13 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด ฟิลบ้านเพื่อน

“บรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่บ้านเพื่อน” เห็นบ่อยเหลือเกิน กับประโยคโฆษณาบรรยากาศอะไรประมาณนี้ เอาเข้าจริงก็พอเข้าใจได้แหละ ว่าร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ ดูผ่อนคลายแบบเป็นกันเองเสมือนไปนั่งกินข้าวบ้านเพื่อนเนี่ย มันชวนให้เจริญอาหารขึ้นอีกเป็นกอง ไม่ต้องหยิบสูทผูกเนคไท ไม่ต้องออกอาการเขินอายหรือประหม่า จะพูดคุยเฮฮาหัวเราะเสียงดัง (บ้าง) ก็ไม่ต้องเกรงสายตาโต๊ะข้างๆ ให้ขุ่นข้องหมองใจ

13 ร้านอาหารญี่ปุ่นต่อไปนี้ คิจิคัดมาให้เรียบร้อย ทั้งบรรยากาศดิบๆ ง่ายๆ สบายแบบบ้านเพื่อน ทั้งรสชาติในแบบญี่ปุ่นต้นตำรับ ทั้งราคาอาหารที่ไม่แพงเกินไปนัก และที่สำคัญคงเป็นการบริการด้วยหัวใจของทางร้าน ที่ทำให้ร้านเล็กๆ เหล่านี้ เสมือนเป็นบ้านของลูกค้าหลายๆ ท่านไปแล้ว

• • • • • •

1. Nippon Ichiban

แม้จะเข้าสู่ปีที่ 6 แต่ก็ยังคงความอบอุ่นกันเองไม่เคยเปลี่ยนแปลง สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ บนถนนข้าวสาร และน่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเดียวบนถนนที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้อีกด้วย

“นิปปอน อิจิบัง” ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดโฮมเมดที่ดูแลกันเองภายในครอบครัว ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารบนถนนข้าวสาร (ตรงข้ามแมคโดนัลด์) มีเมนูต่างๆ ให้เลือกค่อนข้างเยอะใช้ได้ทั้งซูชิ ราเมน อุด้ง ดงบุริและข้าวแกงกะหรี่ เมนูของทอดต่างๆ ชุดปิ้งย่าง ไปจนของกินเล่นอย่างโอโคโนมิยากิและอื่นๆ แถมราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพและความอร่อย ต้องบอกว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

ประตูทางเข้าเล็กๆ เดินขึ้นไปสู่ชั้น 2 ที่ตั้งของร้าน

ด้วยธุรกิจแรกเริ่มจากบริษัททัวร์ ความสนิทสนมกับนักท่องเที่ยวย่านถนนข้าวสาร บวกกับความชื่นชอบส่วนตัวในอาหารญี่ปุ่น ทำให้เสน่ห์อีกอย่างของร้านนี้คือกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวยุโรป ที่บางรายถึงกับผูกปิ่นโตสมัครเป็นลูกค้าประจำกันเลยทีเดียว

คิจิแนะนำเมนู Tom Yum Ramen รวม 2 รสชาติจาก 2 วัฒนธรรมอาหาร น้ำซุปโชยุกลิ่นหอมรสกลมกล่อมออกเค็มนิดๆ ผสานกับความเผ็ดและความแซ่บจากพริกขี้หนูสวน มะนาว แม้น้ำซุปจะดูใสแต่ให้รสเผ็ดแซ่บจัดจ้านถึงใจ สั่งเถอะถือว่าเราขอ

Tom Yum Ramen (170 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Nippon Ichiban ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tong-teppan/

INFO
Tel: 02-282-3849
Address: 46/1 ชั้น 2 อาคารตรงข้ามแมคโดนัลด์ ถ.ข้าวสาร
Opening Hours: 15:00-23:00 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: ร้านอาหารญี่ปุ่น นิปปอนอิจิบัง NIPPON ICHIBAN

 

2. Tokidoki Curry

ร้านแกงกะหรี่เล็กๆ ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน น่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านที่เราสัมผัสได้ถึงความรักในการปรุงอาหาร ความตั้งใจที่จะมอบรสชาติและประสบการณ์ในการกินข้าวแกงกะหรี่ต้นตำรับแบบญี่ปุ่น

เจ้าของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นอีกหนึ่งท่านที่หลงรักเสน่ห์ของประเทศไทย จนย้ายมาลงหลักปักฐานเปิดร้านอาหารในย่าน ม.เกษตร แห่งนี้ ด้วยทักษะฝีมือในการปรุงแกงกะหรี่ บวกกับมนุษยสัมพันธ์ที่เป็นกันเอง พูดคุยสนุกสนานและเอาใจใส่ ทำให้ลูกค้าหลายๆ คนโดยเฉพาะนักศึกษาย่านนี้ มากินกันอยู่บ่อยๆ

คิจิแนะนำ Cheese Katsu Curry ข้าวแกงกะหรี่ทงคัตสึห่อชีส กรอบนอกนุ่มในด้วยสูตรเฉพาะตัว ซึ่งแกงกะหรี่ของร้านนี้ต้องบอกว่าโฮมเมดสุดๆ พิถีพิถันตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบทั้งผักผลไม้และเครื่องเทศต่างๆ รวมแล้วเกือบ 30 ชนิด ใช้เวลาเคี่ยวซอสเกือบหนึ่งวัน โดยมีลำดับขั้นตอนในการใส่วัตถุดิบต่างๆ ก่อน-หลังชัดเจน

Cheese Katsu Curry (Size L 155 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Tokodoki ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tokidoki-curry/

INFO
Tel: 099-346-8800, 02-054-0002
Address: 19/26 ซ.งามวงศ์วาน 62 ถ.งามวงศ์วาน
Opening Hours: 11:00-21:00 น.
Holiday:
Facebook URL: TokiDoki Curry

 

3. Okinawa Kinjo

มาแถวพระโขนง ยังไงก็ต้องมาร้าน “โอกินาว่า คินโจ” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่าที่ดูเท่และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างมาก กับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแบบอิซากายะและเสน่ห์แห่งเกาะโอกินาว่า

ชั้นที่ 1-3 เป็นห้องสำหรับรับประทานอาหาร ถ้าใครมากับเพื่อนๆ เราแนะนำชั้น 2-3 จะดีกว่า ปูเสื่อ นั่งพื้น มีเบาะรองนั่ง ยิ่งได้การตกแต่งง่ายๆ อย่างโคมไฟลูกกลมๆ ที่ห้อยอยู่กับเพดาน โปสเตอร์และภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ในเกาะโอกินาว่า รวมถึงวิถีชีวิตของชาวโอกินาว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ

ส่วนชั้น 4 นี่คือเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของที่นี่ Livecube ห้องแสดงดนตรีสดขนาดย่อม ที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนศิลปินหลากหลายแนวดนตรี ทั้งศิลปินพื้นบ้านจากเกาะโอกินาว่า ศิลปินอินดี้ร่วมสมัยทั้งจากญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่นๆ ใครสนใจไปกดไลค์เพจร้านได้เลย และแน่นอนอาหารของที่นี่ก็มีเอกลักษณ์เช่นกัน นั่งไล่เปิดเมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นบ้านโอกินาว่าที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากร้านญี่ปุ่นอื่นๆ และที่สำคัญอร่อยแถมราคาไม่แพงอีกด้วย

Sata Andagi (ลูกละ 10 บาท) ขนมโดนัทสไตล์โอกินาว่า ที่ดูง่ายๆ แต่อร่อยชะมัด ปกติทางร้านจะแจกให้ลูกค้าทุกคนเป็นเมนูของหวานปิดท้าย คนละ 1 ชิ้น แต่ถ้าใครติดใจอยากสั่งเพิ่ม ที่ร้านก็ไม่ว่าอะไร

Uyaki (220 บาท) โซบะโอกินาว่า ใช้เส้นโซบะท้องถื่นของทางโอกินาว่า เข้ากันกับซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ นานหลายชั่วโมง ท็อปมาด้วยหมูสามชั้น ซี่โครงหมู และที่ขาดไม่ได้คือขาหมูที่ว่ากันว่า นี่คืออาหารของจักรพรรดิแห่งโอกินาว่า

อ่านรีวิวร้าน Okinawa Kinjo ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/okinawa-kinjo/

INFO
Tel: 099-346-8800, 02-054-0002
Address: 19/26 ซ.งามวงศ์วาน 62 ถ.งามวงศ์วาน
Opening Hours: 11:00-21:00 น.
Holiday:
Facebook URL: TokiDoki Curry

 

4. Ari Recipe

“อารีย์ เรซิพี” ร้านอาหารบรรยากาศกึ่งคาเฟ่เล็กๆ ในย่านสุดฮิปอย่างอารีย์ กับคอนเซ็ปต์ Home-cooked Taste / Natural Food ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนมีคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเข้าครัวทำอาหารให้กิน

บรรยากาศร้านและการตกแต่งทั้งหมดต้องบอกว่าน่ารักเอามากๆ ผนังสีเหลืองตุ่นๆ ดูอบอุ่นเข้ากันกับพื้นไม้สีเข้มและเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาว แสงแดดอ่อนๆ สะท้อนผ่านกระจกใส สดชื่น สบายตาด้วยพันธุ์ไม้ที่จัดวางตามมุมต่างๆ จะถ่ายรูปมุมไหนจุดไหนก็ดูสวย ดูน่ารักไปซะหมด

คิจิแนะนำ Mushi-Shabu-Buta ชาบูหมูคุโรบูตะ เสิร์ฟพร้อมซุปประจำวัน ข้าวผัดคลุกสาหร่ายฮิจิกิ เครื่องเคียงต่างๆ และของหวานอย่างเต้าหู้พานาคอตต้า จานต่อไปเราแนะนำเป็น Curry Rice Set (beef) ข้าวแกงกระหรี่เนื้อสูตรโฮมเมด เลือกใช้เนื้อส่วนแก้มที่นำไปเคี่ยวกับซอสแกงกะหรี่และผักต่างๆ จนรสชาติซึมเข้าเนื้อ

Mushi-Shabu-Buta (420 บาท)

Curry Rice Set (350 บาท), Aomori Apple (190 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Ari Recipe ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ari-recipe/

INFO
Tel: 065-385-5565
Address: 19/2 ซ.อารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน
Opening Hours: จ.-พฤ.11:00-23:00 น., ศ.-ส.11:00-24:00 น., อา.11:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: Ari recipe

 

5. Kelly’s Another 41

สาขาที่สองของร้านเทอริยากิบาร์เท่ๆ นามว่า “เคลลี่ส์” ที่เพิ่งจะเปิดได้ประมาณ 3-4 เดือน ถึงแม้ไซส์จะเล็กกว่าสาขาแรกไปบ้าง แต่ยังคงดูเท่ในแบบบาร์ญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น ที่ให้กลิ่นอายความเป็นไอริชบาร์หน่อยๆ โดยเฉพาะมุมเคาน์เตอร์บาร์ไม้สีเข้มที่เต็มไปด้วยขวดเครื่องดื่มสวยๆ กับผนังอิฐบล็อกที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบาร์ฝรั่งได้ไม่ยาก

ยากิโทริของที่นี่แค่เห็นแว่บเดียวก็รู้เลยว่าไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง หมูสไลซ์พันผักกาดแก้วย่างที่หน้าตาดูสวยงามน่ากิน ซึ่งยากิโทริของร้านนี้มาในสไตล์ “Yasai Kushiyaki” เน้นการใช้ผักมาเสียบหรือโรลคู่กับเนื้อสัตว์ต่างๆ

หมูสไลซ์พันผักกาดแก้วย่าง  (80 บาท) เสิร์ฟพร้อมคาราชิหรือมัสตาร์ดในแบบญี่ปุ่น บอกเลยว่าอร่อยมาก สั่งเถอะๆ

อ่านรีวิวร้าน Kelly’s Another 41 ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kellys-another-41/

INFO
Tel: 02-382-0141
Address: ซ.สุขุมวิท 41 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 17:30-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: Teriyaki Bar Kelly’s

 

6. Shiawase Shokudo Fukuichi

ใครจะไปคิดว่าในซอยเล็กๆ ริมถนนอ่อนนุช จะมีร้านอิซากายะแอบซ่อนตัวอยู่ ร้านสวยแบบชิลๆ ดูสบายเป็นกันเอง และที่สำคัญเราบอกไว้ตรงนี้เลยว่าราคาอาหารถูกมากๆ

Shiawase Shokudo Fukuichi หรือเรียกแบบสั้นๆ ว่า “ฟุคุอิจิ” ร้านอิซากายะเล็กๆ ของคุณโชอิจิ อิชิฮาระ (Shoichi Ishihara) ผู้มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอิซากายะมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นแฟนคลับตัวยงของทีมเบสบอล Hanshin Tigers จึงไม่ต้องสงสัยเลย ถ้าจะเห็นเสื้อเบสบอลของทีมนี้และถึงทีมอื่นๆ แขวนอยู่ทั่วร้าน รวมไปถึงของสะสมต่างๆ พร้อมลายเซ็นของนักเบสบอลคนโปรด เห็นแล้วเราก็เชื่อได้ทันที ว่าแกชอบและคลั่งไคล้ในกีฬาเบสบอลจริงๆ

Beni Shoga Ten (90 บาท) ขิงดองเทมปุระ เมนูกับแกล้มสไตล์คันไซ 

Torikara Yukimi Oroshi Set (210 บาท) ชุดไก่ทอดราดซอสหัวไชเท้า เมนูเซ็ตราคาประหยัดที่มีขายตลอดทั้งวัน เสิร์ฟพร้อมข้าว ซุป และสลัดไก่ทอดที่กรอบกำลังดี เข้ากันกับซอสหัวไชเท้าที่เพิ่มความพิเศษด้วยการผสมมายองเนส

อ่านรีวิวร้าน Shiawase Shokudo Fukuichi ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/shiawase-shokudo-fukuichi/

INFO
Tel: 062-998-6192
Address: 235/12 ซ.อ่อนนุช 1 ถ.สุขุมวิท 77
Opening Hours: จ.-ศ.17:30-24:00 น., ส.-อา.11:30-14:00., 17:00-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: http://福いち

 

7. Baan Nakatani

บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ตั้งอยู่ท้ายซอย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มองจากภายนอกถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชะอุ่ม แต่ใครจะรู้ว่าที่นี่คือสวรรค์ของคนรักเนื้อที่ต้องมาลองลิ้มกันสักครั้ง

ด้วยบรรยากาศภายนอกที่ดูสบายตา และภายในที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ให้บรรยากาศแห่งความอบอุ่น ทั้งยังแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว โซนชั้นล่างแยกเป็นพื้นที่สำหรับปิ้งย่างยากินิกุ สุกี้ยากี้และชาบูชาบู ด้านในของตัวบ้านมีบันไดสำหรับขึ้นไปโซนชั้นบน แบ่งเป็นห้อง VIP หลายขนาดสำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะหรือต้องการความเป็นส่วนตัว

Baan Nakatani ถือว่าเป็นร้านเนื้อที่นำเข้าสุดยอดเนื้อวากิวของญี่ปุ่น สำหรับคนรักชาบูชาบู สุกี้ยากี้ และปิ้งย่างยากินิกุโดยเฉพาำ ซึ่งทั้งหมดมี 6 ราคาให้เลือกสั่ง (999 / 1,380 / 1,680 / 1,980 / 2,980 / 3,500 บาท)  เลือกประเภทอาหารได้ 2 อย่าง แต่ละราคาจะต่างกันที่คุณภาพของเนื้อ แต่เราขอยืนยันเลยว่าไม่ว่าราคาไหนก็อร่อยไม่แพ้กันและที่สำคัญไม่จำกัดเวลาความอร่อย นอกจากนี้ยังแบบอะลาคาร์ทให้เลือกสั่งอีกด้วย

อ่านรีวิวร้าน Baan Nakatani ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/baan-nakatani/

INFO
Tel: 02-651-0550
Address: 63 ซ.สุขุมวิท 11 (ซ.ไชยยศ) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 11:30-14:00 น., 17:30-22:00 น
Holiday:

 

8. The Crib

“เดอะ คริบ” เป็นคำแสลง ให้ความหมายถึงคำว่า “บ้าน” คงเพราะขนาดร้านกระทัดรัด การตกแต่งที่ดูคึกคักสนุกสนานให้บรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงการพูดคุยและการบริการที่มีความเป็นกันเอง เราจึงลงความเห็นว่า นี่แหละ-เหมาะสมที่สุดแล้วกับชื่อนี้

ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดโฮมเมดไซส์เล็กภายในซอยเล็กๆ ย่านเอกมัยของ “เชฟเบนซ์” ผู้เป็นทั้งเชฟ เจ้าของร้าน และคุณครูสอนทำอาหารในคราวเดียวกัน จากความรักในการทำอาหาร และความสนใจในวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยจุดเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น เรียนรู้ พัฒนา ฝึกฝนทักษะการทำอาหารอยู่นาน จนสร้างฝันได้สำเร็จ

Ika Tonbi Yum-Thai Style (149 บาท) ยำปลาปากหมึกสุดแซ่บที่ใช้เครื่องปรุงญี่ปุ่นอย่างซอนพอนสึ ผสมผสานกับน้ำยำและเครื่องปรุงแบบไทยๆ ให้รสเปรี้ยว เผ็ด ติดหวานนิดๆ 

Salmon Aburi Don (ราคาโปรโมชั่น 185 บาท) ข้าวหน้าปลาแซลมอนเผาไฟ ที่เชฟทำการกริลล์ผิวปลาแซลมอนให้พอมีกลิ่นหอม แต่ยังคงความนุ่มลิ้นแบบที่คุ้นเคย พร้อมราดด้วยซอสมิโซะไซเกียวที่เชฟทำเองอีกเช่นกัน

อ่านรีวิวร้าน The Crib ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/the-crib/

INFO
Tel: 084-929-1117
Address: 379/6 ซ.สุขุมวิท 43 (ร้านอยู่ในซอย ตรงข้ามเอกมัย ซ.24) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: อ.-อา. 17:30-23:00 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: The Crib – Japanese Sushi & Fusion Restaurant

 

9. Hachimaru

อิซากายะน้องใหม่สัญชาติญี่ปุ่นย่านพระโขนง แอบสอบถามพนักงานร้านได้การว่าเพิ่งเปิดได้ไม่นานแค่เดือนกว่าๆ เอง มาในคอนเซ็ปต์ที่เน้นเมนูอาหารประเภทกับแกล้มชัดเจน อร่อยได้ในราคาถูกทุกเมนูเพียง 80 บาทเท่านั้น รวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกันตามสไตล์อิซากายะ

ตัวร้านมี 2 ชั้น การตกแต่งทั้งหมดมาในสไตล์โมเดิร์นอิซากายะ อย่างเคาน์เตอร์บาร์ ผนังปูนเปลือย ผนังอิฐบล็อก เบาะรองนั่งลายช้างไทย สำหรับเมนูอาหารอย่างที่บอกว่าที่นี่เน้นเมนูกับแกล้มเป็นหลัก เสิร์ฟเป็นจานหรือเป็นชุดไซส์เล็กๆ มีให้เลือกหลากหลายทั้งโอเด้ง ชุดของทอดเสียบไม้ ชุดของปิ้งย่างที่เสิร์ฟพร้อมเตาเล็กๆ ให้มาทำเองที่โต๊ะ รวมไปถึงซุชิ ซาชิมิ ก็มีให้เลือกเหมือนกัน นับรวมๆ แล้วเกือบ 100 เมนูน่าจะได้

หอยลายอบพริกเนย

กุ้งขาวไซส์กำลังดี เสิร์ฟพร้อมเตา

อ่านรีวิวร้าน Hachimaru ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/hachimaru/

INFO
Tel: 02-052-1468, 080-092-8813
Address: ซ.ปรีดี พนมยงค์ 1 ถ. สุขุมวิท 71 ใกล้ BTS สถานีพระโขนง (สามารถเดินเข้าทางโครงการ W District)
Opening Hours: 17:00-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: 大衆酒場 Hachimaru

 

10. Kumamura Food.Bar

แอบอิจฉาชาวบางซื่อนิดหน่อย ถ้าจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ แถมบรรยากาศดีอยู่ใกล้ๆ บ้านแบบนี้ คงเพราะความโดดเด่นเกินอาคารใกล้เคียง สำหรับอาคารสองชั้นหนึ่งคูหาริมถนนเตชะวานิชย่านบางซื่อ ดึงดูดสายตาด้วยงานไม้สีเข้มที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงแต่แฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยนของธรรมชาติ พรรณไม้ต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสมดูสวยงาม

ที่นี่มีบรรยากาศร้านกึ่งบาร์ที่ให้ความรู้สึกแบบเป็นกันเอง การตกแต่งโดยรวมแม้ไม่ได้มีสไตล์ที่ชัดเจนแต่กลับดูสนุกสนานและมีเสน่ห์ อย่างกำแพงและผนังของร้าน ที่โชว์ร่องรอยความไม่สมบูรณ์ด้วยลวดลายผุกร่อนแต่ดูสวยงาม หลอดไฟดวงเล็กๆ ที่ห้อยโยงระย้าบนเพดาน

คิจิแนะนำ Mixed hon maguro Sushi ปลาทูน่าครีบน้ำเงินกับเนื้อส่วนที่ดีที่สุดทั้ง โอโทโร่ ชูโทโร่ และอากามิ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษฟรีซูชิแซลมอนอีก 3 คำ (สอบถามโปรโมชั่นได้ที่ร้าน) และ Hakata Wagyu A3 ซูชิเนื้อวากิวนำเข้าจากเมืองฮากาตะ ท็อปมาด้วยวาซาบิและไข่กุ้ง

Mixed hon maguro Sushi (650 บาท)

Hakata Wagyu A3 (250 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Kumamura Food.Bar ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/kumamura-food-bar/

INFO
Tel: 02-001-0300, 092-451-2145
Address: 662 ถ.เตชะวานิช (ใกล้ MRT สถานีบางซื่อ)
Opening Hours: จ.-พฤ. 11:30-23:00 น., ศ.-อา. 11:30-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: Kumamura Food.Bar

 

11. Sendai Kamajinya

ร้านราเมนขนาดเล็กโดยเชฟชาวญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 23 ที่พอตกดึกๆ แอบคึกคักเปลี่ยนเป็นอิซากายะสนุกสนาน และมีอาหารให้เลือกหลากหลายเพิ่มขึ้น ทั้งของกินเล่นแบบกับแกล้ม ข้าวแกงกะหรี่ ดงบุริ หรือแม้แต่ซูชิ

ตัวร้านมี 2 ชั้น ตกแต่งเรียบง่ายได้บรรยากาศที่เป็นกันเอง ดูย้อนยุคนิดหน่อยด้วยโปสเตอร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นวินเทจเรื่องต่างๆ รวมๆ แล้วได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นออริจินัลได้ดีเลยทีเดียว

คิจิแนะนำ Hiyashi Ramen ราเมนสูตรเย็นแบบใส่น้ำแข็งดูแปลกดีเหมือนกัน โปะมาด้วยหมูชาชูและผักหลายชนิด สดชื่นด้วยซุปใสสีน้ำตาลอ่อน เย็นๆ ให้รสเค็มกลมกล่อม จับคู่กับเส้นราเมนขนาดเล็กแบบหยิกงอเล็กน้อย และ Tan Tan Men ราเมนน้ำขลุกขลิกเผ็ดติดปลายลิ้น โปะมาด้วยหมูสับผัดซอสกลิ่นหอมรสเข้มข้น

Hiyashi Ramen (220 บาท)

Tan Tan Men (190 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Sendai Kamajinya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/sendai-kamajinya/

INFO
Tel: 02-258-4238
Address: 18/8 ซ.สุขุมวิท 23 ถ.สขุมวิท
Opening Hours: 11:00-14:30 น., 17:00-LATE
Holiday:

 

12. Shimi Shabu

เดินทางฝ่าแดดร้อนๆ เลี้ยวเข้าในซอยประติพัทธิ์ 19 ย่านสะพานควาย ไปกินบุฟเฟ่ต์ชาบูและปิ้งย่างราคาประหยัด กับร้านบรรยากาศดี ชื่อน่ารักๆ “ชิมิ ชาบู” ที่นี่เปิดมากว่า 10 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นร้านบุฟเฟ่ต์แรกๆ ของย่านนี้ก็ว่าได้

โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่มีความเป็นบ้านสูงมาก ทั้งของตกแต่งร้านหรือชุดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากร้านอื่นๆ เพราะเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ แวดล้อมด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ทั่วบริเวณ สร้างความร่มรื่นดูสบายตา

รายละเอียดบุฟเฟ่ต์ของที่นี่แยกเป็นบุฟเฟ่ต์ชาบู ราคา 389 บาท บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ราคา 439 บาท และไม่มีเซอร์วิสชาร์จใดๆ ที่สำคัญทั้งหมดนี้ สามารถนั่งรับประทานกันได้ยาวๆ ไม่มีการกำหนดเวลา ด้วยความตั้งใจของทางร้านที่อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการรับประทานอาหาร ได้นั่งสนทนาอย่างออกรส และค่อยๆ กินแบบไม่ต้องรีบร้อน

อ่านรีวิวร้าน Shimi Shabu ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/shimi-shabu/

INFO
Tel: 02-357-1390
Address: 22 ซ.ประติพัทธิ์ 19 ถ.ประติพัทธิ์
Opening Hours: จ.-ศ. 11:30-14:00 น., 17:30-23:00 น.
ส.-อา. 11:30-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: ชิมิ ชาบู – Shimi Shabu

 

13. Yoisho Izakaya

ปิดท้ายด้วยอิซากายะย่านเอกมัย ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความหลงใหลในราเมนจากการ์ตูนญี่ปุ่นมาตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด Food Truck อาหารญี่ปุ่นชื่อ “นักต้มตุ๋น” ที่ขับตระเวนขายอาหารญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศไทย ก่อนที่จะมาเปิดร้าน Yoisho Thai Style Izakaya ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่สำหรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มานั่งกินดื่ม พูดคุยทำความรู้จัก และพบปะสังสรรค์อย่างครึกครื้น

คิจิแนะนำ ราเมนแห้งไก่ย่าง ราเมนแบบแห้งโรยหน้าด้วยหัวหอมเจียว รสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับไก่ย่างเนื้อนุ่มที่ถูกหมักซอสจนเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมกับแผ่นแป้งเกี๊ยวทอดกรอบที่ช่วยเพิ่มสัมผัสความกรุบกรอบเข้าไปให้กับราเมนชามนี้ และ คารามิโซะราเมน ราเมนมิโซะเผ็ดร้อนด้วยเครื่องเทศและน้ำพริกรายุ เข้มข้นด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกเป็นเวลานานกว่า 30 ชั่วโมง จนความหวานมันจากกระดูกออกมาอยู่ในน้ำซุปจนหมดทำให้น้ำซุปทุกหยดหอมเข้มข้น

ราเมนแห้งไก่ย่าง (190 บาท)

คารามิโซะราเมน (190 บาท)

อ่านรีวิวร้าน Yoisho Izakaya ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/yoisho-thai-style-izakaya/

INFO
Tel: 086-989-5695
Address: เอกมัยคอมเพล็ก (Ekkamai Complex) อยู่ตรงข้าม ซ.เอกมัย 24 (ซ.สุขุมวิท 63) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: อ.-พฤ. 17:00-22:00 น., ศ.-ส. 17:00-23:00 น.
Holiday: วันอาทิตย์และวันจันทร์
Facebook URL: yoishothaistyleIzakaya