sushi

คุณภาพวัตถุดิบสดใหม่ ซาชิมิที่บรรจงแล่กันแบบคำต่อคำ หลากหลายเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกสรร อีกทั้งคอนเซ็ปต์ของร้านที่สัมผัสได้ว่าจริงใจในทุกอณู เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่หลายคนขอฝากท้องกับ Shinsoko Sushi มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เปิดร้านสาขาแรกที่ถนนสุรวงศ์

Australian Beef Shabu Set (499 บาท) ไม่ใช่แค่เพราะค่าเสียหายที่น่ารักสบายกระเป๋า แต่วัตถุดิบที่มาในชุดนั้นล้วนเต็มที่แถมยังคุณภาพดีจนเราอดที่จะยกนิ้วให้ไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำซุปที่รสชาติแสนจะกลมกล่อม เพราะแค่ซดเปล่าๆ ก็รู้สึกฟินแล้ว ไม่ต้องนึกถึงเลยว่าถ้าได้กินกับเครื่องเคราทั้งหมดพร้อมกันกับน้ำจิ้มที่ทางร้านนั้นก็ได้ปรุงเอง รสสัมผัสแบบมวลรวมมันจะยอดเยี่ยมสักแค่ไหน

อ่านรีวิวร้าน Shinsoko Sushi ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/shinsoko-sushi/

INFO
Tel: 02-074-4419
Address: 9/25 ซ.อรรถกะวี 1 ถ.สุขุมวิท 26
Opening Hours: จ.-อา. 11:30-14:30 น., 18:00-22:30 น.
Holiday: X
Facebook URL: Shinsoko Sushi

7. Cocoro

อิซากายะเล็กๆ ในซอยทองหล่อ 13 ตรงข้ามโครงการ Nihonmura ตัวร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนของเคาน์เตอร์ครัวและเตาเทปปันยากิ แบ่งเป็นที่นั่งได้อีกนิดหน่อย หากมากันหลายคนแนะนำให้ขึ้นลิฟท์มาชั้น 2 ที่แบ่งพื้นที่เป็นห้องส่วนตัวขนาดต่างๆ และสามารถปรับให้เป็นห้องสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ (ที่ทางร้านบอกว่ามาจัดกันบ่อยมาก) รองรับได้เกือบ 30 คน ในบรรยากาศและการตกแต่งทั้งหมด ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกติดกลิ่นโมเดิร์นร่วมสมัยนิดๆ

Nikuzushi (550 บาท) ซูชิเนื้อวากิว A5 จากเมืองเกียวโต เสิร์ฟแบบ 5 รส ทั้ง ต้นตำรับ วาซาบิสับ หอยเม่น ซอสเทริยากิ และรสมะนาวผสมเกลือ นุ่มสุดๆ ไร้คำบรรยาย

อ่านรีวิวร้าน Cocoro ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/cocoro/

INFO
Tel: 02-038-7513
Address: 44/11 ซ.ทองหล่อ 13 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: อ.-ศ. 17:00-LATE., ส.-อา. 12:00-22:00 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: Cocoro Japanses Cuisine

8. Tora Tora Japanese Kitchen

เดิมทีร้าน Tora Tora Japanese Kitchen เน้นเสิร์ฟสเต็กเนื้อจานใหญ่ขนาดต่อพอร์ชั่นก็ราวๆ 300-400 กรัม อย่างเนื้อที่ใช้หลักๆ ก็จะเป็นไทย-เฟรนช์จากฟาร์มโลคอลและเนื้อไทยวากิวสายพันธุ์ ทาจิมะ (Tajima) ก่อนที่ภายหลังจะขยับขยายครีเอตเป็นเมนูอื่นๆ ตามมา เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้น คุณจั๋ง-วรท วิรุฬห์พานิช ผู้ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านบอกกับคิจิ

Steak Don (299 บาท) คือเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งแถมยังเป็นที่ลือลั่นในความอร่อยทั่วโลกโซเชียล โดยจานนี้คุณจั๋งนำเนื้อส่วนสันนอก (Striploin) ของไทย-เฟรนช์มาหมักตามแบบยุโรป กริลล์บนกระทะให้พอสะดุ้งไฟกับเนยและน้ำมันมะกอก ก่อนจะนำมาสไลด์บางแล้ววางบนข้าวญี่ปุ่นที่ผ่านการคลุกกับซอสแบบญี่ปุ่นร้อนๆ เสิร์ฟมาพร้อมไข่ออนเซ็น กระเทียมทอด จบท้ายด้วยต้นหอมซอย ครบสูตรความอร่อยที่คอเนื้อไม่อาจจะต้านทานได้

อ่านรีวิวร้าน Tora Tora Japanese Kitchen ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tora-tora-japanese-kitchen/

INFO
Tel: 064-772-3787
Address: 10/8 ซ.ประดิพัทธ์ 6 ถ.ประดิพัทธ์
Opening Hours: จ.-ศ. 12:00-14:30 น., 17:00-22:00 น., อา. 17:00-22:00 น.
Holiday: วันเสาร์
Facebook URL: Tora Tora Japanese Kitchen

9. Hitachino

สำหรับ Hitachino แห่งนี้ เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะให้ลูกค้าทุกคนได้รับประทานอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยและมีคุณภาพ ได้รับการบริการที่ดี และที่สำคัญต้องให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย มีความเป็นกันเอง และสามารถนั่งรับประทานอาหารหรือสังสรรค์ได้ตลอดทั้งคืน ร้านนี้จึงมีเฉพาะห้องส่วนตัวเท่านั้น มาในโทนไม้สีเข้มให้บรรยากาศดูเรียบร้อยแต่แฝงไว้ซึ่งความพรีเมียมในแบบญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย

Hitachi beef steak (699 บาท) สเต็กเนื้อฮิตาจิ จากฟาร์มปศุสัตว์จังหวัดอิบารากิ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มและความมันของเนื้อ

อ่านรีวิวร้าน Hitachino ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/hitachino/

INFO
Tel: 090-003-6547
Address: ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท (ร้านตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆ ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวรุ่งเรือง)
Opening Hours: อ.-อา. 17:30-24:00 น.
Holiday: วันจันทร์

10. Peko

ร้านอาหารที่เน้นขายเนื้อวัวนำเข้าจาก Ohira Farm บนเกาะฮอกไกโด ด้วยคอนเซ็ปต์ส่งตรงวัตถุดิบสดๆ จากฟาร์มมาถึงเมนูบนโต๊ะอาหารให้คนไทยได้ลิ้มรสชาติเนื้อวัวคุณภาพดี ทางร้านสามารถควบคุมคุณภาพได้ตลอดทั้งกระบวนการ เพราะ Ohira Farm เป็นหนึ่งในกิจการของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นคุณตา เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1979 เลี้ยงวัวตั้งแต่เกิดในฟาร์มสะอาด ปลอดเชื้อ และดูแลโดยพนักงานอย่างเอาใจใส่ จากวัตถุดิบคุณภาพมาถึงอาหารที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน ออกเสิร์ฟในร้านที่ตกแต่งด้วยดีไซน์เก๋ไก๋สไตล์ Hokkaido Garage สามารถนั่งกินอาหารทั้งหนักเบาได้นานๆ อย่างไม่รู้เบื่อ

Today’s Steak (750 บาท) สเต๊กเนื้อที่เลือกใช้แต่ละส่วนเฉพาะแต่ละวัน ทำให้ได้ลิ้มรสชาติของเนื้อที่ต่างออกไปในทุกครั้งที่มากิน

อ่านรีวิวร้าน Peko ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/peko/

INFO
Tel: 083-542-3199
Address: ซ.สุขุมวิท 49
Opening Hours: อ.-ส. 11:30-14:00 น., 17:30- 22:00 น., อา. 11:30-14:00 น., 17:30-21:00 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: Peko

11. Ito-Kacho

เรียบหรูในบรรยากาศ อร่อยเด็ดขาดกับเนื้อพรีเมี่ยม Black Wagyu คงต้องยกให้ร้าน Ito-Kacho ร้านอาหารสไตล์ Fine Yakiniku Dining จากเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับสาขาในไทยที่ตั้งอยู่ในโครงการ Nihonmura Mall ซ.ทองหล่อ 13 กับความงดงามของลวดลายชั้นไขมัน ที่แทรกอยู่ในทุกอณูของเนื้อวัววากิวระดับพรีเมี่ยม ส่งตรงจากฟาร์มจังหวัดกุมมะ ประเทศญี่ปุ่น

Mini Take-Set (1,400 บาท) ชุดมินิทาเกะ ที่รวบรวมเนื้อ Black Wagyu ซิกเนเจอร์ของร้าน ยอดนิยมถึง 6 ชนิด ทั้ง โทโมะบาระ เนื้อวากิวส่วนหน้าอกติดกับช่วงท้อง บอกเลยว่านุ่มชุ่มฉ่ำลิ้น เพราะเป็นส่วนที่มีชั้นไขมันแทรกตัวอยู่ในเนื้อเยอะที่สุด แถมลวดลายยังสวยอีกด้วย นากะบาระ เนื้อแดงส่วนท้อง มีความเหนียวตามธรรมชาติ จึงไม่ควรย่างนานเกินไป อูจิฮารามิ เนื้อส่วนกลางลำตัว มีไขมันแทรกนิดหน่อยจึงไม่เหนียวมากนัก ถือเป็นเนื้อส่วนที่คนญี่ปุ่นชอบเป็นที่สุด ไคโนมิ เนื้อส่วนสันหลังบริเวณซี่โครงด้านขวา ไขมันแทรกอยู่ไม่มากนัก แต่นุ่มสุดๆ ต่อด้วย 2 เนื้อ US ทั้ง คารูบิ เนื้อส่วนลำตัว และสันคอที่ติดเอ็นมานิดหน่อยแต่อร่อยไม่แพ้ใคร จานที่ 2 ต่อด้วย Toku-Jo Gyu Tongue หรือลิ้นวัวนั่นเอง เอาเข้าจริงเราควรแนะนำเป็นจานแรก เพราะคนญี่ปุ่นนิยมกินลิ้นวัวเป็นจานแรก ก่อนจะย่างเนื้อในจานอื่นๆ จานนี้เสิร์ฟคู่กับซอสเกลือสูตรของทางร้าน วิธีการคือค่อยๆ ย่างลิ้นวัวทีละด้าน บีบมะนาวพร้อมกับราดซอสเกลือลงบนลิ้นวัวเมื่อใกล้สุก ได้สัมผัสกรุบๆ เวลาเคี้ยว

อ่านรีวิวร้าน Ito-Kacho ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ito-kacho/

INFO
Tel: 02-185-3338
Address: ชั้น 1 โครงการ Nihonmura Mall ซ.ทองหล่อ 13
Opening Hours: จ.-อา. 17:00-24:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Itokacho Thailand

12. Tong Teppan

ย่านประตูน้ำอันสุดแสนจะคึกคักวุ่นวาย ภายในซอยราชปรารภ 8 กลับมีร้านอาหารแนวเทปปันยากิเล็กๆ แทรกตัวอยู่ในซอยนี้มากว่า 2 ปี กับความอร่อยเลอค่าหรูหราระดับทองคำในชื่อ “Tong Teppan” ร้านเทปปันยากิสไตล์ญี่ปุ่นขนาด 8 ที่นั่ง ที่นำเสนอวัตถุดิบหลักอย่าง เนื้ออาคิตะ (Akita) เนื้อวากิววัวสายพันธุ์ดำจากจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยระดับมาร์เบิ้ลสกอร์ A 5 คุณภาพสูงสุดของการจัดอันดับเนื้อวัว ซึ่งความพิเศษนี้ อยู่ที่การจำกัดการเลี้ยงแค่ปีละ 3,000 ตัว เพื่อควบคุมคุณภาพของประชากรวัว และในแต่ละปีจะส่งออกเนื้อวัวอาคิตะเพียงแค่ 300 ตัวเท่านั้น ซึ่งเนื้อทั้งหมดที่จะถูกส่งออกนี้ ดูแลตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน การันตีโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอาคิตะเลยทีเดียว

Akita Beef Suki – Ribeye A5 (1,190 บาท) เนื้ออาคิตะสไลด์บางๆ ย่างบนกระทะร้อน ก่อนราดด้วยซอสสุกี้สูตรของทางร้าน เทคนิคอยู่ที่ความรวดเร็วในการย่างที่ใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาที เพื่อให้เนื้อยังคงความนุ่มและไม่มีกลิ่น รวมถึงช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าเนื้อยิ่งขึ้น

อ่านรีวิวร้าน Ito-Kacho ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tong-teppan/

INFO
Tel: 063-282-4569
Address: 59/2 ซ.ราชปรารภ 8 ถ.ราชปรารภ
Opening Hours: จ.-อา. 11:30-14:30 น., 18:00-22:30 น.
Holiday: วันพุธ
Facebook URL: Tong Teppen

13. Wagyuism

ตั้งถิ่นฐานแผ่ลัทธิวากิวอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 5 พร้อมแฮ็ทแท็กประจำร้านว่า #ร้านที่มีเมนูเนื้อวากิวเยอะที่สุดในประเทศไทย  ที่เริ่มจากความชื่นชอบเนื้อวากิวที่ประเทศญี่ปุ่นของคุณพิ้งค์ และ คุณแพรว พี่น้องสองสาวที่บินไปประมูลเนื้อกันถึงโกเบและฮอกไกโด ก่อนกลับมาพร้อมความดีงามของเนื้อวากิวนำมาขายและส่งต่อให้คนไทยที่รักเนื้อเป็นชีวิตจิตใจได้สัมผัสคุณภาพเนื้อที่ดีที่สุดดั่งที่ทั้งสองได้รับ แต่เนื่องจากในสังคมเมืองปัจจุบันการทำอาหารในพื้นที่อยู่อาศัยมีจำกัด ถึงมีเนื้อวากิวที่ดีมากอยู่ในมือบางทีอาจไม่คุ้มค่าถ้าทำเอง จึงเกิดเสียงเรียกร้องของลูกค้าหลายต่อหลายคนให้ทั้งสองเปิดร้านปรุงเนื้อชั้นดี Wagyuism จึงได้เกิดขึ้นมาและเพิ่มเป้าหมายใหญ่ขึ้นไปกว่าการมีเนื้อวากิวที่ดีนั่นคือการทำร้านให้เป็นสเต๊กเฮาส์ที่มีเมนูวากิวมากที่สุดในไทยนั้นเอง!

 

Grilled Wagyu White Miso (460 บาท) เนื้อวากิวญี่ปุ่นหมักซอสไวท์มิโซะรสชาติเข้มข้น หมักไว้ในเวลาที่เหมาะสมจึงได้รสชาติกลมกล่อมนุ่มลิ้น เวลากินให้จิ้มกับไข่แดงดองสีส้มสไตล์ญี่ปุ่น ใครที่ชอบไข่แดงดองอยู่แล้วบอกเลยว่าห้ามพลาด

อ่านรีวิวร้าน Wagyuism ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/wagyuism/

INFO
Tel: 082-232-2323
Address: 110/9 ซ.อารียสัมพันธ์ 5
Opening Hours: จ.-อา. 11:30-15:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Wagyuism

14. Tetsu

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Contemporary Japanese ที่โดดเด่นด้านวัตถุดิบนำเข้ารวมถึงการสร้างสรรค์แต่ละเมนูออกมาได้อย่างร่วมสมัยและน่าสนใจ เข้ากันกับบรรยากาศร้านที่ดูเรียบง่าย ส่วนตัว เหมาะกับการรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่าง แต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งความเท่กับชุดเฟอร์นิเจอร์หินอ่อนและงานไม้สีเข้ม บวกกับการตกแต่งอย่างผนังอิฐโทนสีส้มตัดกับชุดโครงเหล็กสีดำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Yakiniku

Mixed Omi Wagyu Beef Platter (2,900 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน เนื้อวัว Omi นำเข้าจากฟาร์มเมืองชิงะ ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น

อ่านรีวิวร้าน Tetsu ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tetsu/

INFO
Tel: 02 160 5722
Address: ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า Central Embassy
Opening Hours: จ.-อา. 10:00 – 22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: TETSU

15. Fatboy Sushi

ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เน้นเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ Fatboy Sushi จะมีวัตถุดิบที่ค่อนข้างวาไรตี้ ไม่ว่าจะเป็นหมูอิเบอริโค (Iberico) จากสเปน, ฟัวกราส์, เห็ดทรัฟเฟิล, เนื้อลูกแกะ ไปจนถึงเนื้อดังรสชาติอร่อยของบ้านเราอย่างวากิวโคราช ในขณะเดียวกันทางร้านก็ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีการปรุงอาหารในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ดังจะเห็นว่าหน้าตาอาหารของที่ร้านซึ่งยังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นแดนอาทิตย์อุทัยเอาไว้นั่นเอง

Fat Bastard (380 บาท) ซูชิหน้าล้นที่มีวากิวเป็นเมนอินกรีเดียนท์ เสริมทัพด้วยฟัวกราส์, คาเวียร์, เห็ดทรัฟเฟิล, ไข่นกกระทาออนเซ็น, อิคุระ, ไข่ปลาบิน อีกทั้งซอสปลาไหลที่ทางร้านลงมือเคี่ยวเอง เวลากัดเข้าไปเต็มๆ คำจะได้ทั้งความนุ่มฟินจากวากิวพร้อมๆ กับเทกซ์เจอร์กรุบกรอบเคี้ยวมัน ที่ทั้งหมดนวลละมุนเข้าด้วยกันด้วยไข่นกกระทาออนเซ็น

อ่านรีวิวร้าน Fatboy Sushi ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/fatboy-sushi/

INFO
Tel: 090-419-9969
Address: 35/7 ซ.ยมราช ถ.ศาลาแดง
Opening Hours: จ.-อา. 12:00-14:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday: X
Facebook URL: Fatboy Sushi