ถ้าไม่ใช่เพราะความโชคดี ฉันกับร้านขนมปังนี้คงจะแคล้วคลาด ไม่ได้เจอกันแน่

หลังจากลงรถไฟที่สถานีคามาคุระ ฉันกับเพื่อนเดินลากกระเป๋าไปตามถนนสายช็อปปิ้ง เพื่อมุ่งไปยังที่พัก ห่างจากสถานีราวหนึ่งกิโลเมตร ตอนนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ผู้คนคึกคักขวักไขว่ สินค้าและการตกแต่งร้านสวยชวนให้เรามองซ้ายทีขวาที แล้วจู่ๆ สายตาก็พลันไปสะดุดกับป้ายไม้เล็กๆ ที่ตั้งเสาไว้กลางทางเดิน ป้ายนั้นชี้บอกทางไปยังตรอกซ้ายมือ แน่นอนล่ะว่า ถ้าเป็นป้ายขนาดใหญ่สีสันฉูดฉาด ฉันต้องมองข้ามไปแน่ แต่อะไรเล็กๆ ไม่โดดเด่นแบบนี้เรียกร้องความสนใจจากฉันได้เสมอ เมื่อมองตามเข้าไป จึงเห็นป้ายไม้มีรูปแมวอ้วนเด่น เขียนชื่อ ‘Kibiya Bakery’ และมีคำว่า Homemade Natural Yeast กำกับไว้ด้วย ฉันที่กำลังสนใจฝึกทำขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติเห็นเข้าก็แทบอดใจรอไม่ไหว

 

photo credit : https://goo.gl/dSFLK9
photo credit : https://goo.gl/WTrsBq

 

จัดแจงเก็บกระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อยฉันมุ่งมั่นกลับมาร้านขนมปังแมวอ้วนพีทันที เดินเลี้ยวจากถนนเส้นหลักเพียงเล็กน้อย ร้าน Kibiya Bakery ก็ปรากฏตรงหน้า ตัวร้านและประตูทางเข้าดูเหมือนพยายามตกแต่งให้ธรรมดาที่สุด ราวกับกลัวว่าจะโดดเด่นเกินไป ภายในร้านคือร้านขายขนมปังจริงๆ มีเพียงโต๊ะและชั้นวางขนมปัง โต๊ะคิดเงินอยู่ฝั่งตรงข้าม และมีห้องทำขนมปังห้องเล็กๆอยู่ด้านใน ไม่สวยไม่หรูไม่เก๋ แต่น่ารักอบอุ่น มีขนมปังหลายชนิด ทั้งขนมปังก้อนกลมใหญ่แบบชนบทฝรั่งเศส หรือ pain de campagne แบบก้อนกลมเล็กหรือบัน (bun) แบบก้อนสี่เหลี่ยม (loaf) บาแก็ตต์ และ เบเกิล ดูจากผิวและสีสัน ขนมปังของ Kibiya Bakery ให้ความรู้สึกแบบชนบท (rustic) ทำจากแป้งหลายชนิดแบบโฮลเกรน ตามสไตล์ขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติ ไม่ใช่ขนมปังแป้งขาวเนื้อนุ่มเบา

 

photo credit : https://goo.gl/dSFLK9
photo credit : https://goo.gl/dSFLK9

 

วันนั้นจำได้ว่า ฉันเลือกซื้อชนิดที่เหมาะแก่การพกไว้จิกกินเวลาหิว เป็นขนมปังก้อนสี่เหลี่ยมใส่ลูกเกด กับขนมปังก้อนกลมเล็กใส่วอลนัท ระหว่างคิดเงิน สายตาฉันเผลอสำรวจห้องทำขนมปังโดยไม่รู้ตัว พลางคิดเพ้อเจ้ออยากขอสมัครเป็นลูกจ้างเสียให้ได้ แล้วก็เหลือบไปเห็นหนังสือที่มีชื่อ Kibiya ภาษาอังกฤษกำกับอยู่ ถามไถ่พนักงานได้ความว่า เป็นหนังสือสอนทำขนมปังที่ทางร้านเขียนขึ้นเอง ตอนนั้นฉันยังไม่ได้ชิมขนมปัง แต่แอบสงสัยแล้วว่าร้านนี้คงไม่ธรรมดาแน่ ถึงขั้นมีหนังสือเป็นของตัวเองเชียว

 

photo credit : https://goo.gl/dSFLK9

 

เวลาที่เราเดินทางท่องเที่ยวอยู่ต่างบ้านต่างเมือง อาจไม่ได้กินอาหารตามเวลาหรือตรงมื้อ การมีขนมปังใส่ถุงกระดาษอยู่ในกระเป๋าช่วยให้อุ่นใจ ระหว่างเดินๆๆ อยู่ในเมืองคามาคุระ ฉันจิกขนมปังที่ซื้อมาเพื่อรองท้องเป็นระยะ พบว่ามันช่างเป็นเนื้อขนมปังแบบที่ฉันชอบจริงๆ มีความหนัก หนึบ ไม่แห้ง ไม่แข็ง กลิ่นของแป้งและธัญพืชก็หอมแบบชวนให้อบอุ่นใจ

คามาคุระและเมืองใกล้เคียงมีสิ่งน่าสนใจมากมายให้เราไปเยือน ทั้งวัดโบราณที่มีสวนสวยมาก บรรยากาศริมชายหาด หรือคาเฟ่เท่ๆ ฉันจึงไม่ได้กลับไป Kibiya Bakery อีกหน จนกลับมาเปิดดูข้อมูลร้านขนมปังที่หาไว้ก่อนมา หนังสือ Casa Brutus ฉบับ Bread & Pancakes มีคอลัมน์ที่แนะนำร้านขนมปังในเมืองคามาคุระและร้านลำดับที่หนึ่งที่แนะนำไว้ก็คือร้าน Kibiya Bakery นี่เอง กลายเป็นว่า ร้านขนมปังที่เราบังเอิญเกือบเดินชนป้ายคือร้านขนมปังขึ้นชื่อของเมืองคามาคุระ ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวรู้จักกันดี เพราะเป็นร้านขนมปังที่เปิดมายาวนานกว่าสิบปี (ตั้งแต่ปี 2004)

 

photo credit : kibiya bekery

 

ฉันลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ที่ร้านนี้ เขาใช้แป้งไรย์และแป้งสาลีญี่ปุ่นที่ไม่ได้ปลูกในระบบอุตสาหกรรม บดด้วยโม่หินแบบโบราณ ทำให้ได้แป้งโฮลเกรนที่เต็มไปด้วยสารอาหาร และเนื้อของขนมปังที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญยีสต์ธรรมชาติที่ใช้ทำขนมปัง เป็นยีสต์เลี้ยงที่ได้รับการส่งต่อมาจากร้าน Takaraya ร้านขนมปังที่เจ้าของร้านเคยทำงานอยู่ ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1948 ว้าว!! เคล็ดลับความอร่อยของขนมปังอยู่ตรงนี้นี่เอง (ยีสต์เลี้ยงธรรมชาตินั้น ยิ่งอายุเยอะๆ ก็จะยิ่งทำให้ขนมปังมีรสชาติดี) Kibiya Bakery สอนให้รู้ว่า หากมั่นใจว่าขนมปังที่ทำ ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ร้านจะเล็กแค่ไหน อยู่ในตรอกแคบยังไง bread lovers ก็จะตามหาจนเจออยู่ดี

หมายเหตุ ออกจากสถานีคามาคุระที่ทางออกทิศตะวันตก เลี้ยวซ้าย เดินประมาณ 4-5 นาที สังเกตป้ายเล็กๆ ร้านอยู่ในตรอกทางซ้ายมือ ร้านเปิดเวลา 10:00-18:00 น. แต่ถ้าไปช้า ขนมปังอาจจะหมดได้ หยุดทุกวันพุธค่ะ

 

LIKE & SHARE

ชอบเรื่องนี้จนต้องบอกต่อ