เที่ยวเมืองนะงะซะกิ (Nagasaki)
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/mTZLp

 

Romantic Nagasaki

ถ้าเปรียบเมืองนะงะซะกิ (Nagasaki) เป็นคนแล้ว เขาก็คงไม่ได้เป็นคนเด่นดังใหญ่โตอะไร แต่ก็มีบุคลิกและเรื่องราวที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง ชวนให้คนนอกอย่างเราอยากเข้าไปทำความรู้จักใช้เวลาพูดคุยด้วย นะงะซะกิตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู เกือบจะสุดขอบตะวันตกของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากฟุกุโอะกะ (Fukuoka) เมืองใหญ่ในเกาะคิวชูอีกแห่งหนึ่งเพียง 2 ชั่วโมงโดยทางรถไฟ ชาวไทยหลายๆ คนที่เดินทางไปฟุกุโอะกะจึงควบนะงะซะกิไปในแผนการเดินทางด้วย

แม้นะงะซะกิจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีประวัติศาสตร์ที่มีสีสัน ไม่ว่าคุณจะค่อยๆ เดินปล่อยอารมณ์ไปตามตรอกซอกซอย หรือแวะชมเฉพาะจุดท่องเที่ยวสำคัญ การใช้เวลา 1-2 คืนในนะงะซะกิไม่น่าจะทำให้คุณผิดหวัง มาดูกันว่านะงะซะกิมีดีอะไร

 

เมืองนะงะซะกิ (Nagasaki) ในยามค่ำคืน
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/6ob3cz

 

เมืองท่าตามธรรมชาติและวิวกลางคืนที่แสนจะโรแมนติก

ตัวเมืองนะงะซะกิมีลักษณะเป็นเมืองท่าโดยธรรมชาติคือ มีภูเขาโอบล้อมทะเลจากสามด้าน ตึกรามบ้านช่องที่ ตั้งอยู่บนเนินเขาในตอนกลางคืนจะส่องแสงไฟระยิบระยับ ทำให้เกิดเป็นวิวยามค่ำคืนที่โรแมนติก
ถึงขนาดได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามเมืองที่มีวิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในโลกโดย World Night View Summit ในปี 2012

วิธีชมวิวกลางคืนยอดฮิตวิธีแรกคือ การขึ้นกระเช้าเคเบิลไปยังยอดเขาอินะสะ (Mt. Inasa) ซึ่งจะทำให้สามารถ มองเห็นวิวกลางคืนของเมืองจากมุมสูงได้เต็มๆ หรืออีกทางหนึ่งคือ การไปชมวิวกลางคืนจาก
โกลเวอร์ การ์เด็น (Glover Garden) ซึ่งเป็นบริเวณบ้านพักเดิมของ Mr. Thomas Glover ชาวอังกฤษ
ผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์นะงะซะกิและการเมืองญี่ปุ่น

 

ชมวิวกลางคืนจาก โกลเวอร์ การ์เด็น (Glover Garden)
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/c3wEjv

 

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปเยี่ยมชม Glover Garden ในตอนกลางวัน แต่ช่วงกลางเดือน ก.ค. ถึงต้นเดือน ต.ค. ที่ Glover Garden จะมีการประดับไฟตอนกลางคืน และมี beer garden พร้อมบริการเสิร์ฟอาหาร การไปเยือน Glover Garden ในตอนกลางคืนก็ให้ความรู้สึกโรแมนติกไปอีกแบบ มันชวนให้คุณจินตนาการถึงชีวิตคน ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านสวยๆ บนเนินเขาแห่งนี้ ว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง Glover Garden ในตอนกลางคืนจึงเป็นจุดเดตยอดนิยมจุดหนึ่งของหนุ่มสาวในท้องถิ่น

 

ขอบคุณภาพจาก goo.gl/WnbV6p

 

เมื่อบรรยากาศแบบฝรั่ง จีน และญี่ปุ่นมารวมกัน

ในสมัยที่ญี่ปุ่นยังปิดประเทศ นะงะซะกิเป็นเมืองท่าเพียงแห่งเดียวที่รัฐบาลเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อค้า ขายได้เป็นเวลากว่า 200 ปี ทำให้นะงะซะกิได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติมากพอสมควร ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม เช่น บ้านพักเก่าของ Mr. Glover (Glover Garden) โบสถ์โอะอุระ (Oura Catholic Church) โบสถ์อุระกะมิ (Urakami Cathedral) บริเวณที่พักของชาวต่างชาติเดิมที่เรียกว่า เดะจิมะ (Dejima) ศาลเจ้าลัทธิขงจื๊อ (Koshi-byo Confucius Shrine) เดินชมย่านที่มีสถาปัตยกรรมต่างชาติผสมผสานอยู่เหล่านี้ ทำให้การชมเมืองนะงะซะกิมีหลายอารมณ์ทีเดียว

 

รถรางพานั่งชมเมืองนะงะซะกิ (Nagasaki)
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/2sy4Pi

 

รถราง หินรูปหัวใจ และอาหารลูกผสม

หากคุณเดินทางจากเมืองใหญ่ต่อมานะงะซะกิแล้วล่ะก็ จังหวะของเมืองนี้น่าจะทำให้คุณหายใจได้เต็มปอดขึ้น เพราะในตัวเมืองมีสิ่งประดิษฐ์หน้าตาน่าเอ็นดูจากในอดีตอย่างรถรางขบวนเล็กๆ ที่วิ่งไปมาทั่วเมือง ชวนให้ลองขึ้นไปนั่งสัมผัสบรรยากาศการเดินทางแบบหวานเย็นของวันวาน

 

สะพานเมะกะเนะบะชิ (Meganebashi) หรือ ​‘สะพานแว่นตา’ ซึ่งเป็นสะพานโค้งที่ทำจากหินแห่งแรกของญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/MnG95o

 

หากอยากหามุมถ่ายรูปน่ารักๆ ลองเดินไปแถวสะพานเมะกะเนะบะชิ (Meganebashi) หรือ ​‘สะพานแว่นตา’ ซึ่งเป็นสะพานโค้งที่ทำจากหินแห่งแรกของญี่ปุ่น รอยโค้งครึ่งวงกลมสองอันของสะพาน เมื่อสะท้อนในแม่น้ำทำ ให้เห็นเป็นรูปแว่นตา เป็นที่มาของชื่อเล่นของสะพาน ถ้าไปเดินเที่ยวแถวนั้น อย่าลืมมองหาหินรูปหัวใจที่อยู่ บริเวณกำแพงบริเวณใกล้ๆ สะพาน เป็นมุมถ่ายรูปน่ารักๆ อีกแห่งหนึ่ง (หินรูปหัวใจพบได้อีกแห่งที่ Glover Garden ตรงทางเดินใกล้ๆ ทางออก ว่ากันว่าถ้าเจอและขอพรเกี่ยวกับความรักจะสมหวัง)

 

แถวสะพานเมะกะเนะบะชิ (Meganebashi) มีหินรูปหัวใจที่อยู่ บริเวณกำแพงบริเวณใกล้ๆ สะพาน
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/KeVCK1

 

ไม่ว่าจะไปไหนเรื่องกินเรื่องใหญ่เสมอ และนะงะซะกิไม่น่าจะทำให้คุณผิดหวัง เพราะมีอาหารลูกผสมแปลกๆ หลายอย่างที่หากินได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคาสเทลล่า (Castella) ขนมเค้กฟองน้ำสีออกเหลืองๆ ที่ได้ อิทธิพลมาจากโปรตุเกส นะงะซะกิจัมปง (Champon) ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้นที่ใส่อาหารทะเลและผักหลายอย่างรวม กัน ซะระอุด้ง (Sara Udon) ดูละม้ายคล้ายโกยซีหมี่ราดน้ำข้นๆ แบบบ้านเราแต่เส้นเล็กบางกว่า และคกุนิมันจู (Kakuni Manju) หมูสามชั้นตุ๋นหวานๆ หุ้มด้วยแป้งซาลาเปา

สำหรับคนที่สนใจชิมขนมมีชื่อของนะงะซะกิอย่างคาสเทลล่า หรืออยากซื้อไปเป็นของฝาก มีร้านดังคือ
ร้านฟุกุยะ (Fukusaya) ร้านคาสเทลล่าที่เก่าแก่ที่สุด อายุเกือบ 400 ปี มีแพ็คเกจน่ารักห่อด้วยกระดาษ พิมพ์ลาย หรือแบบเป็นกล่องเล็กๆขนาดพอทาน
ร้านบุเมโด (Bunmeido) ร้านคาสเทลล่าที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หัวมุมถนนใกล้ๆ เดะจิมะ

 

ร้านฮะกุซุอิโดะ (Hakusuido) ซึ่งมีคาสเทลล่ารูปลูกท้อรสวานิลลาและช็อกโกแลต

 

สำหรับคาสเทลล่าแบบประยุกต์ แนะนำให้ลองไปที่นี่
ร้านฮะกุซุอิโด (Hakusuido) ซึ่งมีคาสเทลล่ารูปลูกท้อรสวานิลลาและช็อกโกแลต ดูมีลูกเล่นกว่า
คาสเทลล่าแบบดั้งเดิมที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมเรียบๆ เล็กน้อย

 

ร้านโคซันโร (Kouzanrou) มีจัมปงแบบพิเศษ (特上ちゃんぽん)
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/E2yZ7u

 

สำหรับร้านอาหารจีนที่อยากแนะนำในไชน่าทาวน์คืือ
ร้านโคซันโร (Kouzanrou) เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่ขึ้นชื่อที่มักมีลูกค้ายืนรอคิวเสมอ เมนูแนะนำได้แก่ จัมปงแบบพิเศษ (特上ちゃんぽん) เป็นแบบน้ำข้นมีกลิ่นหอมมากๆ เสิร์ฟในชามลายดอกพิเศษ และข้าวผัดสไตล์จีน (五目チャーハン) ที่ผัดไฟแรงจนได้รสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมไหม้นิดๆ

สำหรับจัมปงและซะระอุด้งในงบประหยัด ลองไปที่
ร้านริงเกอร์ฮั (Ringer Hut) ซึ่งเป็นร้านเชนที่มีต้นกำเนิดที่นะงะซะกิ มีจัมปงและซะระอุด้ง ทั้งขนาดปกติ และขนาด half-size สามารถสั่งเป็นเซ็ทพร้อมกี๊ยวซ่าในราคาไม่เกิน 1,000  เยน

 

อดีตเตือนใจให้สร้างอนาคตที่ดีขึ้น

เชื่อว่าหลายคนเมื่อได้ยินชื่อ ‘นะงะซะกิ’ แล้วคงนึกถึงหนึ่งในสองเมืองของญี่ปุ่นที่โดนทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเกินกว่าจะประมาณค่าได้ เรื่องราวในครั้งนั้นยังถูกบันทึกอยู่ที่ Nagasaki Atomic Bomb Museum และ Nagasaki Peace Park เพื่อให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้เรียนรู้ถึงความ โหดร้ายที่เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมซ้ำอีกในอนาคต

 

เที่ยวนะงะซะกิแล้วไปไหนต่อ

ใกล้ๆ นะงะซะกิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะเป็นเส้นทางเดินทางเพิ่มเติมต่อไปได้อีก เช่น

 

สวนสนุกฮุส เทน บอช  (Huis Ten Bosch) ธีมปาร์กเมืองจำลองเนเธอร์แลนด์
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/jWScYn

 

สวนสนุกฮุส เทน บอช  (Huis Ten Bosch) ธีมปาร์กเมืองจำลองเนเธอร์แลนด์ ภายในนั้นมีตึกร้านค้า สถานที่เล่น โรงแรมหน้าตาแบบตะวันตก สวนทิวลิป (เฉพาะฤดู) และในฤดูหนาวจะมีการติดไฟประดับประดาทั่วสวนสนุก ไปกับครอบครัวก็ดี ไปกับคนรักก็โรแมนติก

 

บ้านของ ‘มิฟฟี่’ กระต่ายน้อยที่สร้างขึ้นโดยคุณลุง Dick Bruna
ขอบคุณภาพจาก goo.gl/ZpfWAZ

 

ที่สวนสนุกนี้ยังเป็นบ้านของ ‘มิฟฟี่’ กระต่ายน้อยที่สร้างขึ้นโดยคุณลุง Dick Bruna (ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นปีนี้) ในนั้นจึงมีร้านขายสินค้า Miffy ขนาดใหญ่ บางอย่างเป็นของที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น

สามารถเดินทางโดย:
-รถไฟ JR Seaside Liner จากสถานีรถไฟนะงะซะกิ (Nagasaki Station) ที่วิ่งเรียบทะเล ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 15 นาที หรือ
-รถบัสจากสถานีนะงะซะกิ (Nagasaki Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 25 นาที

เมืองน้ำพุร้อนอุนเซ็ง (Unzen City) สำหรับคนที่เมื่อยล้าร่างกายจากการเดินชมเมือง ขอแนะนำให้
ต่อทริปด้วยการไปอาบน้ำแร่แบบญี่ปุ่นอีก 1 คืนโดยเฉพาะหากเดินทางในช่วงที่อากาศหนาว อุ
นเซ็งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนใกล้เมืองนะงะซะกิที่ใหญ่พอสมควร

สามารถเดินทางโดย:
-รถบัส Express จาก Nagasaki Prefectural Bus Terminal ไปยัง Shimatetsu Bus Unzen Office ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 40 นาที (มีเพียง 3 รอบต่อวัน) หรือ
-รถไฟจาก JR Nagasaki Station ไปยัง JR Isahaya station ประมาณ 30 นาที แล้วต่อด้วยรถบัสไปยัง Shimatetsu Bus Unzen Office อีกประมาณ 75 นาที (มี 10 รอบต่อวัน)

สำหรับคนที่กำลังมองหาทริปเสริมสำหรับการเดินทางในเกาะคิวชูของญี่ปุ่น หวังว่าจะพอได้ไอเดียไปวางแผน ทริปกันบ้างนะคะ ส่วนคนที่ชักเริ่มสนใจนะงะซะกิจริงจัง ต้องบอกว่าจริงๆ นะงะซะกิมีสถานที่เที่ยวมากกว่าจะ ไปเยือนได้ครบใน 1-2 วัน เราอาจจะตามหามานำเสนอกันในตอนต่อไป

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ