อร่อยแบบลูกครึ่ง กับ 12 ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่ความอร่อยในแบบลูกครึ่งกันบ้าง กับร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานทั้งวัตถุดิบ วิธีการ สไตล์ ไปจนการตกแต่งและบรรยากาศร้าน ที่นำเอา 2 วัฒนธรรมมารวมกันได้อย่างน่าสนใจและแน่นอนว่าต้องอร่อยด้วย

เชื่อว่า 12 ร้านที่เราแนะนำต่อไปนี้ น่าจะถูกใจถูกสเปคกันบ้าง ทั้งลูกครึ่งจีน เกาหลีใต้ อเมริกัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส แม้แต่ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย ก็ยังมี

ชอบใจสไตล์ไหน ก็อย่าลืมตามไปกินกันล่ะ

• • • • • •

1. Takaki

ร้านอาหารจีนลูกครึ่งญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นหลงรัก ด้วยจุดเริ่มต้นจากสองสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจเปิดร้านนี้ขึ้นมาด้วยความรักในการทำอาหาร ประกอบกับการบริการและอัธยาศัยที่น่ารักเป็นกันเอง ไม่นานร้านนี้จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แม้สองสามีภรรยาคู่บุกเบิกจะเดินทางกลับญี่ปุ่นบ้านเกิดไปแล้ว แต่ความอร่อยและบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองยังอยู่ครบถ้วนไม่จากไปไหน

แน่นอนว่าร้านอาหารจีนในไทยมีให้เลือกเยอะแยะ แต่สำหรับร้านนี้ได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นร้านอาหารจีนที่รสชาติเหมือนร้านที่ญี่ปุ่นเป๊ะๆ เรียกได้ว่าหากชาวเจแปนนีสคนใดนึกอยากกินอาหารจีนขึ้นมาแล้วละก็ ร้านนี้แหละคืออันดับหนึ่งในใจของพวกเขา

เมนูอาหารของที่นี่หลากหลายมากๆ ไล่ไปตั้งแต่ของกินเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าที่ทำกันแบบวันต่อวัน ทั้งแบบทอด แบบย่าง หรือจะสั่งเป็นซุปที่นี่ก็ยังมี และอีกเมนูกินเล่นที่โดดเด่นประจำร้านคือเต้าหู้สูตรโฮมเมด ที่เชฟนำมาปรุงเป็นอาหารหลากหลายเมนูให้ได้ชิมกัน

Mabo-tofu (199 บาท) ซุปเต้าหู้รสเผ็ด ที่เผ็ดแบบจริงจังด้วยพริกภูเขาซันโจ

Tan Tan Men (119/219 บาท) บะหมี่ซุปงารสต้นตำรับ กลมกล่อมด้วยรสชาติของน้ำซุปเบสไก่ที่ผสมผสานกับผักชนิดต่างๆ พร้อมกลิ่นหอมจากงาที่ทางร้านคัดเองกับมือ เข้ากันกับเส้นราเมนแบนๆ ที่ให้สัมผัสแปลกใหม่ในการเคี้ยว ก่อนปิดท้ายด้วยผักกวางตุ้งและหมูสับผัดซอสโทบันจัน

New Tan Tan (229 บาท) *เฉพาะ 10 คนแรกของวันจ่ายเพียง 179 บาท

อ่านรีวิวร้าน Takaki ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/takaki/

INFO
Tel: 02-714-9977
Address: 936/3 ซ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ศ. 17:30-LATE., ส. 12:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/takakithonglor/

 

2. Nanase Ramen

ร้านราเมนสัญชาติญี่ปุ่นแท้ๆ แต่นำเสนอในบรรยากาศแบบไทยๆ ด้วยเอกลักษณ์อย่างการนำรถเข็นที่เราเห็นกันบ่อยๆ มาตั้งบริเวณหน้าร้านกันเลย ซึ่งคอนเซ็ปต์น่ารักๆ แบบนี้เป็นกันทุกสาขา เห็นแล้วก็รู้สึกดี มีความเรียบง่ายแบบบ้านๆ เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอยแถวบ้านยังไงยังงั้น

“นานาเสะ ราเมน” เป็นร้านราเมนให้เยอะ ราคาถูก ตามแบบอย่างดั้งเดิมของอาหารที่นิยมในหมู่ผู้ใช้แรงงาน เห็นหน้าตาบ้านๆ เรียบง่ายแบบนี้ แต่นี้คือร้านราเมนสูตรต้นตำรับจากจังหวัดชิบะเชียวนะ (สาขาในไทยเข้าปีที่ 4 แล้ว) ส่วนเคล็ดลับความอร่อยนั่นคือน้ำซุปไก่สีเหลืองนวลสุดเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้จากการเคี่ยวซี่โครงไก่แบบทั้งตัวนานถึง 9 ชั่วโมง

Nanase Soba (99 บาท)  เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน กับน้ำซุปไก่สุดกลมกล่อมพร้อมเส้นราเมนเรียวเล็กดูดซับน้ำซุปได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนโปะด้วยไก่ชาชูติดหนังและลูกชิ้นไก่สูตรเด็ด

อ่านรีวิวร้าน Nanase Ramen ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/nanase-ramen/

INFO
สาขาสุขุมวิท 33
Tel: 02-077-5363
Address: ซ.สุขุมวิท 33 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 11:00-LATE
Holiday: หยุด วันที่ 1 ของทุกเดือน
Facebook URL: https://www.facebook.com/Nanase.Ramen/

 

3. JUA

JUA ร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมกับความโมเดิร์น เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับหลากหลายวัฒนธรรมโดยเชฟชาวอเมริกันมากประสบการณ์ในย่านเจริญกรุง

“จั่ว” ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 28 สังเกตเห็นง่ายเพราะไฟสีส้มนวลตาที่เปิดอยู่ในร้านสว่างตัดกับแสงโพล้เพล้ช่วงเย็นย่ำ ตัวร้านเป็นตึกเก่าที่ฉาบด้านนอกเป็นผนังปูนเปลือย คั่นด้วยบานประตูอะลูมิเนียมสีดำและบานกระจก ทั้งยังดีไซน์ร้านโดยอนุรักษ์โครงสร้างเก่าของอาคารไว้ และด้วยประวัติของบ้านหลังนี้ในสมัยก่อนเคยเป็นบ่อนผิดกฏหมายจึงถูกดึงมาเป็นลูกเล่นในการตั้งชื่อร้านที่มาจากการ “จั่วไพ่” นั่นเอง

ขอเริ่มที่เมนูเสียบไม้ยอดฮิตอย่าง Meatball เนื้อไก่ส่วนสะโพกผสมกับกระดูกอ่อนสัมผัสกรุบเคี้ยวเพลิน และต้นหอมญี่ปุ่น ก่อนนำไข่แดงดองสไตล์ญี่ปุ่นมาหมักจนเป็นก้อนก่อนขูดฝอยโรยท็อปมาด้านบน

อ่านรีวิวร้าน JUA ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/jua/

INFO
Tel: 02-103-6598
Address: 672/49 ซ.เจริญกรุง 28 ถ.เจริญกรุง
Opening Hours: จ.-ส. 18:00-24:00 น., อา. 14:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/juabangkok/

 

4. Nikkuu Grill

Nikkuu Grill ร้านอาหารญี่ปุ่นผสานสไตล์อิตาเลียนที่จัดเสิร์ฟแต่ละจานมาอย่างตั้งใจโดย เชฟคุมาไก เคโซ (Keizo Kumagai)  ผู้อยู่ในวงการอาหารมากว่า 20 ปี ใช้ทั้งความชำนาญของการเคยเป็นพ่อครัวอาหารอิตาเลียนผสมรวมกับทักษะวิธีการปรุงอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ตนเองถนัดจนได้รสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมนูภายในร้านมีหลากลายให้เลือกสั่งแต่ที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ เมนูเนื้อ เพราะร้านนี้ใช้เนื้อวากิวจากมิยาซากิและคาโกชิม่าเป็นหลักในการรังสรรค์เมนูต่างๆ เช่น Kagoshima Beef Sashimi with Yuzu Pepper and Balsamic Sauce (390 บาท) ซาชิมิเนื้อวัวคาโกชิมาส่วน Tokujo Karubi เสิร์ฟมาพร้อมน้ำส้มสายชูผสมยูซุโคโช วาซาบิกระเทียม และเกลือผสมส้มยูซุ เนื้อในเมนูนี้สามารถกินสดๆ ได้ และบอกเลยว่าอร่อยมาก!

Salmon and Avocada with Nikkuu Original Salsa Sauce (290 บาท) เต็มอิ่มกับแซลมอนชิ้นหนา อะโวคาโดบด มะเขือเทศ และพริกหยวกหั่นจิ๋ว ท็อปด้วยน้ำสลัดซัลซ่าสูตรพิเศษที่ซ่อนรสเผ็ดนิดๆ ด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศอย่างปาปริก้า

อ่านรีวิวร้าน Nikkuu Grill ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/nikkuu-grill/

INFO
Tel: 02-714-2151
Address: 47 ซ.สุขุมวิท 55 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: จ.-ศ. 17:30-24:00 น., ส.-อา. 12:30-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/NikkuuGrill/

 

5. Super Bowl Bkk

Super Bowl Bkk ร้านอาหารญี่ปุ่นยกทัพพร้อมเสิร์ฟ ดงบุริ ที่ใส่มาแน่นทั้งคุณภาพและปริมาณ โดยมี เชฟเบส สุขุม ศรีสุวรรณภรณ์ เจ้าของร้านดีกรีเชฟจากโรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ เชฟอาหารฝรั่งเศสที่ชื่นชอบการกินอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ จนถ่ายทอดความชอบและความถนัดของตนเองออกมาเป็นดงบุริพูนชามรสชาติเป็นเอกลักษณ์ พร้อมคอนเซ็ปต์สุดคูลของร้าน Rice Place, Rice Time

เปิดเมนูชิมความอร่อยกันสักหน่อย เมนูแรกที่อยากแนะนำคือ Grilled Pork Bowl ข้าวหน้าหมูย่างสันคอเนื้อนุ่มจุ่มซอสฉ่ำๆ รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ เสิร์ฟมาพร้อมไข่ออนเซ็น ราดด้วยซอสเทริยากิ และโรยด้วยต้นหอมหั่นฝอย

Grilled Pork Bowl-ข้าวหน้าหมูย่างสันคอ  (ไซส์เล็ก 160 บาท, ไซส์ใหญ่ 220 บาท)

Beef Carpaccio คาร์ปาชโช่เนื้อวัว Thai French ส่วนสันนอก ที่ใช้เวลาการอบถึง 6 ชั่วโมงจนได้เนื้อสีชมพูสวย ก่อนนำมาสไลซ์บางท็อปด้วยผักร็อกเก็ต และราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่มีทั้งแอปเปิ้ล ขิง พริกไทย เป็นต้น

อ่านรีวิวร้าน Super Bowl BKK ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/nikkuu-grill/

INFO
Tel: 091-885-3863
Address: ซ.สุขุมวิท 2 ถ.สุขุมวิท (ฺBTS นานา)
Opening Hours: 11:30-23:30 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/Superbowlbkk/

 

6. Maki on Fifth

หากอยากไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูทั้งแบบดั้งเดิมและแบบฟิวชั่นให้เลือกสั่ง ในบรรยากาศยุโรปตกแต่งสไตล์ลอฟท์ มีห้องกระจกโปร่งมองเห็นวิวสวยๆ แฮงค์เอาท์ช่วงเย็นหลังทำงานเสร็จพร้อมกับลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นรสชาติอร่อย เราว่าร้าน Maki on Fifth น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกข้อ

To Die For (490 บาท) มากิสอดไส้โทโร่แซลมอนถูกจัดมาสวยงามในรูปแบบของดอกไม้บานตกแต่งด้วยไข่ปลาหลากสี ท็อปด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอยและไข่นกกระทา ก่อนตกแต่งเป็นก้านดอกไม้ด้วยหน่อไม้ฝรั่ง อโวคาโดหั่นบาง และอิคุระ

Spicy Salmon Tempura (330 บาท) เต็มอิ่มกับแซลมอนเทมปุระสัมผัสกรุบกรอบสอดไส้ครีมชีสและซอสสไปซี่มาโย ก่อนท็อปด้วยวาซาบิมาโยและซอสพริกเพิ่มความจัดจ้าน

อ่านรีวิวร้าน Maki on Fifth ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/maki-on-fifth/

INFO
Tel: 098-619-5252
Address: โครงการ No.88 ซ.ทองหล่อ 5 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 17:00-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/MakiOnFifth/

 

7. Mensho Tokyo

“เมนโช โตเกียว” ร้านราเมนชื่อดังจากโตเกียวประเทศญี่ปุ่น (สาขาซานฟรานซิสโกที่อเมริกาก็โด่งดังไม่แพ้กัน) ล่าสุดกับสาขาใหม่ในประเทศไทย ที่ตอบโจทย์คนรักราเมนสไตล์ฟิวชั่นกับความอร่อยที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของราเมนออริจินัล ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าให้ดูทันสมัยพร้อมนำเสนอรสชาติที่แปลกใหม่ กับความตั้งใจและพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อถ่ายทอดความสมบูรณ์แบบของราเมนในแต่ละชามให้ดีที่สุด

นอกเหนือจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว ที่นี่ยังจริงจังในการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพดีจากแหล่งต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Farm to Bowl อย่างเช่นแป้งสำหรับทำเส้นราเมนที่ได้จากข้าวสาลีสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ปลูกในไทย นำมานวดและเข้าเครื่องทำเส้นกันสดๆ น้ำซุปที่พิถีพิถันในการเคี่ยว หมูและเป็ดชาชูที่ทำกันเองในทุกขั้นตอน

Tori Paitan (250 บาท) ราเมนสุดเข้มข้นจากน้ำซุปไก่ 100 % เคี่ยวโดยใช้ไก่ทั้งตัวนานถึง 8 ชั่วโมง สีสวยรสชาติเข้มข้น ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ เข้ากันกับเส้นราเมนขนาดกลาง ท็อปมาด้วยหมูและเป็ดชาชู พร้อมท็อปปิ้งที่เราไม่เคยเห็นในราเมนร้านอื่นๆ อย่างผักคะน้าไทย กะหล่ำปลี และตะไคร้ทอดกรอบ

Shoyu Ramen (280 บาท) โชยุราเมนที่ได้ความหอมกลมกล่อมและรสชาติเค็มนิดๆ จากซีอิ๊วญี่ปุ่นและปลาแห้ง พร้อมด้วยเส้นราเมนที่แตกต่างจากชามอื่นๆ นิดหน่อยด้วยการกดเส้นให้มีลักษณะแบน ให้สัมผัสในการเคี้ยวที่แตกต่างแต่ยังคงความเหนียวนุ่มในแบบเดียวกัน

อ่านรีวิวร้าน Mensho Tokyo ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/mensho-tokyo/

INFO
Address: ชั้น G RSU Tower ใกล้ซ.สุขุมวิท 31 ถ.สุขุมวิท
Opening Hours: 11:00-15:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday: หยุดวันจันทร์
Facebook URL: https://kiji.life/eats/restaurant/mensho-tokyo/

 

8. Tenshino

Tenshino ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ได้หยอดเอากลิ่นอายของฝรั่งเศสเข้ามาผสมผสานได้อย่างกลมกล่อม ด้านวัตถุดิบก็คัดสรรมาแต่ระดับไฟน์ไดนิ่งทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและฝรั่งเศส หรือแม้แต่พาร์ทการตกแต่งเองเท็นชิโนะก็ใส่ใจในทุกรายละเอียด ชนิดที่ว่าทุกมุมของร้านคุณจะหาไม่ได้จากร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไหนในกรุงเทพฯ แน่นอน

แม้จะไม่ใช่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเทรดิชั่นนอลจ๋าอีกทั้งเสิร์ฟมาในสไตล์เจแปนนิสอินโนเวทีฟ แต่ถ้าลูกค้านึกอยากออเดอร์เมนูซูชิหรือซาชิมิขึ้นมาเท็นชิโนะก็มีพร้อมเสิร์ฟได้อย่างไม่มีติดขัด ด้านอินกรีเดียนท์ทางร้านก็คัดสรรมาแต่ของที่มีคุณภาพ เช่นปลา เท็นชิโนะก็ส่งตรงมาจากตลาดปลาโทโยสุ 3 วัน/สัปดาห์ หรือเมนู Tempura Oyster แทนที่จะใช้หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ (Fine de Claire) ทางร้านก็เลือกใช้พันธุ์เมอซิเออร์ ฌอง ปอล (Monsieur Jean-Paul Oyster) จากฝรั่งเศสที่หายากทั้งเทกซ์เจอร์ละมุนกว่าแทน

Tuna Ceviche (720 บาท) เชฟได้นำปลาทูน่าอิมพอร์ตจากประเทศญี่ปุ่นมาปรุงในแบบเซบิเช่ก่อนจะท็อปด้วยสาเกเจลลี่แผ่นบาง อิคุระเม็ดโต พร้อมกับที่เชฟได้ฝนผิวส้มยูซุลงทั่วจาน เพื่อมอบกลิ่นหอมเอกลักษณ์เป็นการปิดท้าย

Wagyu Beef Suki (1,870 บาท) ที่แค่ลายหินอ่อนของวากิวจากคาโกชิม่าก็เด็ดขาดซะจนไม่ต้องสาธยายให้มากความ แถมน้ำซุปสาเกก็อร่อยเกินหน้าเกินตา

Azuki-Matcha Mochi (250 บาท) โมจิชาร์โคลใส้ถั่วแดงหวานกำลังดีในซอสมัทฉะ ไม่ว่าจะเนื้อสัมผัสหรือเรื่องของรสชาติ ส่วนตัวคิจิว่าทางร้านทำออกมาได้ลงตัวทั้งคู่เลย

อ่านรีวิวร้าน Tenshino ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/tenshino/

INFO
Tel: 02-680-9999
Address: ชั้น 2 โรงแรม Pullman Bangkok King Power ถ.รางน้ำ
Opening Hours: 18:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/tenshinobangkok

 

9. Yuzu Ramen

ชาวสยามตอนนี้ไม่น่ามีใครไม่รู้จัก Yuzu Ramen ร้านราเมนบริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ ที่เล่นใหญ่ตั้งแต่ป้ายหน้าร้านสไตล์โอซาก้า ภายในร้านตกแต่งออกมาได้อย่างสนุก ทั้งดีเทลอย่างผนังเพนท์ลายในแบบกราฟฟิตี้ เพิ่มดีกรีด้วยจังหวะดนตรีเจ-ฮิปฮอปทั้งเพลย์ลิสต์ มอบฟิลลิ่งเหมือนเราได้นั่งกินราเมนร้อนๆ อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ปาน

ไฮไลท์ของร้านอยู่ที่ Spicy Yuzu Tonkotsu Ramen (320 บาท) เห็นข้นๆ แบบนี้บอกเลยว่าไม่มีเลี่ยน ยิ่งถ้าใครชอบอาหารรสชาติจัดจ้านนะ น่าจะปลื้มกับเมนูนี้ได้ไม่ยาก อีกอย่างทางร้านได้เพิ่มกิมมิกด้วยการใส่น้ำส้มยูซุลงในซุปทงคตสึ ดังนั้นนอกจากจะนัวเพราะซุปกระดูกหมู ในชามยังมีรสเปรี้ยวจากส้มยูซุมาตัดให้ทุกอย่างบาลานซ์ลงตัว และเมนูนี้ยังสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่ 25% จนถึง 200% ซึ่งทางร้านแนะนำที่ระดับ 75% ถึงจะได้รสชาติที่อร่อยกำลังดี

Truffle Ramen (790 บาท) แม้ชามนี้ราคาจะแรงแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี อย่างเห็ดทรัฟเฟิลนี่เกรดดีที่สุดส่งตรงมาจากฝรั่งเศส เอามาปั่นรวมกับเห็ดแชมปิญองแล้วลงเคี่ยวกับน้ำซุปให้เข้มข้นได้รสชาติ ลงตัวดีกับเส้นราเมนสัมผัสเหนียวนุ่ม หมูชาชูแผ่นโต และไข่ดองญี่ปุ่น ก่อนจะท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลฝานบาง

อ่านรีวิวร้าน Yuzu Ramen ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/yuzu-ramen/

INFO
Tel: 02-086-9659
Address: 258/9-10 สยามสแควร์ ซ. 3 ถ.พระรามที่ 1
Opening Hours: 11:00-24:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/yuzuramenthailand/

 

10. Ryunabe

ใครที่เคยไปเยือน Ryunabe ที่ฮอกไกโดมาแล้วจะทราบดีว่าคุณภาพน้ำซุปของที่นี่เขาอร่อยเป็นที่เลื่องลือมากเพียงใด ซึ่งที่มาของความกลมกล่อมของซุปทั้ง 3 แบบ (Chinese Traditional Dried Fish Maw with Chicken Soup, Hokkaido Fresh Fish Thick Soup with 3.7 Hokkaido Milk และซุปที่เสิร์ฟเฉพาะสาขาประเทศไทยเท่านั้นคือ Ryunabe Tum Yum Goong Tomato Soup) ทั้งหมดล้วนผ่านการผสมผสานรสชาติของเครื่องเคราในหลายๆ ประเภท ก่อนจะเคี่ยวแบบสโลว์คุกย้ำถึงความพิถีพิถันตามมาตรฐานที่อย่างน้อยๆ ก็ต้องมี 36 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะได้รสชาติเข้มข้นทว่ากลมกล่อม

ไล่ระดับจากเซ็ต Classic, Premium ไปจนถึง Deluxe ของชุดหม้อไฟ ภายในเซ็ตประกอบไปด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ทางร้านตั้งใจคัดสรรจากต้นแหล่งมาให้กินร่วมกันกับซุปสูตรริวนาเบะ เรื่อยไปตั้งแต่แอพพิไทเซอร์, เนื้อวากิวระดับ A4 และ A5, เนื้อหมูคัดมาเฉพาะส่วนไหล่, ซีฟู้ด, โฮมเมดเกี๊ยวผักโขม, โฮมเมดลูกชิ้นกุ้ง, ชุดผักที่จัดมาอย่างบรรจงอีกทั้งครบถ้วนไปด้วยคุณภาพ และปิดท้ายให้มื้อนั้นๆ อิ่มท้องมากขึ้นด้วยชุดข้าวต้มที่ลูกค้าสามารถปรุงได้เอง

Chinese Traditional Dried Fish Maw with Chicken Soup ซุปกระเพาปลาและไก่ดั้งเดิมในแบบจีนคือซิกเนเจอร์ที่ควรลอง

Ryunabe Classic Set (5,500 บาทสำหรับ 4 ท่าน)

เนื้อวากิวส่วนท้องระดับเอ 5 (A5 Wagyu Harami) 

อ่านรีวิวร้าน Ryunabe ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/ryunabe/

INFO
Tel: 02-635-3673
Address: 71/1 ซ.สาทร 10 ถ.สาทรเหนือ
Opening Hours: 12:00-22:00 น.
Holiday: วันจันทร์
Facebook URL: https://th-th.facebook.com/Ryunabe.Bangkok/

 

11. Fatboy Sushi

ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เน้นเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ Fatboy Sushi จะมีวัตถุดิบที่ค่อนข้างวาไรตี้ ไม่ว่าจะเป็นหมูอิเบอริโค (Iberico) จากสเปน, ฟัวกราส์, เห็ดทรัฟเฟิล, เนื้อลูกแกะ ไปจนถึงเนื้อดังรสชาติอร่อยของบ้านเราอย่างวากิวโคราช ในขณะเดียวกันทางร้านก็ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีการปรุงอาหารในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ดังจะเห็นว่าหน้าตาอาหารของที่ร้านซึ่งยังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นแดนอาทิตย์อุทัยเอาไว้นั่นเอง

Hamachi Chilli Ponsu (350 บาท) คือซิกเนเจอร์เมนูจานแรกที่เชฟเสิร์ฟมาให้เราได้ลองชิมกัน ในจานจะเห็นได้ว่าปลาฮามาจินั้นถูกแล่มาแบบไม่หนาไม่บางราดมาพร้อมกับซอสพอนสึ ก่อนจะท็อปด้วยกระเทียมฝนและพริกขี้หนู เมื่อกินเข้าไปจะได้รสชาติทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน แสมเผ็ดเล็กๆ พอเป็นกระษัย

Fat Bastard (380 บาท) ซูชิหน้าล้นที่มีวากิวเป็นเมนอินกรีเดียนท์ เสริมทัพด้วยฟัวกราส์, คาเวียร์, เห็ดทรัฟเฟิล, ไข่นกกระทาออนเซ็น, อิคุระ, ไข่ปลาบิน

อ่านรีวิวร้าน Fatboy Sushi ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/fatboy-sushi/

INFO
Tel: 090-419-9969
Address: 35/7 ซ.ยมราช ถ.ศาลาแดง
Opening Hours: 12:00-14:00 น., 17:00-22:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/fatboysushi/

 

12. Akira Back

อาหารของ “Akira Back” ดูเผินๆ อาจตัดสินได้เลยว่านี่แหละคือแนวฟิวชั่น (ซึ่งก็ไม่ผิดหากจะเรียกแบบนั้น) แต่เมื่อมองไปถึงความตั้งใจ องค์ประกอบ และที่มาที่ไปก็จะเห็นว่าเชฟอาคีรา แบคสร้างสรรค์เมนูของเขาออกมาในรูปแบบนวัตกรรมที่มิกซ์เข้ากับสากล โดยมีรากฐานมาจากอาหารญี่ปุ่นและประเทศที่ถือว่าเป็นบ้านเกิดของเขาเองอย่างเกาหลีใต้

Tuna Pizza (430 บาท) คือเมนูยอดนิยมของร้านที่ไม่ว่าโต๊ะไหนในโลกก็ต้องออเดอร์ ชาร์ลผู้จัดการห้องอาหารชาวฝรั่งเศสบอกกับ KIJI ว่าทูน่าพิซซ่าคือจานโปรดของคุณแม่เชฟ ยิ่งพอรู้อย่างนั้นแล้วก็อดที่จะตื่นเต้นกับรสชาติไม่ได้ ซึ่งเพียงกัดลงไปคำแรกก็รู้สึกถูกจริตตั้งแต่เทกซ์เจอร์กรอบๆ ของแป้งครัสต์ด้านล่างที่เชฟทำออกมาได้บางเฉียบ ผสานกับซอสสูตรพิเศษที่มีหนึ่งในอินกรีเดียนท์หลักคือซอสพอนซึ แล้วค่อยตามด้วยซาชิมิทูน่าแล่บาง ดอกเกลือ น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลขาว และแต่งหน้าด้วยใบชิโซะขนาดจิ๋ว ทั้งหมดทั้งมวลนั้นถือว่าเป็นคอมบิเนชั่นที่ได้มาก

Una-Q (490 บาท) คือเมนูที่เราบอกได้เลยว่าเชฟสามารถบาลานซ์รสชาติได้อย่างน่าประทับใจ ตั้งแต่ความสดชื่นจากแตงกวาฝานบางทว่าชุ่มฉ่ำ พร้อมเอกลักษณ์อย่างน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลขาวพาวเดอร์ นับว่าส่วนผสมแต่ละอย่างนั้นเบลนด์ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงจริงๆ

Yellow Tartare (510 บาท) พร้อมเครื่องเคียงทั้ง 9 ชนิด อย่างครีมวาซาบิ, ใบไชว์ส (Chives), หอมแดง, ไข่ขาว, ไข่แดง, วาซาบิดอง, พริกจาลาปิโน, ใบต้นกระเทียมญี่ปุ่น และกระเทียมซอยทอด มาคลุกเคล้ากับทาทาร์ปลาฮามาจิ คาร์เวีย และซอสถั่วเหลืองวาซาบิให้เข้ากัน จากนั้นค่อยปาดลงบนขนมปังกรอบให้ทั่วก่อนเอาเข้าปาก

อ่านรีวิวร้าน Akira Back ฉบับเต็ม: https://kiji.life/eats/restaurant/akira-back/

INFO
Tel: 02-059-5999
Address: ชั้น 37 โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22
Opening Hours: 18:00-23:00 น.
Holiday:
Facebook URL: https://www.facebook.com/akirabackbkk/