01 ศาลเจ้าโออาไร อิโซซากิ | Oarai Isosaki Shrine

ศาลเจ้าเก่าแก่ในเมืองโออาไร (Oarai) สร้างเมื่อปี ค.ศ. 856 เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าโอนามุจิโนะมิโกโตะ (Onamuchi no Mikoto) และเทพเจ้าสุกุนาฮิโคนะโนะมิโกโตะ (Sukunahikona no Mikoto) ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่แสนโรแมนติกแห่งหนึ่งใน ญี่ปุ่น โดยเบื้องหน้ามี “เสาโอโทริอิ” เป็นไฮไลท์ตั้งตระหง่านบนโขดหินตรงข้ามกับศาลเจ้า ล้อมรอบด้วยทะเล ในตอนที่พระอาทิตย์โผล่พ้นน้ำส่องแสงกระทบกับเสาโทริอิ พร้อมๆ กับคลื่นสูงที่กระทบโขดหิน ยิ่งขับให้สถานที่แห่งนี้ดูมีมนต์ขลังอย่างไม่น่าเชื่อ

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่น : ศาลเจ้าโออาไร อิโซซากิ (Oarai Isosaki Shrine)Info
Location: จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki)
Nearest Station: สถานีโออาไร (Oarai Station)
Access: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ให้นั่งรถไฟไปลงที่สถานีมิโตะ (Mito Station) แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสายโออาไรคาชิมะ (Oarai Kashima Line) เพื่อไปลงสถานีโออาไร จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อไปยังศาลเจ้าใช้เวลาราว 5 นาที

 

02 แหลมมานะซุรุ | Manazuru

แหลมมานะซุรุ อีก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงามของจังหวัดคานางาวะ ประเทศ ญี่ปุ่น จุดเด่นคือหินมิตสึอิชิ (Mitsuishi Rocks) ตรงกลางน้ำ ชื่อของหินนั้นถูกตั้งขึ้นตามลักษณะของหินอย่างตรงไปตรงมาคือหิน 3 ก้อน หินกลุ่มนี้เกิดจากลาวาที่แข็งตัวหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่ ถูกประดับประดาด้วยเชือกศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่ถือว่าก้อนหินเหล่านั้นมีเทพเจ้าสถิตอยู่ ในอีกแง่มุมนึง เชือกศักดิ์สิทธิ์นั้นเสมือนเป็นจุดเชื่อมหินทั้งสามก้อนให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ในวันปีใหม่ผู้คนจำนวนมากจึงพากันมาที่ชายหาดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่ เพื่อที่จะได้เห็นภาพดวงอาทิตย์ที่ขึ้นตรงกลางระหว่างหิน 3 ก้อนที่หันปลายแหลมเข้าหากัน ราวกับคนกำลังล้อมวงจับมือกัน ถือเป็นภาพที่ให้พลังในการเริ่มต้นปีใหม่หรือเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ได้ดีทีเดียว

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่น : แหลมมานะซุรุ (Manazuru) Info
Location: จังหวัดคานางาวะ (Kanagawa)
Nearest Station: สถานีมานะซุรุ (Manazuru Station)
Access: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ให้นั่งรถไฟ JR สายโทไคโด (Tokaido Line) ไปลงที่สถานีมานะซุระ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที จากนั้นต่อรถบัสจากป้ายหน้าสถานีไปลงที่ป้าย Cape Manazuru (ケープ真鶴) ใช้เวลา 20 นาที ป้ายรถบัสจะอยู่ตรงด้านหน้าแหลมพอดี หรือนั่งแท็กซี่ไปได้โดยตรง

 

03 ทะเลสาบยามานากะ | Lake Yamanaka

พาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในแบบที่พิเศษมากกว่าเดิม ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “Diamond Fuji” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ส่องสว่างอยู่บนปลายยอดภูเขาไฟฟูจิราวกับเพชรที่กำลังเปล่งประกาย สามารถชมฟูจิไดมอนด์ได้จากหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือที่ทะเลสาบยามานากะ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา Fuji Five Lakes ซึ่งในยุคที่มีการแสวงบุญอย่างแพร่หลายในพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมชำระล้างจิตใจของผู้แสวงบุญอีกด้วย ที่ทะเลสาบนี้เราสามารถมองเห็นไดมอนด์ฟูจิได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง แต่จะปรากฎให้เห็นเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น 

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่น : ทะเลสาบยามานากะ (Lake Yamanaka)Info
Location: จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi)
Nearest Station: สถานียามานากะโกะ (Yamanakako Station)
Access: จากโตเกียวให้ขึ้นรถ Highway Bus ที่ Shinjuku Bus Terminal สาย Shinjuku-Fujigoko Line ไปลงที่สถานียามานากะโกะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

 

04 ประภาคารอินุโบซากิ | Inubosaki Lighthouse

ประภาคารอินุโบซากิ สถานที่ที่คุณจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเร็วที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภูมิภาคคันโตในเมืองโจชิ (Choshi) จังหวัดชิบะ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วแล้วปลายด้านตะวันออกสุดของญี่ปุ่นจะอยู่ที่แหลมชิราซากิของเมืองเนมุโระฮอกไกโด แต่เนื่องจากความลาดเอียงของแกนโลก ที่นี่จึงเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเร็วกว่าสถานที่ไหนๆ ในญี่ปุ่น

วันแรกของเดือนมกราคมในทุกๆ ปี ผู้คนจะแห่แหนกันมาที่ประภาคารอินุโบซากิเพื่อชมพระอาทิตย์แรกของปี ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากมหาสมุทรในเวลาประมาณ 6:45 น. เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นมุมกว้าง ภายในประภาคารอินุโบซะกิยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของประภาคารให้เข้าชมอีกด้วย 

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่น : Inubosaki Lighthouse Info
Location: จังหวัดชิบะ (Chiba)
Nearest Station: สถานีอิโนบุ (Inubo Station)
Access: จากโตเกียวให้นั่งรถไฟสายชูโอ โซบุ (Chuo-Sobu Line) จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) ไปที่สถานีชิบะ (Chiba Station) จากนั้นนั่งรถไฟสายโซบุ (Sobu Line) ไปลงสถานีโจชิ (Choshi Station) แล้วเปลี่ยนมาใช้รถรางไปลงที่สถานีอิโนบุแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

 

05 ศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ | Futami Okitama Shrine

หากจะถามถึง จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่โรแมนติกสุดๆ อันดับหนึ่งใน ญี่ปุ่น คงต้องยกให้ที่ศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ (Futami Okitama Shrine) เมืองอิเสะชิมะ (Iseshima) จ.มิเอะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “หินเมโอโตะ อิวะ (夫婦岩)” หรือที่มักเรียกกันว่า “หินแต่งงาน (Wedding Rocks)” ลักษณะเป็นหินสองก้อนประกอบด้วย หินชาย “โออิวะ (男岩)” และ หินหญิง “เมอิวะ (女岩)” ถูกพาดด้วยเชือกชิเมะนาวะคล้ายกับคู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงาน ซึ่งในทุก 3 ปีจะมีการจัดพิธีกรรมเปลี่ยนเชือกให้กับหินคู่นี้ 

ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนนิยมมาขอพรในเรื่องความรัก ด้านบนหินโออิวะมีเสาโทริอิที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อสักการะเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ หากมาในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตรงกลางระหว่างหินสองก้อนซึ่งหาชมไม่ได้ในช่วงอื่นๆ บริเวณศาลเจ้าฟุตามิโอคิตามะจะมีรูปปั้นกบ เชื่อกันว่าถ้ากล่าวคำอธิษฐานพร้อมกับราดน้ำลงบนรูปปั้นกบ คำอธิษฐานนั้นจะเป็นจริง

 Futami Okitama Shrine จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่นInfo
Location: จังหวัดมิเอะ (Mie)
Nearest Station: สถานีฟุทามิโนะอุระ (Futamino-Ura Station)
Access: นั่งรถไฟ JR สายซันกุ (Sangu Line) มาลงสถานีฟุทามิโนะอุระ แล้วเดินต่ออีก 15 นาที

 

06 สะพานอาคาชิไคเคียว | Akashi Kaikyo Bridge

บริเวณสะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) ในจังหวัดเฮียวโงะ เป็นสถานที่ที่คุณสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นไปพร้อมๆ กับชมวิวสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวกว่า 4 กิโลเมตร สะพานนี้เชื่อมระหว่างเมืองโกเบและเกาะอาวาจิ (Awaji Island) เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 

บริเวณสะพานก็มีสถานที่ที่น่าสนใจให้ได้เที่ยวชมอย่าง Akashi kaikyo Bridge Exhibition Center ที่จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างสะพานและข้อมูลของสะพานแขวนจากที่อื่นๆ ทั่วโลก และที่พลาดไม่ได้คือจุดชมวิว Maiko Marine Promenade ที่คุณจะสามารถมองเห็นสะพานอาคาชิไคเคียวได้แบบมุมกว้าง รวมถึงมีสวนสาธารณะและจุดตกปลายอดนิยมของชาวเมืองโกเบบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย 

Akashi Kaikyo Bridge จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใน ญี่ปุ่นInfo
Location: จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo)
Nearest Station: สถานีไมโกะ (Maiko Station)
Access: จากสถานีซันโนมิยะ (Sannomiya Station) ให้นั่งรถไฟสายโกเบ (JR Kobe Line) ไปลงที่สถานีไมโกะ แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที

 

07 หอชมวิวนิฮงซังเค | Nihon Sankei Watchtower

หอชมวิวนิฮงซังเคตั้งอยู่บน “ปราสาทมัตสึชิมะ (Matsushima Castle)” พิกัดที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับวิวอ่าวมัตสึชิมะ 1 ใน 3 สถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ภาพของอ่าวมัตสึชิมะยังเคยปรากฎในภาพวาดโบราณของญี่ปุ่นและมีเรื่องเล่าจากกวีไฮกุผู้โด่งดังนามว่ามัตสึโอะ บาโช (Matsuo Basho) เขาได้เล่าว่าเมื่อเขาไปเยือนอ่าวมัตสึชิมะ ระหว่างการเดินทางเขาไม่สามารถเขียนไฮกุเกี่ยวกับสถานที่นี้ได้เลยเพราะเขารู้สึกทึ่งกับความงามจนไม่สามารถหาคำที่จะอธิบายได้อย่างเพียงพอ

นักท่องเที่ยวสามารถชมเยี่ยมชมทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวมัตสึชิมะได้จากหอชมวิวริมชายฝั่ง รวมถึงสามารถเพลิดเพลินกับการล่องเรือสำราญชมทิวทัศน์รอบๆ เกาะ บริเวณอ่าวยังมีตลาดปลามัตสึชิมะที่เต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลให้เลือกมากมาย ขอแนะนำให้ลองอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่ออย่างหอยนางรมย่างกันด้วย

Info
Location: จังหวัดมิยากิ (Miyagi)
Nearest Station: สถานีมัตสึชิมะไคกัง (Matsushimakaigan Station)
Access: จากสถานีเซนได (Sendai Station) ให้นั่งรถไฟสายเซนเซกิ (JR Senseki Line) ไปลงที่สถานีมัตสึชิมะไคกังแล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

 

08 ปากถ้ำอุมาโนเสะ | Umanose Cave Mouth

เกาะโจกาชิมะ (Jogashima Island) อยู่ห่างจากใจกลางกรุงโตเกียวไม่ถึงสองชั่วโมง เป็นเกาะเล็กๆ ที่เกิดจากหินภูเขาไฟอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรมิอุระ (Miura) อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือมิซากิ (Misaki Pier) ซึ่งเป็นท่าเรือที่ทำการประมงปลามากุโร่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เกาะนี้เป็นจุดที่ได้รับความนิยมในการดำน้ำ รวมทั้งมีเส้นทางเดินป่าที่สวยงามตลอดแนวชายฝั่ง 

ไฮไลท์ของเกาะคือ “ปากถ้ำอุมาโนเสะ (Umanose Cave Mouth)” ที่มีลักษณะเหมือนซุ้มประตูหินที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะบริเวณชายฝั่ง หากมีโอกาสได้ยืนมองพระอาทิตย์ขึ้นลอดผ่านปากถ้ำ จะเห็นดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ส่องสว่างภายในวงล้อมของปากถ้ำ ถือเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่เยี่ยมยอดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ในวันที่อากาศแจ่มใสบริเวณชายฝั่งสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

Info
Location: จังหวัดคานางาวะ (Kanagawa)
Nearest Station: สถานีมิซากิกุจิ (Misakiguchi Station)
Access: จากสถานีชินากาวะ (Shinagawa Station) ให้นั่งรถไฟสายเคฮิน คิวโค (Keihin Kyuko Line) ไปลงที่สถานีมิซากิกุจิ จากนั้นต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Jagoshima แล้วเดินต่ออีกประมาณ 25 นาที

 

09 จุดชมวิวมุชิอาเกะ เซโตะ โนะ อาเคโบโนะ | Mushiage Seto no Akebono

หากคุณได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวมุชิอาเกะ (虫明湾) คุณอาจจะลืมภาพเมืองใหญ่อันแสนวุ่นวายไปเลย เป็นคำกล่าวของซามูไรท่านหนึ่งชื่อว่า Taira no Tadamori ซึ่งเขาเคยมาเยือนที่นี่นับตั้งแต่สมัยเฮอัน พระอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวมุชิอาเกะยังถูกจัดให้เป็นสถาน 1 ใน 100 สถานที่ชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ในฤดูหนาวอากาศจะปลอดโปร่งจนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่กว้างไกลไปจนถึงหมู่เกาะที่อยู่ห่างออกไป อีกทั้งอ่าวมุชิอาเกะคือหนึ่งในฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยนางรมชั้นนำของจังหวัดโอคายาม่า จึงทำให้มองเห็นไม้เลี้ยงหอยนางรมจำนวนมากลอยอยู่บนผิวน้ำ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ภาพของสถานที่แห่งนี้เป็นที่น่าจดจำอย่างยิ่ง

Info
Location: จังหวัดโอคายาม่า (Okayama)
Nearest Station: สถานีโอคุ (Oku Station)
Access: จากสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) ให้นั่งซันโยชินคันเซ็น (JR Sanyo Shinkansen) ไปลงที่สถานีโอคายาม่า (Okayama Station) จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งสาย JR Ako Line ไปลงที่สถานีโอคุ (Oku Station) แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถบัสคันที่ไป Mushiage

 

10 ท่าเรือโอซันบาชิ | Osanbashi Pier

ท่าเรือโอซันบาชิ (Osanbashi Pier) ท่าเรือเก่าแก่ที่สุดในโยโกฮาม่า สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1896

เป็นท่าเรือโดยสารระหว่างประเทศหลักของเมืองโยโกฮาม่า โดดเด่นด้วยการออกแบบที่มีลักษณะคล้ายกับคลื่นและไม่มีเสา คาน หรือบันได ไฮไลท์คือดาดฟ้าไม้ที่สร้างขึ้นให้ดูคล้ายหลังคาเรือ นับเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทะเลและวิวเมืองได้ทั่ว 360 องศา เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงเช้าที่นี่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเบื้องหลังสะพาน Yokohama Bay Bridge ส่วนในช่วงค่ำจะมองเห็นวิวเมืองที่ระยิบระยับของโกดังอิฐแดงและย่านมินาโตะมิไร 21 อีกทั้งในวันแรกของปีที่นี่จะเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนที่มารวมตัวกันเพื่อชมพระอาทิตย์แรกของปี 

Info
Location: เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) จังหวัดคานางาวะ
Nearest Station: สถานีนิฮน โอโดริ (Nihon-Odori Station)
Access: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ให้นั่งรถไฟสายอุเอโนะ โตเกียว (Ueno Tokyo Line) ไปสถานีโยโกฮาม่า (Yokohama Station) จากนั้นเปลี่ยนเป็นสายมินาโตะมิไร (Minatomirai Line) ไปลงที่สถานีนิฮนโอโดริ แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 11 นาที ก็จะถึงท่าเรือโอซันบาชิ

 

11 หาดโจโดกาฮามะ | Jodogahama Beach

หาดโจโดกาฮามะ (浄土ヶ浜) คือชายหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองมิยาโกะ จังหวัดอิวาเตะ ด้วยชายหาดเป็นกรวดสีขาว มีน้ำทะเลใส และบรรยากาศที่สงบ ในฤดูร้อนที่นี่จึงเป็นจุดว่ายน้ำยอดฮิตและเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามไม่แพ้ที่ไหนๆ ในยามเช้าจะเห็นแสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องว่างระหว่างโขดหินสีขาวทรงแหลมไปกระทบผืนน้ำทะเลที่ใสบริสุทธิ์ ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตาเมื่อได้มาเยือน

บริเวณหาดโจโดกาฮามะยังมีเส้นทางให้เดินเล่นไปยังจุดชมวิวต่างๆ รวมถึงมีบริการล่องเรือชมถ้ำและจุดที่น่าสนใจรอบๆ หาดโจโดกาฮามะอีกด้วย

Info
Location: จังหวัดอิวาเตะ (Iwate)
Nearest Station: สถานีมิยาโกะ (Miyako Station)
Access: จากสถานีโตเกียวให้นั่งรถไฟโทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) ไปสถานีโมริโอกะ (Morioka Station) แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟธรรมดาสายยามาดะ (Yamada Line) ไปลงที่สถานีมิยาโกะ จากนั้นต่อรถบัส Iwate Kenpoku Bus ไปลงที่ป้าย Oku-Jodogahama

 

12 นาขั้นบันไดโอยามะ เซ็นไมดะ | Oyama Senmaida Rice Terraces

เมื่อกล่าวถึงนาขั้นบันไดหลายคนอาจจะนึกถึงภาพนาขั้นบันไดที่บาหลีในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม แต่รู้ไหมว่าที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลกและมีการเพาะปลูกมาตั้งแต่ 300 ก่อนคริสต์ศักราชนั้นก็มีนาขั้นบันไดที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวให้เยี่ยมชมเช่นกัน นั่นคือ นาขั้นบันไดโอยามะ เซ็นไมดะ (Oyama Senmaida Rice Terraces) ตั้งอยู่ในเมืองคาโมงาวะ (Kamogawa) จังหวัดชิบะ 

ที่นี่เป็นนาขั้นบันไดขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างเนินเขาที่มีป่าหนาทึบ พื้นที่นาข้าวหลายร้อยผืนได้รับการอนุรักษ์ไว้ภายใต้การทำงานอันหนักหน่วงของชาวนาท้องถิ่น นอกจากนี้ที่นี่ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ทุ่งนาขั้นบันไดที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลทำนาในตอนเช้าที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น จะมองเห็นนาข้าวที่เขียวขจีที่ถูกปกคลุมด้วยแสงแดดอ่อนๆ เป็นทิวทัศน์ที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง

Oyama Senmaida Rice Terraces, ChibaInfo
Location: จังหวัดชิบะ (Chiba)
Nearest Station: สถานีอะวา คาโมกาว่า (Awa-Kamogawa Station)
Access: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ให้นั่งรถไฟสายโซโตโบะ (JR Sotobo Line) ไปยังสถานีอะวา คาโมกาว่า แล้วต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Kamanuma จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

 

13 อุนไค เทอเรซ | Unkai Terrace

เมื่อคุณมีโอกาสได้มาเยือนโฮชิโนะ รีสอร์ท โทมามุ (Hoshino Resorts Tomamu) ในฮอกไกโดซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทแบบครบวงจร มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร และลานสกีกว้างขวาง ไฮไลท์คือ “อุนไค เทอเรซ (Unkai Terrace)” ที่เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2006 ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,088 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นั่นคุณจะได้สัมผัสอุนไค (雲海) หรือทะเลหมอกสีขาวทอดยาวสุดลูกหูลูกตาได้อย่างใกล้ชิดราวกับว่าคุณสามารถเอื้อมมือไปสัมผัสได้ มากไปกว่านั้นยังสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือกลุ่มเมฆหมอกในยามเช้า แสงอาทิตย์สาดแสงรำไรบนคลื่นทะเลหมอกที่นับว่าเป็นภาพที่หาชมได้ยาก ซึ่งบริเวณอุนไค เทอเรซนั้นมีจุดชมวิวอุนไคถึง 9 จุด หนึ่งในนั้นคือ “Cloud Walk” ทางเดินรูปทรงคล้ายกับเมฆ เมื่อเดินไปตามทางจะรู้สึกราวกับเดินอยู่บนก้อนเมฆ เป็นจุดที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว

Unkai Terrace, จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido)Info
Location: จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido)
Nearest Station: สถานีโทมามุ (Tomamu Station)
Access: จากสถานีซับโปโร (Sapporo Station) ให้นั่งรถไฟ Limited Express ขบวน Super Ozora และ Super Tokachi ไปลงที่สถานีโทมามุแล้วต่อ Shuttle Bus ไปที่รีสอร์ท Hoshino Resorts Tomamu

 

14 ศาลเจ้าชิราฮิเงะ | Shirahige Shrine

วันนี้ขอพาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ศาลเจ้าเก่าแก่อายุร่วม 2,000 ปี ณ บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ชื่อว่าศาลเจ้าชิราฮิเงะหรือศาลเจ้า “หนวดขาว” ผู้คนนิยมมาขอพรให้อายุยืนยาว ขอเรื่องคู่ครองหรือเรื่องบุตรกันที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่ง Power Spot ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนในท้องถิ่นอีกด้วย ภาพทิวทัศน์ที่มีเสาโทริอิสีแดงสดตั้งตระหง่านลอยเด่นอยู่ในทะเลสาบเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย 

หากคุณได้มีโอกาสมาที่ทะเลสาบบิวะลองท้าทายตัวเองโดยการตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นกันดู ถ้ามองในมุมตรงจะเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นน้ำขึ้นตรงกลางเสาโทริอิพอดิบพอดี ช่วงสายๆ แนะนำให้เช่าเรือคายัคเพื่อสำรวจความมหัศจรรย์ของทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกันต่อด้วย

Shirahige Shrine, จังหวัดชิกะ (Shiga)Info
Location: จังหวัดชิกะ (Shiga)
Nearest Station: สถานีโอมิ ทาคาชิมะ (Omi-Takashima Station)
Access: จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ให้นั่งรถไฟสายโคเซ (JR Kosei Line) ไปลงที่สถานีโอมิ ทาคาชิมะ จากนั้นต่อแท็กซี่ไปยังศาลเจ้าชิราฮิเงะ

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ